วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2557

สายตาสั้น-เป็นต้อหิน ปิดไฟเล่นสมาร์ทโฟน-ดูทีวีเสี่ยงตาบอด

จักษุแพทย์เตือนคนเป็นต้อหิน - ต้อหินเฉียบพลัน - สายตาสั้นเกิน ๖๐๐ อย่าปิดไฟเล่นสมาร์ทโฟน - ดูทีวี เหตุเสี่ยงทำให้ตาบอด เหตุทำให้ม่านตาขยาย จนความดันในลูกตาพุ่งสูง ส่วนคนปกติทำพฤติกรรมเดียวกันเกิดต้อหินแทน
          นายแพทย์ ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า จังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า คนทั่วไปที่มีอายุ ๔๐ ปีขึ้นไป จะมีโอกาสเป็นโรคต้อหินประมาณร้อยละ ๑ ส่วนคนที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป มีโอกาสเป็นโรคต้อหินร้อยละ ๒ ทั้งสองกลุ่มนี้จึงมีความเสี่ยงสูงในการเป็นต้อหินหากมีตัวกระตุ้น โดยเฉพาะการเล่นโทรศัพท์มือถือ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือดูโทรทัศน์มาก ๆ เพราะเมื่อใช้สายตามากเข้า บางคนดูแบบข้ามคืนไม่หลับไม่นอน ก็จะทำให้เกิดต้อหินได้ ทั้งสองกลุ่มจึงไม่ควรใช้สายตาเช่นนี้มากเกินไป อีกประเด็นที่น่าห่วง คือ การปิดไฟขณะเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูโทรทัศน์ ในกลุ่มที่เป็นต้อหิน ต้อหินเฉียบพลัน หรือคนที่มีสายตาสั้นตั้งแต่ ๖๐๐ ขึ้นไป จะมีโอกาสทำให้ตาบอดได้
         นายแพทย์ ฐาปนวงศ์ กล่าวว่า โดยธรรมชาติผู้เป็นต้อหิน หรือต้อหินแบบเฉียบพลัน จะมีช่องหน้าม่านตาแคบ เมื่ออยู่ในที่มืดม่านตาจะขยาย และไปขวางกั้นทางเดินน้ำลูกตา ทำให้เกิดม่านตาขยายและบล็อก จนทำให้เกิดความดันในลูกตาสูงชั่วคราว จึงทำให้มีอาการปวดตา หากปล่อยไว้นานๆ อาจรุนแรงถึงขั้นตาบอดและฝ่อได้จากความดันลูกตาสูง ดังนั้น หากเป็นต้อหินแล้วยังมีพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูโทรทัศน์โดยไม่เปิดไฟก็ยิ่งมีโอกาส ที่จะทำให้ตาบอดได้ เพราะฉะนั้น ควรเปิดไฟทุกครั้งที่เล่นโทรศัพท์มือถือหรือ ดูโทรทัศน์ จะได้มีแสงสว่างอื่นมาช่วยด้วยไม่ให้แจงจากหน้าจอจ้าจนเกินไป และตาจะได้ไม่ต้องเพ่งมาก เพราะถ้าเพ่งแล้วม่านตาจะขยายมาก (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)

ขอเชิญร่วมแข่งขันเดิน - วิ่งการกุศล กรมอู่ทหารเรือมินิมาราธอน ครั้งที่ ๑ ใน ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

กรมอู่ทหารเรือ กำหนดจัดการแข่งขันเดิน - วิ่งการกุศล กรมอู่ทหารเรือมินิมาราธอน ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อจัดหาเงินรายได้เพื่อใช้ในการบูรณปฏิสังขรณ์พระ อุโบสถวัดวงศมูลวิหาร (โบราณสถาน) จัดหาเครื่องมือพิเศษสำหรับใช้ในการดูแลรักษาพระอุโบสถวัดวงศมูลวิหาร และส่งเสริมให้เยาวชนร่วมกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตนเอง สังคม และศาสนา รวมทั้งเพื่อให้เกิดความสามัคคีของคนในชาติ ทุกเพศ ทุกวัย และสร้างทัศนคติที่ดีต่อสถาบันหลักของชาติ นอกจากนี้ ยังเป็นการรณรงค์ให้เยาวชนได้ออกกำลังกาย โดยการมอบทุนการศึกษาจำนวน ๒๐ ทุน (ทุนละ ๑,๐๐๐ บาท)
        ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมการแข่งขันเดิน - วิ่งการกุศล กรมอู่ทหารเรือมินิมาราธอน ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่ เวลา ๐๔.๓๐ น. - ๐๕.๑๕ น. สามารถสมัครด้วยตนเองได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ที่ กรมอู่ทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๘๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๘๗ หรือสมัครทางอินเทอร์เน็ต www.navaldockyardminimarathon2014.com หรือที่หน้างานในวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๓๐ น. - ๑๘.๐๐ น. หรือโดยการโอนเงินผ่านธนาคารกสิกรไทย เลขที่ ๐๖๗ - ๒ - ๙๖๔๕๖ - ๓ ชื่อบัญชี กรมอู่ทหารเรือมินิมาราธอน หลังจากการโอนเงินแล้วกรุณาส่งเอกสารการสมัครและสำเนาสลิปโอนเงินทาง E-mail : navaldockyardminimarathon2014@gmail.com หรือทางหมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๖๐ (ที่มา : อร.)

