วันนี้
(๘ ตุลาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ณรงค์
พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการ
ทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่
ฟังการบรรยายสรุปงานสำคัญที่ได้ดำเนินการแล้วในปีงบประมาณ
๒๕๕๖ และที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๗
รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของกรมฝ่ายอำนวยการประกอบด้วย
กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ
กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ
และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ
บรรยายและตอบข้อซักถาม ทั้งนี้
เพื่อให้คณะผู้บังคับบัญชาที่รับหน้าที่ใหม่ได้รับทราบและเป็นข้อมูลในการ
บริหารงานต่อไป
โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ
ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ
รองเสนาธิการทหารเรือ
และผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายต่าง ๆ
เข้าร่วมรับฟังการบรรยาย
ฯ (ที่มา : สลก.ทร.)
วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556
วันจันทร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2556
สถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการประชุมวิชาการสถาบันพระปกเกล้า ครั้งที่ ๑๕ เรื่อง "ธรรมราชา" ระหว่าง ๘ - ๑๐ พฤศจิกายน ศกนี้
ขอเชิญผู้สนใจสมัครเข้าร่วมงานประชุมวิชาการดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๒๖, ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๓๕ และ ๐ ๒๑๔๑ ๙๖๓๗ หรือ www.kpi.ac.th
(ที่มา : สถาบันพระปกเกล้า)
กรมกำลังพลทหารเรือ เปิดการอบรมหลักสูตรนายทหารกำลังพล ๑๖ - ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๖
กรมกำลังพลทหารเรือ
กำหนดเปิดการอบรมหลักสูตรนายทหารกำลังพล ระหว่างวันที่ ๑๖ - ๒๗
ธันวาคม ๒๕๕๖ ณ ห้องวีไอพี ชั้น ๓ อาคารนันทอุทยานสโมสร โดยผู้เข้ารับการอบรมจะต้องเป็นข้าราชการชั้นยศพันจ่าเอก
ที่ทำหน้าที่นายทหารสัญญาบัตร - นาวาโท ที่ปฏิบัติงานด้านกำลังพลของหน่วย
การเปิดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับ การอบรมมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน กำลังพลของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิกำลังพลกรณีต่าง ๆ และกระตุ้นให้มีการพัฒนาตนเองของนายทหารกำลังพลของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ
ขอเชิญผู้ที่ปฏิบัติงานด้านกำลังพลของหน่วยเข้ารับการอบรม โดยแจ้งรายชื่อส่งให้กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : กพ.ทร.)
การเปิดอบรมหลักสูตรดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับ การอบรมมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับงานด้าน กำลังพลของหน่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมสร้างความเข้าใจเรื่องสิทธิกำลังพลกรณีต่าง ๆ และกระตุ้นให้มีการพัฒนาตนเองของนายทหารกำลังพลของหน่วยต่าง ๆ ในกองทัพเรือ
ขอเชิญผู้ที่ปฏิบัติงานด้านกำลังพลของหน่วยเข้ารับการอบรม โดยแจ้งรายชื่อส่งให้กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบภายในวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : กพ.ทร.)
การแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์ของผู้เกษียณอายุราชการและผู้ที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการฯ
กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์
แจ้งการแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรที่ครบเกษียณอายุ
ราชการและนายทหารสัญญาบัตรที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดใน
เดือนกันยายน
๒๕๕๖ โดยจะจัดส่งนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำเดือนตุลาคม -
ธันวาคม
๒๕๕๖ ที่หน่วยต้นสังกัดเดิม
สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการ ฯ และผู้ที่ขอลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ
ฯ
ที่มีความประสงค์จะสมัครบอกรับเป็นสมาชิกนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นรายปี
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสมัครรวมค่าจัดส่ง ปีละ ๓๐๐ บาท
สามารถสมัครได้ที่
สำนักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน
๕๔๙๘๗,
๕๓๐๗๒ และ ๕๔๙๙๘ (ที่มา : บก.นาวิกศาสตร์)
ประธานาธิบดีของจีนระบุคู่กรณีปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ควรยึดมั่นแนวทางสันติ
เมื่อวันที่ ๓ ตุลาคม ๒๕๕๖
ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ซึ่งเยือนอินโดนีเซียเป็นครั้งแรกของการดำรงตำแหน่ง
แถลงที่รัฐสภาอินโดนีเซียถึงกรณีปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและบางประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ว่า ยังไม่สามารถตกลงกันได้ แต่คู่กรณีควรยึดมั่นแนวทางสันติ เพื่อรักษาภาพรวมของความสัมพันธ์ทวิภาคี
และเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างไรก็ตาม จีนจะกระชับความสัมพันธ์กับ
ASEAN ทั้งในระดับพหุภาคีและทวิภาคี และพร้อมให้ความร่วมมือทางทะเลอย่างเต็มที่
(ที่มา : ขว.ทร.)
