มูลนิธิราชสกุลอาภากร ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้จัดพิมพ์หนังสือพระประวัติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ โดยนำเสนอพระประวัติ พระกรณียกิจ พระเกียรติคุณด้านต่าง ๆ ของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงดำรงพระชนม์ชีพถึงปัจจุบัน โดยได้ค้นคว้ารวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมให้ครบถ้วนและถูกต้องโดยจัดพิมพ์เป็น ๒ รูปแบบคือ
- หนังสือพระประวัติฉบับอ้างอิง รวบรวมเนื้อหาพระประวัติ พระกรณียกิจ พระเกียรติคุณ ในหลากหลายแง่มุม รวมถึงพระรูปและเกร็ดพระประวัติต่าง ๆ ที่ไม่เคยตีพิมพ์และเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รูปเล่มสวยงาม ขนาด ๑๐ x ๑๐ นิ้ว ความหนาประมาณ ๒๕๐ - ๓๐๐ หน้า พร้อมกล่องบรรจุอย่างดี พิมพ์ ๔ สี ทั้งเล่ม จัดพิมพ์จำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม ขอรับบริจาคในราคาเล่มละ ๓,๐๐๐ บาท โดยผู้ที่สั่งจองภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๗ จะได้รับเหรียญ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื้อนวโลหะ รุ่น ๑๒๙ ปี ปลุกเสก ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร
- หนังสือพระประวัติฉบับประชาชน เป็นหนังสือสรุปย่อพระประวัติที่ถูกต้องสมบูรณ์ที่สุด ขนาดรูปเล่ม ๒๑ x ๒๙ เซนติเมตร (เอ ๔) ความหนาประมาณ ๑๒๐ หน้า พิมพ์ ๔ สี จัดพิมพ์จำนวน ๒,๐๐๐ เล่ม ขอรับบริจาคในราคาเล่มละ ๓๕๐ บาท
ขอเชิญผู้ที่สนใจหนังสือพระประวัติเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ สอบถามรายละเอียดการสั่งจองได้ที่ มูลนิธิราชสกุลอาภากรใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ถนน ตากสิน แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กรุงเทพฯ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๘ ๒๖๙๖ (ที่มา : มูลนิธิราชสกุลอาภากร)
วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง สามัคคีคือพลัง
กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "สามัคคีคือพลัง" เป็นคุณธรรมที่หมายถึงความพร้อมเพรียงกัน การร่วมมือร่วมใจกัน
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ทรงยกย่องแคว้นวัชชีเมืองไพสาลี ซึ่งมีเจ้าลิจฉวีปกครองว่าเมืองนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก แม้จะมีเมืองอื่นยกทัพมาตีหลายครั้ง ก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าลิจฉวีได้เลย เพราะเหตุที่เจ้าลิจฉวีมีระบบการปกครองที่เรียกว่า สามัคคีธรรม จึงทำให้เมืองไพสาลีมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุขสืบเนื่องเรื่อยมา ต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรูได้ส่งวัสสการพราหมณ์เข้าไปยุยงให้พวกเจ้าลิจฉวีเกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกันจนแตกความสามัคคี ทำให้สามารถตีเมืองไพสาลีแตกได้โดยง่าย เพราะไม่มีเจ้าลิจฉวีแม้แต่องค์เดียวที่ออกมาสู้รบปกป้องเมือง เป็นเหตุให้เสียอิสรภาพในที่สุด
เป็นที่ทราบกันดีว่าความสามัคคีเป็นคุณธรรมที่หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน การร่วมมือร่วมใจกันกระทำกิจที่ชอบอย่างใดอย่างหนึ่งให้แล้วเสร็จ แต่ถ้าเป็นการร่วมมือกันกระทำกิจที่เป็นเรื่องความเสียหายมักเรียกว่า การสุมหัว เช่น สุมหัวกันกินเหล้า สุมหัวกันปล้น เป็นต้น สังคมใดมีความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกัน สังคมนั้นย่อมบังเกิดความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขร่มเย็นดังเช่นสังคมของเจ้าลิจฉวี เป็นต้น
หลักธรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคีก็คือ หลักอปริหานิยธรรม ซึ่งแปลว่า หลักปฏิบัติที่ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อม ๗ ประการ กล่าวคือ
๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ เพื่อกระทำกิจการงานของส่วนรวมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม และพร้อมเพรียงกันกระทำกิจที่ควรกระทำ
๓. ไม่กระทำในสิ่งที่ผู้นำไม่ได้สั่ง ไม่ละเลยในสิ่งที่ผู้นำให้กระทำ ตระหนักในคำสั่งอยู่เสมอ
๔. เคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
๕. ไม่ข่มเหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่า หรือไม่ทำอะไรตามใจอยากของตนเอง
๖. ยินดีภูมิใจในสิทธิของตนด้วยความสันโดษ ไม่ละเมิดสิทธิความเชื่อของผู้อื่น
๗. ยกย่องและสนับสนุนให้คนดีมีความสามารถได้ปกครองบ้านเมือง
อปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ เป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความสงบสุขของหมู่คณะโดยส่วนรวม และเป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสังคมโดยแท้ เพราะเป็นธรรมที่ก่อให้เกิดความสามัคคีแก่หมู่คณะตามพุทธศาสนสุภาษิตว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี = ความพร้อมเพรียงกันของหมู่คณะ นำสุขมาให้ นั่นเอง
(ที่มา : ยศ.ทร.)
ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ทรงยกย่องแคว้นวัชชีเมืองไพสาลี ซึ่งมีเจ้าลิจฉวีปกครองว่าเมืองนี้มีความเจริญรุ่งเรืองมาก แม้จะมีเมืองอื่นยกทัพมาตีหลายครั้ง ก็ไม่สามารถเอาชนะเจ้าลิจฉวีได้เลย เพราะเหตุที่เจ้าลิจฉวีมีระบบการปกครองที่เรียกว่า สามัคคีธรรม จึงทำให้เมืองไพสาลีมีความเจริญรุ่งเรืองอยู่เย็นเป็นสุขสืบเนื่องเรื่อยมา ต่อมาพระเจ้าอชาตศัตรูได้ส่งวัสสการพราหมณ์เข้าไปยุยงให้พวกเจ้าลิจฉวีเกิดความหวาดระแวงซึ่งกันและกันจนแตกความสามัคคี ทำให้สามารถตีเมืองไพสาลีแตกได้โดยง่าย เพราะไม่มีเจ้าลิจฉวีแม้แต่องค์เดียวที่ออกมาสู้รบปกป้องเมือง เป็นเหตุให้เสียอิสรภาพในที่สุด
เป็นที่ทราบกันดีว่าความสามัคคีเป็นคุณธรรมที่หมายถึง ความพร้อมเพรียงกัน การร่วมมือร่วมใจกันกระทำกิจที่ชอบอย่างใดอย่างหนึ่งให้แล้วเสร็จ แต่ถ้าเป็นการร่วมมือกันกระทำกิจที่เป็นเรื่องความเสียหายมักเรียกว่า การสุมหัว เช่น สุมหัวกันกินเหล้า สุมหัวกันปล้น เป็นต้น สังคมใดมีความสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกัน สังคมนั้นย่อมบังเกิดความเจริญรุ่งเรืองและความสงบสุขร่มเย็นดังเช่นสังคมของเจ้าลิจฉวี เป็นต้น
หลักธรรมที่ทำให้เกิดความสามัคคีก็คือ หลักอปริหานิยธรรม ซึ่งแปลว่า หลักปฏิบัติที่ไม่ก่อให้เกิดความเสื่อม ๗ ประการ กล่าวคือ
๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ เพื่อกระทำกิจการงานของส่วนรวมให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พร้อมเพรียงกันเลิกประชุม และพร้อมเพรียงกันกระทำกิจที่ควรกระทำ
๓. ไม่กระทำในสิ่งที่ผู้นำไม่ได้สั่ง ไม่ละเลยในสิ่งที่ผู้นำให้กระทำ ตระหนักในคำสั่งอยู่เสมอ
๔. เคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และพร้อมปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา
๕. ไม่ข่มเหงรังแกผู้ที่ด้อยกว่า หรือไม่ทำอะไรตามใจอยากของตนเอง
๖. ยินดีภูมิใจในสิทธิของตนด้วยความสันโดษ ไม่ละเมิดสิทธิความเชื่อของผู้อื่น
๗. ยกย่องและสนับสนุนให้คนดีมีความสามารถได้ปกครองบ้านเมือง
อปริหานิยธรรม ๗ ประการนี้ เป็นธรรมที่เป็นไปเพื่อความสงบสุขของหมู่คณะโดยส่วนรวม และเป็นไปเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของสังคมโดยแท้ เพราะเป็นธรรมที่ก่อให้เกิดความสามัคคีแก่หมู่คณะตามพุทธศาสนสุภาษิตว่า สุขา สังฆัสสะ สามัคคี = ความพร้อมเพรียงกันของหมู่คณะ นำสุขมาให้ นั่นเอง
(ที่มา : ยศ.ทร.)
