วันนี้ (๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๔) เวลา ๑๔.๑๕ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดฝายชะลอน้ำเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ฝายที่ ๘๔ ณ น้ำตกหินดาด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว บ้านวังกระแพร ตำบลทับไทร อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ร่วมกับ มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว จัดทำโครงการ "ฝายชะลอน้ำเฉลิมพระเกียรติ ๘๔ พรรษามหาราชา" โดยกำหนดจัดสร้างฝายชะลอน้ำในพื้นที่ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดในเขตอำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี จำนวนทั้งสิ้น ๘๔ ฝาย เพื่อเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
กิจกรรมเปิดฝายชะลอน้ำเฉลิมพระเกียรตินี้นับเป็นกิจกรรมที่สำคัญยิ่งกิจกรรมหนึ่ง นอกจากจะเป็นการดำเนินงานเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นโอกาสที่ดีในการรวมพลังความสามัคคีของทุกภาคส่วนร่วมกันถวายความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระองค์ท่าน (ที่มา : กปช.จต.)
วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
วันพุธที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
IMB เผยเหตุปล้นเรือเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว
| เมื่อ ๑๕ ก.ค.๕๔ องค์กรการเดินเรือระหว่างประเทศ (IMB) เปิดเผยว่าเกิดเหตุปล้นสะดมในทะเลทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี ๒๕๕๔ ประมาณ ๒๖๖ ครั้ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี ๒๕๕๓ ที่เกิดเหตุ ๑๙๖ ครั้ง โดยส่วนใหญ่เหตุที่เกิดเป็นการกระทำของโจรสลัดโซมาเลีย คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ของเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งจนถึง ๓๐ มิ.ย.๕๔ พบว่าโจรสลัดโซมาเลียทำการยึดเรือเดินสมุทรอย่างน้อย ๒๐ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกันอีกประมาณ ๒๔๐ คน เพื่อเรียกค่าไถ่ ขณะที่น่านน้ำในพื้นที่แถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้พบการปล้นสะดมแล้วอย่างน้อย ๕๐ ครั้ง ในห้วงเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะในพื้นที่อินโดนีเซีย มาเลเซีย ช่องแคบสิงคโปร์ และทะเลจีนใต้ (ที่มา : www.innnews.co.th) |
จีนและอาเซียนจะบรรลุข้อตกลงในทะเลจีนใต้ภายในปี ๒๕๕๔
เมื่อ ๑๘ ก.ค.๕๔ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน กล่าวกับ สนข.เกียวโด ของญี่ปุ่น ว่า จีนและสมาชิกอาเซียนจะประสบความสำเร็จในการกำหนดแนวทางปฏิบัติในทะเลจีนใต้ภายในปี ๒๕๕๔ และทันต่อการลงนามในการประชุมอาเซียนครั้งต่อไปที่กัมพูชาในปี ๒๕๕๕ เพราะจีนและอาเซียนต่างเห็นพ้องต้องกันว่าข้อขัดแย้งต่างๆ เกี่ยวกับทะเลจีนใต้ จะต้องหาข้อยุติโดยผ่านการเจรจา เพราะเป็นที่จับตามองจากประชาคมโลก ทั้งนี้ กรอบข้อตกลงที่จะหารือ กำหนด ให้ทั้งสองฝ่ายร่วมกันสำรวจหรือมีกิจกรรม เช่น การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมทั้งการปราบปรามการก่ออาชญากรรม โดยอยู่บนพื้นฐานของความสมัครใจอันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นและไว้วางใจซึ่งกันและกัน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ จะทำการซ้อมรบประจำปี Ulchi Freedom Guardian
| สหรัฐฯ และเกาหลีใต้ จะทำการซ้อมรบประจำปี ชื่อ Ulchi Freedom Guardian ระหว่าง ๑๖ - ๒๖ ส.ค.๕๔ โดย สหรัฐฯ ส่งกำลังพลประมาณ ๓,๐๐๐ นาย และเกาหลีใต้ส่งกำลังพลประมาณ ๕๖,๐๐๐ นาย เข้าร่วมการฝึกบัญชาการจากเครื่องจำลองยุทธ์ ฝึกบุคลากรด้านบริหารจัดการ และการตัดสินใจของผู้บังคับบัญชาระดับสูง รวมทั้งได้แจ้งกำหนดการซ้อมรบไปยังกองทัพเกาหลีเหนือทราบแล้ว (ที่มา : news.xinhuanet.com) |
