วันพฤหัสบดีที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ทุกวันนี้ ประเทศไทยยังมีทรัพยากรพร้อมมูล ทั้งทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรบุคคล ซึ่งเราสามารถนำมาใช้เสริมสร้างความอุดมสมบูรณ์ และเสถียรภาพอันถาวรของบ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ข้อสำคัญ เราต้องรู้จักใช้ทรัพยากรนั้นอย่างฉลาด คือไม่นำมาทุ่มเทใช้ให้เปลืองไปโดยไร้ประโยชน์ หรือได้ประโยชน์ไม่คุ้มค่า หากแต่การระมัดระวังใช้ด้วยความประหยัดรอบคอบ ประกอบด้วย ความคิดพิจารณาตามหลักวิชา เหตุผล และความถูกต้องเหมาะสม โดยมุ่งถึงประโยชน์แท้จริงที่จะเกิดแก่ประเทศชาติ ทั้งในปัจจุบันและอนาคตอันยืนยาว"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๙

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ต้อนรับ ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ ๕ กองทัพบกราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์

วันนี้ (๗ มกราคม ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท สมศักดิ์ พยัคคง ที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ วางพวงมาลาในนามของกองทัพเรือถวายราชสักการะพระบวรราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต ประจำปี ๒๕๕๘ ณ พระบวรราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยมีข้าราชการของหน่วยในพื้นที่กรุงเทพ ฯ เข้าร่วมพิธี (ที่มา : พร.)

กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ บริการรถจักรยานแก่กำลังพลเพื่อออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดรถจักรยานไว้สำหรับบริการกำลังพลกองทัพเรือ ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพภายในพื้นที่วังนันทอุทยาน โดยเตรียมรถจักรยาน จำนวน ๑๐ คัน ไว้คอยให้บริการ คิดค่าบริการชั่วโมงแรก ๒๐ บาท ชั่วโมงต่อไป ๑๐ บาท หลักฐานการเช่ารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ ลูกจ้างกองทัพเรือ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
          ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)

บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "ธรรมะในงาน"

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำ บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการ ดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความ ไม่ประมาท สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ธรรมะในงาน"
        คำว่า งาน ในความหมายที่เข้าใจง่ายที่สุดคือ "การทำหน้าที่ของชีวิต" ดังจะเห็นได้จากในแต่ละวัน ชีวิตคนเราจะเกี่ยวข้องกับการทำงาน หรืออยู่ในโลกของการทำงานเกือบ ๒๔ ชั่วโมง คนที่ประสบความสำเร็จในการทำงาน มีทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียงเกียรติยศ ได้รับการยกย่องจากผู้คนทั้งในระดับสังคม ประเทศ หรือระดับโลก ก็ล้วนแต่เกิดจากการทำงานทั้งสิ้น ซึ่งสอดรับกับคำกล่าวที่ว่า "คุณค่าของคนอยู่ที่ผลของงาน" ส่วนคำว่า ธรรมะ ในความหมายที่ใกล้ตัว และเกี่ยวเนื่องกับงาน ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า ธรรมะคือหน้าที่ หน้าที่คือธรรมะ ที่ทุกคนต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง ตามกฎธรรมชาติ ทุกขั้นตอนแห่งวิวัฒนาการของเขา เพื่อความมีชีวิตอยู่อย่างผาสุก ทั้งโดยส่วนตัวและส่วนรวมหรือทั้งโลก
         ความหมายโดยรวม งานกับธรรมะ ทำหน้าที่คาบเกี่ยวกัน งานก็คือธรรมะ ธรรมะก็คืองาน แต่ถ้าแยกพิจารณา งาน คือ การทำหน้าที่ของชีวิต ซึ่งดำเนินไปตามกลไกหรือกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติ ในขณะที่ธรรมะ เป็นตัวกำกับควบคุมงาน คือ การทำหน้าที่ของชีวิต ให้เป็นไปโดยถูกต้อง สมบูรณ์เรียบร้อยอีกชั้นหนึ่ง ทั้งยังช่วยส่งเสริมให้การทำงานสัมฤทธิ์ผล เกิดประโยชน์และความสุขมากที่สุด โดยสรุปธรรมะในงาน ก็คือ การทำหน้าที่ของชีวิตให้ถูกต้อง สมบูรณ์ และเกิดสัมฤทธิผลมากที่สุด นั่นเอง
         การทำงานของคนทุกเพศทุกวัยในทุกระดับจะสำคัญหรือไม่ก็ตาม ล้วนนับเนื่องในการทำหน้าที่ของชีวิตทั้งสิ้น เปรียบเสมือนเป็นชิ้นส่วนฟันเฟืองที่จะช่วยกันขับเคลื่อนโลกให้หมุนไปตาม กลไกธรรมชาติ แต่จะสำเร็จหรือล้มเหลว มีผลดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับว่า ใส่ธรรมะลงไปในงานหรือไม่ ถ้าใส่ธรรมะในงาน ใช้ธรรมะเป็นเครื่องมือยกระดับการทำงานให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน นอกจากธรรมะจะช่วยกำกับควบคุมให้การทำงานถูกต้อง สำเร็จ สมบูรณ์แล้ว ยังช่วยคุ้มครองรักษาไม่ให้ผู้ทำงานเกิดทุกข์ โทษ ภัย ไปพร้อมกันอีกด้วย
         เกี่ยวกับเรื่องนี้มีพุทธภาษิตรองรับสนับสนุนว่า "อะธัมโม จะ วินาโส ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง แปลความว่า การทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้องนับเป็นความพินาศเอง การทำหน้าที่โดยถูกต้องนั่นแหละย่อมรักษาผู้ทำหน้าที่โดยอัตโนมัติ" และสอดรับกับที่รัชกาลที่ ๕ ทรงพระราชนิพนธ์เป็นบทโคลงไว้ว่า "สุจริตคือ เกราะบัง ศาสตรพ้อง" นั่นเอง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)

