วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556

สถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ ๑๕ เรื่อง "ธรรมราชา" ระหว่าง ๘ - ๑๐ พฤศจิกายน ศกนี้

สถาบันพระปกเกล้า จัดดครงการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ ๑๕ ในหัวข้อเรื่อง "ธรรมราชา" ระหว่างวันที่ ๘ - ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ณ ศูนย์การประชุม สหประชาชาติ กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีสาธารณะในการวิเคราะห์ เสนอแนะ ผลงานวิชาการในประเด็นเกี่ยวกับหลักธรรมราชา คุณธรรมสำหรับผู้นำ ผู้ปกครองและหลักธรรมาภิบาลในทุกภาคส่วนของสังคม และเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ มุมมองเชิงเปรียบเทียบในประเด็นที่เกี่ยวข้องของนักวิชาการและผู้สนใจจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมทั้งเพื่อให้ข้อเสนอแนะ และร่วมกันกำหนดและส่งเสริมคุณธรรมสำหรับผู้ปกครองและผู้นำที่สอดคล้องกับบริบทของสังคม
         ขอเชิญผู้สนใจสมัครเข้าร่วมงานประชุมวิชาการดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๒๖, ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๓๕ และ ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๓๗ หรือ www.kpi.ac.th
(ที่มา : สถาบันพระปกเกล้า)

กรมกำลังพลทหารเรือ เปิดการอบรมหลักสูตรนายทหารกำลังพล ๑๖ - ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖

 กรมกำลังพลทหารเรือ กำหนดเปิดการอบรมหลักสูตรนายทหารกำลังพล ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องวีไอพี ชั้น ๓ อาคารนันทอุทยานสโมสร โดยผู้เข้ารับการอบรมจะต้องเป็นข้าราชการชั้นยศพันจ่าเอก ที่ทำหน้าที่นายทหารสัญญาบัตร - นาวาโท ที่ปฏิบัติงานด้านกำลังพลของหน่วย
         การเปิดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับ การอบรมมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน กำลังพลของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิกำลังพลกรณีต่าง ๆ และกระตุ้นให้มีการพัฒนาตนเองของนายทหารกำลังพลของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ
          ขอเชิญผู้ที่ปฏิบัติงานด้านกำลังพลของหน่วยเข้ารับการอบรม โดยแจ้งรายชื่อส่งให้กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : กพ.ทร.)

การแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์ของผู้เกษียณอายุราชการและผู้ที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการฯ

กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์ แจ้งการแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรที่ครบเกษียณอายุ ราชการและนายทหารสัญญาบัตรที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดใน เดือนกันยายน ๒๕๕๖ โดยจะจัดส่งนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำเดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่หน่วยต้นสังกัดเดิม สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการ ฯ และผู้ที่ขอลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ฯ ที่มีความประสงค์จะสมัครบอกรับเป็นสมาชิกนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นรายปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสมัครรวมค่าจัดส่ง ปีละ ๓๐๐ บาท สามารถสมัครได้ที่ สำนักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๙๘๗, ๕๓๐๗๒ และ ๕๔๙๙๘ (ที่มา : บก.นาวิกศาสตร์)

ประธานาธิบดีของจีนระบุคู่กรณีปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ควรยึดมั่นแนวทางสันติ

 เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖ ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเยือนอินโดนีเซียเป็นครั้งแรกของการดำรงตำแหน่ง แถลงที่รัฐสภาอินโดนีเซียถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ว่า ยังไม่สามารถตกลงกันได้ แต่คู่กรณีควรยึดมั่นแนวทางสันติ เพื่อรักษาภาพรวมของความสัมพันธ์ทวิภาคี และเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไรก็ตาม จีนจะกระชับความสัมพันธ์กับ ASEAN ทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี และพร้อมให้ความร่วมมือทางทะเลอย่างเต็มที่ (ที่มา : ขว.ทร.)