กองทัพเรือ จัดกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยากับโครงการ Clean up the world ใน ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

กองทัพเรือ จัดโครงการ "ร่วมใจทำไทยให้สะอาด" ประจำปี ๒๕๕๗ โดยจัดกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อสนับสนุนโครงการ Clean up the world ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) สถาบันการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ณ บริเวณลานจอดรถราชนาวีสโมสร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น.
        กองทัพเรือสนับสนุนสมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) จัดกิจกรรมร่วมใจไทยทำไทยให้สะอาด โดยจัดให้มีการเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาและอนุรักษ์แม่น้ำ พร้อมกับเชิญชวนให้ประชาชนงดการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ลำคลอง และจัดกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา และให้สอดคล้องกับพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการให้คนไทยช่วยกันดูแล ปกป้อง รักษา แม่น้ำสายต่าง ๆ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท่าเรือสะพานพุทธ จนถึงท่าเทียบเรือสะพานปิ่นเกล้า โดยจะมีพิธีเปิดกิจกรรม ณ บริเวณลานจอดรถราชนาวีสโมสร ในการนี้ จึงมีความจำเป็นต้องงดจอดรถบริเวณลานจอดรถราชนาวีสโมสร ในวัน และเวลาดังกล่าว (ที่มา : กพร.ทร.)

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"การทำงานใหญ่ ๆ ทุกอย่างต้องการเวลามากกว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจไม่ทันทำให้สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้นไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้ริเริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงานขึ้นเป็นข้อสำคัญนัก จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงานเป็นใหญ่"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ มหาวิทยาลัยศิลปากร ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔

วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ฐานทัพเรือกรุงเทพ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ๓ ๑ ตุลาคม - ๒ พฤศจิกายน นี้


ฐานทัพเรือกรุงเทพ จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือในการพัฒนาคุณภาพการสวัสดิการและการบริการให้ กับกำลังพลและครอบครัว เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีและเหมาะกับสภาวการณ์ปัจจุบัน บริเวณถนนโดยรอบ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ และภายในสนามฝึกหัดกอล์ฟ ระหว่างวันที่ ๓๑ ตุลาคม - ๒ พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๒๑.๐๐ น. โดยภายในงานมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เช่น ข้าวสาร, อาหาร, เสื้อผ้า, เครื่องหนัง และอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก
        ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการ และบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูกตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ว่าที่ เรือเอก คงวิญญา สุขสาตต์ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)

กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเนื่องในวันลอยกระทง

 กองทัพเรือ โดย กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ ดำเนินการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเนื่องในวันลอยกระทง ในส่วนส่วนของกองทัพเรือ มี พลเรือตรี ประยุธ ภู่เทียน ผู้บัญชาการกองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเนื่องในวันลอยกระทง
        วันลอยกระทงของทุกปี จะมีประชาชนมาลอยกระทงตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และมีการสัญจรของเรือท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก จึงมักเกิดอุบัติเหตุทางน้ำบ่อยครั้ง ดังนั้น กองทัพเรือ จึงได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำเนื่องในวันลอยกระทงขึ้น โดยจัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ มีเรือจำนวน ๓๑ ลำ พร้อมให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำในครั้งนี้ ประกอบด้วย เรือเร็วตรวจการณ์ลำน้ำ ๕ ลำ, เรือจู่โจมลำน้ำ ๑๒ ลำ, เรือยางท้องแข็ง ๓ ลำ, เรือยาง ๘ ลำ และเรือพยาบาล ๑ ลำ โดยจะการลาดตระเวนและเฝ้าตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ระหว่างสะพานพระราม ๘ - สะพานตากสิน, ท่าเรือบางนา - อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ และ โรงเรียนนายเรือ - อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า จังหวัดสมุทรปราการ ทั้งนี้ จะเริ่มปฏิบัติการในวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เลา ๑๗.๐๐ น. ถึงวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เวลา ๐๘.๐๐ น.
        ประชาชนสามารถติดต่อขอความช่วยเหลือกับทางศูนย์ ฯ ได้ที่ หมวดเรือที่ ๓ กองเรือลำน้ำ กองเรือยุทธการ พระนิเวศน์ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๙๓, ๐ ๒๔๑๒ ๖๙๖๓, ๐๘๑๘๓๕ ๖๕๙๓ หรือสายด่วน ๑๖๙๖ หรือแจ้งได้ที่ Email : riverine@navy.mi.th (ที่มา : กลน.กร.)