กรมการขนส่งทางบก ขยายอายุใบอนุญาตขับรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ชนิดชั่วคราว จาก ๑ ปี เป็น ๒ ปี อัตราค่าธรรมเนียมเท่าเดิม

กรมการขนส่งทางบก ปรับปรุงขยายอายุใบอนุญาตชนิดชั่วคราว จากเดิมมีอายุเพียง ๑ ปี ปรับเพิ่มให้มีอายุ ๒ ปี มีผลบังคับใช้กับใบอนุญาตขับรถที่ขอรับตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
        ปัจจุบันใบอนุญาตขับรถตามพระราชบัญญัติรถยนต์ชนิดชั่วคราวมีอายุ เพียง ๑ ปี และเมื่อครบกำหนดผู้ได้รับใบอนุญาตจะต้องดำเนินการขอเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตขับ รถส่วนบุคคลซึ่งมีอายุ ๕ ปี ทันทีแม้จะกำหนดให้สามารถขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตได้ก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ๖๐ วัน แต่ยังคงพบปัญหาผู้ได้รับใบอนุญาตบางรายไม่สามารถมาดำเนินการเปลี่ยนได้ทัน ภายในเวลาที่กำหนด ทำให้ไม่สามารถขับรถได้ตามกฎหมาย ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้น กรมการขนส่งทางบกจึงได้ปรับปรุงขยายอายุใบอนุญาตชนิดชั่วคราว ประกอบด้วย ใบอนุญาตรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว รถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว และรถจักรยานยนต์ชั่วคราว จากเดิมซึ่งมีอายุเพียง ๑ ปี ปรับเพิ่มให้มีอายุ ๒ ปี ซึ่งจะมีผลบังคับใช้กับใบอนุญาตขับรถที่ขอรับตั้งแต่วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป โดยมีอัตราค่าธรรมเนียมฉบับละ ๑๐๐ บาท ค่าคำขอ ๕ บาท เท่ากับอัตราเดิม ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวที่มีอายุ ๒ ปี สามารถดำเนินการขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตเป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคลที่มีอายุ ๕ ปี ได้ นับตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตขับรถชั่วคราวครบ ๑ ปี
         สำหรับผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราวก่อนวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ซึ่งมีอายุใบอนุญาต ๑ ปี ยังคงต้องติดต่อขอเปลี่ยนเป็นอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (อายุ ๕ ปี) ภายในกำหนดเดิม คือ เมื่อครบ ๑ ปี หรือก่อนใบอนุญาตสิ้นอายุ ๖๐ วัน
          การปรับเพิ่มอายุใบอนุญาตขับรถชนิดชั่วคราว จะเป็นการเพิ่มประโยชน์และขยายโอกาสให้ผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีเวลาในการดำเนินการขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตมากขึ้น และมีระยะเวลาในการดำเนินการขอเปลี่ยนชนิดใบอนุญาตนานถึง ๑ ปี โดยจัดเก็บอัตราค่าธรรมเนียมเท่าอัตราเดิม ๑๐๕ บาท หากประสงค์ขอรับเป็นบัตรพลาสติก (สมาร์ทการ์ด) จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม ๑๐๐ บาท ซึ่งจะสามารถนำไปใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิกอาเซียน ๑๐ ประเทศ รวมถึงเกณฑ์การทดสอบต่าง ๆ ยังคงเป็นไปตามมาตรฐานเดิมของกรมการขนส่งทางบก (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)