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ
กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาดกองทัพเรือ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันการทุจริต คอรัปชั่น การประพฤติมิชอบ การร้องเรียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook (ที่มา : สลก.ทร.)
วันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง วันแห่งความรักแท้
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "วันแห่งความรักแท้"
ตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำ
หากจะตั้งคำถามว่าเดือนกุมภาพันธ์มีวันสำคัญอะไรบ้าง คนส่วนใหญ่มักจะตอบว่า วันวาเลนไทน์ซึ่งหมายถึงวันแห่งความรักของหญิงชายที่คนทั่วไปเข้าใจ ส่วนความหมายจริง ๆ ของวันวาเลนไทน์เป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะสื่อต่าง ๆ เผยแพร่มามากแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าเดือนกุมภาพันธ์มีวันแห่งความรักแท้อีกวันหนึ่ง นั่นคือ วันมาฆบูชา
ความที่สื่อถึงความหวังดีปรารถนาดีและผูกพันต่อกันนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือความรักที่หวังผลตอบแทน เช่น ความรักระหว่างหญิงชายอย่างหนึ่ง และความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนมีแต่เมตตากรุณาและความหวังดีเป็นที่ตั้ง เช่น ความรักของบิดามารดาต่อบุตรอีกอย่างหนึ่ง
พระพุทธศาสนามีประวัติศาสตร์ความรักและความปรารถนาดีอันยิ่งใหญ่ระหว่างพระพุทธองค์กับพระสงฆ์ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งได้พร้อมใจมาประชุมกันในวันมาฆบูชา เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว พระพุทธองค์ทรงถือโอกาสนั้นประทานคำสอนแก่พระสาวก ว่า ขันติด คือ ความอดทนเป็นตบะชั้นยอด พระนิพพานเป็นบรมสุข ผู้ที่ทำร้ายคนอื่นไม่ชื่อว่า เป็นนักบวช การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อมและการทำใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นต้น
พระโอวาทเหล่านี้แสดงถึงความรักแท้ของพระพุทธองค์ที่มีต่อพระ สาวกเพราะไม่มุ่งผลตอบแทนกลับคืนสู่พระองค์ แต่มุ่งประโยชน์สุขของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก ดุจบิดามารดามีความรักความหวังดีต่อบุตร จึงแนะนำพร่ำสอนแต่สิ่งที่ดีที่ควรปฏิบัติ ดังนั้น วันมาฆบูชาจึงเป็นต้นแบบวันแห่งความรักแท้อย่างแท้จริง หากเราจะนำวิธีแสดงความรักแท้ตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำเช่นนี้มา ปฏิบัติบ้าง คงจะทำให้สังคมมีแต่ความสงบร่มเย็นได้อย่างแน่นอน (ที่มา : ยศ.ทร.)