ผลวิจัยชี้กิน "เต่ากระ" ถึงตาย
น.ส.กุสุมา สว่างพันธุ์ นักวิชาการชำนาญการสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ภูเก็ต เปิดเผยภายในการสัมมนาระบาดวิทยาแห่งชาติ ครั้งที่ ๒๑ ภายใต้เรื่อง "ระบาดวิทยากับความท้าทายจากภัยสุขภาพโลกที่อุบัติใหม่" ที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า จากการศึกษาเรื่อง "การรับประทานเต่ากระกับการป่วยและเสียชีวิตในชุมชนไทยใหม่ จังหวัดภูเก็ต ปี ๒๕๕๓" เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน๒๕๕๓ งานระบาดวิทยา สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ตได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อว่า มีผู้เสียชีวิตจากการรับประทานเต่าทะเลจำนวน ๓ ราย และมีผู้ป่วยอีกหลายรายในหมู่บ้านไทยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต จึงสอบสวนโรคเพื่อยืนยันการวินิจฉัยและศึกษาลักษณะการเกิดการกระจายของโรค โดยได้รวบรวมข้อมูลประวัติการรักษาของผู้ป่วยจากโรงพยาบาลและสถานีอนามัย พร้อมทั้งสัมภาษณ์พฤติกรรม การบริโภคเต่ากระภายในชุมชน จำนวนทั้งสิ้น ๘๖๑ ราย
จากการสำรวจพบว่า ผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยจะต้องมีอาการอย่างน้อย ๒ อาการ คือ แสบปาก ชาบริเวณปาก เจ็บคอ กลืนลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ซึม หมดสติ โดยต้องอยู่ในช่วงระหว่าง วันที่ ๔ - ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งผลการศึกษาพบผู้ป่วยจำนวน ๔๘ รายเสียชีวิต ๓ ราย ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดพบผู้ป่วย ๔๖ ราย มีประวัติรับประทานอาหารที่ปรุงจากเต่ากระตัวเดียวกัน เมื่อวันที่ ๔ - ๕ มิถุนายน อีกทั้งยังพบผู้ป่วยอีก ๒ ราย ดูดนมแม่ที่รับประทานเต่ากระอีกด้วย จากการประเมินพบว่า อัตราป่วยในกลุ่มผู้ที่รับประทานเต่ากระสูงถึงร้อยละ ๔๘.๔๘
และ จากการสัมภาษณ์พบว่า ชาวไทยใหม่บางส่วนถูกผู้ใหญ่สอนว่าไม่ให้กินเต่ากระ แต่กลุ่มบ้านนี้ไม่เชื่อจึงนำมารับประทานซึ่งเต่ากระเป็นสัตว์ทะเลที่มีสารพิษ เรียกว่าChelonitoxism ซึ่งไม่สามารถทำลายด้วยความร้อน สามารถผ่านทางน้ำนมส่งผลต่อทารกที่ดูดนมแม่ได้ จึงควรประชาสัมพันธ์การห้ามจับสัตว์ทะเลอนุรักษ์ และป้ายแจ้งเตือนเต่าทะเลเป็นสัตว์มีพิษ ห้ามนำมารับประทานอาจทำให้เสียชีวิตได้
(ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน)
จากการสำรวจพบว่า ผู้ที่เข้าข่ายเป็นผู้ป่วยจะต้องมีอาการอย่างน้อย ๒ อาการ คือ แสบปาก ชาบริเวณปาก เจ็บคอ กลืนลำบาก คลื่นไส้ อาเจียน แน่นหน้าอก ซึม หมดสติ โดยต้องอยู่ในช่วงระหว่าง วันที่ ๔ - ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ ซึ่งผลการศึกษาพบผู้ป่วยจำนวน ๔๘ รายเสียชีวิต ๓ ราย ในจำนวนผู้ป่วยทั้งหมดพบผู้ป่วย ๔๖ ราย มีประวัติรับประทานอาหารที่ปรุงจากเต่ากระตัวเดียวกัน เมื่อวันที่ ๔ - ๕ มิถุนายน อีกทั้งยังพบผู้ป่วยอีก ๒ ราย ดูดนมแม่ที่รับประทานเต่ากระอีกด้วย จากการประเมินพบว่า อัตราป่วยในกลุ่มผู้ที่รับประทานเต่ากระสูงถึงร้อยละ ๔๘.๔๘
และ จากการสัมภาษณ์พบว่า ชาวไทยใหม่บางส่วนถูกผู้ใหญ่สอนว่าไม่ให้กินเต่ากระ แต่กลุ่มบ้านนี้ไม่เชื่อจึงนำมารับประทานซึ่งเต่ากระเป็นสัตว์ทะเลที่มีสารพิษ เรียกว่าChelonitoxism ซึ่งไม่สามารถทำลายด้วยความร้อน สามารถผ่านทางน้ำนมส่งผลต่อทารกที่ดูดนมแม่ได้ จึงควรประชาสัมพันธ์การห้ามจับสัตว์ทะเลอนุรักษ์ และป้ายแจ้งเตือนเต่าทะเลเป็นสัตว์มีพิษ ห้ามนำมารับประทานอาจทำให้เสียชีวิตได้
(ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชน)
พิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๔/๕๔ ในพื้นที่สัตหีบ