กองทัพเรือ ขอเชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล "Giving Love Giving Life 2"

กองทัพเรือ ขอเชิญชมการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล "Giving Love Giving Life 2" รายได้นำเข้าสมทบทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบ กองทัพเรือ ในวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. ณ หอประชุมกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร คอนเสิร์ตในครั้งนี้มีศิลปินมากมาย เช่น พลเรือโท สรวงสรร พินทุสมิต, เรือตรีสันติ ลุนเผ่, คุณทิพวรรณ ปิ่นภิบาล, คุณจิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว, คุณหรั่ง ร็อคเคสตร้า, คุณเต๋า สมชาย เข็มกลัด, พลพล พลกองเส็ง, คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, คุณป๊อปปี้ K-Otic, คุณหลง ลงลาย และนักร้องจากกองดุริยางค์ทหารเรือ รวมทั้งน้อง ๆ เยาวชนจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมขับร้องในเพลงที่คัดมาพิเศษ
         ผู้ที่มีความประสงค์ในการรับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต จำนวน ๒ ใบ ในกรณีบริจาคตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ขึ้นไป, บัตรชมคอนเสิร์ต จำนวน ๒ ใบ พร้อมเหรียญที่ระลึก กรณีบริจาคตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป และ บัตรชมคอนเสิร์ต จำนวน ๔ ใบ พร้อมของที่ระลึก กรณีบริจาคตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป สามารถติดต่อ ฝ่ายหารายได้ ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๘๑, ๐๒ ๔๗๕ ๔๔๔๕ และ ๐ ๒๘๙๑ ๑๘๒๖ หรือ ร่วมบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ กรมการเงินทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขต บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗ หรือโอนเงินเข้าธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี "Giving Love Giving Life 2" หมายเลขบัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๙๙๙ - ๖ และขอความกรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน พร้อมหนังสือแสดงความจำนงบริจาคไปยังหมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗ เขียนชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ (ที่มา : กพร.ทร.)

วันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วคนสมัยใหม่ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าก็มีสิทธิ์ แต่ถ้าพูดตามความจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าไม่ควรจะมี ด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๑

เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดการแสดงคอนเสิร์ต "Giving Love Giving Life 2"

