วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

เบาหวานไม่ได้เป็นโรคที่เกิดกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กและวัยรุ่นก็เป็นเบาหวานได้

โรคเบาหวาน อดีตเป็นโรคที่เรื้อรัง เนื่องจากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยปกติเวลารับประทานอาหารเข้าไป สารอาหารจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและร่างกายจะนำน้ำตาลไปใช้ให้เกิดพลังงาน โดยการนำเข้าไปในเซลล์หรือหน่วยเล็ก ๆ ของร่างกายเพื่อเอาไปเผาผลาญ สารเคมีหรือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เอาน้ำตาลเข้าเซลล์ คือ ฮอร์โมนอินสูลิน (Insulin) ที่สร้างและหลั่งมาจากตับอ่อน แต่ปัจจุบันเป็นเพียงโรคประจำตัวที่เมื่อผู้เป็นเบาหวานสามารถจัดการตนเอง ให้ควบคุมระดับน้ำตาลที่ใกล้เคียงปกติ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
         ในผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ เนื่องจากร่างกายขาดอินสูลินหรืออินสูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี จึงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และผลที่ตามมาคือ "โรคเบาหวาน" กล่าวคือ ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อย มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ และหากมีอาการรุนแรง ร่างกายจะสลายไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทนน้ำตาล สารที่ได้เรียกว่า "กรดคีโตน" ทำให้มีอาการหายใจหอบลึก และอาจทำให้ระบบการหายใจล้มเหลวได้
         อย่างไรก็ดี ชนิดของ เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น มีชนิดย่อยหลายชนิด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เบาหวานชนิดที่ ๑ (Type 1 DM) พบได้ประมาณ ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ ของเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น อายุน้อยกว่า ๑๕ ปี เบาหวานชนิดที่ ๑ ในประเทศไทย จากข้อมูลล่าสุดมี ประมาณร้อยละ ๓ ของผู้ป่วยเบาหวานทั่วประเทศ มีสาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านเซลล์ของตับอ่อนที่ทำ หน้าที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ (ร่างกายขาดอินซูลิน) เมื่อแรกพบผู้ป่วยมักจะมีอาการน้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ บางรายรุนแรงมีกรดคั่งในเลือด
          สาเหตุที่ตับอ่อนถูกทำลาย ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากหลักฐานทางการแพทย์คาดว่า เกิดจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ การติดเชื้อบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น การรักษาโดยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินเข้าผิวหนัง วันละ ๒ - ๔ ครั้ง และจัดการอาหารในแต่ละมื้อให้สมดุลกับยาฉีดอินซูลิน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรักษาที่ทำให้หายขาดและยังไม่พบวิธีที่จะป้องกัน แพทย์และนักวิจัยต่างพยายามหาวิธีป้องกันในเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่มีพี่น้องป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ ๑ และวิธีการรักษาโดยการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ซึ่งยังต้องติดตามผลการวิจัยต่อไป
          เมื่อใดควรมาพบแพทย์ เป็นคำถามที่ดี ถ้าบุตรหลานของท่านมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ กินจุ ผอมลง ปัสสาวะมีมดตอม เป็นแผลหายช้า ติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือมีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือมีปื้นดำที่คอ ควรพาเด็กมาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
        ลองสังเกตดูว่า บุตรหลานของท่านมีปัจจัยเสี่ยง หรืออาการที่เข้าได้กับเบาหวานหรือไม่ ถ้ามีควรมารับการตรวจวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา และหลอดเลือดในอนาคต (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "คำว่า พอเพียง มีความหมายว่า พอมีกิน เศรษฐกิจแบบพอเพียง หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ไม่ต้องขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง แปลจากภาษาฝรั่งได้ว่า ให้ยืนบนขาของตัวเอง หมายความว่า สองขาของเรายืนบนพื้นให้อยู่ได้ไม่หกล้ม ไม่ต้องไปขอยืมของคนอื่นเพื่อที่จะยืนอยู่ คำว่าพอ คนเราถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย พอเพียงอาจมีมาก อาจมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น"
         พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในโอกาสที่คณะบุคคลเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

พิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาถวายสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๘ ณ หน้าอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมาคมภริยาทหารเรือ องค์กรภาครัฐ เอกชน และราชสกุลอาภากร เข้าร่วมพิธี
         จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือ ผู้แทนราชสกุลอาภากร ผู้แทนสมาคมภริยาทหารเรือ เข้าร่วมพิธี
          วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่องและขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ทั้งนี้ ด้วยทรงวางรากฐานการทหารเรือให้มีความเข้มแข็งมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้
          พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด ภายหลังเหตุการณ์รัตนโกสินทรศก ๑๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ วงศ์ เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกรมทหารเรือ ด้วยพระปรีชาสามารถในการรับราชการจนปรากฏความชอบ ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้นตามลำดับ ในพุทธศักราช ๒๔๔๘ ขณะทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ผู้บัญชาการกรมเรือกลและป้อม และทำการในหน้าที่เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาและระบบการปกครองของโรงเรียนนายเรือให้ทหาร เรือมีความรู้ความชำนาญ สามารถเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นครูได้เป็นผลสำเร็จ ไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศเหมือนที่แล้วมา ในพุทธศักราช ๒๔๖๒ ทรงเป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการจัดหาเรือพระร่วงไว้ใช้ในราชการ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือลำดังกล่าวที่มีชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นลูก เรือ นำเรือพระร่วงเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศอังกฤษกลับสู่พระนครด้วย พระองค์เอง นับเป็นนายทหารเรือไทยคนแรกที่ได้นำเรือรบเดินทางไกลมาจากต่างประเทศ
         นอกจากพระปรีชาสามารถด้านการทหารเรือแล้ว ทรงมุ่งมั่นศึกษาเกี่ยวกับวิชาแพทย์แผนโบราณจากตำราไทย ช่วยเหลือผู้เจ็บไข้โดยมิได้ทรงเลือกชั้นวรรณะเป็นจำนวนมาก จนพระเกียรติคุณในนาม "หมอพร" ขจรขจายไปในทุกชนชั้น อีกทั้งยังทรงเป็นจิตรกรเขียนภาพที่งามวิจิตร ดังปรากฏภาพฝีพระหัตถ์ที่ผนังโบสถ์วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งยังคงปรากฏอยู่ตรวจจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังทรงมีพระปรีชาสามารถทางดนตรี โดยได้ทรงพระนิพนธ์เพลงทหารเรือ เช่น เพลง "ฮะเบสสมอ" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "ดอกประดู่" เพลง "เกิดมาทั้งที" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "เดินหน้า" และเพลง "ดาบของชาติ" ซึ่งเพลงเหล่านี้มีเนื้อหาของบทเพลงปลุกใจให้เข้มแข็งในยามทุกข์ ก่อให้เกิดความรู้สึกรักแผ่นดิน รักหน้าที่ รักเกียรติ และเกิดความมุมานะ ยอมสละได้แม้ชีวิตเพื่อชาติ ถือได้ว่าเป็นมรดกที่ฝังแน่นในใจทหารเรือทุกนายตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
           กองทัพเรือ ได้กำหนดให้กำลังพลแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ และแถวทหารรับฟังคำประกาศพระเกียรติคุณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่พระองค์ท่านได้ทรงวางรากฐานการทหารเรือให้มีความเข้มแข็งมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้ (ที่มา : สลก.ทร.)

พิธีเปิดการประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม Blue Strike ระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันนี้ (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือตรี เบญญา บุญส่ง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารเรือ เป็นประธานฝ่ายไทย ในพิธีเปิดการประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม Blue Strike ร่วมกับ Scapt.YU Zhong Director of Training Department, PLAN HQs ประธานฝ่ายกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
        การประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม ภายใต้ รหัส Blue Strike ในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๑๘ ถึง ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกองทัพเรือไทย - กองทัพเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาความร่วมมือและยกระดับขีดความสามารถในการฝึกดังกล่าวให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ที่มา : ยก.ทร.)

จีน - รัสเซียฝึกผสมในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเป็นครั้งแรก

กองทัพเรือรัสเซียและจีนฝึกผสมในทะเล เมดิเตอร์เรเนียนเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีเรือรบเข้าร่วม ๙ ลำ อาทิ เรือฟริเกต Linyi และเรือฟริเกต Weifang ของกองทัพเรือจีน เรือฟริเกต Ladny เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ Alexander Otrakovsky เรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ Alexander Shabalin และยานเบาะอากาศลำเลียงขีปนาวุธ Samum จากกองทัพเรือรัสเซีย โดยมีเรือลาดตระเวน Moskva เป็นเรือบัญชาการ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจระหว่างกองทัพเรือทั้ง ๒ ฝ่าย และสร้างเสริมขีดความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือ รวมทั้งรับมือกับภัยคุกคามความมั่นคงทางทะเล (ที่มา : ขว.ทร.)

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 ""ข้าราชการผู้ปฏิบัติบริหารงานของ แผ่นดิน จะต้องรู้ตระหนักแน่ในการสละอันได้แก่ การสละสำคัญสองประการ คือ สละเพื่อประโยชน์ส่วนรวมที่ยิ่งใหญ่และเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตัว ประการหนึ่ง กับสละความคิดจิตใจที่ต่ำทรามต่าง ๆ อีกประการหนึ่ง จึงเป็นที่เชื่อถือได้วางใจของคนทั้งปวงและสามารถดำรงตำแหน่งหน้าที่อย่างมี เกียรติมีศักดิ์ศรีและมีความเจริญมั่นคงตลอดไป"
        พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ข้าราชการพลเรือนเนื่องในโอกาสวันข้าราชการพลเรือน ปีพุทธศักราช ๒๕๔๘

ขอเชิญชวนร่วมออกแบบปกสูจิบัตรการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๒

คณะกรรมการการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๒ ปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ขอเชิญชวนข้าราชการกองทัพเรือร่วมกันอออกแบบปกสูจิบัตรการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๒ โดยสูจิบัตรมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเดินตามรายพระยุคลบาทในปีเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ และความสนุกสนามร่าเริงของประชาชน
         ผู้ที่สนใจร่วมออกแบบปกสูจิบัตรการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๒ กรุณาส่งรูปหน้าปก ฯ หรือไฟล์งาน ได้ที่ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ หรือฝ่ายควบคุมและประเมินราคาสิ่งพิมพ์ กองโรงพิมพ์ กรมสารบรรณทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๖๒๐ หรือ E-mail kprint 55620@hotmail.com ภายในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับการพิมพ์รายชื่อเพื่อเป็นเกียรติ ประวัติ
(ที่มา : สบ.ทร.)

พิธีเปิดหลักสูตรการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

วันนี้ (๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๓๐ น. พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดหลักสูตรการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ ห้องศรีศิริ กองบังคับการ กรมการขนส่งทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี ผู้แทนจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน รองประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ และผู้แทนจากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๑ จังหวัดสมุทรปราการ เข้าร่วมพิธี ฯ และในโอกาสนี้ ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ ได้ให้โอวาทแก่ทหารกองประจำการที่เข้ารับการฝึกอาชีพให้ตั้งใจศึกษาหาความ รู้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพหลังจากปลดประจำ การไปแล้ว
        การฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการในสาขาวิชาอาชีพต่าง ๆ นั้น เป็นการดำเนินการตามนโยบายของกองทัพเรือและข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาบุคลากรระหว่างกองทัพเรือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน รวมถึงข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงกลาโหมกับกระทรวงแรงงาน เพื่อเป็นการพัฒนาบุคลากรที่เข้ารับการฝึกอบรมให้มีความรู้ ความชำนาญงาน และทักษะในวิชาชีพเป็นการสร้างโอกาสให้แก่ทหารกองประจำการ เมื่อปลดประจำการออกไปแล้วมีงานให้ทำ เพื่อสร้างเสริมรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว ให้สามารถต่อสู้กับปัญหาและสภาวะต่าง ๆ ที่มีผลกระทบกับสภาพการดำรงชีวิตของครอบครัวให้ได้
          การฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ กองทัพเรือ ได้รับความร่วมมือและความอนุเคราะห์ด้วยดีจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๑ จังหวัดสมุทรปราการ ตลอดจนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอบรมอาชีพ ซึ่งเมื่อจบการฝึกอบรมแล้ว ผู้รับการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตร เพื่อใช้ประกอบในการสมัครงานทุกนาย (ที่มา : คทพ.)

