
กองพลนาวิกโยธิน
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นหน่วยขึ้นตรงของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
ได้จัดตั้งมาตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๒ มีภารกิจในการทำลายข้าศึก
เข้ายึด และควบคุมพื้นที่ด้วยการปฏิบัติการยุทธสะเทินน้ำสะเทินบก
การรบทางบก และการรบพิเศษ กองพลนาวิกโยธิน มีหน่วยขึ้นตรง จำนวน
๑๒ หน่วย ประกอบด้วย กรมทหารราบที่ ๑ , กรมทหารราบที่ ๒, กรมทหารราบที่
๓, กรมทหารปืนใหญ่, กรมสนับสนุน, กองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก, กองพันลาดตระเวน,
กองพันทหารสื่อสาร, กองพันรถถัง, กองพันทหารช่าง และกองร้อยสารวัตรทหารเรือ
กองพลนาวิกโยธินกับบทบาทในการป้องกันประเทศ
ถือเป็นหน่วยงานหลักของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
ในการจัดกำลังพลและอาวุธยุทโธปกรณ์ไปปฏิบัติภารกิจตามพื้นที่ต่าง
ๆ ที่กองทัพเรือรับผิดชอบ เช่น
การป้องกันอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดน
ด้านภาคตะวันออก ในเขตพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด,
การจัดกำลังพลเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยจัดกำลังพลปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ รับผิดชอบประกอบด้วย
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๑ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส
๓๒ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ๓๓
รวมทั้งจัดกำลังพลเข้าร่วมปฏิบัติภารกิจร่วมกับกองทัพไทยในการรักษาสันติภาพ
ในติมอร์ตะวันออก
จนได้รับการยอมรับและนำชื่อเสียงมาสู่กองพลนาวิกโยธิน
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
กับวิสัยทัศน์กองทัพเรือที่เป็นบทบาทนำทางทหารในภูมิภาค
และการจัดกำลังพลเข้าไปปฏิบัติภารกิจในกองร้อยรักษาความสงบ
นอกจากนี้ ได้สนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนวิวัฒน์พลเมือง
กองทัพเรือ
๓ ณ กรมทหารปืนใหญ่ กองพลนาวิกโยธิน
ในการป้องกันปราบปรามปัญหายาเสพติด
การบำบัดรักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด
ตามแนวทางการใช้พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด
จากการปฏิบัติภารกิจในการป้องกันอธิปไตยของชาติ
ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันทำให้กำลังพลในสังกัดกองพลนาวิกโยธินได้รับบาดเจ็บ
และสูญเสียชีวิตไปเป็นจำนวนมาก
ซึ่งนับเป็นเกียรติและประวัติแก่ตนเองและครอบครัวที่ได้เสียสละเลือดเนื้อ
และชีวิตในการปกป้องมาตุภมิเพื่อให้ประเทศชาติและประชาชนปลอดภัย
ถือได้ว่า เป็นการเสียสละที่สูงยิ่ง
สมควรได้รับการสรรเสริญและยกย่องเป็นตัวอย่างแก่ทหารนาวิกโยธินรุ่นหลังจน
ได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา
จึงทำให้กองพลนาวิกโยธินต้องมีการพัฒนาทั้งด้านองค์บุคคล
องค์ยุทธวิธี
และยุทโธปกรณ์
โดยเฉพาะด้านองค์บุคคลนั้นต้องทำการฝึกทบทวนกำลังพลอย่างต่อเนื่อง
เพื่อให้เกิดความชำนาญในหน้าที่ให้เป็นที่ไว้วางใจของผู้บังคับบัญชาและ
ประชาชนอย่างแท้จริง
ปัจจุบันกำลังพลกองพลนาวิกโยธินยังคงปฏิบัติภารกิจตามแนวชายแดนเพื่อปกป้อง
และรักษาอธิไตยของชาติอย่างมุ่งมั่นและเต็มกำลังความสามารถของกองพลนาวิก
โยธินที่กระทำได้
นอกจากภารกิจในการป้องกันและรักษาอธิปไตยของชาติแล้ว
ในยามสงบไม่มีศึกสงคราม กองพลนาวิกโยธินยังมีบทบาทด้านการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติต่าง
ๆ และพัฒนาประเทศในพื้นที่ที่รับผิดชอบทั้งด้านภาคตะวันออกและภาคใต้
เพื่อตอบสนองต่อนโยบายของหน่วยบัญชาการนาวิกโยธินและกองทัพเรือ
นำไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดให้เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชน
ทั้งนี้ เพื่อสร้างทัศนคติอันดีของประชาชนต่อทหารนาวิกโยธินกองทัพเรือตลอดมา
รวมทั้งการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้แก่
โครงการของสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โครงการศิลปาชีพ โครงการฟาร์มตัวอย่างของ
สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ที่จังหวัดนราธิวาส
ดังนั้น
กองพลนาวิกโยธินซึ่งมีหน้าที่ในการเตรียมกำลังเพื่อไปปฏิบัติหน้าที่ใหน
พื้นที่รับผิดชอบ
จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาองค์บุคคล
องค์ยุทธวิธีและอาวุธยุทโธปกรณ์ของหน่วยอย่างต่อเนื่อง
เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพของหน่วยและตอบสนองต่อภารกิจที่ได้
รับจากหน่วยเหนือ
เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของหน่วยทหารทั้งในและต่างประเทศ
เพื่อนำชื่อเสียงและเกียรติยศมาสู่กองทัพเรือและประเทศชาติต่อไป
ตามวิสัยทัศน์กองทัพเรือที่ว่า
เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคงทางทะเล
ที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการบริหารจัดการ
ปัจจุบันกองพลนาวิกโยธิน
ภายใต้การนำของ พลเรือตรี รัตนะ วงษาโรจน์ ผู้บัญชาการ
กองพลนาวิกโยธิน
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ท่านที่ ๑๖ (ที่มา : พล.นย.)