วันนี้ (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือเอก ธนะรัตน์ อุบล เสนาธิการทหารเรือ ประธานกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ รับผิดชอบกองทัพเรือ และเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในงานแถลงข่าวการแสดงคอนเสิร์ต "Giving Love Giving Life 2" ณ สำนักงานสโมสรราชนาวิกสภา อาคารราชนาวิกสภา กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ท่าช้าง วังหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือโท ประพฤติพร อักษรมัติ ประธานกรรมการอำนวยการจัดงาน และรองเสนาธิการทหารเรือ และผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ร่วมแถลงข่าว ฯ
         กองทัพเรือได้ให้การสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาภาคใต้อย่างเต็ม ที่ โดยยึดแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" โดยกองทัพเรือมีพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดนราธิวาส จำนวน ๔ อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอตากใบ ข้าราชการที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันประเทศ ป้องกันปราบปรามจลาจล หรือการบ่อนทำลายความมั่นคงของชาติ จะได้รับเงินช่วยเหลือตามสิทธิกำลังพลอยู่แล้ว แต่ทหารที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพดังกล่าว ยังไม่ได้มีการดูแลครอบครัวในระยะยาว จากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ที่มีเหตุรุนแรงอย่างต่อเนื่องมา ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๗ ทำให้กองทัพเรือต้องสูญเสียกำลังพลจากการเสียชีวิตและทุพพลภาพ เกิดผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัว ประกอบกับกองทัพเรือมีความเป็นห่วงผู้ใต้บังคับบัญชา และมีนโยบายให้กำหนดแนวทางการช่วยเหลือกำลังพลกองทัพเรือและครอบครัวซึ่งได้ รับบาดเจ็บ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้สามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเกียรติในสังคมได้ ต่อไป กองทัพเรือ จึงได้จัดตั้ง "กองทุน น้ำใจไทยผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ" ขึ้น
         การที่กองทัพเรือจัดกิจกรรมหารายได้เข้ากองทุนน้ำใจไทยฯ ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมหารายได้เข้ากองทุน ๒ กิจกรรม คือ การจัดคอนเสิร์ต "Giving Love Giving Life" ครั้งที่ ๑ และการจัดงานประกวดพระเครื่อง ซึ่งทำให้กองทุนมีรายได้ในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนกำลังพลได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ในปีนี้ จึงได้จัดคอนเสิร์ตการกุศล "Giving Love Giving Life 2" ครั้งที่ ๒ ขึ้น ในวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๑๗.๐๐ น. - ๒๒.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีศิลปินมากมาย เช่น พลเรือโท สรวงสรร พินทุสมิต, เรือตรีสันติ ลุนเผ่, คุณทิพวรรณ ปิ่นภิบาล, คุณจิ๊บ วสุ แสงสิงแก้ว, คุณหรั่ง ร็อคเคสตร้า, คุณเต๋า สมชาย เข็มกลัด, พลพล พลกองเส็ง, คุณบุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, คุณป๊อปปี้ K-Otic, คุณหลง ลงลาย และนักร้องจากกองดุริยางค์ทหารเรือ รวมทั้งน้อง ๆ เยาวชนจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมขับร้องในเพลงที่คัดมาพิเศษ
         ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าชมการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล "Giving Love Giving Life2" บัตรราคาใบละ ๒,๐๐๐ บาท, ๑,๕๐๐ บาท, ๑,๐๐๐ บาท ติดต่อได้ที่ กองกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๔๔๕ และ ๕๓๐๘๑ หรือร่วมบริจาคเงินสมทบทุนช่วยเหลือได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี "Giving Love Giving Life 2" เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๙๙๙ - ๖ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๔๔๘๘๒ หมายเลขโทรสาร ๕๕๕๕๗ (ที่มา : กพร.ทร.)

นายกสมาคมภริยาทหารเรือเป็นประธานเปิดโครงการ "เสริมสร้างความรู้และทักษะการดูแลเด็กพิเศษ" และโครงการฝึกอบรมอาชีพอิสระให้แก่คณะแม่บ้านข้าราชการทหารเรือ