ผู้บัญชาการทหารเรือ รับการเยี่ยมคำนับแสดงความยินดีจากคณะบุคคลต่าง ๆ


วันนี้ (๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับคณะราชสกุลอาภากร เข้าพบเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสที่ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ ณ ห้องรับรอง อาคาร กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร และในวันเดียวกัน เวลา ๑๐.๓๐ น. ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับคณะสมาคมแพทย์ทหารแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เข้าพบเพื่อมอบใบประกาศนียบัตรและเข็มสมาคมแพทย์ทหารแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิเพียบพร้อมด้วยประสบการณ์ ให้การสนับสนุนกิจการสายแพทย์ทหาร ตำรวจด้วยดีเสมอมา และในโอกาสนี้ สมาคมแพทย์ทหารแห่งประเทศไทย ได้เรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือเข้าเป็นสมาชิกกิตติมศักดิ์ของสมาคมแพทย์ทหารแห่งประเทศไทย ในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : สลก.ทร.)

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "ชาตินั้นเปรียบได้กับชีวิตคน กล่าวตามหลักความจริง คนเราประกอบด้วย ร่างกายส่วนหนึ่ง จิตใจส่วนหนึ่ง ทั้งสองส่วนคุมกันอยู่บริบูรณ์ ชีวิตก็คงอยู่ ส่วนใดส่วนหนึ่งทำลายไป ชีวิตก็แตกดับ เพราะอีกส่วนหนึ่งจะต้องแตกทำลายไปด้วย ชาติของเรานั้นมีผืนแผ่นดินและประชากรอันรวมกันอยู่เป็นส่วนร่างกาย มีศิลปวิทยา มีธรรมเนียมประเพณี มีความเชื่อถือและความคิดจิตใจที่จะสามัคคีกันอยู่เป็นปึกแผ่น ซึ่งรวมเรียกว่า "ความเป็นไทย" เป็นส่วนจิตใจชาติไทยเราดำรงมั่นคงอยู่ก็เพราะยังมีทั้งบ้านเมืองและความ เป็นไทยพร้อมบริบูรณ์ แต่ถ้าความเป็นไทยของเรามีอันต้องเสื่อมสลายไปด้วยประการใดแล้ว ชาติก็ต้องสิ้นสูญ เพราะถึงหากบ้านเมืองและผู้คนจะยังอยู่ ก็ไม่มีสิ่งใดประสานยึดเหนี่ยวให้รวมกันอยู่ได้ จะต้องแตกแยกจากกันไปในที่สุด เหมือนส่วนต่างๆ ของร่างกายที่ต้องแตกจากกันเมื่อสิ้นชีวิต"
        พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๒๑

วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ขอเชิญร่วมซื้อดอกแก้วกัลยาดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ เพื่อนำรายได้ไปดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาคนพิการในด้านต่าง ๆ