วันนี้ (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน ประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๔/๕๔ ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้แทนจาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยองสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๓ ชลบุรี กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย ร่วมพิธี ฯ
การจัดให้มีการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ เป็นการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว โดยกองทัพเรือได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดงาน ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง และสมาคมเจ้าของเรือไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอาชีพช่างทั่วไป และหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ขึ้น ซึ่งเมื่อจบการฝึกอบรมแล้วจะได้รับวุฒิบัตรเพื่อใช้ประกอบในการสมัครงาน (ที่มา : คพท.)
การจัดให้มีการฝึกอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ เป็นการดำเนินงานเพื่อส่งเสริมเพิ่มพูนความรู้และประสบการณ์ในวิชาชีพสาขาต่าง ๆ ให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว โดยกองทัพเรือได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ในการจัดงาน ได้แก่ กรมเจ้าท่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง และสมาคมเจ้าของเรือไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอาชีพช่างทั่วไป และหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ขึ้น ซึ่งเมื่อจบการฝึกอบรมแล้วจะได้รับวุฒิบัตรเพื่อใช้ประกอบในการสมัครงาน (ที่มา : คพท.)
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมกับภาครัฐและเอกชน จัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ ฯ
เนื่องในโอกาสคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๗๙ พรรษา ใน ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๔ และวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ในปี ๒๕๕๕ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ร่วมกับหน่วยงานกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ และเอกชน ร่วมกันจัดกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ภายใต้ชื่อ "ภูมิใจภักดิ์ ชวนแม่ร่วมอนุรักษ์คืนชีวิตสู่ธรรมชาติ ถวายแม่ของแผ่นดิน" ทั้งนี้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเป็นการเเผยแพร่พระเกียรติคุณของพระองค์ท่านผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้หันมาใส่ใจอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ โดยชวนเชิญให้ประชาชนชาวไทยมีจิตสำนึกในการรักษ์และหวงแหนธรรมชาติอย่างยั่งยืน สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นในครั้งนี้ได้แก่ กิจกรรมการเก็บขยะชายหาด, กิจกรรมปล่อยเต่าทะเลคืนสู่ธรรมชาติ จำนวน ๗๘๐ ตัว การปลูกป่าชายเลน จำนวน ๕๐๐ ต้น ปล่อยพันธุ์ปลา ปูทะเล, กิจกรรมค่ายเยาวชนเทิดไทองค์ราชินี, กิจกรรมฟื้นฟูธรรมชาติอ่าวเตยงาม และกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติและคอนเสิร์ตเฉลิม พระเกียรติ ฯ
นอกจากนี้ ยังได้จัดทำเว็บไซต์ให้ประชาชนทั่วไปร่วมปฏิญาณในการอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน และติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติจากหน่วยงานต่าง ๆ ของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ที่ http://www.navy.mi.th/acdc (ที่มา : สอ.รฝ.)
นอกจากนี้ ยังได้จัดทำเว็บไซต์ให้ประชาชนทั่วไปร่วมปฏิญาณในการอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อถวายแด่พระองค์ท่าน และติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติจากหน่วยงานต่าง ๆ ของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ที่ http://www.navy.mi.th/acdc (ที่มา : สอ.รฝ.)
พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารพักผู้โดยสารท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยอง
วันนี้ (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๙.๔๕ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารพักผู้โดยสารท่าอากาศยานอู่ตะเภา ระยอง พัทยา ตำบลพลา อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง
สนามบินอู่ตะเภาได้มีการพัฒนาให้เป็นสนามบินสากล และให้ใช้ชื่อว่า "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา" ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี๒๕๑๙ โดยกองทัพเรือเป็นผู้บริหารสนามบินอู่ตะเภา และกองทัพเรือเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อใหม่จากเดิม "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา พัทยา" เป็น "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา"
การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้เสนอแนวคิดการพัฒนาศักยภาพสนามบินในการให้บริการเครื่องบินและผู้โดยสาร ซึ่งมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งอาคารพักผู้โดยสารหลังเดิมแออัดมาก ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ทำให้ไม่สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกรมช่างโยธาทหารเรือเป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานหลังใหม่ จำนวน ๑ หลัง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง ๑,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ คน และเพิ่มพื้นที่ให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เข้า - ออกได้พร้อมกัน ครั้งละ ๔ เครื่อง รวมระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ๕๕๐ วัน (ที่มา : การท่าอากาศยานอู่ตะเภา)
สนามบินอู่ตะเภาได้มีการพัฒนาให้เป็นสนามบินสากล และให้ใช้ชื่อว่า "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา" ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี๒๕๑๙ โดยกองทัพเรือเป็นผู้บริหารสนามบินอู่ตะเภา และกองทัพเรือเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อใหม่จากเดิม "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา พัทยา" เป็น "สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา"
การท่าอากาศยานอู่ตะเภา ได้เสนอแนวคิดการพัฒนาศักยภาพสนามบินในการให้บริการเครื่องบินและผู้โดยสาร ซึ่งมีอัตราการขยายตัวที่สูงขึ้นเป็นลำดับ จนกระทั่งอาคารพักผู้โดยสารหลังเดิมแออัดมาก ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว ทำให้ไม่สามารถอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยกรมช่างโยธาทหารเรือเป็นหน่วยรับผิดชอบดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานหลังใหม่ จำนวน ๑ หลัง สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง ๑,๒๐๐ - ๑,๕๐๐ คน และเพิ่มพื้นที่ให้มีความสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น สามารถรองรับอากาศยานขนาดใหญ่ เข้า - ออกได้พร้อมกัน ครั้งละ ๔ เครื่อง รวมระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง ๕๕๐ วัน (ที่มา : การท่าอากาศยานอู่ตะเภา)
วันอังคารที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2554
กองทัพเรืออินเดียขึ้นระวางประจำการเรือเร็วโจมตี INS Koswari
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า กองทัพเรืออินเดียขึ้นระวางประจำการเรือเร็วโจมตี INS Koswari ที่กองเรือตะวันออก เมืองวิสาขปัตนัม รัฐอานธรประเทศ ทั้งนี้ เรือดังกล่าวต่อโดยบริษัท Garden Reach Shipbuilders and Engineers ของรัฐบาลอินเดีย มีระวางขับน้ำ ๓๒๕ ตัน ความยาว ๕๒ เมตร ความเร็วสูงสุด ๓๐ นอต กำลังพล ๓๙ นาย มีขีดความสามารถในการลาดตระเวนชายฝั่งและใกล้ฝั่งได้ทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน (ที่มา : ขว.ทร.)
กองทัพเรือ จัดการสัมมนาหัวข้อ"แนวโน้มของเทคโนโลยีและความมั่นคงทางทะเล"
กองทัพเรือ และ สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ จัดงานการสัมมนาวิชาการตามโครงการความร่วมมือระหว่างกัน ในหัวข้อ "แนวโน้มของเทคโนโลยีและความมั่นคงทางทะเล : แรงขับเคลื่อนเพื่อการพัฒนาสมุททานุภาพของไทย" ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น. โดยจะมีการเสวนาทางวิชาการเรื่อง "ผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในมิติของความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน" มีผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกองทัพเรือ และผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ นอกจากนี้ มีการจัดนิทรรศการแสดงผลงานเกี่ยวกับเทคโนโลยีทางทะเลของหน่วยงานทางทะเลของไทย (ที่มา : สลก.ทร.)
