วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"การทำงานใหญ่ ๆ ทุกอย่างต้องการเวลามากกว่าจะทำสำเร็จ ผู้ที่เริ่มโครงการอาจไม่ทันทำให้สำเร็จโดยตลอดด้วยตนเองก็ได้ ต้องมีผู้อื่นรับทำต่อไป ดังนั้น ไม่ควรยกเอาเรื่องใครเป็นผู้ริเริ่มงาน ใครเป็นผู้รับช่วงงานขึ้นเป็นข้อสำคัญนัก จะต้องถือผลสำเร็จที่จะเกิดจากงานเป็นใหญ่"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยศิลปากร ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๔

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เปิดให้บริการคลินิกนอกเวลาด้านอายุรเวชกรรม ทุกวันจันทร์ - พฤหัสบดี

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ ทหารเรือ เปิดให้บริการคลินิกนอกเวลาด้านอายุรเวชกรรม โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านอายุรเวชกรรมเพิ่มเติมจากช่วงเวลาปกติ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงการดูแลรักษาให้กับผู้รับบริการของโรงพยาบาล ให้บริการตั้งแต่วันจันทร์- วันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา ๑๗.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์ ณ ห้องตรวจโรคผู้ป่วยนอกอายุรกรรม อาคารตรวจโรคผู้ป่วยนอก..."ทางเลือกที่ช่วยในการบริหารจัดการเวลา" โดยมีค่าบริการทางการแพทย์เฉพาะทางไม่เกินครั้งละ ๓๐๐ บาท สามารถติดต่อนัดหมายได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๐ ๐๐๐๐ ต่อ ๒๕๔๔ (ที่มา : รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร.)

กองทัพเรือ ร่วมฝึกผสม GUARDIAN SEA 2015 บริเวณทะเลอันดามัน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ประสบการณ์ และการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ

กองทัพเรือ โดย กองเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ กองเรือยุทธการ จัดตั้งหมู่เรือฝึกผสม GUARDIAN SEA 2015 (มฝ.ผส.มปท.๑๕) บริเวณทะเลอันดามันพื้นที่ทัพเรือภาคที่ ๓ ระหว่างวันที่ ๙ ถึง ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีกำลังเข้าร่วมฝึกประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง, เรือหลวงสุโขทัย, เรือหลวงทยานชล เป็นกำลังสมทบฝึก และ เฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ มี นาวาเอก สุเทพ ปัจฉาการ เสนาธิการกองเรือบรรทุก เฮลิอปเตอร์ กองเรือยุทธการ เป็นผู้บังคับหมู่เรือฝึกผสมฯ
         การฝึกผสม GUARDIAN SEA 2015 เป็นการฝึกปฏิบัติการทางเรือสาขาการปราบเรือดำน้ำ การแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับเรือดำน้ำของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกา เพื่อเสริมสร้างความรู้สาขาการปราบเรือดำน้ำ รวมถึงทำให้กำลังพลกองทัพเรือมีความรู้ ความเข้าใจในเอกสารสั่งการ บรรณสาร คู่มือต่าง ๆ ตลอดจนขั้นตอนในการปฏิบัติร่วมกันระหว่างเรือ - เรือ และเรือ - อากาศยาน สำหรับการฝึกในปีนี้ ใช้เส้นทางการเดินเรือจาก ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ - ทัพเรือภาคที่ ๓ จังหวัดภูเก็ต - ฐานทัพเรือชางงี ประเทศสิงคโปร์ - ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ
         การที่กองทัพเรือเข้าร่วมการฝึกผสม GUARDIAN SEA 2015 ในครั้งนี้ จะทำให้กำลังพลมีโอกาสได้แลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ และการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ รวมทั้งได้เห็นความก้าวหน้าของเรือและระบบอาวุธสมัยใหม่ ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน (ที่มา : ยก.ทร.)