วันนี้ (๑๗ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. คุณณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ "เสริมสร้างความรู้และทักษะการดูแลเด็กพิเศษ" ณ กองพันลาดตระเวน กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘
        โครงการอาชาบำบัดและออกซิเจนบำบัดสำหรับเด็กออทิสติก เป็นกิจกรรมในโครงการเสริมสร้างความรู้และทักษะการดูแลเด็กพิเศษ ที่กองทัพเรือ สมาคมภริยาทหารเรือ และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อให้เด็กออทิสติกทุกช่วงอายุที่พำนักในกรุงเทพมหานครและอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี หรือสามารถเดินทางไปรับการรักษา ได้รับการบำบัดรักษา โดยมีการเพิ่มการรักษาด้วยการใช้ม้ามาช่วยบำบัดอีกทางหนึ่ง ซึ่งผลการดำเนินโครงการประสบความสำเร็จอย่างดียิ่ง และในวันเดียวกัน เวลา ๐๙.๐๐ น. นายกสมาคมภริยาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมอาชีพอิสระให้แก่คณะแม่บ้านข้าราชการ ทหารเรือ ณ อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมกับจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแก่ผู้เข้าร่วมงาน และเวลา ๑๕.๐๐ น. นายกสมาคมภริยาทหารเรือ มอบวุฒิบัตรและปิดโครงการ ฯ
         สมาคมภริยาทหารเรือ จัดโครงการฝึกอบรมอาชีพอิสระในครั้งนี้ เพื่อฝึกอบรมอาชีพให้แก่คณะแม่บ้านข้าราชการทหารเรือที่ได้รับผลกระทบจากการ ปฏิบัติงานภาคใต้และคณะแม่บ้านข้าราชการทหารเรือหน่วยต่าง ๆ ในพื้นที่สัตหีบ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งการฝึกอบรมอาชีพในครั้งนี้มีอาชีพต่าง ๆ ได้แก่ การทำเทียนหอม, การทำดอกไม้ไทยดินปั้น, การจัดช่อดอกไม้ประดิษฐ์, การทำรองเท้าแตะแฟนซี, การทำน้ำนมข้าวโพดบรรจุขวด, การทำถุงผ้าพ่วงกุญแจ, การเพ้นท์เสื้อด้วยสีชอล์ค, การทำกล้วยฉาบ มันฉาบ เผือกฉาบ, การใช้จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ EM และน้ำยาอเนกประสงค์ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)

กองทัพเรือสิงคโปร์เปิดศูนย์ฝึกเรือดำน้ำ RSS Challenger

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พลเรือตรี ไหล ชุงฮาน ผู้บัญชาการทหารเรือสิงคโปร์ เป็นประธานในพิธีเปิดศูนย์ฝึกเรือดำน้ำ RSS Challenger ที่ฐานทัพเรือชางงี ซึ่งเป็นศูนย์ฝึกแบบเบ็ดเสร็จ มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีขีดความสามารถ ในการฝึกเสมือนจริงสำหรับการฝึกเฉพาะบุคคลและฝึกเป็นกลุ่มได้อย่างมี ประสิทธิภาพ อนึ่ง กองทัพเรือสิงคโปร์ปลดประจำการเรือดำน้ำ RSS Challenger และ RSS Centurion ในวันเดียวกัน และตั้งชื่อศูนย์ฝึกแห่งนี้ว่า RSS Challenger เพื่อระลึกถึงเรือดำน้ำลำแรกและเรือฝึกของกองทัพเรือสิงคโปร์ (ที่มา : ขว.ทร.)

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ความสามัคคีปรองดองเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน กับความรักใคร่เผื่อแผ่ช่วยเหลือกันฉันญาติพี่น้อง สองประการนี้ คือคุณลักษณะสำคัญของไทย ที่ช่วยให้ชาติบ้านเมืองอยู่รอดเป็นอิสระ และเจริญมั่นคง มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๒๕๓๒

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ เดินทางไปร่วมงานนิทรรศการกำลังทางเรือและการบินนานาชาติ (LIMA 2015) ณ ประเทศมาเลเซีย

วันนี้ (๑๖ มีนาคม ๒๕๕๘) พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ เดินทางไปร่วมพิธีเปิดและเยี่ยมชมงานนิทรรศการกำลังทางเรือและการบินนานาชาติ LIMA 2015 (Langkawi International Maritime and Aerospace Exhibition 2015) ณ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘
         กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ ได้จัดหน่วยเรือเดินทางไปร่วมงานแสดงนิทรรศการกำลังทางเรือและการบินนานา ชาติ LIMA 2015 ในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘ เป็นไปตามคำเชิญของกองทัพเรือมาเลเซีย ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่กองทัพเรือในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมืออัน ดีระหว่างกองทัพเรือกับกองทัพเรือมาเลเซียและกองทัพเรือชาติอื่น ๆ ที่ส่งกำลังเข้าร่วมงานแสดงนิทรรศการดังกล่าว รวมทั้งจะทำให้กำลังพลของกองทัพเรือได้รับความรู้และประสบการณ์ในการเดินทาง ในน่านน้ำต่างประเทศ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต (ที่มา : ยก.ทร.)