หากจะตั้งคำถามว่าเดือนกุมภาพันธ์มีวันสำคัญอะไรบ้าง คนส่วนใหญ่มักจะตอบว่า วันวาเลนไทน์ซึ่งหมายถึงวันแห่งความรักของหญิงชายที่คนทั่วไปเข้าใจ ส่วนความหมายจริง ๆ ของวันวาเลนไทน์เป็นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องอธิบายเพราะสื่อต่าง ๆ เผยแพร่มามากแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่ทราบว่าเดือนกุมภาพันธ์มีวันแห่งความรักแท้อีกวันหนึ่ง นั่นคือ วันมาฆบูชา
ความที่สื่อถึงความหวังดีปรารถนาดีและผูกพันต่อกันนั้น สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทคือความรักที่หวังผลตอบแทน เช่น ความรักระหว่างหญิงชายอย่างหนึ่ง และความรักที่ไม่หวังผลตอบแทนมีแต่เมตตากรุณาและความหวังดีเป็นที่ตั้ง เช่น ความรักของบิดามารดาต่อบุตรอีกอย่างหนึ่ง
พระพุทธศาสนามีประวัติศาสตร์ความรักและความปรารถนาดีอันยิ่งใหญ่ระหว่างพระพุทธองค์กับพระสงฆ์ จำนวน ๑,๒๕๐ รูป ซึ่งได้พร้อมใจมาประชุมกันในวันมาฆบูชา เมื่อกว่า ๒,๕๐๐ ปีมาแล้ว พระพุทธองค์ทรงถือโอกาสนั้นประทานคำสอนแก่พระสาวก ว่า ขันติด คือ ความอดทนเป็นตบะชั้นยอด พระนิพพานเป็นบรมสุข ผู้ที่ทำร้ายคนอื่นไม่ชื่อว่า เป็นนักบวช การไม่ทำความชั่วทั้งปวง การทำความดีให้ถึงพร้อมและการทำใจให้ผ่องใส นี้เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย เป็นต้น
พระโอวาทเหล่านี้แสดงถึงความรักแท้ของพระพุทธองค์ที่มีต่อพระ สาวกเพราะไม่มุ่งผลตอบแทนกลับคืนสู่พระองค์ แต่มุ่งประโยชน์สุขของผู้ปฏิบัติเป็นหลัก ดุจบิดามารดามีความรักความหวังดีต่อบุตร จึงแนะนำพร่ำสอนแต่สิ่งที่ดีที่ควรปฏิบัติ ดังนั้น วันมาฆบูชาจึงเป็นต้นแบบวันแห่งความรักแท้อย่างแท้จริง หากเราจะนำวิธีแสดงความรักแท้ตามแนวทางที่พระพุทธองค์ทรงแนะนำเช่นนี้มา ปฏิบัติบ้าง คงจะทำให้สังคมมีแต่ความสงบร่มเย็นได้อย่างแน่นอน (ที่มา : ยศ.ทร.)
เสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานเปิดกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา ยา และเวชภัณฑ์ ให้กับ โรงเรียนชุมชนวัดธรรมถาวร จังหวัดชุมพร
วันนี้
(๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๕๕ น. พลเรือตรี บรรพต
เกิดภู่ เสนาธิการทัพเรือภาคที่
๑ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมมอบอุปกรณ์การเรียน
อุปกรณ์กีฬา
ยา และเวชภัณฑ์ ให้กับ โรงเรียนชุมชนวัดธรรมถาวร
อำเภอทุ่งตะโก
จังหวัดชุมพร ทั้งนี้
เพื่อส่งเสริมสนับสนุนการเรียนการสอน
และการกีฬาให้กับเยาวชนในพื้นที่ที่ยังขาดแคลนสิ่งอุปกรณ์การเรียน
(ที่มา : ทรภ.๑)
ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบกในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หาดยาว ชลบุรี
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๑๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในการตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก
ในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ณ บริเวณสนามฝึกองทัพเรือ หมายเลข
๑๕ (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี ธานินทร์
ลิขิตวงศ์ ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ เป็น ผู้อำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์
๑๔ ระดับกองทัพเรือ และเป็นผู้บัญชาการกองกำลังทางเรือผสม และ
พลเรือตรี รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
เป็นผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ให้การต้อนรับ และในโอกาสนี้
ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับฟังการบรรยายสรุป ชมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก
ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมกำลังพลและถ่ายภาพร่วมกับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกบริเวณหาดยาว
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ (COBRA GOLD) เป็นการฝึกร่วมของกองกำลังนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นแปซิฟิก เป็นการฝึกปฏิบัติการร่วม/ผสม ในลักษณะพหุภาคี (Multi Lateral Exercise) ของกองทัพไทย กองทัพสหรัฐ ฯ และกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ในปี ๒๕๕๗ นี้ เป็นการฝึกครั้งที่ ๓๓ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ มีชาติที่ส่งกำลังเข้าร่วมการฝึก จำนวน ๘ ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน จัดการฝึกครอบคลุมการปฏิบัติการทางทหาร ทุกสาขา ในส่วนของกองทัพไทย ได้มีการจัดกำลังทั้ง ๓ เหล่าทัพ เข้าร่วมการฝึก โดยกองทัพไทยเป็นเจ้าภาพจัดการฝึก มีเจ้ากรมยุทธการทหาร เป็นผู้อำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ ๑๔
