วันนี้
(๒๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาระดับภูมิภาคเรื่องกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธทางทะเล
(Law of Armed Conflict at Sea) ณ โรงแรม Swiss Hotel Nai Lert
Park กรุงเทพ ฯ โดยมี ข้าราชการกองทัพเรือเข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย
กองทัพเรือ
เป็นเจ้าภาพร่วมกับ
สำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (The
International Committee of the Red Cross : ICRC)
จัดการสัมมนาระดับภูมิภาค
หัวข้อกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธทางทะเล (Law of
Armed Conflict
at Sea) เป็นการดำเนินการพันธกรณีอนุสัญญาเจนีวา
คริสตศักราช ๑๙๔๙
ที่ประเทศร่วมลงนามต้องเผยแพร่หลักเกณฑ์และความรู้ให้หน่วยทหารของตนได้รับ
ทราบ
เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม
และการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาในครั้งนี้
ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘
นับเป็นโอกาสที่กองทัพเรือจะได้แสดงบทบาทนำในภูมิภาค
ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์กองทัพเรือ
"เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการ
บริหารจัดการ"
รวมทั้งจะทำให้กำลังพลกองทัพเรือได้เพิ่มพูนความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
โดยตรงกับการใช้กำลังทางเรือของกองทัพเรือ
อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต
การสัมมนาในหัวข้อดังกล่าวในส่วนของกองทัพเรือ
จัดบรรยายพิเศษ จำนวน ๒ หัวข้อ ได้แก่
ประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่กองกำลังเฉพาะกิจผสม
๑๕๑" และ "ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล"
ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพเรือมีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรง
และเพื่อประชาสัมพันธ์ประสบการณ์และผลการปฏิบัติงานระดับนานาชาติของกองทัพ
เรือให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบ
รวมทั้งเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์บทบาทของ
ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ได้ทราบถึงกลไกการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย
ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพเรือโดยรวม
สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้
มีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ประกอบด้วย ประเทศบรูไนดารุสซาลาม, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม,
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน, เครือรัฐออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์,ญี่ปุ่น,
สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สาธารณรัฐเกาหลี,
มาเลเซีย, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, ปาปัวนิวกินี,
ผู้แทนจากกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) และผู้แทนกองทัพเรือ
เข้าร่วมสัมมนา ฯ (ที่มา : ยก.ทร.)
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558
ขอเชิญฟังการอภิปราย เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ"
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กำหนดจัดการสัมมนาในลักษณะการอภิปรายเป็นคณะ
เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ"
ณ ห้องประชุม ๕๐๔ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘
ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น.
การอภิปรายเป็นคณะ เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของภัยคุกคามของไซ เบอร์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ รวมไปถึงเพื่อเป็นการเตรียมการรับมือกับภัยของไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ทั้งปฏิบัติการเชิงรุกและเชิงรับอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้แทนหน่วยต่าง ๆ เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับกำลังพลในหน่วยให้สามารถปฏิบัติการร่วมด้านไซเบอร์ใน อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรจากผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นายนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ, พันเอก ชาติชาย ชัยเกษม ผู้อำนวยการกองสงครามเครือข่าย กรมยุทธการทหาร, นาวาเอก นิรินธน์ ธานีรัตน์ รองผู้อำนวยการกองระบบควบคุมและบังคับบัญชา สำนักปฏิบัติการกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และ นาวาเอก ยศภาค โชติกพงศ์ อาจารย์ฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ ขอเชิญข้าราชการที่สนใจเข้าฟังการอภิปรายเป็นคณะในหัวข้อเรื่อง "สงครามไซเบอร์
ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ศยร.ยศ.ทร.)