กองทัพเรือ กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
วัดชิโนรสาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมอญฝั่งเหนือ ใกล้พระราชวังนันทอุทยาน สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓ และ เมื่อการก่อสร้างปฏิสังขรณ์สำเร็จบริบูรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงสร้างวัด ทรงขนามนามว่า วัดชิโนรสาราม ภายในวัดมีถาวรวัตถุและสิ่งสำคัญประกอบด้วย พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ๑ องค์ พระอัครสาวก ๒ องค์ พระพุทธรูปยืนสูง ๓ ศอกบ้าง ๔ ศอกบ้าง จำนวน ๗ องค์ นอกจากนั้นภายในพระอารามยังมีสิ่งที่นับว่าเป็นปูชนียสถานสำคัญคือ พระเจดีย์ใหญ่ ๒ องค์ พระเจดีย์ไม้ ๑๒ ทรงเครื่อง ๔ องค์ พระปรางค์ ๒ องค์ เป็นต้น เมื่อได้ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัตถุสิ่งใดในวัดนี้ ก็โปรดให้ช่างปั้นหรือเขียนเป็นรูปนาคไว้ทั่ว เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ตรงกับพระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าวาสุกรีของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส นอกจากนี้ โปรดให้ปั้นพระมหามงกุฎลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นส่วนใหญ่ เครื่องหมายเหล่านี้ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
อานิสงค์ของการทอดกฐิน เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระพุทธบัญญัติ เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง และเป็นการสืบต่อประเพณีกฐินทานมิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งการทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลใดโดยเฉพาะ เป็นลักษณะสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่ามีผลานิสงส์มาก และการร่วมบำเพ็ญกุศลกฐินทานเป็น "กาลทาน" คือ เป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนดจึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ การทอดกฐินส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมซึ่งเป็นผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้ทางหนึ่ง
ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาร่วมกุศลครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคเงินได้ที่
- กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๕๑, ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗
- โอนเงินหรือเช็คสั่งจ่ายธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๖๖๑๓ - ๘ ชื่อบัญชี "พระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ"
- ธนาณัติสั่งจ่าย ปณ.บางกอกใหญ่ ๑๐๖๐๐ ในนาม กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
- วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๒ ๐๕๒๓ หรือ ๐๘๑ ๙๒๐ ๖๙๑๔
(ที่มา :คณะกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินฯ)
กองทัพเรือ ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัย
พลเรือเอก
ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ
สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ
เตรียมการและสนับสนุนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการให้การช่วยเหลือพี่น้อง
ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในพื้นที่ต่าง
ๆ
โดยกองทัพเรือได้จัดเจ้าหน้าที่ประสานงานไปประจำอยู่ที่คณะกรรมการบริหาร
จัดการน้ำและอุทกภัย
(กบอ.)
และจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำรับผิดชอบโดยกรมอู่ทหารเรือในการควบคุม
ดูแลเครื่องผลักดันน้ำในพื้นที่ต่าง
ๆ ซึ่งได้ติดตั้งเครื่องผลักดันเรียบร้อยแล้ว
รวมทั้งสิ้น ๖๑ เครื่อง
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้วจำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดัน น้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ในการนี้ พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้มอบนโยบายให้ พลเรือโท ไกรวุธ วัฒนธรรม รองเสนาธิการทหารเรือ/รองเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้การช่วยเหลือเรื่องผลักดันน้ำ ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : สลก.ทร.)