ขอเชิญร่วมการแข่งขันเดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพ "นาวิกโยธิน มาราธอน" ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ใน ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๘

หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จัดการแข่งขันเดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพ "นาวิกโยธิน มาราธอน" ประจำปี ๒๕๕๘ ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ณ หากเตยงาม หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ค่ายกรมหลวงชุมพร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระยะทาง ๓ กิโลเมตร, ๑๐ กิโลเมตร, ๒๑.๑ กิโลเมตร และ ๔๒.๑๙๕ กิโลเมตร
         การจัดแข่งขันเดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดีและเทิดทูนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมายุ ๕ รอบ ตลอดจนเพื่อเป็นการร่วมกิจกรรมในวันทหารนาวิกโยธินและครบรอบ ๖๐ ปี การสถาปนาหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และเพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและพัฒนานักกีฬา และการท่องเที่ยวในภูมิภาค
          ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมแข่งขันการเดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพ "นาวิกโยธิน มาราธอน" โดยการโอนเงินเข้าบัญชี "ชมรมวิ่งเพื่อสุขภาพนาวิกโยธิน" หมายเลขบัญชี ๓๐๒ - ๒ - ๘๔๔๗๙ - ๓ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ประเภทออมทรัพย์ สาขาสัตหีบ และส่งสำเนาการสมัครและการโอนเงินไปที่ ออนไลน์ / www.marines.navy.mi.th/register_run หรือ ไอดีไลน์ / marines.wra หรือ Facebook/marines.wra2008@gmail.com หมายเลขโทรสาร ๐๓๘ - ๓๓๔๑๑๓ ทั้งนี้ ผู้สมัครจะได้รับเสื้อ ๑ ตัว และรับเหรียญเมื่อเข้าเส้นชัย รับสมัคร ๕,๐๐๐ คน เท่านั้น สอบถามรายละเอียดได้ที่ ชมรมเดิน - วิ่งเพื่อสุขภาพนาวิกโยธิน ในเวลาราชการ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๖ ๑๑๘๐ ต่อ ๖๑๓๐๓ (ที่มา : นย.)

กองทัพเรือสิงคโปร์ติดตั้งเรดาร์ STIR 1.2 EO Mk 2 บนเรือฟริเกต RSS Intrepid

เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ มีรายงานว่า กองทัพเรือสิงคโปร์จะติดตั้งเรดาร์ STIR 1.2 EO Mk 2 ของบริษัท Thales และระบบควบคุมการยิง Electro-optical Fire-control Director System บนเรือฟริเกต RSS Intrepid ซึ่งเป็นเรือชั้น Formidable ทั้งนี้ สิงคโปร์ติดตั้งเรดาร์ STIR 1.2 EO Mk 2 ให้กับเรือฟริเกตชั้นดังกล่าวทั้ง ๖ ลำ มี ขีดความสามารถในการค้นหา-ติดตามและสนับสนุนระบบอาวุธ อาทิ ปืน Oto Melara ขนาด ๗๖/๖๒ มิลลิเมตร (ที่มา : ขว.ทร.)

วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกิดที่เป็นอยู่แก่เราในวันนี้ย่อมมีต้นเรื่องมาก่อน ต้นเรื่องนั้นคือ เหตุ สิ่งที่ได้รับคือ ผล และผลที่ท่านมีความรู้อยู่ขณะนี้จะเป็นเหตุให้เกิดผลอย่างอื่นต่อไปอีก คือ ทำให้สามารถใช้ความรู้ที่มีอยู่ทำงานที่ต้องการได้แล้ว การทำงานของท่านก็จะเป็นเหตุให้เกิดผลอื่น ๆ ต่อเนื่องกันไปอีก ไม่หยุดยั้ง ดังนั้น ที่พูดกันว่าให้พิจารณาเหตุผลให้ดีนั้นกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้พิจารณาการกระทำหรือกรรมของตนให้ดีนั่นเอง คนเราโดยมากมักนึกว่า อนาคตจะ เป็นอย่างไร เราทราบไม่ได้แต่ที่จริงเราย่อมจะทราบได้บ้างเหมือนกัน เพราะอนาคต ก็คือ ผลของการกระทำในปัจจุบัน"
        พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๙

ราชนาวิกสภา กำหนดจัดปาฐกถา หัวข้อ "ศรชล. : ความคาดหวังและบทบาทที่ปรับเปลี่ยน" ใน ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๘