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ระดับกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้า ร่วมการฝึก พัฒนาขีดความสามารถ การอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ต่อกำลังรบขนาดใหญ่ในสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ การป้องกันประเทศให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และการฝึกการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การต่อต้านการก่อความไม่สงบ การต่อต้านการก่อการร้าย การอพยพประชาชน การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ รวมทั้งฝึกการใช้กำลังในลักษณะการรวมขีดความสามารถของการปฏิบัติการทางเรือ สาขาต่าง ๆ ให้เกิดการรวมพลังอำนาจ (Synergy) ทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงสุด โดยแบ่งการฝึกออกเป็น การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) เป็นการฝึกวางแผนการใช้กำลังทหารจากกองกำลังผสมนานาชาติปฏิบัติการเพื่อบีบ บังคับให้เกิดสันติภาพ มีกองทัพบกเป็นหน่วย
รับผิดชอบหลัก ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก, การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) กองกำลังกองทัพเรือผสม จะทำการฝึกปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกทางผิวพื้น ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอ่าวไทย โดยจัดตั้งกองบังคับการกองกำลังกองทัพเรือผสม ณ อาคารฝึกร่วม กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง สำหรับกองกำลังนาวิกโยธินผสม จะทำการฝึกในระดับหน่วยทางยุทธวิธี ฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ฝึกปฏิบัติการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่มีปัญหา โดยใช้พื้นที่ฝึกบริเวณจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดลพบุรี จัดตั้งกองบังคับการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ที่ค่ายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก ในส่วนของกองทัพเรือ จำนวน ๑ โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคาอเนกประสงค์ ณ โรงเรียนวัดขุนช่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี (ที่มา : กยพ.กร.)
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ (COBRA GOLD) เป็นการฝึกร่วมของกองกำลังนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในภาคพื้นแปซิฟิก เป็นการฝึกปฏิบัติการร่วม/ผสม ในลักษณะพหุภาคี (Multi Lateral Exercise) ของกองทัพไทย กองทัพสหรัฐ ฯ และกองทัพมิตรประเทศ ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการฝึกให้มีความเหมาะสมกับสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกคอบร้าโกลด์ในปี ๒๕๕๗ นี้ เป็นการฝึกครั้งที่ ๓๓ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ มีชาติที่ส่งกำลังเข้าร่วมการฝึก จำนวน ๘ ประเทศ ประกอบด้วย ไทย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี มาเลเซีย อินโดนีเซีย และจีน จัดการฝึกครอบคลุมการปฏิบัติการทางทหาร ทุกสาขา ในส่วนของกองทัพไทย ได้มีการจัดกำลังทั้ง ๓ เหล่าทัพ เข้าร่วมการฝึก โดยกองทัพไทยเป็นเจ้าภาพจัดการฝึก มีเจ้ากรมยุทธการทหาร เป็นผู้อำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์ ๑๔
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ระดับกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้า ร่วมการฝึก พัฒนาขีดความสามารถ การอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ต่อกำลังรบขนาดใหญ่ในสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ การป้องกันประเทศให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และการฝึกการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การต่อต้านการก่อความไม่สงบ การต่อต้านการก่อการร้าย การอพยพประชาชน การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ รวมทั้งฝึกการใช้กำลังในลักษณะการรวมขีดความสามารถของการปฏิบัติการทางเรือ สาขาต่าง ๆ ให้เกิดการรวมพลังอำนาจ (Synergy) ทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงสุด โดยแบ่งการฝึกออกเป็น การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) เป็นการฝึกวางแผนการใช้กำลังทหารจากกองกำลังผสมนานาชาติปฏิบัติการเพื่อบีบ บังคับให้เกิดสันติภาพ มีกองทัพบกเป็นหน่วย
รับผิดชอบหลัก ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก, การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) กองกำลังกองทัพเรือผสม จะทำการฝึกปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกทางผิวพื้น ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอ่าวไทย โดยจัดตั้งกองบังคับการกองกำลังกองทัพเรือผสม ณ อาคารฝึกร่วม กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง สำหรับกองกำลังนาวิกโยธินผสม จะทำการฝึกในระดับหน่วยทางยุทธวิธี ฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ฝึกปฏิบัติการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่มีปัญหา โดยใช้พื้นที่ฝึกบริเวณจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดลพบุรี จัดตั้งกองบังคับการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ที่ค่ายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก ในส่วนของกองทัพเรือ จำนวน ๑ โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคาอเนกประสงค์ ณ โรงเรียนวัดขุนช่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี (ที่มา : กยพ.กร.)
