วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"สามัคคี คือการเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างตรงไปตรงมา นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ-เจ้าอยู่หัว ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙

ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ ๑๒๘ ปี

วันนี้ (๘ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๗.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือ ร่วมเป็นเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ ๑๒๘ ปี ร่วมกับผู้บัญชาการทหารเรือสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ณ ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
        กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
        การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงครามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ (ที่มา : กพ.ทร.)

กรมการขนส่งทหารเรือ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดทำโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๗ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ บริเวณลานจอดรถ นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ ทั้งนี้ เพื่อบริการให้แก่กำลังพลในกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป ตรวจสภาพรถ จำนวน ๒๔ รายการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลวัน สงกรานต์
         ขอเชิญข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ และรับบริการตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ประจำปี ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด

กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและ ตราด ได้จัดรถยนต์บรรทุกน้ำและรถยนต์ดัดแปลงบรรทุกน้ำ รวมจำนวน ๔๒ คัน เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและ จังหวัดตราด ตามที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นที่จากจังหวัด โดยประชาชนสามารถติดต่อประสานขอรับการสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคได้ที่หน่วย ต่าง ๆ ดังนี้
         ๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
         ๒. หน่วยบรรเทาสาธารณกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
         ๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
         ๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
         ๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
          ๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
         สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)

กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ บริการรถจักรยานแก่กำลังพลเพื่อออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

 กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดรถจักรยานไว้สำหรับบริการกำลังพลกองทัพเรือ ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพภายในพื้นที่วังนันทอุทยาน โดยเตรียมรถจักรยาน จำนวน ๑๐ คัน ไว้คอยให้บริการ คิดค่าบริการชั่วโมงแรก ๒๐ บาท ชั่วโมงต่อไป ๑๐ บาท หลักฐานการเช่ารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ ลูกจ้างกองทัพเรือ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
          ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)

วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญความมั่นคง ความสุขก็ทำ สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายก็เว้น และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙

เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ เป็นประธานเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์

วันนี้ (๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี พรชัย ปิ่นทอง เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ เป็นประธานเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ ณ บริเวณลานจอดรถ นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ
         กรมการขนส่งทหารเรือ ได้จัดกิจกรรมตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๗ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยเปิดให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และซ่อมทำเบื้องต้นให้แก่ข้าราชการกองทัพ เรือและประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๔ รายการ เช่น ตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเบรก ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง น้ำมันเกียร์ ระบบเบรก ทำความสะอาดกรองอากาศ ตรวจสภาพยางรถยนต์ ตรวจระดับน้ำทั้งหมด และบริการเติมน้ำกลั่นฟรี นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการจราจรทางบก ตลอดจนให้คำแนะนำการขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ เป็นต้น
          ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์กับกรมการขนส่งทหารเรือ ๗ - ๑๐ เมษายน นี้ ที่ บริเวณลานจอดรถ นันท-อุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ที่มา : ขส.ทร.)

ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคกลาง ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพ รุ่นที่ ๒/๒๕๕๘

ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคกลาง ดำเนินการฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่สตรีและเยาวชนสตรีที่มาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยและขาดโอกาสทางการศึกษา เข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพ รุ่นที่ ๒/๒๕๕๘ หลักสูตร ๗๒๐ ชั่วโมง มี ๖ สาขาอาชีพ ได้แก่ หลักสูตรเสริมสวยสตรี, ตัดผมชาย, ตัดเย็บเสื้อผ้า, การโรงแรม, คอมพิวเตอร์ธุรกิจ, อาหารและเบเกอรี่ และหลักสูตร๓๖๐ ชั่วโมง ได้แก่ หลักสูตรนวดแผนไทย โดยรับสมัครประเภทประจำ (หญิง) และไป - กลับ (หญิง - ชาย) ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๔ ปีขึ้นไป
         สำหรับผู้เข้ารับการอบรมประเภทประจำ ทางศูนย์สงเคราะห์ฯ จัดบริการที่พักและอาหาร พร้อมอุปกรณ์การเรียนและของใช้ประจำตัว ส่วนประเภทไป - กลับ จะมีอาหารและอุปกรณ์การเรียน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมทั้งหางานให้ทำ
         หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาวุฒิการศึกษา, สำเนาทะเบียนบ้าน, สำเนาบัตรประชาชน, ใบรับรองแพทย์ ไม่เกิน ๖ เดือน และรูปถ่ายขนาด ๑ ๑/๒ นิ้ว จำนวน ๔ รูป
          ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้ารับการฝึกอบรมวิชาชีพ สามารถไปสมัครด้วยตนเองที่ ศูนย์สงเคราะห์และฝึกอาชีพสตรีภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่รายงานตัว ในวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๙๖๑ ๑๘๘๒ (ที่มา : จังหวัดนนทบุรี)