ราชนาวิกสภา กำหนดจัดปาฐกถาประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ในหัวข้อ "ศรชล. : ความคาดหวังและบทบาทที่ปรับเปลี่ยน" ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ในวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๘.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น. โดยผู้ร่วมอภิปรายมี พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ, พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภา ความมั่นคงแห่งชาติ, รองศาสตราจารย์ ดร.ปณิธาน วัฒนากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ นาวาเอก เกียรติยุทธ เทียนสุวรรณ รองผู้อำนวยการกองการต่างประเทศ สำนักนโยบายและแผน กรมข่าวทหารเรือ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของกองทัพเรือและผ่านทางสถานี วิทยุเสียงจากทหารเรือ ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่การปรับบทบาทของศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผล ประโยชน์ของชาติทางทะเล เป็นศูนย์อำนวยการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
        ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมฟังปาฐกถาหัวข้อดังกล่าว ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
(ที่มา : ราชนาวิกสภา)

กองทัพไทย พิจารณาคัดเลือกบุตรของกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กรมกำลังพลทหารเรือ แจ้งว่า กองทัพไทย จะดำเนินการพิจารณาคัดเลือกบุตรของกำลังพลผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบ เรียบร้อยในจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับอันตรายจนเสียชีวิตหรือ ปลดออกจากราชการ เนื่องจากพิการ ทุพพลภาพ และไม่บรรจุกลับเข้ารับราชการใหม่ เพื่อให้ได้รับทุนการศึกษา กำหนดส่งรายชื่อพร้อมเอกสารประกอบการพิจารณาตามหลักเกณฑ์และแบบรายงาน ให้ กรมกำลังพลทหารเรือ ภายในวันที่ ๒๙ พฤษภาคม นี้สามารถดูรายละเอียดหลักเกณฑ์และแบบรายงานได้ที่ http://info.navy.mi.th/person หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์
(ที่มา : กพ.ทร.)

