วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“บ้านเมืองจะมีความมั่นคงเป็นปรกติสุขอยู่ได้ ก็ด้วยนานาสถาบันอันเป็นหลักของประเทศ และคนไทยทุกหมู่เหล่า มีความสมัครสมานสามัคคีกันดี และรู้จักปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ประสานส่งเสริมกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาทหารนั้นได้ปฏิบัติหน้าที่มีผลดีเป็นที่ประจักษ์ ทั้งในด้านการต่อสู้ป้องกัน เพื่อปกป้องเอกราชอธิปไตยของชาติ ทั้งในด้านการให้ความช่วยเหลือ และร่วมมือสนับสนุนกับผู้อื่น ฝ่ายอื่นเพื่อบำบัดบรรเทาความทุกข์ยาก และพัฒนาสร้างสรรค์ให้เกิดความเจริญผาสุกแก่ประชาชน ในปัจจุบันความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทั้งภายในและภายนอกประเทศ นับวันจะสลับซับซ้อนยากจะเข้าใจยิ่งขึ้น อาจกล่าวได้ว่าในภาวการณ์เช่นนี้ หากคนไทยเราประพฤติตนปฏิบัติงานโดยขาดจิตสำนึกในประโยชน์ร่วมกันของชาติแล้ว ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งแก่ความมั่นคงเป็นปึกแผ่นของชาติ ทหารในฐานะที่เป็นสถาบันหนึ่งซึ่งมีความเข้มแข็ง แข็งแกร่ง จะต้องตั้งสติให้มั่น ทำความเห็นความเข้าใจในหน้าที่ของตนให้กระจ่าง แล้วร่วมกันใช้ความรู้ความคิดปฏิบัติภารกิจทั้งปวงด้วยวิจารณญาณที่สุขุมรอบคอบด้วยความเป็นไทย ทั้งในความคิด จิตใจและการกระทำ โดยยึดถือความมั่นคงของชาติ ความเจริญก้าวหน้าของบ้านเมืองเป็นเป้าหมาย จักได้เป็นตัวอย่างชักนำคนไทยทุกคนทุกฝ่าย ให้มีจิตสำนึกในชาติ พร้อมใจกันที่จะร่วมมือร่วมงานกัน เพื่อประโยชน์อันยั่งยืนของประเทศชาติสืบไป”พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่ทหารรักษาพระองค์ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ วันพุธที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๐
เรือฟริเกต HMAS Stuart ของออสเตรเลียเยือนมาเลเซีย
สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด ประกาศรายชื่อผู้ได้รับทุนการศึกษา ๕๓๓ ทุน และกำหนดพิธีมอบทุน ใน ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ที่ นันทอุทยานสโมสร
สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด ประกาศผลการตัดสินการให้ทุนการศึกษาแก่บุตรสมาชิก ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ มีผู้ได้รับทุนทั้งสิ้น ๕๓๓ ทุน ประเภททุนเรียนดีและประเภททุนส่งเสริมการศึกษา และกำหนดพิธีมอบทุนการศึกษาของบุตรสมาชิก ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ณ นันทอุทยานสโมสร ชั้น ๒ ห้องพิไชยญาติ โดยสมาชิกที่ได้รับทุนการศึกษาของบุตรให้นำบุตรไปรับทุนการศึกษา พร้อมกับตนเองเพื่อรายงานตัวลงทะเบียน หากสมาชิกท่านใดไม่นำบุตรไปรับทุนการศึกษาในวันดังกล่าว จะต้องแจ้งเป็นหนังสือตามแบบฟอร์ม ถึง สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด พร้อมแนบสำเนาเลขที่บัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขาใดก็ได้ ภายในวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ หรือทางโทรสารหมายเลข ๕๕๐๘๘ โดยสหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด จะโอนเงินให้แก่สมาชิกนับแต่วันที่ทำพิธีมอบทุนแล้ว ๓๐ วัน (ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นไป) (ที่มา : สอ.วด.)