พิธีเปิดโครงการค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสา กองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๑

วันนี้ (๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือโท ประพฤติพร อักษรมัต รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสา กองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๑ ณ ห้องหาดเล็ก อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
        กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดโครงการ "ค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสากองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘" ขึ้น เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนเกิดจิตสำนึกในความรักชาติ มีความสมานฉันท์รู้รักสามัคคี และสามารถนำไปปฏิบัติจนเป็นวิถีในการดำรงชีวิต รวมทั้งเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมีเยาวชนอายุระหว่าง ๑๔ - ๑๗ ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ - ๕ ของสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือเข้าร่วมโครงการ ฯ โดยโครงการดังกล่าวจัดขึ้นปีละ ๒ ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและพื้นที่ภาคใต้ สำหรับโครงการฯ ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๖ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ห้องหาดเล็ก อาคารอเนกประสงค์ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน มีเยาวชนจากหน่วยต่าง ๆ เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, ทัพเรือภาคที่ ๒, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำ แม่น้ำโขง และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ
        โครงการค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสากองทัพเรือ เป็นกิจกรรมหนึ่งด้านกิจการพลเรือนของกองทัพเรือที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไข ปัญหาความขัดแย้งในสังคม โดยการส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้นำทางความคิดในการเสริมสร้างความรักและความ สามัคคี (ที่มา : กพร.ทร.)

