วันนี้ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๖.๐๐ น. พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลอากาศโท Mark Binskin รองผู้บัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลีย และคณะ เยี่ยมคำนับในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของกองทัพไทย ณ ห้องรับรองแขกชาวต่างประเทศ กรมข่าวทหารเรือ วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
การที่กองทัพเรือให้การต้อนรับรองผู้บัญชาการทหารสูงสุดออสเตรเลียในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือ กองทัพออสเตรเลียให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อีกทั้งกองทัพเรือกับกองทัพเรือออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน มีความร่วมมือและความช่วยเหลือ ด้านการฝึกและศึกษา การแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้บัญชาการทหารเรือ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงตลอดมา (ที่มา : ขว.ทร.)
วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
กองทัพเรือกับกองทัพเรือสิงคโปร์ ทำการฝึกผสม SINGSIAM 17/2013
วันนี้ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) กองเรือยุทธการ จัดตั้งหมู่เรือฝึกผสม SINGSIAM 17/2013 (หมู่เรือฝึกกองทัพเรือสิงคโปร์) เพื่อ เข้าร่วมการฝึกผสม SINGSIAM กับกองทัพเรือสิงคโปร์ ณ ฐานทัพเรือชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ และบริเวณทะเลอันดามัน ตั้งแต่วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน - ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ โดยมี นาวาเอก วิศณุ สร้างวงศ์ใหม่ เสนาธิการกองเรือฟริเกตที่ ๒ กองเรือยุทธการ เป็นผู้บังคับหมู่เรือฝึกผสม SINGSIAM ประกอบกำลังจากกองเรือยุทธการจัดเรือหลวงรัตนโกสินทร์และเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ เข้าร่วมการฝึก ทัพเรือภาคที่ ๓ จัดเรือหลวงทยานชล เข้าร่วมการฝึก โดยมีเรือหลวงปัตตานี เรือหลวงอุดมเดช เป็นกำลังสมทบ
การฝึกผสม SINGSIAM เป็นการฝึกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่กำลังพลที่เข้าร่วมฝึก ฯ และพัฒนาการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ เช่น การปราบเรือดำน้ำ การรบผิวน้ำ การป้องกันภัยทางอากาศ การตรวจค้น การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ (ที่มา : กร.)
การฝึกผสม SINGSIAM เป็นการฝึกเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ เพิ่มพูนประสบการณ์ให้แก่กำลังพลที่เข้าร่วมฝึก ฯ และพัฒนาการปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ เช่น การปราบเรือดำน้ำ การรบผิวน้ำ การป้องกันภัยทางอากาศ การตรวจค้น การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างกองทัพเรือทั้งสองประเทศ (ที่มา : กร.)
เวียดนามรับมอบเรือดำน้ำลำแรกจากรัสเซีย
เมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ สำนักข่าว ITAR-TASS รายงานว่า เวียดนามและรัสเซียจะลงนามในเอกสารรับมอบเรือดำน้ำ ชั้น Kilo ลำแรก ชื่อ Ha Noi (HQ -182) ที่อู่ต่อเรือ Admiralty Ship Yard นครเซ็นต์ปีเตอร์รัสเซีย ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวียดนามและรัสเซียทำพิธีรับมอบศูนย์ฝึกอบรมเรือดำน้ำที่อ่าวคัมราน ซึ่งรัสเซียสร้างขึ้นตามสัญญาจัดซื้อเรือดำน้ำ ชั้น Kilo จำนวน ๖ ลำ มูลค่า ๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ในปี ๒๕๕๒ รวมถึงการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็น และการฝึกอบรมบุคลากรฝ่ายเวียดนาม โดยจะส่งมอบเรือดำน้ำอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม ๒๕๕๗ (ที่มา : ขว.ทร.)
เรือของกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานเข้าเยี่ยมประเทศไทย
วันนี้ (๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) เรือของกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน จำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย เรือ PNS KHAIBAR และเรือ PNS NASAR เดินทางเข้าเยี่ยมประเทศไทย โดยจอดเรือเทียบท่าเรือกรุงเทพ คลองเตย กรุงเทพฯ ในโอกาสนี้ ผู้บังคับการเรือทั้ง ๒ ลำ จะเข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการฐานทัพเรือกรุงเทพ
การเข้าเยี่ยมประเทศไทยของเรือกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งรับการส่งกำลังบำรุงและให้กำลังพลประจำเรือพักผ่อนภายหลังจากการปฏิบัติภารกิจในทะเล (ที่มา : ขว.ทร.)
การเข้าเยี่ยมประเทศไทยของเรือกองทัพเรือสาธารณรัฐอิสลามปากีสถานในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ รวมทั้งรับการส่งกำลังบำรุงและให้กำลังพลประจำเรือพักผ่อนภายหลังจากการปฏิบัติภารกิจในทะเล (ที่มา : ขว.ทร.)
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ
กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาดกองทัพเรือ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน การประพฤติมิชอบ การร้องเรียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook (ที่มา : สลก.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเรื่อง "ขอทานกับซาลาเปา"
กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท ในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ขอทานกับซาลาเปา"
มีเรื่องเล่าว่า ขอทานคนหนึ่ง สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ เนื้อตัวสกปรก มายืนที่หน้าร้านซาลาเปาร้านหนึ่ง ซึ่งขายดิบขายดีมาก มีลูกค้ามาอุดหนุนตลอดทั้งวัน ทำให้ลูกค้าหลายคนพากันแสดงอาการรังเกียจ เดินหนี ลูกจ้างของร้านก็เข้ามาต่อว่า และเอ่ยปากไล่ขอทานไปให้พ้นร้าน แต่ขอทานก็รีบอธิบายว่า "คุณครับ ผมไม่ได้มาขอทานหรอก แต่จะมาซื้อซาลาเปา" พร้อมกับหยิบเหรียญบาทออกมานับด้วยสองมือ ลูกจ้างของร้านรู้สึกรำคาญ จึงปัดมือของขอทานทำให้เหรียญทั้งหมดตกลงบนพื้น ขอทานตกใจ รีบก้มลงเก็บเหรียญบาทบนพื้น แต่หาอย่างไร ก็ขาดไป ๑ บาท อยู่ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในสายตาของเถ้าแก่เจ้าของร้านตลอด เขาจึงเดินเข้ามาหาขอทานคนนั้นแล้วพูดว่า "เหรียญ ๑ บาทนี่ คุณทำตกใช่ไหมครับ" ขอทานเงยหน้ามอง เมื่อเห็นเถ้าแก่เจ้าของร้าน จึงเกิดอาการตกใจกลัวไม่กล้าแม้แต่จะรับเงินจากเถ้าแก่ และกำลังจะวิ่งหนีด้วยความลุกลี้ลุกลน แต่ก็ถูกเถ้าแก่เรียกให้หยุด พร้อมพูดว่า "ยินดีต้อนรับครับคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าคุณต้องการซาลาเปาไส้อะไร" ขอทานตะลึงงัน ผ่านไปสักพัก จึงตอบกลับไปว่า ไผมอยากได้ซาลาเปาไส้หมู ๑ ลูก" เจ้าของร้านจึงหันไปคีบซาลาเปาไส้หมูมายื่นให้ขอทานอย่างนอบน้อม แล้วหันไปถามลูกจ้างของตนเองว่า "นี่คือวิธีต้อนรับลูกค้าของเธอหรือ ต่อให้เขาเป็นขอทาน เขาก็เป็นลูกค้าของเรา เธอโดนไล่ออกแล้วนะ" จุดเปลี่ยนของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า เจ้าของร้านไล่ลูกจ้างที่ไม่มีจิตวิทยาในการขายออกไปและรับขอทานคนนั้นมาเป็นลูกจ้างใหม่ในร้านแทน เขาขยันขันแข็งจนกลายเป็นที่รักของเจ้าของร้านและเพื่อนร่วมงานทุกคน