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ ๒ อัตรา
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ
เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กลุ่มงานบริการ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ จำนวน ๒ อัตรา ตำแหน่งพนักงานบริการ ๑ อัตรา
และตำแหน่งพนักงานตัดผม ๑ อัตรา รับสมัครทั้งเพศชายและหญิง
สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า
มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีหลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย
สำเนาประกาศนียบัตร หรือสำเนาใบสุทธิ หรือสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน
พร้อมฉบับจริง, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร
บิดา และมารดา, รูปถ่ายขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, สำเนาใบกองหนุน หรือใบแทน
หรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐสนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานราชการใน
ตำแหน่งดังกล่าว ได้ตั้งแต่วันที่ ๒ ถึง ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ในวันราชการ
ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. – ๑๕.๓๐ น. ที่ แผนกบัญชีพล กองกลาง
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ พระราชวังเดิม ถนนอรุณอมรินทร์
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร กำหนดสอบคัดเลือกในวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๕๘
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกบัญชีพล กองกลาง
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๗๖๑๖
(ที่มา : สสท.ทร.)
วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“การสร้างความสำเร็จในกิจการงานทุกอย่าง ทุกระดับ รวมทั้งความสำเร็จในชีวิตของแต่ละคนด้วยนั้น ต้องอาศัยปัจจัยสำคัญประกอบกันถึงสามส่วน ส่วนที่หนึ่งคือ ความรู้และความชำนาญทางวิชาการ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน หรือเป็นเครื่องมือปฏิบัติงานแท้ ๆ ส่วนที่สองคือ ความละเอียดถี่ถ้วน ความตั้งใจ และความอุตสาหะพยายาม ซึ่งเป็นเครื่องช่วยให้ทำการได้ไม่ผิดพลาดบกพร่องและสำเร็จลุล่วงได้ตลอด ไม่ทิ้งขว้างละวางเสียกลางคัน ส่วนที่สามนั้น ได้แก่ สติ ระลึกรู้ตัว และปัญญาความรู้ชัด หรือความเฉลียวฉลาดที่จะหยุดคิด พิจารณากิจที่จะทำ คำที่จะพูดทุกอย่าง ให้เป็นไปโดยถูกต้องเที่ยงตรงตามกระบวนการของเหตุผล ซึ่งจะช่วยให้ดำเนินชีวิตและการงานไปในทางเจริญ” พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยรามคำแหง วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๒๐
รับสมัครข้าราชการเข้าศึกษาหลักสูตรศิษย์การบิน
กรมกำลังพลทหารเรือ จะดำเนินการคัดเลือกนายทหารสัญญาบัตรชั้นยศเรือตรี ซึ่งสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรือ เมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘ เพื่อเข้าศึกษาหลักสูตรศิษย์การบิน (เฮลิคอปเตอร์) สถาบันการบินพลเรือน จำนวน ๒ นาย และหลักสูตรศิษย์การบิน (เครื่องบินปีกนิ่ง) กองทัพอากาศ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๙ - กรกฎาคม ๒๕๖๐ จำนวน ๔ นาย ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรดังกล่าว กรุณาแจ้งรายชื่อพร้อมใบสมัครเข้าศึกษาหลักสูตรศิษย์การบินและหนังสือให้ความยินยอมของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ทางเว็บไซต์ กรมกำลังพลทหารเรือ http://www.navy.mi.th/person หัวข้อประชาสัมพันธ์ ให้กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบภายในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ เพื่อจัดทำแผนงานสนับสนุนการตรวจร่างกายในการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาหลักสูตรศิษย์การบินต่อไป (ที่มา : กพ.ทร.)
ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลหน่วยเฉพาะกิจภาคใต้
วันนี้ (๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๑๐ น. พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยเฉพาะกิจภาคใต้ เพื่อรับทราบปัญหาข้อขัดข้องในการปฏิบัติงาน และเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพล ณ กองบังคับการ กรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จังหวัดนราธิวาส โดยมี พลเรือโท ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ พลเรือตรี กล้าหาญ เพ็ชรมีศรี ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้การต้อนรับ
กองทัพเรือ จัดแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้ (๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๔.๓๐ น. พลเรือเอก พงษ์เทพ หนูเทพ ประธานกรรมการสวัสดิการกีฬากองทัพเรือ และที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นประธานในงานแถลงข่าวการจัดงานสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี ๒๕๕๘ ณ ห้องชมชลธี หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานครโดยมี พลเรือโท ไชยณรงค์ ขาววิเศษ ที่ปรึกษากองทัพเรือ และหัวหน้าสำนักงานบริหารสวัสดิการกีฬา, พลเรือโท ธานี ผุดผาด รองผู้บัญชาการกองเรือยุทธการและประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานสัปดาห์กีฬานาวี ประจำปี ๒๕๕๘ ร่วมแถลงข่าว ทั้งนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าชมการแข่งขันกีฬาในสัปดาห์กีฬานาวี พร้อมกับนำกีฬาทหารเรือมาสาธิตให้ชมในโอกาสนี้ด้วย การจัดงานแข่งขันสัปดาห์กีฬานาวีเป็นกิจกรรมที่กองทัพเรือจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๕๘ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “ถ้วยทองของหลวง” เป็นถ้วยพระราชทานการกีฬาใบแรกของประเทศไทย ในการแข่งขันฟุตบอล ณ สนามเสือป่า สวนดุสิต โดยทีมโรงเรียนนายเรือได้ครอบครองถ้วยพระราชทาน นับเป็นเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงต่อกองทัพเรือ จากความสำเร็จในครั้งนั้น กองทัพเรือได้จัดให้มีการแข่งขันสัปดาห์กีฬาขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๔๘๖ เล็งเห็นคุณค่าและความสำคัญของกีฬา เพื่อให้กำลังพลของกองทัพเรือเห็นความสำคัญและคุณค่าของการออกกำลังกายให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ พัฒนาขีดความสามารถด้านการกีฬา ตลอดจนมุ่งส่งเสริมให้กำลังพลมีน้ำใจนักกีฬา รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย อันจะนำไปสู่การเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี ตลอดจนมุ่งหวังให้ประชาชนได้เห็นการแข่งขันที่เต็มไปด้วยความมีน้ำใจนักกีฬา แสดงออกถึงความเป็นสุภาพบุรุษทหารเรือ และยังสามารถเข้าชมการแข่งขันได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งการแข่งขันกีฬาสัปดาห์กีฬานาวีได้มีการพัฒนาในด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากชนิดกีฬาสากลทั่วไป รวมทั้งกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทหารเรือบรรจุในการแข่งขันเป็นประจำทุกปี โดยหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับในปี ๒๕๕๘ สัปดาห์กีฬานาวีจัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๑ - ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ ณ สนามกีฬาราชนาวีสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และสนามกีฬาตามประเภทการแข่งขัน มีกองเรือยุทธการ เป็นเจ้าภาพในการจัดงานต่อจาก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (ที่มา : สลก.ทร.)
อินเดียสนับสนุนการแก้ไขปัญหาขัดแย้งในทะเลจีนใต้ด้วยสันติวิธี
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา นายมโนหาร ปาริการ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอินเดีย แถลงระหว่างเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ASEAN และประเทศคู่เจรจา ที่ประเทศมาเลเซีย ว่า ประเทศที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ควรแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยแนวทางสันติวิธีตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และยึดปฏิญญาว่าด้วยแนวปฏิบัติของภาคีในทะเลจีนใต้ (DoC) โดยอินเดียให้ความสนใจและห่วงกังวลสถานการณ์ในทะเลจีนใต้ อนึ่ง อินเดียส่งเรือฟริเกต INS Sahyadri เยือนฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการลาดตระเวนบริเวณทะเลจีนใต้ตามนโยบายเชิงรุกสู่ตะวันออกของอินเดียเมื่อไม่นานมานี้ (ที่มา : ขว.ทร.)
วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
“ให้ทุกคนเข้าใจให้ชัดว่าการทำหน้าที่ของทหารให้บรรลุประสิทธิผลทั้งด้านยุทธการ ทั้งด้านการปฏิบัติพัฒนาให้เกิดความเจริญมั่นคงในชาตินั้น ข้อแรกจะต้องมีความจงรักและยึดมั่นในชาติบ้านเมือง ต้องมุ่งมั่นที่จะปกป้องรักษาและธำรงอิสรภาพอธิปไตยไว้ทุกเมื่อ ด้วยสติปัญญา ความสามารถและชีวิต ความยึดมั่นดังนี้จะเป็นเครื่องป้องกันตน ให้พ้นอันตรายจากความชั่ว ความทุจริตทั้งหมด และจะเป็นพลังแรงส่งเสริมให้ก้าวหน้าไปในหน้าที่ราชการ ข้อสอง เมื่อจะทำการใด ต้องตั้งใจทำให้จริง ด้วยความรับผิดชอบและความบริสุทธิ์ใจ มุ่งถึงผลอันเป็นประโยชน์พึงประสงค์ของการนั้นเป็นสำคัญ ข้อสาม ต้องใช้หลักวิชา ใช้เหตุผล ความถูกต้องและความคิดไตร่ตรองที่บริบูรณ์ด้วยสติและปัญญา เป็นเครื่องวินิจฉัยตัดสินปัญหาและชี้นำแนวทางปฏิบัติอยู่เสมอ ข้อสี่ ต้องถือว่างานทุกด้าน ทุกสิ่ง สัมพันธ์พึ่งพิงกันและกันอยู่ จึงจำเป็นต้องร่วมมือประสานประโยชน์กับทุกฝ่ายทุกคน ด้วยความเฉลียวฉลาดและเมตตาปรองดองกัน ทั้งนี้ข้อนี้เป็นสิ่งที่จะขอให้นำไปพิจารณาให้ประจักษ์แก่ใจ แล้วถือเป็นวินัยประจำตัว ควบคู่กับวินัยทหาร เชื่อว่าจะคุ้มครองทุกคนให้สวัสดีและบันดาลให้ประสบความสำเร็จ ความเจริญ พร้อมด้วยเกียรติ ด้วยศักดิ์ศรี และอำนาจบารมีทุก ๆ ประการ”พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานกระบี่และปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนนายเรืออากาศ และวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๓๓
พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ณ วัดอรุณราชวราราม
วันนี้ (๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๖.๐๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวราราม ราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในการนี้ พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะนายทหาร ชั้นผู้ใหญ่ เฝ้า ฯ รับ – ส่งเสด็จทั้งนี้ ในการถวายผ้าพระกฐินของพระมหากษัตริย์ จัดเป็นพระราชพิธีที่สำคัญประจำปี เรียกว่า “พระกฐินหลวง” ประกอบด้วย พระกฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธี, พระกฐินต้น และพระกฐินพระราชทาน โดย “พระกฐินที่กำหนดเป็นพระราชพิธี” พระมหากษัตริย์จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายด้วยพระองค์เอง หรือทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์ หรือผู้ที่ทรงเห็นสมควรเป็นผู้แทนพระองค์ไปทอดถวาย ณ พระอารามหลวงสำคัญ ปัจจุบันมีจำนวน ๑๖ พระอาราม คือ ในกรุงเทพมหานคร ๑๒ พระอาราม อาทิ วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม, วัดอรุณราชวราราม และวัดราชโอรสาราม ส่วนในต่างจังหวัด ๔ พระอาราม เช่น วัดนิเวศธรรมประวัติ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ “พระกฐินพระราชทาน” เป็นพระกฐินที่พระมหากษัตริย์พระราชทานผ้าพระกฐินและเครื่องกฐินแก่ผู้กราบบังคมทูลขอพระราชทาน เพื่อเชิญไปถวายยังพระอารามหลวง นอกเหนือจากพระอารามหลวง ๑๖ พระอารามดังกล่าว (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)