ทัพเรือภาคที่ ๓ ส่งเรือหลวงทยานชล ลาดตระเวนร่วมกับกองทัพเรืออินเดีย

กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ จัดหน่วยเรือ หน่วยบิน และนายทหารสังเกตการณ์ เข้าร่วมการลาดตระเวนร่วม ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรือสาธารณรัฐอินเดีย ครั้งที่ ๒๐ และเดินทางไปเยี่ยมท่า PORT BLAIR สาธารณรัฐอินเดียระหว่างวันที่ ๒ - ๑๒ เมษายน ๒๕๕๘ โดยมี นาวาเอก อชิตะสิน กำมะณี เป็นผู้บังคับหน่วยเรือลาดตระเวนร่วม ทัพเรือภาคที่ ๓
         กองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินเดีย จัดให้มีการฝึกลาดตระเวนร่วมในพื้นที่เขตติดต่อระหว่างน่านน้ำทั้งสองประเทศ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อย่างฉันท์มิตรระหว่างกองทัพ เรือของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟนยิ่งขึ้น รวมทั้งให้เกิดความปลอดภัยในการแสวงหาผลประโยชน์ จากทรัพยากรทางทะเลในเขตน่านน้ำของแต่ละฝ่าย โดยจัดให้มีการลาดตระเวนร่วมปีละ ๒ ครั้ง สำหรับการลาดตระเวนร่วมในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๒๐
          การจัดการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือไทย และกองทัพเรืออินเดีย นั้นเป็นผลสืบเนื่องมาจากการที่กองทัพเรือทั้งสองประเทศได้พิจารณาเห็นว่า การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญของรัฐที่มีน่าน น้ำติดต่อกัน ซึ่งจะต้องดำเนินการร่วมกันในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารให้มีความรวดเร็ว การประสานการปฏิบัติมีความต่อเนื่องและลดความหวาดระแวงซึ่งกันและกัน ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวมีความชัดเจนเป็นรูปธรรม กองทัพเรือไทยและกองทัพเรืออินเดีย มีความเข้าใจและตระหนัก ถึงความจำเป็นดังกล่าว จึงได้จัดให้มีการลาดตระเวนร่วมขึ้น ซึ่งสาระสำคัญของการดำเนินการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือทั้งสองนั้น เพื่อเป็นการดำเนินการเพื่อส่งเสริมความร่วมมือและกระชับความสัมพันธ์อย่าง ฉันท์มิตรระหว่างกองทัพเรือของทั้งสองประเทศให้แน่นแฟนยิ่งขึ้น รวมทั้งให้เกิดความปลอดภัยในการแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลในเขต น่านน้ำของแต่ละฝ่าย
         ภารกิจของการลาดตระเวนร่วม เพื่อป้องกันการทำประมงที่ผิดกฎหมาย, ป้องกันการกระทำที่ผิดกฎหมายในพื้นที่ลาดตระเวนร่วม โดยสอดคล้องกับอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.๑๙๒๘ และกฎหมายภายในของทั้งสองประเทศ, อนุรักษ์และรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล, แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายต่าง ๆ เช่น การกระทำผิดกฎหมายศุลกากร การเข้าเมืองผิดกฎหมาย และการลักลอบขนยาเสพติด, ป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัด, ดำเนินการเกี่ยวกับการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล รวมถึงภารกิจอื่นๆ ตามที่มีความเห็นร่วมกัน
         นอกจากนี้ จัดให้มีการลาดตระเวนร่วมอย่างน้อยปีละ ๒ ครั้ง พร้อมทั้งจัดตั้งช่องทางการติดต่อสื่อสารระดับกองบัญชาการกองทัพเรือ ระหว่างกองบัญชาการกองทัพเรือไทย (ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ) ที่ กรุงเทพฯ และกองบัญชาการกองทัพเรืออินเดีย ที่ นิวเดลี ระดับกองบัญชาการทัพเรือภาค ระหว่าง กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ที่ จังหวัดภูเก็ต และกองบัญชาการกองทัพเรือภาคอันดามันและนิโคบาร์ ที่เมือง Port Blair ระดับหน่วยกำลัง ระหว่างเรือที่ลาดตระเวนร่วมของทั้งสองประเทศ (ในพื้นที่ลาดตระเวนร่วม) ให้มีการหารือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแจ้งเตือนภัยการเกิดแผ่นดินไหว และคลื่นยักษ์ "สึนามิ" ในระดับทัพเรือภาคที่ ๓ กับ กองบัญชาการกองทัพเรือ ภาคอันดามัน และนิโคบาร์ ผ่านทางช่องทางการสื่อสารระดับกองบัญชาการกองทัพเรือภาคทั้ง ๓ ฝ่าย
         ปัจจุบัน กองทัพเรือไทยได้ลงนามในร่างบันทึกความเข้าใจ (MOU) และระเบียบปฏิบัติประจำ (SOP) ในการลาดตระเวนร่วมทางทะเลกับประเทศต่างๆ แล้ว ๓ ประเทศ คือ กองทัพเรือมาเลเซีย, กองทัพเรือเวียดนาม, กองทัพเรืออินเดีย ซึ่งจะทำให้การปฏิบัติงานของกองทัพเรือไทย มีความใกล้ชิดกับประเทศเพื่อนบ้านมากยิ่งขึ้นและจะเป็นผลดีต่อการดูแลรักษา ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลต่อไป (ที่มา : ทรภ.๓)

ทัพเรือภาคที่ ๓ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ ๑ อัตรา

ทัพเรือภาคที่ ๓ เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นพนักงานราชการทั่วไป กลุ่มงานบริการ ตำแหน่ง พนักงานบริการ จำนวน ๑ อัตรา โดยผู้สมัครจะต้องเพศหญิง มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๕ ปี สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาตอนต้นขึ้นไป มีความรู้เกี่ยวกับการบริการ การดูแลรักษาสถานที่ และการรับ - ส่งเอกสารและพัสดุ สามารถปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายได้
         หลักฐานที่นำมาแสดงวันรับสมัคร ฉบับจริง พร้อมสำเนา ๑ ชุด ประกอบด้วย สำเนาประกาศนียบัตรหรือสำเนาใบสุทธิ หรือสำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดา และมารดา, รูปถ่าย ขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๓ รูป และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ
        สนใจเข้าเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งดังกล่าวสมัครและสอบถามรายละเอียดได้ที่ กองกำลังพล กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๗๖๓๙ ๑๕๙๔ หรือหมายเลขภายในกองทัพเรือ ๒๑๖๑๓, ๒๑๖๒๕ ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ ในวันและเวลาราชการ (ที่มา : ทรภ.๓)

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ความเจริญของคนทั้งหลาย ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบ เป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำการทำงาน สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติ และการปฏิบัติงานให้ชอบคือให้ถูกต้องและเป็นธรรม"
        พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ๔ จังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๙