ขอเชิญชมสารคดีกองทัพเรือ ชุด "ตั้งแต่ยอดเขาจนถึงใต้ทะเล" ทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ ทางไทยพีบีเอส
ขอเชิญชวนข้าราชการ
ทหาร ลูกจ้างและครอบครัว ติดตามชมสารคดีกองทัพเรือ ชุด "ตั้งแต่ยอดเขาจนถึงใต้ทะเล"
โดยเนื้อหาเกี่ยวกับ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี การอนุรักษ์หมู่เกาะและอื่น
ๆ โดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยได้เคยออกอากาศแล้วในปี
๒๕๕๖ จำนวน ๓๐ ตอนความยาวตอนละ ๕ นาที และได้พิจารณานำมาออกอากาศซ้ำในวันพฤหัสบดี
วันศุกร์ ระหว่างเวลา ๒๓.๒๕ น. - ๒๓.๓๐ น. และในวันเสาร์ เวลา
๑๕.๕๕ น. - ๑๖.๐๐ น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
(ที่มา : กพร.ทร.)
ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดกิจกรรมค่ายแกนนำเยาวชนเข้มแข็งต้านภัยยาเสพติด
ทัพเรือภาคที่
๑ โดย สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่
๑ กำหนดจัดกิจกรรมค่ายแกนนำเยาวชนเข้มแข็งต้านภัยยาเสพติด ณ โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม
อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระหว่างวันที่
๑๗ ถึง ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ โดยจะมีพิธีเปิดกิจกรรมในวันที่ ๑๘
กุมภาพันธ์
๒๕๕๗ มี พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ใน เขตทัพเรือภาคที่ ๑ และเสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธาน
กิจกรรมค่ายแกนนำเยาวชนเข้มแข็งต้านภัยยาเสพติดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมการเสริมสร้างและพัฒนาความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เพื่อให้ความรู้ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนในพื้นที่ได้ทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นเครือข่ายข่าวสารภาคประชาชนในการแจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการรวมกลุ่มกันเล่นกีฬา โดยเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จำนวน ๘๐ คน ภายในกิจกรรมจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "โทษภัยและการปฏิบัติตัวเพื่อห่างไกลยาเสพติด" แบ่งกลุ่มทำงานและแถลงผล ทัศนศึกษานอกสถานที่ และงานเลี้ยงสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนและผู้บริหารโรงเรียนที่สนับสนุนในการจัดกิจกรรม (ที่มา : ทรภ.๑)
๒๕๕๗ มี พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ หัวหน้าสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ใน เขตทัพเรือภาคที่ ๑ และเสนาธิการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธาน
กิจกรรมค่ายแกนนำเยาวชนเข้มแข็งต้านภัยยาเสพติดในครั้งนี้ เป็นกิจกรรมการเสริมสร้างและพัฒนาความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เพื่อให้ความรู้ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนในพื้นที่ได้ทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด ตลอดจนส่งเสริมให้เป็นเครือข่ายข่าวสารภาคประชาชนในการแจ้งเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการรวมกลุ่มกันเล่นกีฬา โดยเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมเป็นเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โรงเรียนอ่าวน้อยวิทยานิคม จำนวน ๘๐ คน ภายในกิจกรรมจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "โทษภัยและการปฏิบัติตัวเพื่อห่างไกลยาเสพติด" แบ่งกลุ่มทำงานและแถลงผล ทัศนศึกษานอกสถานที่ และงานเลี้ยงสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนและผู้บริหารโรงเรียนที่สนับสนุนในการจัดกิจกรรม (ที่มา : ทรภ.๑)
ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบกในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ณ สนามฝึกกองทัพเรือ หาดยาว ชลบุรี
วันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๑๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในการตรวจเยี่ยมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก
ในการฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ณ บริเวณสนามฝึกองทัพเรือ หมายเลข
๑๕ (หาดยาว) อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี พลเรือตรี ธานินทร์
ลิขิตวงศ์ ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ เป็น ผู้อำนวยการฝึกคอบร้าโกลด์
๑๔ ระดับกองทัพเรือ และเป็นผู้บัญชาการกองกำลังทางเรือผสม และ
พลเรือตรี รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บัญชาการกองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
เป็นผู้บัญชาการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ให้การต้อนรับ และในโอกาสนี้
ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้รับฟังการบรรยายสรุป ชมการฝึกปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก
ลงนามในสมุดเยี่ยม พร้อมทั้งตรวจเยี่ยมกำลังพลและถ่ายภาพร่วมกับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกบริเวณหาดยาว
กองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่จังหวัดพิษณุโลก การฝึกนี้เป็นการฝึกแบบ HEAVY YEAR เน้นการฝึกภาคสนามทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ การปฏิบัติการพิเศษและ การฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคง การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร โดยมี ชาติที่ส่งกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย ไทย สหรัฐ ฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย และอีก ๑๑ ประเทศ ส่งกำลังพลเข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ กลาโหมจีนส่งกำลังพล จำนวน ๑๗ นาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขตภาคทหารกวางโจวเข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก โดยจะเข้าร่วมในการฝึกปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม การปฏิบัติการในศูนย์บัญชาการ และประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้านวิศวกรรมและการแพทย์ และแลกเปลี่ยนความเห็นด้านการแพทย์ทหาร
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ระดับกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้า ร่วมการฝึก พัฒนาขีดความสามารถ การอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ต่อกำลังรบขนาดใหญ่ในสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ การป้องกันประเทศให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และการฝึกการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การต่อต้านการก่อความไม่สงบ การต่อต้านการก่อการร้าย การอพยพประชาชน การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ รวมทั้งฝึกการใช้กำลังในลักษณะการรวมขีดความสามารถของการปฏิบัติการทางเรือ สาขาต่าง ๆ ให้เกิดการรวมพลังอำนาจ (Synergy) ทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงสุด โดยแบ่งการฝึกออกเป็น การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) เป็นการฝึกวางแผนการใช้กำลังทหารจากกองกำลังผสมนานาชาติปฏิบัติการเพื่อบีบ บังคับให้เกิดสันติภาพ มีกองทัพบกเป็นหน่วย
รับผิดชอบหลัก ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก, การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) กองกำลังกองทัพเรือผสม จะทำการฝึกปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกทางผิวพื้น ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอ่าวไทย โดยจัดตั้งกองบังคับการกองกำลังกองทัพเรือผสม ณ อาคารฝึกร่วม กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง สำหรับกองกำลังนาวิกโยธินผสม จะทำการฝึกในระดับหน่วยทางยุทธวิธี ฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ฝึกปฏิบัติการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่มีปัญหา โดยใช้พื้นที่ฝึกบริเวณจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดลพบุรี จัดตั้งกองบังคับการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ที่ค่ายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก ในส่วนของกองทัพเรือ จำนวน ๑ โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคาอเนกประสงค์ ณ โรงเรียนวัดขุนช่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี
(ที่มา : กยพ.กร.)
กองทัพไทยและกองกำลังสหรัฐอเมริกา ภาคพื้นแปซิฟิก ร่วมกันเป็นเจ้าภาพการฝึกร่วม/ผสม Cobra Gold ประจำปี ๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๑ - ๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ที่จังหวัดพิษณุโลก การฝึกนี้เป็นการฝึกแบบ HEAVY YEAR เน้นการฝึกภาคสนามทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ การปฏิบัติการพิเศษและ การฝึกการดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง (CALFEX) เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้านความมั่นคง การช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการกระชับความสัมพันธ์ทางทหาร โดยมี ชาติที่ส่งกำลังเข้าร่วมการฝึก ประกอบด้วย ไทย สหรัฐ ฯ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ และมาเลเซีย และอีก ๑๑ ประเทศ ส่งกำลังพลเข้าร่วมสังเกตการณ์ ทั้งนี้ กลาโหมจีนส่งกำลังพล จำนวน ๑๗ นาย ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเขตภาคทหารกวางโจวเข้าร่วมการฝึกเป็นครั้งแรก โดยจะเข้าร่วมในการฝึกปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม การปฏิบัติการในศูนย์บัญชาการ และประสานงานการให้ความช่วยเหลือด้านวิศวกรรมและการแพทย์ และแลกเปลี่ยนความเห็นด้านการแพทย์ทหาร