กองทัพเรือ กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖


กองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๕๖ ไปทอดถวาย ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์
         วัดชิโนรสาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมอญฝั่งเหนือ ใกล้พระราชวังนันทอุทยาน สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓ และ เมื่อการก่อสร้างปฏิสังขรณ์สำเร็จบริบูรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงสร้างวัด ทรงขนามนามว่า วัดชิโนรสาราม ภายในวัดมีถาวรวัตถุและสิ่งสำคัญประกอบด้วย พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ๑ องค์ พระอัครสาวก ๒ องค์ พระพุทธรูปยืนสูง ๓ ศอกบ้าง ๔ ศอกบ้าง จำนวน ๗ องค์ นอกจากนั้นภายในพระอารามยังมีสิ่งที่นับว่าเป็นปูชนียสถานสำคัญคือ พระเจดีย์ใหญ่ ๒ องค์ พระเจดีย์ไม้ ๑๒ ทรงเครื่อง ๔ องค์ พระปรางค์ ๒ องค์ เป็นต้น เมื่อได้ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัตถุสิ่งใดในวัดนี้ ก็โปรดให้ช่างปั้นหรือเขียนเป็นรูปนาคไว้ทั่ว เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ตรงกับพระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าวาสุกรีของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส นอกจากนี้ โปรดให้ปั้นพระมหามงกุฎลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นส่วนใหญ่ เครื่องหมายเหล่านี้ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
        อานิสงค์ของการทอดกฐิน เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระพุทธบัญญัติ เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง และเป็นการสืบต่อประเพณีกฐินทานมิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งการทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลใดโดยเฉพาะ เป็นลักษณะสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่ามีผลานิสงส์มาก และการร่วมบำเพ็ญกุศลกฐินทานเป็น "กาลทาน" คือ เป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนดจึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ การทอดกฐินส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมซึ่งเป็นผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้ทางหนึ่ง
          ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาร่วมกุศลครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคเงินได้ที่
           - กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๕๑, ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗
           - โอนเงินหรือเช็คสั่งจ่ายธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๖๖๑๓ - ๘ ชื่อบัญชี "พระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ"
           - ธนาณัติสั่งจ่าย ปณ.บางกอกใหญ่ ๑๐๖๐๐ ในนาม กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
           - วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๒ ๐๕๒๓ หรือ ๐๘๑ ๙๒๐ ๖๙๑๔
(ที่มา :คณะกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินฯ)

กองทัพเรือ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย

พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เตรียมการและสนับสนุนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง ๆ โดยกองทัพเรือได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานไปประจำอยู่ที่คณะกรรมการบริหาร จัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) และจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำรับผิดชอบโดยกรมอู่ทหารเรือในการควบคุม ดูแลเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องผลักดันเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น ๖๑ เครื่อง
          ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว
          ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้วจำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดัน น้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
          ในการนี้ พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้มอบนโยบายให้ พลเรือโท ไกรวุธ วัฒนธรรม รองเสนาธิการทหารเรือ/รองเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้การช่วยเหลือเรื่องผลักดันน้ำ ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : สลก.ทร.)

ผู้บัญชาการทหารเรือและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ฟังการบรรยายสรุปงานสำคัญของกรมฝ่ายอำนวยการและหน่วยที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (๗ ตุลาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการ ทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ฟังการบรรยายสรุปงานสำคัญที่ได้ดำเนินการแล้วในปีงบประมาณ ๒๕๕๖ และที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของกรมฝ่ายอำนวยการประกอบด้วยกรม กำลังพลทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ กรมยุทธการทหารเรือ และกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ จะบรรยายและตอบข้อซักถามในส่วนความรับผิดชอบ
        กรมฝ่ายอำนวยการและหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการบรรยายสรุปงานสำคัญ ในครั้งนี้เพื่อให้คณะผู้บังคับบัญชาที่รับหน้าที่ใหม่ได้รับทราบรับทราบและ เป็นข้อมูลในการบริหารงานต่อไป โดยการบรรยายสรุปจัดขึ้นในวันที่ ๗ และ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ รองเสนาธิการทหารเรือ และผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป ฯ
         ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ มี กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ บรรยายและตอบข้อซักถาม
(ที่มา : สลก.ทร.)