การอภิปรายเป็นคณะ เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของภัยคุกคามของไซ เบอร์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ รวมไปถึงเพื่อเป็นการเตรียมการรับมือกับภัยของไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ทั้งปฏิบัติการเชิงรุกและเชิงรับอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้แทนหน่วยต่าง ๆ เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับกำลังพลในหน่วยให้สามารถปฏิบัติการร่วมด้านไซเบอร์ใน อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรจากผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นายนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ, พันเอก ชาติชาย ชัยเกษม ผู้อำนวยการกองสงครามเครือข่าย กรมยุทธการทหาร, นาวาเอก นิรินธน์ ธานีรัตน์ รองผู้อำนวยการกองระบบควบคุมและบังคับบัญชา สำนักปฏิบัติการกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และ นาวาเอก ยศภาค โชติกพงศ์ อาจารย์ฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ ขอเชิญข้าราชการที่สนใจเข้าฟังการอภิปรายเป็นคณะในหัวข้อเรื่อง "สงครามไซเบอร์
ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ศยร.ยศ.ทร.)
ขอเชิญสักการะพระพุทธชยันตีองค์ดำนาลันทา สวดมนต์ ฝึกสมาธิ ๒๙ - ๓๐ เมษายน นี้ ที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า
กรมแพทย์ทหารเรือ จัดโครงการ "PINKLAO เสริมพลัง สร้างสุข
ปลุกหัวใจ" ร่วมกับเสถียรธรรมสถาน เคลื่อนขบวนธรรมยาตรามีพระพุทธชยันตีองค์ดำนาลันทา
พระผู้เป็นเลิศแห่งการเยียวยาและปัญญาไปสู่ทุกชุมชน ณ ลานหน้าตึกอุบัติเหตุเก่า
(ลานหน้าศูนย์กู้ชีพ) โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
เขตธนบุรี กรุงเทพฯ โดยในวันที่ ๒๙ เมษายน ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น.
- ๒๐.๐๐ น. มีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย พิธีกราบสักการะพระพุทธชยันตีองค์ดำ
นาลันทา, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เสริมพลังสร้างใจด้วยธรรมะ โดยทีมแม่ชี
จากเสถียรธรรมสถาน, เยี่ยมผู้ป่วยในห้อง ICU การเสริมพลัง สร้างสุข
ด้วยการปลุกหัวใจในการทำงาน และการเยียวยา การแก้ปัญหาการเจ็บป่วย
ช่วยได้ ด้วยธรรมะ, ฟังการบรรยายธรรม โดยแม่ชีศันสนีย์ "ครอบครัวหัวใจของการเยียวยา"
และปิดท้ายด้วยการสวดมนต์ ฝึกสมาธิ
สำหรับกิจกรรมในวันที่ ๓๐ เมษายน ระหว่างเวลา ๐๖.๓๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ร่วมตักบาตรบริเวณหน้าพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา, กราบไหว้บูชาพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา, การนำนวัตกรรมทางจิตวิญญาณของเสถียรธรรมสถานสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ธรรมะกับชีวิต, กิจกรรมธรรมะปลุกหัวใจสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสวดมนต์ ฝึกสมาธ
โครงการ "PINKLAO เสริมพลังสร้างสุข ปลุกหัวใจ" เป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งความสุข บุคลากรในองค์กรหลักเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับองค์กร พร้อมที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้มีการสื่อสารแบบเอื้ออาทร มุ่งเน้นให้มีความเอื้อความสุขกับผู้ใช้บริการ และผู้ร่วมงานมีความผูกพัน เข้าใจกัน รู้จักให้อภัยกันได้ โดยมีแรงจูงใจในการทำงานมาจากความสุขที่อยู่ภายในของบุคคล รวมทั้งบุคลากรที่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง มีความสามารถในการปรับปรุงความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง จะช่วยให้การทำงานมีความราบรื่น ลดความขัดแย้งภายในองค์กร และสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับของโรงพยาบาล ผู้ที่สนใจทั่วไป ผู้ป่วยวิกฤติ เรื้อรัง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย และญาติ เข้าร่วมกิจกรรม
สนใจร่วมกิจกรรมในโครงการ "PINKLAO เสริมพลัง สร้างสุข ปลุกหัวใจ" ติดต่อสอบถามได้ที่ นาวาโทหญิง พรทิพย์ ไตรภัทร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๘๙๔ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๒๕๓๒ (ที่มา : พร.)