จากเรื่องเล่าที่เป็นอุทาหรณ์ข้างต้น ทำให้เกิดแง่คิดว่า ไม่ควรตัดสินถูกผิดหรือค่าของคนที่ปัจจัยภายนอก บางครั้งสิ่งที่เรามองเห็นภายนอก อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป ลองฝึกเป็นคนที่ให้โอกาสแก่ผู้อื่นดูบ้าง เพราะเชื่อแน่ว่าคนดีในสังคมยังมีมากมาย เพียงแต่เขาอาจจะยังไม่มีโอกาสที่จะได้ทำความดี ก็เป็นได้ สำหรับผู้ที่มีโอกาสดี ๆ อยู่ในมือแล้ว ก็ควรใช้โอกาสนั้นสร้างความดีให้แก่สังคมส่วนรวมให้มากที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ค่าของคนก็อยู่ที่ผลของงาน ค่าของงานอยู่ที่การกระทำความดีนั่นเอง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
มีเรื่องเล่าว่า ขอทานคนหนึ่ง สวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ขาด ๆ เนื้อตัวสกปรก มายืนที่หน้าร้านซาลาเปาร้านหนึ่ง ซึ่งขายดิบขายดีมาก มีลูกค้ามาอุดหนุนตลอดทั้งวัน ทำให้ลูกค้าหลายคนพากันแสดงอาการรังเกียจ เดินหนี ลูกจ้างของร้านก็เข้ามาต่อว่า และเอ่ยปากไล่ขอทานไปให้พ้นร้าน แต่ขอทานก็รีบอธิบายว่า "คุณครับ ผมไม่ได้มาขอทานหรอก แต่จะมาซื้อซาลาเปา" พร้อมกับหยิบเหรียญบาทออกมานับด้วยสองมือ ลูกจ้างของร้านรู้สึกรำคาญ จึงปัดมือของขอทานทำให้เหรียญทั้งหมดตกลงบนพื้น ขอทานตกใจ รีบก้มลงเก็บเหรียญบาทบนพื้น แต่หาอย่างไร ก็ขาดไป ๑ บาท อยู่ดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดอยู่ในสายตาของเถ้าแก่เจ้าของร้านตลอด เขาจึงเดินเข้ามาหาขอทานคนนั้นแล้วพูดว่า "เหรียญ ๑ บาทนี่ คุณทำตกใช่ไหมครับ" ขอทานเงยหน้ามอง เมื่อเห็นเถ้าแก่เจ้าของร้าน จึงเกิดอาการตกใจกลัวไม่กล้าแม้แต่จะรับเงินจากเถ้าแก่ และกำลังจะวิ่งหนีด้วยความลุกลี้ลุกลน แต่ก็ถูกเถ้าแก่เรียกให้หยุด พร้อมพูดว่า "ยินดีต้อนรับครับคุณลูกค้า ไม่ทราบว่าคุณต้องการซาลาเปาไส้อะไร" ขอทานตะลึงงัน ผ่านไปสักพัก จึงตอบกลับไปว่า ไผมอยากได้ซาลาเปาไส้หมู ๑ ลูก" เจ้าของร้านจึงหันไปคีบซาลาเปาไส้หมูมายื่นให้ขอทานอย่างนอบน้อม แล้วหันไปถามลูกจ้างของตนเองว่า "นี่คือวิธีต้อนรับลูกค้าของเธอหรือ ต่อให้เขาเป็นขอทาน เขาก็เป็นลูกค้าของเรา เธอโดนไล่ออกแล้วนะ" จุดเปลี่ยนของเรื่องนี้อยู่ที่ว่า เจ้าของร้านไล่ลูกจ้างที่ไม่มีจิตวิทยาในการขายออกไปและรับขอทานคนนั้นมาเป็นลูกจ้างใหม่ในร้านแทน เขาขยันขันแข็งจนกลายเป็นที่รักของเจ้าของร้านและเพื่อนร่วมงานทุกคน
จากเรื่องเล่าที่เป็นอุทาหรณ์ข้างต้น ทำให้เกิดแง่คิดว่า ไม่ควรตัดสินถูกผิดหรือค่าของคนที่ปัจจัยภายนอก บางครั้งสิ่งที่เรามองเห็นภายนอก อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิดเสมอไป ลองฝึกเป็นคนที่ให้โอกาสแก่ผู้อื่นดูบ้าง เพราะเชื่อแน่ว่าคนดีในสังคมยังมีมากมาย เพียงแต่เขาอาจจะยังไม่มีโอกาสที่จะได้ทำความดี ก็เป็นได้ สำหรับผู้ที่มีโอกาสดี ๆ อยู่ในมือแล้ว ก็ควรใช้โอกาสนั้นสร้างความดีให้แก่สังคมส่วนรวมให้มากที่สุด เพราะท้ายที่สุดแล้ว ค่าของคนก็อยู่ที่ผลของงาน ค่าของงานอยู่ที่การกระทำความดีนั่นเอง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
วันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพเรือ ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท
วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๓๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นประธานในพิธีทอดกฐินสามัคคีกองทัพเรือ ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า อำเภอ วัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยมีคณะกรรมการสมาคมภริยาทหารเรือ ราชสกุลอาภากร นายทหารชั้นผู้ใหญ่ ข้าราชการกองทัพเรือ และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา เข้าร่วมพิธีถวายผ้ากฐิน และปล่อยปลาบริเวณท่าน้ำหน้าวัดปากคลองมะขามเฒ่า
กองทัพเรือ ร่วมกับ จังหวัดชัยนาท กำหนดทอดกฐินสามัคคี ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เพื่อนำรายได้บำรุงพระพุทธศาสนา บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ ที่ชำรุดทรุดโทรมและเพื่อใช้ในการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (ที่มา : สลก.ทร.)
กองทัพเรือ ร่วมกับ จังหวัดชัยนาท กำหนดทอดกฐินสามัคคี ณ วัดปากคลองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท เพื่อนำรายได้บำรุงพระพุทธศาสนา บูรณะซ่อมแซมเสนาสนะ ที่ชำรุดทรุดโทรมและเพื่อใช้ในการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (ที่มา : สลก.ทร.)
รับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือนเข้าเป็นพลอาสาสมัครจำนวนมาก
หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือน เข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ (พลอาสาสมัคร) เป็นจำนวนมาก โดยรับชายไทยอายุตั้งแต่ ๒๐ - ๒๘ ปี เป็นทหารกองหนุนจาก ๓ เหล่าทัพ วุฒิการศึกษา ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๓) ขึ้นไป เป็นบุคคลพลเรือนทั่วไป วุฒิการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) ขึ้นไปผ่านการศึกษาวิชาทหารชั้นปีที่ ๓, ชั้นปีที่ ๕ มีบิดามารดาถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ลักษณะท่าทางดี มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีความประพฤติเรียบร้อย ไม่บกพร่องในศีลธรรมอันดี ความสูงตั้งแต่ ๑๖๕ เซนติเมตรขึ้นไป และไม่กิน ๑๘๐ เซนติเมตร นับถือศาสนาพุทธ ไม่มีรอยสักยันต์ตามร่างกาย ว่ายน้ำเป็น
หลักฐานการสมัครประกอบด้วย ใบกองหนุน (สด.๘) และใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.๔๓) บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา (ตามคุณวุฒิที่สำเร็จการศึกษาจริง ม.๓ ขึ้นไป) รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ ใบ และผลการตรวจร่างกาย (ตรวจเลือด HIV)
ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นพลอาสาสมัครสามารถสมัครด้วยตนเองที่ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ วังทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ฯ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม - ๙ มีนาคม ๒๕๕๗ ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๘๙๓, ๐ ๒๔๕๖ ๙๔๕๒ (ที่มา : สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ฯ)
หลักฐานการสมัครประกอบด้วย ใบกองหนุน (สด.๘) และใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.๔๓) บัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน วุฒิการศึกษา (ตามคุณวุฒิที่สำเร็จการศึกษาจริง ม.๓ ขึ้นไป) รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ ใบ และผลการตรวจร่างกาย (ตรวจเลือด HIV)
ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นพลอาสาสมัครสามารถสมัครด้วยตนเองที่ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ วังทวีวัฒนา เขตทวีวัฒนา กรุงเทพ ฯ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม - ๙ มีนาคม ๒๕๕๗ ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๓๕๖ ๐๘๙๓, ๐ ๒๔๕๖ ๙๔๕๒ (ที่มา : สำนักงานราชเลขานุการในพระองค์ฯ)
กองทัพเรืออินเดียและกองทัพเรือสหรัฐ ฯ เริ่มทำการฝึกผสมทางทะเล รหัส Malabar ในอ่าวเบงกอล
เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ กองทัพเรืออินเดีย และกองทัพเรือสหรัฐ ฯ เริ่มทำการฝึกผสมทางทะเลประจำปี รหัส Malabar ในอ่าวเบงกอล ชายฝั่งรัฐทมิฬนาฑู ระหว่างวันที่ ๕ - ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ โดยทำการฝึกต่อต้านการก่อการร้ายต่อต้านการลักลอบเข้าประเทศโดยผิดกฎหมาย โดยสหรัฐ ฯ จัดเรือพิฆาตอาวุธนำวิถี USS McCampbell (DDG 85) และเครื่องบิน P3C Orion เข้าร่วมการฝึก ขณะที่อินเดียจัดเรือฟริเกต INS Shivalik เรือพิฆาตอาวุธนำวิถี INS Ranvijay และเครื่องบินตรวจการณ์ทะเล TU-142M เข้าร่วมการฝึก (ที่มา : ขว.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเรื่อง "สัญชาตญาณวิเศษ"
กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรมในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท ในวันนี้นำเสนอเรื่อง "สัญชาตญาณวิเศษ"
คำว่า สัญชาตญาณ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิดของคนและสัตว์ ทำให้มีความรู้สึกและกระทำได้เอง โดยไม่ต้องมีใครสั่งสอนเป็นเสมือนกลไกชีวิตที่ขับเคลื่อนความรู้สึกและการกระทำให้แสดงสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดได้เองโดยอัตโนมัติ ใน ๔ เรื่อง คือ การกิน การนอน ความกลัว และการสืบพันธุ์
แม้คนและสัตว์จะแสดงสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดเหมือนกัน แต่ในแง่แนวคิดทางธรรมคนสามารถใช้ความมีคุณธรรมจริยธรรม เป็นเครื่องช่วยกำกับพฤติกรรมให้แสดงสัญชาตญาณในการกิน การนอน ความกลัว และการสืบพันธุ์ ที่สามารถทำให้คนวิเศษกว่าสัตว์ได้ ดังมีพุทธภาษิตยืนยันความจริงในเรื่องนี้ว่า
"อาหาระนิททาภะยะเมถุนัญจะ สามัญญะเมตัปปะสุภินะรานัง
ธัมโม หิ เตสัง อะธิโก วิเสโส ธัมเมนะ หีนา ปะสุภิสะมานา"
ซึ่งแปลใจความว่า การกิน ๑ การนอน ๑ ความกลัว ๑ การสืบพันธุ์ ๑ ทั้ง ๔ ประการนี้มีเหมือนกับทั้งในสัตว์และคน "ธรรม" เท่านั้นที่ทำคนให้วิเศษกว่าสัตว์ หากปราศจาก "ธรรม" คนก็ไม่ต่างกันกับสัตว์
การแสดงสัญชาตญาณ เพื่อการอยู่รอดที่ทำให้คนวิเศษกว่าสัตว์ ในเรื่อง การกิน หมายถึง คนจะต้องไม่อยู่เพื่อกิน แต่จะต้องกินเพื่ออยู่ คือ ทั้งเพื่ออยู่รอดและปลอดภัย เพราะคนจะต้องเลือกกินแต่สิ่งดี ๆ มีประโยชน์ ไม่กินสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษทุกข์ภัย การนอน หมายถึง คนจะต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนนานจนงานเสีย ไม่อดหลับอดนอนจนทำให้กลไกการแสดงสัญชาตญาณในการนอนผิดปกติ เกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเภทภัยได้ทุกเมื่อ ความกลัว หมายถึง คนจะต้องนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาแก้ความกลัว ซึ่งจะช่วยทำให้กลัวอย่างมีเหตุผล ไม่กลัวจนขาดสติดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท สามารถเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้าละชั่วและทำดีได้อย่างอิสระ และการสืบพันธุ์ หมายถึง คนจะต้องมีความสำรวมในเรื่องกามารมณ์ ซื่อสัตย์ยินดีแต่ในคู่ครองของตนไม่มักมากในกาม ไม่สำส่อนทางเพศ
