กรมการขนส่งทางบก จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔ เฉพาะกิจ ในช่วงเทศกาลปีใหม่
กรมการขนส่งทางบก จัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔ เฉพาะกิจ เพื่อรับเรื่องร้องเรียนอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่จะเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เอกมัย สายใต้ ระหว่างวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ และภายในบริเวณกรมการขนส่งทางบก ระหว่างวันที่๒๘ ถึงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ พร้อมทั้งเปิดสายด่วนรับเรื่องร้องเรียน กรณีไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะทั่วประเทศ หากไม่ได้รับความสะดวกหรือถูกเอาเปรียบจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ สามารถร้องเรียนได้ที่หมายเลข ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
วันจันทร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2553
จับชาวเลลักลอบจับสัตว์น้ำในเขตอุทยาน มูลค่าเกือบ ๑ ล้านบาท
เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคมที่ผ่านมา ร้อยตำรวจตรี กมลาสณ์ นิยมเขต ร้อยเวร สอบสวน สถานีตำรวจอำเภอกันตัง นายประพจน์ สัตถาภรณ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำจำนวนหนึ่ง ได้จับกุมชาวประมง ผู้กระทำผิดทั้งหมด ๑๖ คน หลังจากได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีชาวประมงเกือบ ๒๐ คน กำลังนำหอยสังข์หนาม และหอยสังข์แดงจำนวนมากที่บรรทุกอยู่ในเรือหางยาว จำนวน ๓ ลำ ไปส่งให้กับผู้รับซื้อที่บริเวณท่าเรือชั่วคราว หมู่ที่ ๖ ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง หรือท่าเรือชั่วคราวหาดยาว ซึ่งมีรถกระบะมารอรับเพื่อนำไปจำหน่ายที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่ได้พบกับชาย ทั้งหมด ๑๗ คน ร่วมกันขนย้ายหอยหน้ายักษ์ หรือหอยสังข์หนาม และหอยสังข์แดง จำนวนมากจากเรือหางยาวทั้ง ๓ ลำ เพื่อนำขึ้นรถกระบะจนเต็มคันรถ
เบื้องต้นนายสุริยะ สุทธิพงศ์ อายุ ๕๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๐/๓ หมู่ที่ ๑ ตำบลรัษฏา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายทุนผู้รับซื้อหอยดังกล่าวให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ให้ชาวประมงจังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑๖ นำเรือหางยาวจำนวน ๓ ลำ ดำจับหอยดังกล่าวในท้องทะเลตรัง และทะเลจังหวัดสตูล และนำมาขึ้นฝั่งที่ ท่าเรือชั่วคราวหาดยาว ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๑๖ (๓) ฐานนำสัตว์ออกไป หรือกระทำการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ (๑๓) เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาประโยชน์เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้อนุญาติกำหนดไว้ (ที่มา :ผู้จัดการออนไลน์)
เบื้องต้นนายสุริยะ สุทธิพงศ์ อายุ ๕๔ ปี อยู่บ้านเลขที่ ๓๐/๓ หมู่ที่ ๑ ตำบลรัษฏา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายทุนผู้รับซื้อหอยดังกล่าวให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า ได้ให้ชาวประมงจังหวัดภูเก็ต จำนวน ๑๖ นำเรือหางยาวจำนวน ๓ ลำ ดำจับหอยดังกล่าวในท้องทะเลตรัง และทะเลจังหวัดสตูล และนำมาขึ้นฝั่งที่ ท่าเรือชั่วคราวหาดยาว ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง
ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหา กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ มาตรา ๑๖ (๓) ฐานนำสัตว์ออกไป หรือกระทำการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ (๑๓) เข้าไปดำเนินกิจการใด ๆ เพื่อหาประโยชน์เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ และปฏิบัติตามเงื่อนไขซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้อนุญาติกำหนดไว้ (ที่มา :ผู้จัดการออนไลน์)
เกาหลีใต้จะซ้อมรบทางทะเลระลอกใหม่