สำหรับกิจกรรมในวันที่ ๓๐ เมษายน ระหว่างเวลา ๐๖.๓๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ร่วมตักบาตรบริเวณหน้าพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา, กราบไหว้บูชาพระพุทธชยันตีองค์ดำ นาลันทา, การนำนวัตกรรมทางจิตวิญญาณของเสถียรธรรมสถานสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้, การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ธรรมะกับชีวิต, กิจกรรมธรรมะปลุกหัวใจสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสวดมนต์ ฝึกสมาธ
โครงการ "PINKLAO เสริมพลังสร้างสุข ปลุกหัวใจ" เป็นการสร้างวัฒนธรรมแห่งความสุข บุคลากรในองค์กรหลักเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับองค์กร พร้อมที่จะผลักดันให้องค์กรก้าวหน้าอย่างยั่งยืน และวัฒนธรรมองค์กรที่เอื้อให้มีการสื่อสารแบบเอื้ออาทร มุ่งเน้นให้มีความเอื้อความสุขกับผู้ใช้บริการ และผู้ร่วมงานมีความผูกพัน เข้าใจกัน รู้จักให้อภัยกันได้ โดยมีแรงจูงใจในการทำงานมาจากความสุขที่อยู่ภายในของบุคคล รวมทั้งบุคลากรที่มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์ของตนเอง มีความสามารถในการปรับปรุงความฉลาดทางอารมณ์ของตนเอง จะช่วยให้การทำงานมีความราบรื่น ลดความขัดแย้งภายในองค์กร และสามารถนำพาองค์กรไปสู่เป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงการดังกล่าวได้เปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับของโรงพยาบาล ผู้ที่สนใจทั่วไป ผู้ป่วยวิกฤติ เรื้อรัง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย และญาติ เข้าร่วมกิจกรรม
สนใจร่วมกิจกรรมในโครงการ "PINKLAO เสริมพลัง สร้างสุข ปลุกหัวใจ" ติดต่อสอบถามได้ที่ นาวาโทหญิง พรทิพย์ ไตรภัทร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๘๙๔ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๒๕๓๒ (ที่มา : พร.)
วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ถ้าทุกคนสนใจในความรักประเทศชาติ
รักษาความดีเอาไว้ ไม่ต้องไปตามอย่างในสิ่งที่เราเห็นว่าไม่น่าที่จะเจริญ
ไม่น่าจะพัฒนา เราต้องรักษาแนวทางความคิดตามที่เรามีอยู่ แม้จะเป็นสิ่งที่ตกทอดมาแต่โบราณกาลจากปู่ย่าตายายของเรา
แต่เป็นระเบียบการหรือเป็นวิธีการที่ดี จะไม่ล้าสมัย"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๔
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในโอกาสเสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมวิทยาลัยวิชาการศึกษาประสานมิตร ๑๓ มีนาคม ๒๕๑๔
พิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘
วันนี้ (๒๓ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ
รุ่นที่ ๑๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ
วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพ ฯ โดยมี พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์
เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ กล่าวรายงาน
กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ (พสบ.ทร.รุ่นที่ ๑๒) ระหว่างวันที่ ๒๓ เมษายน ถึง ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุม ๑ กรมสวัสดิการทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านความมั่นคงของชาติทางทะเล และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยมี ข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ารับการอบรม จำนวน ๕๔ คน ได้แก่ ข้าราชการกองทัพเรือ ข้าราชการจากเหล่าทัพ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลระดับผู้บริหารจากภาคเอกชน (ที่มา : กพร.ทร.)
กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ จัดการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหารกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ (พสบ.ทร.รุ่นที่ ๑๒) ระหว่างวันที่ ๒๓ เมษายน ถึง ๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุม ๑ กรมสวัสดิการทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านความมั่นคงของชาติทางทะเล และการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ โดยมี ข้าราชการและผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ารับการอบรม จำนวน ๕๔ คน ได้แก่ ข้าราชการกองทัพเรือ ข้าราชการจากเหล่าทัพ ข้าราชการพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ และบุคคลระดับผู้บริหารจากภาคเอกชน (ที่มา : กพร.ทร.)
พิธีเปิดการฝึกอบรมอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๓/๕๘
วันนี้ (๒๓ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๒๐ น. พลเรือเอก สมศักดิ์ พยัคคง รองประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๓/๕๘
ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
กองทัพเรือ โดย คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองทัพเรือ จัดให้มีการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ เพื่อส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว โดยได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย
การฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการในครั้งนี้ เป็นการอบรมในรุ่นที่ ๓ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ มีทหารกองประจำการจากหน่วยต่าง ๆ เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพในหลักสูตรต่าง ๆ ได้แก่ หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไปและหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อจบการฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตร เพื่อใช้ประกอบในการสมัครงานทุกนาย (ที่มา : คพท.)
กองทัพเรือ โดย คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองทัพเรือ จัดให้มีการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ เพื่อส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว โดยได้รับความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย
การฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการในครั้งนี้ เป็นการอบรมในรุ่นที่ ๓ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ มีทหารกองประจำการจากหน่วยต่าง ๆ เข้ารับการฝึกอบรมอาชีพในหลักสูตรต่าง ๆ ได้แก่ หลักสูตรอาชีพช่างทั่วไปและหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อจบการฝึกอบรมแล้ว ผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะได้รับวุฒิบัตร เพื่อใช้ประกอบในการสมัครงานทุกนาย (ที่มา : คพท.)
กองทัพเรือสนับสนุนการจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประจำปี ๒๕๕๘
กองทัพเรือ ร่วมสนับสนุนการจัดพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ประจำปี ๒๕๕๘ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช กองบัญชาการ
กองทัพไทย แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๕ เมษายน
๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๑.๓๐ น. โดยมี พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร
ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ฯ และมี นายทหารชั้นนายพลเรือ
พร้อมคณะ เข้าร่วมพิธี
ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ กำหนดให้วันที่ ๒๕ เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และให้ประกอบพิธี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้ กำหนดให้ส่วนราชการทั้งส่วนราชการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พร้อมใจกันทั่วประเทศ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พุทธศักราช ๒๐๙๘ ที่ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลกมีพระเชษฐภคินีคือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระนามของพระองค์ปรากฏในลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ เช่น พระนเรศ วรราชาธิราช, พระนเรสส, องค์ดำ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพระนาม นเรศวรได้มาจากที่ใด สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เพี้ยนมาจาก สมเด็จพระนเรศ วรราชาธิราช มาเป็น สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชเมื่อ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๑๓๓ สิริรวมการครองราชสมบัติ ๑๕ ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๑๔๘ รวมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา
ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งของชาติไทย พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ
ดังนั้น กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้จัดการจัดงานวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้น เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้เป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ, เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ, เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ (ที่มา : กพ.ทร., วิกิพีเดีย)
ตามมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ กำหนดให้วันที่ ๒๕ เมษายน ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และให้ประกอบพิธี เพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เชิดชูเกียรติคุณ พระปรีชาสามารถที่เลื่องลือปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ตราบเท่าทุกวันนี้ กำหนดให้ส่วนราชการทั้งส่วนราชการทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาคประกอบพิธีวางพวงมาลาถวายราชสักการะ พร้อมใจกันทั่วประเทศ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช หรือ สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒ มีพระนามเดิมว่า พระองค์ดำ เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหาธรรมราชาและพระวิสุทธิกษัตริย์ (พระราชธิดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัยและสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) เสด็จพระราชสมภพเมื่อ พุทธศักราช ๒๐๙๘ ที่ พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลกมีพระเชษฐภคินีคือ พระสุพรรณกัลยา มีพระอนุชาคือ สมเด็จพระเอกาทศรถ (องค์ขาว) และเป็นพระราชนัดดาของสมเด็จพระศรีสุริโยทัย พระนามของพระองค์ปรากฏในลายลักษณ์อักษรหลายฉบับ เช่น พระนเรศ วรราชาธิราช, พระนเรสส, องค์ดำ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าพระนาม นเรศวรได้มาจากที่ใด สันนิษฐานเบื้องต้นว่า เพี้ยนมาจาก สมเด็จพระนเรศ วรราชาธิราช มาเป็น สมเด็จพระนเรศวร ราชาธิราช เสด็จขึ้นครองราชเมื่อ วันที่ ๒๙ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๑๓๓ สิริรวมการครองราชสมบัติ ๑๕ ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๒๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๑๔๘ รวมพระชนมพรรษา ๕๐ พรรษา
ราชการสงครามในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่และสำคัญยิ่งของชาติไทย พระองค์ได้กู้อิสรภาพของไทยจากการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก และได้ทรงแผ่อำนาจของราชอาณาจักรไทย อย่างกว้างใหญ่ไพศาล นับตั้งแต่ประเทศพม่าตอนใต้ทั้งหมด นั่นคือ จากฝั่งมหาสมุทรอินเดียทางด้านตะวันตก ไปจนถึงฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันออก ทางด้านทิศใต้ตลอดไปถึงแหลมมลายู ทางด้านทิศเหนือก็ถึงฝั่งแม่น้ำโขงโดยตลอด และยังรวมไปถึงรัฐไทใหญ่บางรัฐ
ดังนั้น กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้จัดการจัดงานวันคล้ายวันสวรรคต สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ขึ้น เพื่อเผยแพร่เกียรติคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้เป็นพระมหากษัตริย์นักรบผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ, เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์, เพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระนเรศวร มหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ, เพื่อเป็นการถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเพื่อเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งสมเด็จพระ นเรศวรมหาราช ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ทำนุบำรุงบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนปกปักรักษาเอกราชของชาติ (ที่มา : กพ.ทร., วิกิพีเดีย)
วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน
อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวง ที่ประกอบกันขึ้นเป็นชีวิตร่างกาย
ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปรกติพร้อมกันอย่างไร
ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้เพราะสถาบันต่าง ๆ ตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน ในพิธีตรวจพลสวนสนาม ในงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก ๘ มิถุนายน ๒๕๑๔
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน ในพิธีตรวจพลสวนสนาม ในงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก ๘ มิถุนายน ๒๕๑๔
ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมแถลงผลงานของรัฐบาลรอบ ๖ เดือน
วันนี้ (๒๒ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ร่วมแถลงผลงานของรัฐบาลรอบ ๖ เดือน ณ ห้องหลักเมือง ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม
กรุงเทพมหานคร โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นประธานในการแถลงผลงาน ฯ และมี ผู้บัญชาการสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
เข้าร่วมการแถลงผลงาน ฯ
การแถลงผลงานของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหมรอบ ๖ เดือน ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานสำคัญที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจน, การช่วยเหลือและบริการประชาชน, การสร้างสภาพแวดล้อมของประเทศให้มีความน่าอยู่และมีความปลอดภัย, การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในส่วนของกองทัพเรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ และการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), การจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ พร้อมฝ่ายอำนวยการ และการจัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาด เป็นต้น (ที่มา : ยก.ทร.)
การแถลงผลงานของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหมรอบ ๖ เดือน ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานสำคัญที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจน, การช่วยเหลือและบริการประชาชน, การสร้างสภาพแวดล้อมของประเทศให้มีความน่าอยู่และมีความปลอดภัย, การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในส่วนของกองทัพเรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ และการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), การจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ พร้อมฝ่ายอำนวยการ และการจัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาด เป็นต้น (ที่มา : ยก.ทร.)