แม้การแสดงสัญชาตญาณจะเป็นกลไกตามธรรมชาติ ห้ามหรือฝืนไม่ได้ แต่สามารถพัฒนาให้วิเศษได้ด้วยการใช้หลักธรรมคำสอนทางศาสนาเป็นเครื่องช่วยกำกับสนับสนุน ซึ่งหากใครถือปฏิบัติตาม ก็จะทำให้เป็นผู้มีสัญชาตญาณวิเศษเกิดขึ้นในตนเองจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ และเป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงอย่างแท้จริง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
คำว่า สัญชาตญาณ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง ความรู้ที่มีมาแต่กำเนิดของคนและสัตว์ ทำให้มีความรู้สึกและกระทำได้เอง โดยไม่ต้องมีใครสั่งสอนเป็นเสมือนกลไกชีวิตที่ขับเคลื่อนความรู้สึกและการกระทำให้แสดงสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดได้เองโดยอัตโนมัติ ใน ๔ เรื่อง คือ การกิน การนอน ความกลัว และการสืบพันธุ์
แม้คนและสัตว์จะแสดงสัญชาตญาณเพื่อการอยู่รอดเหมือนกัน แต่ในแง่แนวคิดทางธรรมคนสามารถใช้ความมีคุณธรรมจริยธรรม เป็นเครื่องช่วยกำกับพฤติกรรมให้แสดงสัญชาตญาณในการกิน การนอน ความกลัว และการสืบพันธุ์ ที่สามารถทำให้คนวิเศษกว่าสัตว์ได้ ดังมีพุทธภาษิตยืนยันความจริงในเรื่องนี้ว่า
"อาหาระนิททาภะยะเมถุนัญจะ สามัญญะเมตัปปะสุภินะรานัง
ธัมโม หิ เตสัง อะธิโก วิเสโส ธัมเมนะ หีนา ปะสุภิสะมานา"
ซึ่งแปลใจความว่า การกิน ๑ การนอน ๑ ความกลัว ๑ การสืบพันธุ์ ๑ ทั้ง ๔ ประการนี้มีเหมือนกับทั้งในสัตว์และคน "ธรรม" เท่านั้นที่ทำคนให้วิเศษกว่าสัตว์ หากปราศจาก "ธรรม" คนก็ไม่ต่างกันกับสัตว์
การแสดงสัญชาตญาณ เพื่อการอยู่รอดที่ทำให้คนวิเศษกว่าสัตว์ ในเรื่อง การกิน หมายถึง คนจะต้องไม่อยู่เพื่อกิน แต่จะต้องกินเพื่ออยู่ คือ ทั้งเพื่ออยู่รอดและปลอดภัย เพราะคนจะต้องเลือกกินแต่สิ่งดี ๆ มีประโยชน์ ไม่กินสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษทุกข์ภัย การนอน หมายถึง คนจะต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่นอนนานจนงานเสีย ไม่อดหลับอดนอนจนทำให้กลไกการแสดงสัญชาตญาณในการนอนผิดปกติ เกิดอาการหลับใน ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเภทภัยได้ทุกเมื่อ ความกลัว หมายถึง คนจะต้องนำหลักธรรมคำสอนทางศาสนามาแก้ความกลัว ซึ่งจะช่วยทำให้กลัวอย่างมีเหตุผล ไม่กลัวจนขาดสติดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท สามารถเปลี่ยนความกลัวให้เป็นความกล้าละชั่วและทำดีได้อย่างอิสระ และการสืบพันธุ์ หมายถึง คนจะต้องมีความสำรวมในเรื่องกามารมณ์ ซื่อสัตย์ยินดีแต่ในคู่ครองของตนไม่มักมากในกาม ไม่สำส่อนทางเพศ
แม้การแสดงสัญชาตญาณจะเป็นกลไกตามธรรมชาติ ห้ามหรือฝืนไม่ได้ แต่สามารถพัฒนาให้วิเศษได้ด้วยการใช้หลักธรรมคำสอนทางศาสนาเป็นเครื่องช่วยกำกับสนับสนุน ซึ่งหากใครถือปฏิบัติตาม ก็จะทำให้เป็นผู้มีสัญชาตญาณวิเศษเกิดขึ้นในตนเองจนได้รับการยกย่องว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ และเป็นมนุษย์ผู้มีจิตใจสูงอย่างแท้จริง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
การประชุมติดตามความก้าวหน้าการจัดกิจกรรมร่วมใจทำไทยให้สะอาด