ขอเชิญชมคอนเสิร์ตการกุศล "พลังรักเพื่อคนพิเศษ" ๓๐ กรกฎาคม นี้
กรมแพทย์ทหารเรือ ร่วมกับ สมาคมภริยาทหารเรือ และมูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จัดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล "พลังรัก เพื่อคนพิเศษ" ในวันเสาร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๔.๐๐ น. ณ โรงละคร M Theatre ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ บรรเลงโดย วงดุริยางค์ราชนาวี โดยรายได้ทั้งหมดมอบให้แด่มูลนิธิโรงพยาบาลสมเด็จพระนางสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ กองทัพเรือ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อสมทบทุนโครงการบำบัดเด็กออทิสติก ถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในโอกาสที่ สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถมีพระชนมายุครบ ๘๐ พรรษา ในวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕
ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าชมคอนเสิร์ตการกุศล "พลังรักเพื่อคนพิเศษ" ติดต่อสำรองบัตรที่นั่งได้ที่ สำนักงานเลขานุการกรมแพทย์ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๘๐๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๒๕๗๒ หรือเว็บไซต์ http://www.facebook.com/concertforautistic และ http://www.mtheatrebabgkok.com/newweb/index1.php ในราคาบัตรละ ๒,๐๐๐ บาท, ๑,๕๐๐ บาท, ๑,๐๐๐ บาท, ๘๐๐ บาท และ ๕๐๐ บาท (ที่มา : พร.)
ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าชมคอนเสิร์ตการกุศล "พลังรักเพื่อคนพิเศษ" ติดต่อสำรองบัตรที่นั่งได้ที่ สำนักงานเลขานุการกรมแพทย์ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๘๐๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๒๕๗๒ หรือเว็บไซต์ http://www.facebook.com/concertforautistic และ http://www.mtheatrebabgkok.com/newweb/index1.php ในราคาบัตรละ ๒,๐๐๐ บาท, ๑,๕๐๐ บาท, ๑,๐๐๐ บาท, ๘๐๐ บาท และ ๕๐๐ บาท (ที่มา : พร.)
กองทัพเรือฝึกรวมพลฝีพายเรือขบวนพยุหยาตรา ฯ ในแม่น้ำ
ตั้งแต่วันนี้ (๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔) ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๔ อนุกรรมการฝ่ายฝึกซ้อมกำลังพลฝีพาย เริ่มดำเนินการฝึกฝีพายในเรือในแม่น้ำ ซึ่งเป็นการฝึกขั้นที่ ๒ ในทุกพื้นที่การฝึกทั้ง ๕ แห่ง ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, บางนา, ป้อมพระจุล, หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ สำหรับในส่วนพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีจุดรวมพลที่ใต้สะพานพระราม ๘ หลังจากนั้น จะเป็นการฝึกรวมพล
กองทัพเรือดำเนินการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค ในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวน ๕๒ ลำ และกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือเป็นฝีพายประจำเรือพระราชพิธี จำนวน ๒,๐๙๘ นาย รูปกระบวนเรือจัดเป็น ๕ ริ้ว ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง ๔ ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่ง อนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือดั้ง ๒๒ ลำ และเรืออื่น ๆ อีก ๑๘ ลำ
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ ๑๖ ที่จัดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยครั้งล่าสุดเป็นการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๕๐ ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ (ที่มา : สลก.ทร.)
กองทัพเรือดำเนินการจัดขบวนพยุหยาตราทางชลมารคงานพระราชพิธีเสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐิน เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ซึ่งการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารค ในครั้งนี้ ใช้เรือพระราชพิธี จำนวน ๕๒ ลำ และกำลังพลจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือเป็นฝีพายประจำเรือพระราชพิธี จำนวน ๒,๐๙๘ นาย รูปกระบวนเรือจัดเป็น ๕ ริ้ว ประกอบด้วย เรือพระที่นั่ง ๔ ลำ ได้แก่ เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ ๙ เรือพระที่นั่ง อนันตนาคราช และเรือพระที่นั่งอเนกชาติภุชงค์ เรือรูปสัตว์ ๘ ลำ ได้แก่ เรือกระบี่ปราบเมืองมาร เรือกระบี่ราญรอนราพณ์ เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือครุฑเหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรืออสุรวายุภักษ์ เรืออสุรปักษี เรือดั้ง ๒๒ ลำ และเรืออื่น ๆ อีก ๑๘ ลำ
สำหรับการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ ๑๖ ที่จัดขึ้นในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช โดยครั้งล่าสุดเป็นการจัดขบวนพยุหยาตราชลมารคในพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๕๐ ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๐ (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











