กองทัพเรือกำหนดการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต
ครั้งที่ ๔๐ ปี ๒๕๕๖
กองทัพเรือร่วมกับสภากาชาดไทย
กำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐ ในวันที่ ๑๘ และวันที่
๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้
เพื่อนำเงินรายได้ ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้า ฯ ถวาย
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย
กองทัพเรือ
ได้จัดให้มีการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตขึ้นครั้งแรกในปี ๒๕๐๔
ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้
โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย
เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลเพื่อนมนุษย์
ผู้เจ็บป่วย
ทั้งมวลให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขตลอดไป
นอกจากนี้ยังเป็นการเผยแพร่ดนตรีแนวเพลงคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายแก่คนทั่ว
ไปอีกด้วย
การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตได้จัดให้มีเป็นประจำทุกปี
แต่ได้ว่างเว้นไประหว่างปี ๒๕๑๘ ถึง ๒๕๒๒ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง
การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งหลังสุด เป็นการแสดงครั้งที่ ๓๙ เมื่อวันที่
๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งกองทัพเรือได้รับความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการ
รัฐวิสาหกิจ บริษัทห้างร้าน และผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย รวมทั้งข้าราชการของกองทัพเรือ
ในการจัดงานและร่วมบริจาคเงิน
สำหรับการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตในครั้งต่อไปจะเป็นครั้งที่
๔๐ จัดขึ้น ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นวันซ้อมใหญ่ รอบประชาชนทั่วไป
และวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นรอบเสด็จพระราชดำเนิน การแสดงแบ่งเป็น
๒ ภาค โดยภาคแรกอำนวยเพลงโดย นาวาโท ประกอบ มกรพงษ์ มีบทเพลงคลาสสิก
๔ เพลง ได้แก่ Overture Candied, Deep Impression, Canon in D,
"Jupiter" from The Planets ส่วนภาคสอง อำนวยเพลงโดย
นาวาโท อภิเชษฐ์ พยนต์เลิศ แบ่งเป็น ๔ ตอน ได้แก่ ตอนที่ ๑ "ปฐมบทสามสมอ",
ตอนที่ ๒ "เมื่อประดู่บาน", ตอนที่ ๓ "ชมประดู่"
และตอนที่ ๔ "น้ำทิพย์แห่งดวงตะวัน" โดยมีนักร้อง รับเชิญ
ได้แก่ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ คุณรัดเกล้า
อามระดิษ คุณนภัทร อินทร์ใจเอื้อ คุณสุวีระ บุญรอด และ จ่าเอกหญิง
สราญรัตน์ ชูอำนาจ เป็นต้น
ขอเชิญผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยได้ที่
กรมการเงินทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพมหานคร หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี
"กาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐" หมายเลข ๑๑๕ - ๒ - ๑๗๒๐๘
- ๔ (ที่มา : สลก.ทร.)
วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556
กรมการขนส่งทหารเรือ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ฯ
กรมการขนส่งทหารเรือ
จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับกรมการขนส่งทหารเรือ"
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ บริเวณลานจอดรถด้านหลัง
พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ฯ
พลเรือเอก
อมรเทพ ณ บางช้าง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น.
จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงใกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงใกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ฯ
จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงมกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
กรมการขนส่งทหารเรือ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบฯ
กรมการขนส่งทหารเรือ
จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับกรมการขนส่งทหารเรือ"
เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ บริเวณลานจอดรถด้านหลัง
พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖
ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงใกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
กองทัพเรือ ขอเชิญชวนกำลังพลร่วมงานและร่วมส่งพระเครื่องฯ
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๓ ๐๕๗ ๘๒๐๗ หรือหมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๘๑๙๘ (ที่มา : ฝ่ายเลขานุการ ฯ และ สนง.ผช.เสธ.ทร.ฝกร.)
๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ขอเชิญร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อฯ
งานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยแบ่งพื้นที่จัดงานเป็นพื้นที่สำหรับการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ การจำหน่ายวัตถุมงคลที่กองทัพเรือจัดสร้าง การออกร้านของสมาคมภริยาทหารเรือ และเปิดร้านแผงพระทุกประเภทนำวัตถุมงคลเปิดให้บูชา ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. โดยในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จัดงานเลี้ยงรับรองคณะกรรมการตัดสินและผู้สนับสนุน และการประมูลพระ ระหว่างเวลา ๑๗.๓๐ น. - ๒๒.๐๐ น. และในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เปิดให้ผู้ที่สนใจส่งพระเข้าประกวดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป และปิดการรับพระเข้าประกวด เวลา ๑๔.๐๐ น. คณะกรรมการตัดสินพระและมอบรางวัลชนะเลิศประเภทต่าง ๆ ในเวลา ๑๖.๐๐ น. และปิดงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
สำหรับรางวัลในการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ ในครั้งนี้จะมีการมอบถ้วยรางวัลให้แก่ ผู้ชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ รวม ๓ ประเภท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม รางวัลชนะเลิศ การอนุรักษ์ พระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป โดยผู้ชนะเลิศรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับถ้วยรางวัลประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ พร้อมของรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จำนวน ๑ คัน ผู้ชนะเลิศในการประกวด การอนุรักษ์พระยอดนิยม ได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเรือดำน้ำจำลองพร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง และผู้ชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นพังงาจำลอง พร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง ส่วนกติกาการตัดสิน คือ พระที่ส่งเข้าประกวดทุกรายการต้องปราศจากสิ่งห่อหุ้ม คณะกรรมการตัดสินจะทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม การตัดสินถือหลักสากลทั่วไป การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นข้อยุติโดยเด็ดขาด
ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าผ่านประตู สอบถามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๗๓๙ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๓๙ (ที่มา : สลก.ทร.)
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตรฯ
วันนี้ (๑๗ พฤษภาคม
๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท ธราธร ขจิตสุวรรณ
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่
๓ ผู้แทนผู้บัญชาการ ทัพเรือภาคที่ ๓
ให้การต้อนรับคณะนักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรสาธารณรัฐ
อินเดีย
ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการในฐานะแขกของกองทัพไทย
พร้อมมอบของที่ระลึก ณ กองบัญชาการ ทัพเรือภาคที่ ๓
ตำบลวิชิต
อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
(ที่มา : ทรภ.๓ )
(ที่มา : ทรภ.๓ )
พิธีมอบรางวัล "พ่อตัวอย่าง" ให้กับข้าราชการ กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ
วันนี้ (๑๗ พฤษภาคม
๒๕๕๖) เวลา ๑๑.๐๐ น. พลเรือตรี ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด
กองเรือยุทธการ เป็นประธานมอบรางวัล "พ่อตัวอย่าง" ให้กับข้าราชการ
กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ ณ ห้องเรียน กองร้อยกองบัญชาการกองเรือทุ่นระเบิด
กองเรือยุทธการ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
โดยมี คุณจิตราวิณี วรรณกร
ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารและองค์การสัมพันธ์
สายงานเลขาธิการองค์การธนาคารกสิกรไทย จำกัด มหาชน ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
ฯ
กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ จำกัด มหาชน จัดพิธีมอบรางวัล "พ่อตัวอย่าง" ให้กับข้าราชการกองเรือทุ่นระเบิด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพลมีจิตสำนึกในการประพฤติและปฏิบัติตนในฐานะข้าราชการที่ดี เป็นพ่อตัวอย่าง และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตสำหรับกำลังพลของกองเรือทุ่นระเบิดต่อไปในอนาคต ซึ่งมีกำลังพลที่ได้รับคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างประจำปีนี้ มีจำนวน ๖ นาย (ที่มา : กทบ.กร.)
กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ ร่วมกับ ธนาคารกสิกรไทยสำนักงานใหญ่ จำกัด มหาชน จัดพิธีมอบรางวัล "พ่อตัวอย่าง" ให้กับข้าราชการกองเรือทุ่นระเบิด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กำลังพลมีจิตสำนึกในการประพฤติและปฏิบัติตนในฐานะข้าราชการที่ดี เป็นพ่อตัวอย่าง และเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตสำหรับกำลังพลของกองเรือทุ่นระเบิดต่อไปในอนาคต ซึ่งมีกำลังพลที่ได้รับคัดเลือกเป็นพ่อตัวอย่างประจำปีนี้ มีจำนวน ๖ นาย (ที่มา : กทบ.กร.)
พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงมกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ขอเชิญร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง
กองทัพเรือ
ขอเชิญร่วมงานมหกรรมการอนุรักษ์การประกวดพระเครื่อง
พระบูชา
เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ชิงถ้วยประทานของ
พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ ๑๙
พฤษภาคม
๒๕๕๖ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพมหานคร
ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อหารายได้เข้า
"กองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบ
กองทัพเรือ"
ซึ่งกองทัพเรือได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของกำลังพลกองทัพเรือ
ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
จากการปฏิบัติหน้าที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเกียรติในสังคม
ตลอดจนการช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่บุตร - ธิดา
ของกำลังพลที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ
และให้การช่วยเหลือในเรื่องอื่น ๆ โดยช่องทางการบริจาค
สามารถบริจาคได้ที่
กรมการเงินทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
พระราชวังเดิม
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือ
โอนเงินเข้าบัญชีของกองทุนฯ
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน)
สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ
ชื่อบัญชี
"เงินกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้
และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ" เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ -
๑๗๐๘๗ - ๒
งานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยแบ่งพื้นที่จัดงานเป็นพื้นที่สำหรับการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ การจำหน่ายวัตถุมงคลที่กองทัพเรือจัดสร้าง การออกร้านของสมาคมภริยาทหารเรือ และเปิดร้านแผงพระทุกประเภทนำวัตถุมงคลเปิดให้บูชา ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. โดยในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จัดงานเลี้ยงรับรองคณะกรรมการตัดสินและผู้สนับสนุน และการประมูลพระ ระหว่างเวลา ๑๗.๓๐ น. - ๒๒.๐๐ น. และในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เปิดให้ผู้ที่สนใจส่งพระเข้าประกวดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป และปิดการรับพระเข้าประกวด เวลา ๑๔.๐๐ น. คณะกรรมการตัดสินพระและมอบรางวัลชนะเลิศประเภทต่าง ๆ ในเวลา ๑๖.๐๐ น. และปิดงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
สำหรับรางวัลในการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ ในครั้งนี้จะมีการมอบถ้วยรางวัลให้แก่ ผู้ชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ รวม ๓ ประเภท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม รางวัลชนะเลิศ การอนุรักษ์ พระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป โดยผู้ชนะเลิศรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับถ้วยรางวัลประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ พร้อมของรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จำนวน ๑ คัน ผู้ชนะเลิศในการประกวด การอนุรักษ์พระยอดนิยม ได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเรือดำน้ำจำลองพร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง และผู้ชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นพังงาจำลอง พร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง ส่วนกติกาการตัดสิน คือ พระที่ส่งเข้าประกวดทุกรายการต้องปราศจากสิ่งห่อหุ้ม คณะกรรมการตัดสินจะทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม การตัดสินถือหลักสากลทั่วไป การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นข้อยุติโดยเด็ดขาด
ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าผ่านประตู สอบถามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๗๓๙ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๓๙ (ที่มา : สลก.ทร.)
งานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยแบ่งพื้นที่จัดงานเป็นพื้นที่สำหรับการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ การจำหน่ายวัตถุมงคลที่กองทัพเรือจัดสร้าง การออกร้านของสมาคมภริยาทหารเรือ และเปิดร้านแผงพระทุกประเภทนำวัตถุมงคลเปิดให้บูชา ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. โดยในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จัดงานเลี้ยงรับรองคณะกรรมการตัดสินและผู้สนับสนุน และการประมูลพระ ระหว่างเวลา ๑๗.๓๐ น. - ๒๒.๐๐ น. และในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เปิดให้ผู้ที่สนใจส่งพระเข้าประกวดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป และปิดการรับพระเข้าประกวด เวลา ๑๔.๐๐ น. คณะกรรมการตัดสินพระและมอบรางวัลชนะเลิศประเภทต่าง ๆ ในเวลา ๑๖.๐๐ น. และปิดงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
สำหรับรางวัลในการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ ในครั้งนี้จะมีการมอบถ้วยรางวัลให้แก่ ผู้ชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ รวม ๓ ประเภท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม รางวัลชนะเลิศ การอนุรักษ์ พระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป โดยผู้ชนะเลิศรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับถ้วยรางวัลประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ พร้อมของรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จำนวน ๑ คัน ผู้ชนะเลิศในการประกวด การอนุรักษ์พระยอดนิยม ได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเรือดำน้ำจำลองพร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง และผู้ชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นพังงาจำลอง พร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง ส่วนกติกาการตัดสิน คือ พระที่ส่งเข้าประกวดทุกรายการต้องปราศจากสิ่งห่อหุ้ม คณะกรรมการตัดสินจะทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม การตัดสินถือหลักสากลทั่วไป การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นข้อยุติโดยเด็ดขาด
ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าผ่านประตู สอบถามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๗๓๙ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๓๙ (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