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การฝึกผสมพหุภาคีด้านความมั่นคงทางทะเลที่ออสเตรเลีย


เรือฟริเกต INS Sahyadri ของอินเดีย และเรือพิฆาต PLAN Quindago ของจีน ร่วมกับเรือจากมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และไทย เข้าร่วมการฝึกผสมพหุภาคีด้านความมั่นคงทางทะเล ตามกรอบการประชุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ASEAN และประเทศคู่เจรจา (ADMM - Plus MS FTX) บริเวณอ่าวจาร์วิส ออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ ๒๙ กันยายน - ๒ ตุลาคม๒๕๕๖ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างทักษะในการต่อต้านการกระทำอันเป็นโจรสลัดและ รักษาความปลอดภัยเส้นทางในการเดินเรือ โดยการฝึกประกอบด้วยการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงทางทะเล การสาธิตการลาดตระเวน การขึ้นตรวจเยี่ยมเรือ รวมทั้งการตรวจค้นเรือต้องสงสัย ทั้งนี้ เรือหลวงกระบี่เข้าร่วมการฝึกผสม ฯ ครั้งนี้ด้วย (ที่มา : ขว.ทร.)

กองทัพเรือร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาศรมหมอพรและอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ

วันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือตรี พันเลิศ แกล้วทนงค์ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานร่วมมูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาศรมหมอพรและอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพฯ
         กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ร่วมกับมูลนิธิราชสกุลอาภากร ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ดำเนินโครงการ "อาศรมหมอพร" เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ของข้าราชการ ประชาชน รวมทั้งผู้ป่วยและญาติที่จะขอกำลังใจด้วยศรัทธาในเสด็จในกรม ฯ ตลอดจนได้สร้างอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ เพื่อจัดแสดงการแพทย์เชิงบูรณาการ โดยจัดภูมิทัศน์โดยรอบอาศรมหมอพรเป็นสวนรักษ์สุขภาพ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
(ที่มา : สลก.ทร.)

เรือของกองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์เดินทางเข้าเยี่ยมประเทศไทย

 กองทัพเรือ อนุญาติให้กองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ นำเรือจำนวน ๒ ลำ ประกอบด้วย เรือ RSS TENACIOUS และ เรือ RSS VIGOUR เข้าเยี่ยมประเทศไทย ระหว่าง วันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยจอดเรือเทียบท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อเข้ารับการส่งกำลังบำรุงและให้กำลังพลประจำเรือพักผ่อนภายหลังจากการ ปฏิบัติภารกิจในทะเล ในการนี้ ผู้บังคับการเรือทั้ง ๒ ลำ จะเข้าเยี่ยมคำนับ พลเรือโท เริงฤทธิ์ บุญส่งประเสริฐ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ ในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : ยก.ทร.)

เสนาธิการทหารเรือ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ประชุมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือ

  วาน นี้ (๓ ตุลาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ เป็นประธานในการประชุมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือ ณ ห้องประชุมทางไกลผ่านวีดิทัศน์ (VTC) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
           จากการรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ระดับน้ำยังคงทรงตัวในภาวะปกติ ซึ่งกองทัพเรือได้สนับสนุนสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) ในการผลักดันน้ำ โดยหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามที่สำนักนโยบายและบริหาร ฯ ร้องขอเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น ๖๑ เครื่อง สำหรับการประชุมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือในครั้งนี้เพื่อ เตรียมความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว จำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง
           ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : สลก.ทร.)

วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2556

รัสเซียทำพิธีปล่อยเรือลงน้ำ


เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ พลเรือเอก Alexander Tatarinov ผู้บัญชาการทหารเรือรัสเซีย แถลงว่า กองทัพเรือรัสเซียทำพิธีปล่อยเรือชุด Yury Ivanov ลงน้ำ ตาม Project 18280 ที่อู่ต่อเรือ Severnaya Verf เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก โดยเรือมีระวางขับน้ำ ๔,๐๐๐ ตัน รัศมีปฏิบัติการ ๘,๐๐๐ ไมล์ กำลังพลประจำเรือ ๑๒๐ นาย และจะเข้าประจำการในกองเรือภาคเหนือในปี ๒๕๕๗ อนึ่ง ตาม Project 18280 กองทัพเรือรัสเซียมีแผนต่อเรือ รวม ๓ ลำ (ที่มา : ขว.ทร.)