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว
ดังนั้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพเรือ โดย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้วจำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดัน น้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
ในการนี้ พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ได้มอบนโยบายให้ พลเรือโท ไกรวุธ วัฒนธรรม รองเสนาธิการทหารเรือ/รองเสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในการให้การช่วยเหลือเรื่องผลักดันน้ำ ในวันที่ ๙ ตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : สลก.ทร.)
ผู้บัญชาการทหารเรือและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ฟังการบรรยายสรุปงานสำคัญของกรมฝ่ายอำนวยการและหน่วยที่เกี่ยวข้อง
วันนี้
(๗ ตุลาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ณรงค์
พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการ
ทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่
ฟังการบรรยายสรุปงานสำคัญที่ได้ดำเนินการแล้วในปีงบประมาณ
๒๕๕๖ และที่ต้องดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๕๗
รวมทั้งปัญหาและข้อขัดข้องในการปฏิบัติงานของกรมฝ่ายอำนวยการประกอบด้วยกรม
กำลังพลทหารเรือ
กรมข่าวทหารเรือ กรมยุทธการทหารเรือ
และกรมส่งกำลังบำรุงทหารเรือ
จะบรรยายและตอบข้อซักถามในส่วนความรับผิดชอบ
กรมฝ่ายอำนวยการและหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการบรรยายสรุปงานสำคัญ ในครั้งนี้เพื่อให้คณะผู้บังคับบัญชาที่รับหน้าที่ใหม่ได้รับทราบรับทราบและ เป็นข้อมูลในการบริหารงานต่อไป โดยการบรรยายสรุปจัดขึ้นในวันที่ ๗ และ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ รองเสนาธิการทหารเรือ และผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป ฯ
ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ มี กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ บรรยายและตอบข้อซักถาม
(ที่มา : สลก.ทร.)
กรมฝ่ายอำนวยการและหน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการบรรยายสรุปงานสำคัญ ในครั้งนี้เพื่อให้คณะผู้บังคับบัญชาที่รับหน้าที่ใหม่ได้รับทราบรับทราบและ เป็นข้อมูลในการบริหารงานต่อไป โดยการบรรยายสรุปจัดขึ้นในวันที่ ๗ และ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน โดยมี ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ รองเสนาธิการทหารเรือ และผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายต่าง ๆ เข้าร่วมรับฟังการบรรยายสรุป ฯ
ในวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ มี กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ สำนักงานปลัดบัญชีทหารเรือ และสำนักงานจัดหายุทโธปกรณ์ทหารเรือ บรรยายและตอบข้อซักถาม
(ที่มา : สลก.ทร.)
วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556
การฝึกผสมพหุภาคีด้านความมั่นคงทางทะเลที่ออสเตรเลีย
กองทัพเรือร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาศรมหมอพรและอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ
วันที่ ๕ ตุลาคม
๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือตรี พันเลิศ แกล้วทนงค์ รองเจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ
เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานร่วมมูลนิธิราชสกุลอาภากร
ฯ ในพิธีวางศิลาฤกษ์อาศรมหมอพรและอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ
ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ แขวงบุคคโล เขตธนบุรี
กรุงเทพฯ
กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ร่วมกับมูลนิธิราชสกุลอาภากร ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ดำเนินโครงการ "อาศรมหมอพร" เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ของข้าราชการ ประชาชน รวมทั้งผู้ป่วยและญาติที่จะขอกำลังใจด้วยศรัทธาในเสด็จในกรม ฯ ตลอดจนได้สร้างอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ เพื่อจัดแสดงการแพทย์เชิงบูรณาการ โดยจัดภูมิทัศน์โดยรอบอาศรมหมอพรเป็นสวนรักษ์สุขภาพ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
(ที่มา : สลก.ทร.)
กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ร่วมกับมูลนิธิราชสกุลอาภากร ใน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ดำเนินโครงการ "อาศรมหมอพร" เพื่อเป็นสถานที่เคารพสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ของข้าราชการ ประชาชน รวมทั้งผู้ป่วยและญาติที่จะขอกำลังใจด้วยศรัทธาในเสด็จในกรม ฯ ตลอดจนได้สร้างอาคารเรียนรู้การแพทย์เชิงบูรณาการ เพื่อจัดแสดงการแพทย์เชิงบูรณาการ โดยจัดภูมิทัศน์โดยรอบอาศรมหมอพรเป็นสวนรักษ์สุขภาพ ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
(ที่มา : สลก.ทร.)
เรือของกองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์เดินทางเข้าเยี่ยมประเทศไทย
กองทัพเรือ
อนุญาติให้กองทัพเรือสาธารณรัฐสิงคโปร์ นำเรือจำนวน ๒ ลำ
ประกอบด้วย
เรือ RSS TENACIOUS และ เรือ RSS VIGOUR
เข้าเยี่ยมประเทศไทย ระหว่าง
วันที่ ๔ - ๖ ตุลาคม ๒๕๕๖
โดยจอดเรือเทียบท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ
ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้
เพื่อเข้ารับการส่งกำลังบำรุงและให้กำลังพลประจำเรือพักผ่อนภายหลังจากการ
ปฏิบัติภารกิจในทะเล
ในการนี้ ผู้บังคับการเรือทั้ง ๒ ลำ จะเข้าเยี่ยมคำนับ
พลเรือโท
เริงฤทธิ์ บุญส่งประเสริฐ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสัตหีบ
ในโอกาสนี้ด้วย
(ที่มา : ยก.ทร.)
เสนาธิการทหารเรือ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ประชุมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือ
วาน
นี้
(๓ ตุลาคม ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ทวีวุฒิ
พงศ์พิพัฒน์
เสนาธิการทหารเรือ/เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ
เป็นประธานในการประชุมการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือ
ณ ห้องประชุมทางไกลผ่านวีดิทัศน์ (VTC)
ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ
พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
จากการรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ระดับน้ำยังคงทรงตัวในภาวะปกติ ซึ่งกองทัพเรือได้สนับสนุนสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) ในการผลักดันน้ำ โดยหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามที่สำนักนโยบายและบริหาร ฯ ร้องขอเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น ๖๑ เครื่อง สำหรับการประชุมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือในครั้งนี้เพื่อ เตรียมความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว จำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง
ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : สลก.ทร.)
จากการรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ระดับน้ำยังคงทรงตัวในภาวะปกติ ซึ่งกองทัพเรือได้สนับสนุนสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กบอ.) ในการผลักดันน้ำ โดยหน่วยเฉพาะกิจผลักดันน้ำ กรมอู่ทหารเรือ ได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำตามที่สำนักนโยบายและบริหาร ฯ ร้องขอเรียบร้อยแล้ว รวมทั้งสิ้น ๖๑ เครื่อง สำหรับการประชุมช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยของกองทัพเรือในครั้งนี้เพื่อ เตรียมความพร้อมของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดชุดเคลื่อนที่เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว จำนวน ๑๐ ชุด แต่ละชุดประกอบด้วยรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำนวน ๑ คัน บรรทุกเรือท้องแบนพร้อมเครื่องยนต์ติดท้าย จำนวน ๒ ลำ กำลังพล จำนวน ๑๔ นาย (หัวหน้าชุด - พลขับ - เจ้าหน้าที่ประจำเรือ ๖ นาย/ลำ) สามารถออกปฏิบัติการได้ภายใน ๓ ชั่วโมง สำหรับหน่วยสนับสนุนอื่น ๆ พื้นที่สัตหีบ พร้อมให้การสนับสนุนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ภายใน ๖ ชั่วโมง
ทั้งนี้ กองทัพเรือยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