การฝึกร่วม/ผสมคอบร้าโกลด์ ๑๔ ระดับกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ทางทหารที่ดีระหว่างมิตรประเทศที่เข้า ร่วมการฝึก พัฒนาขีดความสามารถ การอำนวยการยุทธร่วม/ผสม ต่อกำลังรบขนาดใหญ่ในสถานการณ์ความขัดแย้งระดับต่ำ การป้องกันประเทศให้กับกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึก และการฝึกการประยุกต์ใช้กำลังรบในสถานการณ์อื่น ๆ เช่น การต่อต้านการก่อความไม่สงบ การต่อต้านการก่อการร้าย การอพยพประชาชน การช่วยเหลือบรรเทาสาธารณภัยและภัยธรรมชาติ รวมทั้งฝึกการใช้กำลังในลักษณะการรวมขีดความสามารถของการปฏิบัติการทางเรือ สาขาต่าง ๆ ให้เกิดการรวมพลังอำนาจ (Synergy) ทางทหารอย่างมีประสิทธิภาพ (Efficiency) สูงสุด โดยแบ่งการฝึกออกเป็น การฝึกปัญหาที่บังคับการ (CPX) เป็นการฝึกวางแผนการใช้กำลังทหารจากกองกำลังผสมนานาชาติปฏิบัติการเพื่อบีบ บังคับให้เกิดสันติภาพ มีกองทัพบกเป็นหน่วย
รับผิดชอบหลัก ณ ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จังหวัดพิษณุโลก, การฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล (Field Training Exercise: FTX) กองกำลังกองทัพเรือผสม จะทำการฝึกปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ โดยเน้นการฝึกปฏิบัติการโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกทางผิวพื้น ใช้พื้นที่ฝึกบริเวณอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และอ่าวไทย โดยจัดตั้งกองบังคับการกองกำลังกองทัพเรือผสม ณ อาคารฝึกร่วม กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จังหวัดระยอง สำหรับกองกำลังนาวิกโยธินผสม จะทำการฝึกในระดับหน่วยทางยุทธวิธี ฝึกดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ฝึกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก ฝึกปฏิบัติการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ที่มีปัญหา โดยใช้พื้นที่ฝึกบริเวณจังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี และจังหวัดลพบุรี จัดตั้งกองบังคับการกองกำลังนาวิกโยธินผสม ที่ค่ายกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่การฝึก ในส่วนของกองทัพเรือ จำนวน ๑ โครงการ คือ โครงการก่อสร้างอาคาอเนกประสงค์ ณ โรงเรียนวัดขุนช่อง อำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี
(ที่มา : กยพ.กร.)
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒ ความว่า
"คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ"
"คนไม่มีความสุจริต คนไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่าย ไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ที่มีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณประโยชน์แท้จริงได้สำเร็จ"
วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
หอประชุมกองทัพเรือ ขอเชิญล่องเรืออังสนาชมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา
กิจการหอประชุมกองทัพเรือ
จัดกิจกรรมล่องเรืออังสนา "Sweet night by Angsana Cruise"
ชมบรรยากาศสวยงามสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมอาหารค่ำ (บุฟเฟต์)
ระหว่างเวลา ๑๘.๐๐ น. - ๒๑.๐๐ น. เส้นทางเดินเรือ จากท่าเรือหอประชุมกองทัพเรือ
ขึ้นเหนือกลับลำบริเวณสะพานพระรามแปดล่องใต้กลับลำบริเวณสะพานภูมิพล
๑ เทียบท่าหอประชุมกองทัพเรือ บัตรราคา ๗๙๙ บาท
สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ หอประชุมกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๐๓ หรือที่เว็บไซต์ mk.navyhall@gmail.com ราคาบัตร ๗๙๙ บาท การชำระเงินค่าบัตร โดยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชีกิจการหอประชุมกองทัพเรือ (สำนักงาน) เลขบัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๒๔๖๓ - ๐ เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วกรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมสำเนาบัตร ประชาชน ไปที่หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๐๓ หรือส่งทางอีเมล์ mk.navyhall@gmail.com
(ที่มา : หอประชุมกองทัพเรือ)
สนใจสำรองที่นั่งได้ที่ หอประชุมกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๐๓ หรือที่เว็บไซต์ mk.navyhall@gmail.com ราคาบัตร ๗๙๙ บาท การชำระเงินค่าบัตร โดยการโอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารทหารไทย สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชีกิจการหอประชุมกองทัพเรือ (สำนักงาน) เลขบัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๒๔๖๓ - ๐ เมื่อโอนเงินเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้วกรุณาส่งสำเนาใบโอนเงินพร้อมสำเนาบัตร ประชาชน ไปที่หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๓๐๓ หรือส่งทางอีเมล์ mk.navyhall@gmail.com
(ที่มา : หอประชุมกองทัพเรือ)
สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด กำหนดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๖
(ที่มา : สอ.วด.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