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กำหนดจัดงานวันคนพิการ ครั้งที่ ๔๘ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ภายในงานเปิดให้บริการออกบัตรประจำตัวคนพิการ และจำหน่ายดอกแก้วกัลยาดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ
        สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันคนพิการขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้คนพิการได้พบปะสังสรรค์และสนุกสนานร่วม กัน ได้แสดงความสามารถในด้านต่าง ๆ เผยแพร่วิทยาการใหม่ ๆ เกี่ยวกับการบำบัดรักษาการป้องกันและการฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ ประกาศเกียรติคุณบุคคลพิการตัวอย่าง ส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพและรายได้ที่เหมาะสม และเพื่อร่วมในการจัดงานวันคนพิการสากล การจัดงานวันคนพิการในปีนี้ เป็นครั้งที่ ๔๘ กำหนดขึ้นในวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร ภายในงานจะมีบริการออกบัตรประจำตัวคนพิการและให้ คำปรึกษาแนะนำ ให้บริการจัดหางาน บริการกู้ยืมเงินกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ บริการด้านสวัสดิการสังคมและสังคมสงเคราะห์ และบริการให้คำปรึกษาแนะนำทางสังคม
         สำหรับคนพิการที่ประสงค์จะทำบัตรประจำตัวคนพิการ กรุณานำสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ ใบ และใบประเมินความพิการของแพทย์ สำหรับผู้ดูแลคนพิการ กรุณานำสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้าน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๔ ๓๓๘๘
         นอกจากนี้ ได้จัดทำผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบจาก "ดอกแก้วกัลยา" ดอกไม้สัญลักษณ์ของคนพิการ ซึ่งประดิษฐ์โดยคนพิการ นำมาจำหน่ายในโอกาสงานวันคนพิการ เพื่อนำรายได้ไปดำเนินงานส่งเสริมและพัฒนาคนพิการในด้านต่าง ๆ ทั่วประเทศ
          ขอเชิญชวนสนับสนุนซื้อ "ดอกแก้วกัลยา" และร่วมกันติด "ดอกแก้วกัลยา" ระหว่างเดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๖ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ทรงมีเมตตาต่อพสกนิกรและคนพิการทั่วประเทศ สามารถซื้อดอกแก้วกัลยาได้ที่ สำนักงานส่งเสริมอาชีพและพัฒนาคนพิการ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๑ ๒๘๔๑ และ ๐ ๒๒๔๑ ๒๘๔๑
(ที่มา : สภาสังคมสงเคราะห์ฯ)

กรมสวัสดิการทหารเรือ ขอเชิญร่วมไถ่ชีวิตโค - สุกร ครั้งที่ ๓ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล


กรมสวัสดิการทหารเรือ กำหนดจัด กิจกรรมไถ่ชีวิตโค - สุกร ประจำปี ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๗ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ ศูนย์เกษตรกรรมกองทัพเรือ บางพระ ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จำนวนโค ๑๐ ตัว และสุกร ๑ ตัว เพื่อมอบให้กับหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ และเกษตรกรที่ยากจน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และประกอบอาชีพเกษตรกรรม
        จึงของเชิญผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินร่วมไถ่ชีวิตโค - สุกร ได้ที่ ฝ่ายการเงิน กองอาชีวะสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๙๗ หรือโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารทหารไทย สาขาพรานนก บัญชีออมทรัพย์เลขที่ ๐๑๙ - ๗ - ๗๓๔๐๗ - ๒ ชื่อบัญชี เพื่อการกุศล กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ และส่งเอกสารการโอนเงิน โดยระบุชื่อ - ที่อยู่ เพื่อจัดส่งใบเสร็จรับเงินที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๘๙ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกวิชาการและการฝึก กองอาชีวสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๙๒ สามารถดาวน์โหลดเอกสารทางเว็บไซต์ www.welfare.navy.mi.th, www.navyfarm.navy.mi.th/index4.htm (ที่มา : สก.ทร.)

พิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ณ วัดสังข์กระจาย วรวิหาร

วันนี้ (๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ณ วัดสังข์กระจาย วรวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เพื่อสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์พระอาราม
          กองทัพเรือมีนโยบายที่จะขอรับพระราชทานผ้าพระกฐินกองทัพเรือเพื่อ ไปถวาย ณ พระอารามหลวง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับกองบัญชาการกองทัพเรือเป็นประจำทุกปี นับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๐ เป็นต้นมาโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมจตุปัจจัยโดยเสด็จพระราชกุศล บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามให้มั่นคงถาวร และอนุเคราะห์ภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาถ้วนไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์กฐินตามวินัย พุทธบัญญัติ อีกทั้งเป็นการอนุรักษ์ประเพณีอันดีงามและทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติ
         วัดสังข์กระจาย ฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกของถนนอิสรภาพ ริมคลองบางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ ใกล้สะพานเจริญพาศน์ แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร วัดนี้เดิมมีชื่อเรียกและเขียนกันหลายอย่าง คือ วัดสังกระจาย วัดสิงฆจาย วัดสังฆจายน์ วัดสังข์กัจจายน์
          วัดสังข์กระจายมีประวัติปรากฏอยู่ในหนังสือตำนานพระอารามหลวง ฉบับหอสมุดวชิรญาณว่า "อยู่ในคลองบางกอกใหญ่ฝั่งเหนือ เป็นวัดโบราณ รัชกาลที่ ๑ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงสถาปนาใหม่พระราชทานเจ้าจอมแว่นหรือนัยหนึ่งเรียกว่า คุณเสือ พระสนมเอก ถึงรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงปฏิสังขรณ์" วัดสังข์กระจายมีเกียรติประวัติอันสูงส่งที่ควรนำมากล่าวไว้ด้วยความภาคภูมิใจในที่นี้ คือ เป็นสำนักที่ให้กำเนิดวรรณคดีอันมีค่ายิ่งเรื่องหนึ่งที่มีรสไพเราะจับใจผู้อ่านผู้ฟังทั่วไป วรรณคดีเรื่องนั้นคือ มหาเวสสันดรชาดกกัณฑ์ชูชก
         เกียรติคุณของวัดสังข์กระจาย ที่ขึ้นชื่อกว่าสิ่งอื่นใดจนถึงบัดนี้คือ สำนวนมหาชาติกลอนเทศน์กัณฑ์ชูชกที่กล่าวว่า สำนักวัดสังข์กระจายเป็นผู้แต่ง นายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ได้อธิบายเรื่องมหาชาติกลอนเทศน์ และเรื่องแต่งสำนวนดีไว้ว่า "หนังสือมหาชาติแต่งสำหรับนักเทศน์ ซึ่งเรียกกันว่ามหาชาติกลอนเทศน์นั้น วิธีแต่งก็คือเอาคำบาลีทั้งที่เป็นคาถาและอรรถกถาลงไว้ แล้วแต่งความภาษาไทย ร่ายยาวต่อเข้าเป็นตอนสำหรับเทศน์ ด้วยประสงค์จะให้ฟังทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี มหาชาติกลอนเทศน์นี้เป็นที่นิยมกันแพร่หลายในพื้นเมืองยิ่งกว่าสำนวนเก่าและ มีผู้แต่งกันขึ้นมากมายหลายสำนวน ที่ว่าสำนักวัดสังข์กระจาย ฯ เป็นผู้แต่งกัณฑ์ชูชกนั้น ท่านแต่ก่อนคงจะยังไม่ทราบตัวผู้แต่งแน่ชัด ทราบแต่เพียงเค้าเงื่อนว่าท่านผู้แต่งอยู่ในสำนักวัดนี้ แต่ปัจจุบันลงความเห็นกันว่า พระเทพมุนี (ด้วง) เจ้าอาวาส วัดสังข์กระจาย องค์ที่ ๑ เป็นผู้แต่งในประกาศเรื่องบำเพ็ญพระราชกุศลเทศน์มหาชาติในรัชกาลที่ ๑ พุทธศักราช ๒๓๕๐ ก็มีข้อความตอนหนึ่งว่า "เจ้าจอมฝ่ายใน (คุณเสือ) รับกัณฑ์ชูชก พระเทพมุนี วัดสังขจายสำแดง" (ที่มา : กพ.ทร.)

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"ผู้มีปัญญาและความรู้ดี เพราะมีโอกาสได้ศึกษาเล่าเรียนมามากว่าผู้อื่น ย่อมมีหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นพิเศษ ที่จะต้องทำตัวทำงานให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชน การที่จะกระทำให้ได้ผลประโยชน์ ดังนั้น จำเป็นที่แต่ละคนจะต้องรู้ซึ้งถึงประโยชน์ที่แท้เป็นเบื้องต้นก่อน ประโยชน์ที่แท้นั้น มีอยู่ ๒ อย่าง คือ ประโยชน์ส่วนตัว ที่ทุกคนมีสิทธิ์จะแสวงหาและได้รับ แต่ต้องด้วยวิถีทางที่สุจริตและเป็นธรรมกับประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นประโยชน์ของชาติที่แต่ละคนมีส่วนร่วมอยู่ การทำงานทุกอย่างจะต้องให้ได้ประโยชน์แท้ทั้งส่วนตัวและส่วนรวม ประโยชน์นั้นจึงจะสมบูรณ์และมั่นคงถาวร เป็นผลดีแก่ชาติบ้านเมืองอย่างแท้จริง"
        พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ของมหาวิทยาลัยมหิดล วันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๓๙