เบาหวานไม่ได้เป็นโรคที่เกิดกับผู้ใหญ่เท่านั้น เด็กและวัยรุ่นก็เป็นเบาหวานได้

โรคเบาหวาน อดีตเป็นโรคที่เรื้อรัง เนื่องจากร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยปกติเวลารับประทานอาหารเข้าไป สารอาหารจะถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลและร่างกายจะนำน้ำตาลไปใช้ให้เกิดพลังงาน โดยการนำเข้าไปในเซลล์หรือหน่วยเล็ก ๆ ของร่างกายเพื่อเอาไปเผาผลาญ สารเคมีหรือฮอร์โมนที่ทำหน้าที่เอาน้ำตาลเข้าเซลล์ คือ ฮอร์โมนอินสูลิน (Insulin) ที่สร้างและหลั่งมาจากตับอ่อน แต่ปัจจุบันเป็นเพียงโรคประจำตัวที่เมื่อผู้เป็นเบาหวานสามารถจัดการตนเอง ให้ควบคุมระดับน้ำตาลที่ใกล้เคียงปกติ สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข
         ในผู้ป่วยเบาหวาน เมื่อรับประทานอาหารเข้าไป ร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้ เนื่องจากร่างกายขาดอินสูลินหรืออินสูลินออกฤทธิ์ได้ไม่ดี จึงเกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูง และผลที่ตามมาคือ "โรคเบาหวาน" กล่าวคือ ผู้ป่วยจะปัสสาวะบ่อย มีน้ำตาลออกมาในปัสสาวะ และหากมีอาการรุนแรง ร่างกายจะสลายไขมันมาใช้เป็นพลังงานแทนน้ำตาล สารที่ได้เรียกว่า "กรดคีโตน" ทำให้มีอาการหายใจหอบลึก และอาจทำให้ระบบการหายใจล้มเหลวได้
         อย่างไรก็ดี ชนิดของ เบาหวานในเด็กและวัยรุ่น มีชนิดย่อยหลายชนิด แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ เบาหวานชนิดที่ ๑ (Type 1 DM) พบได้ประมาณ ร้อยละ ๗๐ - ๘๐ ของเบาหวานในเด็กและวัยรุ่น อายุน้อยกว่า ๑๕ ปี เบาหวานชนิดที่ ๑ ในประเทศไทย จากข้อมูลล่าสุดมี ประมาณร้อยละ ๓ ของผู้ป่วยเบาหวานทั่วประเทศ มีสาเหตุเกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาต่อต้านเซลล์ของตับอ่อนที่ทำ หน้าที่ผลิตอินซูลิน ทำให้ไม่สามารถผลิตอินซูลินได้ (ร่างกายขาดอินซูลิน) เมื่อแรกพบผู้ป่วยมักจะมีอาการน้ำหนักลด ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ บางรายรุนแรงมีกรดคั่งในเลือด
          สาเหตุที่ตับอ่อนถูกทำลาย ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่จากหลักฐานทางการแพทย์คาดว่า เกิดจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ การติดเชื้อบางอย่างเป็นตัวกระตุ้น การรักษาโดยการฉีดฮอร์โมนอินซูลินเข้าผิวหนัง วันละ ๒ - ๔ ครั้ง และจัดการอาหารในแต่ละมื้อให้สมดุลกับยาฉีดอินซูลิน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการรักษาที่ทำให้หายขาดและยังไม่พบวิธีที่จะป้องกัน แพทย์และนักวิจัยต่างพยายามหาวิธีป้องกันในเด็กที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กที่มีพี่น้องป่วยเป็นเบาหวานชนิดที่ ๑ และวิธีการรักษาโดยการปลูกถ่ายเซลล์ตับอ่อน ซึ่งยังต้องติดตามผลการวิจัยต่อไป
          เมื่อใดควรมาพบแพทย์ เป็นคำถามที่ดี ถ้าบุตรหลานของท่านมีอาการผิดปกติที่น่าสงสัยว่าอาจเป็นเบาหวาน เช่น ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำ กินจุ ผอมลง ปัสสาวะมีมดตอม เป็นแผลหายช้า ติดเชื้อที่ผิวหนัง หรือมีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นเบาหวาน หรือมีปื้นดำที่คอ ควรพาเด็กมาพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
        ลองสังเกตดูว่า บุตรหลานของท่านมีปัจจัยเสี่ยง หรืออาการที่เข้าได้กับเบาหวานหรือไม่ ถ้ามีควรมารับการตรวจวินิจฉัยจากกุมารแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางไต ตา และหลอดเลือดในอนาคต (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "คำว่า พอเพียง มีความหมายว่า พอมีกิน เศรษฐกิจแบบพอเพียง หมายความว่า ผลิตอะไรมีพอที่จะใช้ไม่ต้องขอยืมคนอื่น อยู่ได้ด้วยตนเอง แปลจากภาษาฝรั่งได้ว่า ให้ยืนบนขาของตัวเอง หมายความว่า สองขาของเรายืนบนพื้นให้อยู่ได้ไม่หกล้ม ไม่ต้องไปขอยืมของคนอื่นเพื่อที่จะยืนอยู่ คำว่าพอ คนเราถ้าพอในความต้องการ มันก็มีความโลภน้อย เมื่อมีความโลภน้อยก็เบียดเบียนคนอื่นน้อย พอเพียงอาจมีมาก อาจมีของหรูหราก็ได้ แต่ว่าต้องไม่ไปเบียดเบียนคนอื่น"
         พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในโอกาสที่คณะบุคคลเข้าเฝ้าถวายพระพรชัยมงคล เฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑

พิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาถวายสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบวงสรวง พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๘ ณ หน้าอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมาคมภริยาทหารเรือ องค์กรภาครัฐ เอกชน และราชสกุลอาภากร เข้าร่วมพิธี
         จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุประทาน ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือ ผู้แทนราชสกุลอาภากร ผู้แทนสมาคมภริยาทหารเรือ เข้าร่วมพิธี
          วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ผู้ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่องและขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ทั้งนี้ ด้วยทรงวางรากฐานการทหารเรือให้มีความเข้มแข็งมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้
          พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๒๓ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด ภายหลังเหตุการณ์รัตนโกสินทรศก ๑๑๒ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติ วงศ์ เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงศึกษาอยู่นั้น ได้มีพระวิริยะอุตสาหะจนผลการศึกษาปรากฏอยู่ในขั้นดีเยี่ยม หลังจากทรงสำเร็จการศึกษาได้เสด็จกลับเข้ารับราชการในกรมทหารเรือ ด้วยพระปรีชาสามารถในการรับราชการจนปรากฏความชอบ ได้รับพระราชทานยศสูงขึ้นตามลำดับ ในพุทธศักราช ๒๔๔๘ ขณะทรงดำรงตำแหน่ง รองผู้บัญชาการกรมทหารเรือ ผู้บัญชาการกรมเรือกลและป้อม และทำการในหน้าที่เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้ทรงปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาและระบบการปกครองของโรงเรียนนายเรือให้ทหาร เรือมีความรู้ความชำนาญ สามารถเป็นผู้บังคับบัญชาและเป็นครูได้เป็นผลสำเร็จ ไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างประเทศเหมือนที่แล้วมา ในพุทธศักราช ๒๔๖๒ ทรงเป็นผู้มีส่วนสำคัญยิ่งในการจัดหาเรือพระร่วงไว้ใช้ในราชการ และทรงเป็นผู้บังคับการเรือลำดังกล่าวที่มีชาวไทยและชาวต่างประเทศเป็นลูก เรือ นำเรือพระร่วงเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลจากประเทศอังกฤษกลับสู่พระนครด้วย พระองค์เอง นับเป็นนายทหารเรือไทยคนแรกที่ได้นำเรือรบเดินทางไกลมาจากต่างประเทศ
         นอกจากพระปรีชาสามารถด้านการทหารเรือแล้ว ทรงมุ่งมั่นศึกษาเกี่ยวกับวิชาแพทย์แผนโบราณจากตำราไทย ช่วยเหลือผู้เจ็บไข้โดยมิได้ทรงเลือกชั้นวรรณะเป็นจำนวนมาก จนพระเกียรติคุณในนาม "หมอพร" ขจรขจายไปในทุกชนชั้น อีกทั้งยังทรงเป็นจิตรกรเขียนภาพที่งามวิจิตร ดังปรากฏภาพฝีพระหัตถ์ที่ผนังโบสถ์วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งยังคงปรากฏอยู่ตรวจจนทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังทรงมีพระปรีชาสามารถทางดนตรี โดยได้ทรงพระนิพนธ์เพลงทหารเรือ เช่น เพลง "ฮะเบสสมอ" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "ดอกประดู่" เพลง "เกิดมาทั้งที" ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น "เดินหน้า" และเพลง "ดาบของชาติ" ซึ่งเพลงเหล่านี้มีเนื้อหาของบทเพลงปลุกใจให้เข้มแข็งในยามทุกข์ ก่อให้เกิดความรู้สึกรักแผ่นดิน รักหน้าที่ รักเกียรติ และเกิดความมุมานะ ยอมสละได้แม้ชีวิตเพื่อชาติ ถือได้ว่าเป็นมรดกที่ฝังแน่นในใจทหารเรือทุกนายตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน
           กองทัพเรือ ได้กำหนดให้กำลังพลแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ และแถวทหารรับฟังคำประกาศพระเกียรติคุณ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่พระองค์ท่านได้ทรงวางรากฐานการทหารเรือให้มีความเข้มแข็งมั่นคงตราบเท่าทุกวันนี้ (ที่มา : สลก.ทร.)

พิธีเปิดการประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม Blue Strike ระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน

วันนี้ (๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือตรี เบญญา บุญส่ง ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ กรมยุทธการทหารเรือ เป็นประธานฝ่ายไทย ในพิธีเปิดการประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม Blue Strike ร่วมกับ Scapt.YU Zhong Director of Training Department, PLAN HQs ประธานฝ่ายกองทัพเรือสาธารณรัฐประชาชนจีน ณ โรงแรมฮิลตัน สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร
        การประชุมวางแผนขั้นต้น การฝึกผสม ภายใต้ รหัส Blue Strike ในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๑๘ ถึง ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการส่งเสริมมิตรภาพระหว่างกองทัพเรือไทย - กองทัพเรือ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อพัฒนาความร่วมมือและยกระดับขีดความสามารถในการฝึกดังกล่าวให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น (ที่มา : ยก.ทร.)