วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กองทัพเรือ ขอเชิญเที่ยวชมพระราชวังเดิมสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เป็นองค์กรที่เข้ามาบูรณะโบราณสถานที่อยู่ภายในพระราชวังเดิม (พระราชวังกรุงธนบุรี) และเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้นักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปที่สนใจเข้าเที่ยวชมและศึกษาหาความรู้ประวัติศาสตร์ ชมศิลปะสถาปัตยกรรม
พระราชวังเดิม นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าแห่งหนึ่งของชาติ เปิดให้เข้าชมทุกวันจันทร์ - วันศุกร์ (ยกเว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๑.๓๐ น. และ ๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น.
ผู้ที่มีความสนใจเข้าชมโบราณสถาน ต้องเข้าชมเป็นหมู่คณะ และได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือ โดยส่งจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ สอบถามรายละเอียดการเข้าชมได้ที่ มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม กองบัญชาการกองทัพเรือ ถนนวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพ ฯ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๑๗ และ ๐ ๒๔๖๖ ๙๓๕๕ หรือดูได้ที่ www.wangdermpalace.org หรือที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ๒๐๐ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๒๑ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ (ที่มา : กพร.ทร.)

กรมการขนส่งทางบก เตือน ติดตัวไขลานและไฟแอลอีดี ที่ตัวรถ มีความผิด ใครพบเห็น ถ่ายภาพส่งเจ้าหน้าที่ได้

กรมการขนส่งทางบก แจ้งว่า ปัจจุบันมีเจ้าของรถจำนวนมากนิยมนำรถไปติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งรถหรือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ การเสริมแหนบ กันชน แร็คหลังคา อุปกรณ์ขนจักรยาน (Bicycle Rack) หรือจุ๊บไขลาน เจ้าของรถสามารถติดตั้งได้โดยไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถไม่เข้าข่ายแก้ไข ดัดแปลงสภาพรถ และไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด แต่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในตำแหน่งที่เหมาะสมและมีความมั่นคงแข็งแรง ปลอดภัยในการใช้งานและไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดยื่นออกมาภายนอกตัวรถที่จะก่อให้ เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น  ทั้งนี้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งดังกล่าวจะต้องไม่ติดตั้งเพื่อใช้บรรทุกสิ่ง ของให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (รถเก๋ง, รถกระบะบรรทุก, รถตู้) และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่     ทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถ เช่น การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ (Tail Lift) การเปลี่ยนเครื่องยนต์การเปลี่ยนสี หรือการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเจ้าของรถจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพพร้อม กับดำเนินการแจ้งแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยแนบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ (สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) หรือหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง และหลักฐานการได้มาของอุปกรณ์ที่นำมาดัดแปลงรถหรือบันทึกถ้อยคำรับรองว่า อุปกรณ์ดังกล่าวได้มาโดยถูกต้องและสุจริต
หากเป็นการแก้ไขดัดแปลงตัวถังรถ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว หรือระบบขับเคลื่อน เป็นต้น เจ้าของรถจะต้องดำเนินการแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในเอกสารคู่มือ จดทะเบียนก่อนการนำรถไปใช้ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนเท่านั้น  ทั้งนี้ เจ้าของรถรายใดทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้โดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียนถือเป็นความผิดฐานดัด แปลงสภาพรถ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท (ที่มา : ขสมก.)

วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กระทรวงกลาโหมมาเลเซียจะจัดหาอุปกรณ์ด้านอุทกศาสตร์เพิ่มเติมให้แก่กองทัพเรือมาเลเซีย



เมื่อวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ มีรายงานถ้อยแถลงของ ดาโต๊ะ โมฮัมมัด โจฮารี บาฮารุม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาเลเซีย ภายหลังพิธีเปิดงาน General Bathymetric Chart of the Oceans (GEBCO) Science Day ว่า กลาโหมมาเลเซียมีแผนจัดหาอุปกรณ์ด้านอุทกศาสตร์เพิ่มเติมให้แก่กองทัพเรือ มาเลเซีย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดทำแผนที่ทะเลและการปักปันเขตแดนทางทะเลร่วม กับ GEBCO โดยจะนำเรื่องดังกล่าวประชุมในระดับรัฐมนตรี แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ได้รับ (ที่มา : ขว.ทร.)

กรมการขนส่งทางบก ชี้ ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ไม่เข้าข่ายแก้ไขดัดแปลงสภาพรถและไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด



กรมการขนส่งทางบก แจ้งว่า ปัจจุบันมีเจ้าของรถจำนวนมากนิยมนำรถไปติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งรถหรือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ การเสริมแหนบ กันชน แร็คหลังคา อุปกรณ์ขนจักรยาน (Bicycle Rack) หรือจุ๊บไขลาน เจ้าของรถสามารถติดตั้งได้โดยไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถไม่เข้าข่ายแก้ไข ดัดแปลงสภาพรถ และไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด  แต่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในตำแหน่งที่เหมาะสมและมีความมั่นคงแข็ง แรง ปลอดภัยในการใช้งานและไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดยื่นออกมาภายนอกตัวรถที่จะก่อให้ เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น  ทั้งนี้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งดังกล่าวจะต้องไม่ติดตั้งเพื่อใช้บรรทุกสิ่ง ของให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (รถเก๋ง, รถกระบะบรรทุก, รถตู้) และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของ รถ เช่น การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ (Tail Lift) การเปลี่ยนเครื่องยนต์การเปลี่ยนสี หรือการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเจ้าของรถจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพพร้อม กับดำเนินการแจ้งแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยแนบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ (สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) หรือหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง และหลักฐานการได้มาของอุปกรณ์ที่นำมาดัดแปลงรถหรือบันทึกถ้อยคำรับรองว่า อุปกรณ์ดังกล่าวได้มาโดยถูกต้องและสุจริต
หากเป็นการแก้ไขดัดแปลงตัวถังรถ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว หรือระบบขับเคลื่อน เป็นต้น เจ้าของรถจะต้องดำเนินการแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในเอกสารคู่มือ จดทะเบียนก่อนการนำรถไปใช้ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนเท่านั้น  ทั้งนี้ เจ้าของรถรายใดทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้โดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียนถือเป็นความผิดฐานดัด แปลงสภาพรถ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท (ที่มา : ขสมก.)

ทัพเรือภาคที่ ๑ ส่งเรือตรวจการณ์ ๑๕ และเฮลิคอปเตอร์ สำรวจและสนับสนุนการกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕ และ ตู้คอนเทนเนอร์ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล เรียบร้อยแล้ว

พลเรือโท รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล  ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ และผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ (ศรชล.เขต ๑)ได้สั่งการให้ เรือตรวจการณ์ ๑๕ และเฮลิคอปเตอร์ เข้าสำรวจและสนับสนุน ในการกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕  และตู้คอนเทนเนอร์ ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา เขตต่อเนื่องระหว่างจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี ที่ถูกพายุ คลื่นลมชัดจม เมื่อวันที่ ๑๙  กันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ได้รับแจ้งจากเรือเจ้าท่า 804  กรมเจ้าท่า ว่าสามารถกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕ ได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมนำเข้าฝั่ง เพื่อตรวจสอบความเสียหายพร้อมประสานกับบริษัทประกันภัยดำเนินการต่อไป  ขณะนี้ได้ลากเรือภัทรมารีน ๕  เข้าสู่ฝั่งที่ท่าเรือปราการ ซอยเทศบาลบางปู 80  ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  โดยมี เรือตรวจการณ์ ๑๕ ของกองทัพเรือ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ (ที่มา : ทรภ.๑)