พิธีเปิดกิจกรรมอาชีพเสริมให้แก่กำลังพลหญิงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้
(๒๒ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือตรีหญิง สุปาณี เชาวน์แหลม
หัวหน้าหน่วยสำนักงานทหารเรือหญิง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอาชีพเสริมให้แก่กำลังพลหญิง
ประจำปี ๒๕๕๘ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ สโมสรกรมแพทย์ทหารเรือ
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านอาชีพเสริมและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างข้าราชการหญิง ลูกจ้างหญิง และพนักงานราชการหญิง ซึ่งเป็นการสร้างไมตรีและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมอาชีพเสริมในครั้งนี้ มีจำนวน ๕ อาชีพ ได้แก่ การตกแต่งหมวก, การทำสบู่เดคูพาจ, การทำเครปเค้ก, การทำคานาเป้ และการทำน้ำสลัดสูตรงาบดซีอิ้วญี่ปุ่นและสูตรเพื่อสุขภาพวาชาบิ โดยมีวิทยากรจากศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัดและโรงเรียนนายเรือมาให้ความรู้
ในการนี้ กรมการขนส่งทหารเรือ ได้สนับสนุนรถโดยสารปรับอากาศ บริการรับ - ส่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยกำหนดออกจากกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เวลา ๑๒.๐๐ น. และรับผู้ร่วมกิจกรรมหน้ากรมการเงินทหารเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม เวลา ๑๒.๑๕ น. (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านอาชีพเสริมและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างข้าราชการหญิง ลูกจ้างหญิง และพนักงานราชการหญิง ซึ่งเป็นการสร้างไมตรีและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมอาชีพเสริมในครั้งนี้ มีจำนวน ๕ อาชีพ ได้แก่ การตกแต่งหมวก, การทำสบู่เดคูพาจ, การทำเครปเค้ก, การทำคานาเป้ และการทำน้ำสลัดสูตรงาบดซีอิ้วญี่ปุ่นและสูตรเพื่อสุขภาพวาชาบิ โดยมีวิทยากรจากศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัดและโรงเรียนนายเรือมาให้ความรู้
ในการนี้ กรมการขนส่งทหารเรือ ได้สนับสนุนรถโดยสารปรับอากาศ บริการรับ - ส่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยกำหนดออกจากกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เวลา ๑๒.๐๐ น. และรับผู้ร่วมกิจกรรมหน้ากรมการเงินทหารเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม เวลา ๑๒.๑๕ น. (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ประจำปี ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและ
ตราด
ได้จัดรถยนต์บรรทุกน้ำและรถยนต์ดัดแปลงบรรทุกน้ำ
รวมจำนวน ๔๒ คัน
เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและ
จังหวัดตราด
ตามที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นที่จากจังหวัด
โดยประชาชนสามารถติดต่อประสานขอรับการสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคได้ที่หน่วย
ต่าง
ๆ ดังนี้
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
กองทัพเรือ ทำการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ระหว่าง ๖ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘
กองทัพเรือ จะทำการเรียกพลนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน
และนายทหารประทวนกองหนุน พรรคนาวิน สังกัดกองเรือยุทธการ เพื่อฝึกวิชาทหารประจำปีงบประมาณ
๒๕๕๘ ระหว่างวันที่ ๖ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ กองการฝึก กองเรือยุทธการ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กำหนดรายงานตัวในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘
เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ อาคารกองวิชาการเรือและเดินเรือ กองการฝึก กองเรือยุทธการ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ขอเชิญผู้ที่ได้รับคำสั่งเรียกพล หรือหมายเรียกพล เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๖ และ ๐ ๒๔๖๕ ๐๐๑๒ (ที่มา : กพ.ทร.)
ขอเชิญผู้ที่ได้รับคำสั่งเรียกพล หรือหมายเรียกพล เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๖ และ ๐ ๒๔๖๕ ๐๐๑๒ (ที่มา : กพ.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