ขอเชิญร่วมทอดผ้าป่าสามัคคี อุทิศถวาย "องค์บิดาของทหารเรือไทย" เนื่องในวันอาภากร

หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นเจ้าภาพจัดทอดผ้าป่าสามัคคี ประจำปี ๒๕๕๘ เพื่ออุทิศถวาย พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "องค์บิดาของทหารเรือไทย" เนื่องในวันอาภากร ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ วัดป่ายุบ ตำบลสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ
         ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมการกุศลบริจาคเงินสมทบทุนสร้างพระอุโบสถ ตามกำลังศรัทธา ได้ที่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง หรือบริจาคโดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย สาขาสัตหีบ ชื่อบัญชี "การกุศล หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง" หมายเลขบัญชี ๓๐๒ - ๒ - ๖๔๙๑๖ - ๘ ภายในวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ และสำเนาใบโอนเงินบริจาคพร้อมชื่อที่อยู่ของผู้บริจาคส่งทางโทรสาร หมายเลขภายในกองทัพเรือ ๗๙๐๖๗ - ๘ (ที่มา : สอ.รฝ.)

อินเดียประสบความสำเร็จในการป้องกันภัยคุกคามทางทะเล

เมื่อ วันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ นายกิรัณ ริชีชู รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยอินเดีย แถลงว่า ในรอบ ๑๑ เดือนที่ผ่านมารัฐบาลอินเดียประสบความสำเร็จในการรักษาความปลอดภัยบริเวณชาย ฝั่งและป้องกันภัยคุกคามทางทะเล ซึ่งนอกจากกลุ่มก่อการร้าย Lashkar-e-Taiba (LeT) ที่พยายามใช้เส้นทางทางทะเลเพื่อเข้าไปก่อเหตุในเมืองมุมไบแล้ว ยังพบกลุ่มก่อการร้ายอีกหลายกลุ่มที่มุ่งทำลายสันติภาพและความสงบเรียบร้อย ในประเทศ อย่างไรก็ตาม อินเดียจะยังคงเพิ่มการรักษาความปลอดภัยบริเวณชายฝั่งให้เข้มงวดยิ่งขึ้นรวม ทั้งบูรณาการระบบรักษาความมั่นคงทั้งหมด (ที่มา : ขว.ทร.)

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "...จะทำงานทำการอะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยร่างกายมันก็เมื่อยกาย แต่ถ้าทำด้วยใจจะว่าเมื่อยใจ มันหนักใจ มันเหนื่อยใจ มันเป็นไปได้ ฉะนั้น การทำงานทำการ ถ้าทำด้วยความร่าเริงใจที่จะทำงานทำการ ความเมื่อยมันจะหมดไป ความเหนื่อยจะไม่มี หรือมีแล้วเราก็ไม่รับ เพราะว่าความเมื่อยของกาย ความเหนื่อยของใจนั้นมันมีเสมอ แต่ถ้าเราไม่รับมันจะไปไหน มันก็ไม่มี มันเกิดเมื่อยขึ้นมาแล้วก็หายไปฉะนั้น การที่จะทำงานให้ดีก็ต้องมีความร่าเริง ความตั้งใจที่จะทำ เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ต้องมีความอดทนเหนียวแน่น"
         พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันพฤหัสบดีที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๓

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เปิดให้บริการคลินิกนอกเวลาด้านอายุรเวชกรรม ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เปิดให้บริการคลินิกนอกเวลาด้านอายุรเวชกรรม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอายุรเวชกรรมเพิ่มเติมจากช่วงเวลาปกติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการดูแลรักษาให้กับผู้รับบริการของโรงพยาบาล ให้บริการตั้งแต่วันจันทร์- วันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา ๑๗.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกอายุรกรรม อาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก..."ทางเลือกที่ช่วยในการบริหารจัดการเวลา" โดยมีค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะทางไม่เกินครั้งละ ๓๐๐ บาท สามารถติดต่อนัดหมายได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๐ ๐๐๐๐ ต่อ ๒๕๔๔ (ที่มา : รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร.)