วันนี้ (๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๓๐ น. นาวาเอก เชษฐา ใจเปี่ยม รองเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เป็นประธานในการประชุมเพื่อติดตามความก้าวหน้าการจัดกิจกรรมร่วมใจทำไทยให้สะอาด ณ ห้องประชุม พัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ
กองทัพเรือ กำหนดจัดกิจกรรม "เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา" ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น. เป็นกิจกรรมเพื่อสนับสนุนโครงการ Clean up the world ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) สถาบันการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาและอนุรักษ์แม่น้ำ โดยเชิญชวนให้ประชาชนงดการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ลำคลอง และจัดกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา และให้สอดคล้องกับพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการให้คนไทยช่วยกันดูแล ปกป้อง รักษา แม่น้ำสายต่าง ๆ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การเชิญชวนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยางดทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง และการเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท่าเรือสะพานพุทธ จนถึงท่าเทียบเรือสะพานปิ่นเกล้า โดยจะมีพิธีเปิดกิจกรรม ฯ ณ บริเวณลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ภายในงานจะมีกำลังพลจากกองทัพเรือ จิตอาสา ศิลปิน ดารา นักแสดง และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรม (ที่มา : กพร.ทร.)
กองทัพเรือ กำหนดจัดกิจกรรม "เก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา" ในวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น. เป็นกิจกรรมเพื่อสนับสนุนโครงการ Clean up the world ร่วมกับกรุงเทพมหานคร กรมเจ้าท่า สมาคมสร้างสรรค์ไทย (ตาวิเศษ) สถาบันการศึกษา และชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้ เพื่อปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาและอนุรักษ์แม่น้ำ โดยเชิญชวนให้ประชาชนงดการทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำ ลำคลอง และจัดกิจกรรมเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา และให้สอดคล้องกับพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ในการให้คนไทยช่วยกันดูแล ปกป้อง รักษา แม่น้ำสายต่าง ๆ โดยเฉพาะแม่น้ำเจ้าพระยา สำหรับกิจกรรมดังกล่าวประกอบด้วย การเชิญชวนประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยางดทิ้งสิ่งปฏิกูลลงในแม่น้ำลำคลอง และการเก็บขยะในแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่บริเวณท่าเรือสะพานพุทธ จนถึงท่าเทียบเรือสะพานปิ่นเกล้า โดยจะมีพิธีเปิดกิจกรรม ฯ ณ บริเวณลานทัศนาภิรมย์ หอประชุมกองทัพเรือ ภายในงานจะมีกำลังพลจากกองทัพเรือ จิตอาสา ศิลปิน ดารา นักแสดง และเยาวชน เข้าร่วมกิจกรรม (ที่มา : กพร.ทร.)
ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ
กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาดกองทัพเรือ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน การประพฤติมิชอบ การร้องเรียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