เกาหลีใต้เตรียมจัดการซ้อมรบทางทะเลระลอกใหม่ในสัปดาห์หน้า เริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๗ ธันวาคมนี้เป็นต้นไปโฆษกคณะเสนาธิการทหารร่วมของเกาหลีใต้แถลงว่ากองทัพมีแผนการจะจัดการซ้อมรบ ทางทะเลรอกใหม่ระหว่างวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคมนี้
โดยการซ้อมรบจะมีขึ้นในพื้นที่ ๒๓ จุด แต่จะยกเว้นบริเวณน่านน้ำที่ใกล้กับเขตแดนเกาหลีเหนือ การซ้อมรบที่จะมีขึ้นเป็นการฝึกผสมระหว่างสามเหล่าทัพตามปกติ ขณะที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียดนับแต่เกิดเหตุการณ์เกาหลี เหนือยิงปืนใหญ่โจมตีเกาะยอนพยองของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป ๔ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
โดยการซ้อมรบจะมีขึ้นในพื้นที่ ๒๓ จุด แต่จะยกเว้นบริเวณน่านน้ำที่ใกล้กับเขตแดนเกาหลีเหนือ การซ้อมรบที่จะมีขึ้นเป็นการฝึกผสมระหว่างสามเหล่าทัพตามปกติ ขณะที่สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลียังคงตึงเครียดนับแต่เกิดเหตุการณ์เกาหลี เหนือยิงปืนใหญ่โจมตีเกาะยอนพยองของเกาหลีใต้เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป ๔ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2553
หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ ช่วยเหลือเรือสินค้าถูกโจรสลัดเข้าทำการยึดเรือ และยิงจรวดอาร์พีจี(RPG) เข้าใส่เรือสินค้า
เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ ได้รับแจ้งจากบริษัท THORESEN ซึ่งเป็นบริษัทเจ้าของเรือสินค้าชื่อ MV THOR NAUTILUS ว่าระหว่างเดินทางจากประเทศจอร์แดนไปยังท่าเรือ PORT KLANG ประเทศมาเลเซีย ขณะเรือเดินทางผ่านกลางมหาสมุทรอินเดีย ห่างจากชายฝั่ง เมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่านโอมาน ประมาณ ๕๗๐ ไมล์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวอยู่นอกพื้นที่ปฏิบัติการของกองกำลังผสมทางเรือนานาชาติและหมู่เรือ ได้ถูกเรือสินค้าขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นเรือ แม่โจรสลัดและเรือยนต์เร็วเครื่องติดท้าย (Skiff) โจรสลัดไล่ติดตามโจมตี โดยเรือแม่ที่โจรสลัดใช้ในการปฏิบัติการครั้งนี้มีลักษณะตัวเรือสีดำ เก๋งเรือสีขาว ข้างเรือมีตัวอักษร NYK-HINODE ซึ่งจากการวิเคราะห์และประเมินข้อมูลของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด พบว่าเป็นเรือสินค้าที่ชื่อ MV IZUMI เจ้าของเรือเป็นชาวญี่ปุ่น เป็นเรือที่จดทะเบียนที่ปานามา ซึ่งถูกโจรสลัดจับยึดไปหลายเดือนก่อนและได้นำออกมาใช้เป็นเรือแม่ปฏิบัติการใกล้พื้นที่ดังกล่าว
หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ ได้สั่งการให้ เรือหลวงสิมิลัน ซึ่งขณะนั้นอยู่ห่างจากเรือ MV THOR NAUTILUS ประมาณ ๓๖๐ ไมล์ เปลี่ยนแผนเดินทางเข้าการช่วยเหลือเรือ MV THOR NAUTILUS โดยทันที และทำการแนะนำกัปตันเรือถึงวิธีการในการดำเนินการมิให้โจรสลัดขึ้นยึดเรือได้สำเร็จ หลังจากนั้น ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าโจรสลัดได้ยิงทั้งปืนเล็กและจรวดอาร์พีจีเข้าใส่เรือเป็นจำนวนมาก โดยได้ปีนขึ้นเรือ และพยายามตัดลวดหนามที่ล้อมรอบตัวเรือ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันตนเองของเรือ กัปตันและลูกเรือ จำนวน ๒๙ คน เป็นชาวไทยทั้งหมด ได้หลบเข้าไปอยู่ในห้อง Safe Room ส่วนกัปตันเรือและลูกเรือบางส่วนยังคงบังคับเรืออยู่บนสะพานเดินเรือโดยพยายามนำเรือโต้คลื่น แล่นส่ายไปมาด้วยความเร็วสูงสุด จนทำให้โจรสลัดตกน้ำและลงจากเรือไปในที่สุด
ส่วนความเสียหายในเบื้องต้น พบว่า มีความเสียหายจากการที่โจรสลัดได้ยิงอาวุธเข้าใส่เรือ และมีลูกจรวดอาร์พีจีจำนวนหลายลูกที่ยิงเข้ามาตกในตัวเรือบางส่วนไม่ระเบิด จึงขอให้เรือหลวงสิมิลันส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างอยู่ภายในเรือโดยละเอียด จากการตรวจสอบ พบรอยถูกยิงด้วยจรวดอาร์พีจีจำนวน ๒ แห่ง ที่ห้องกัปตันเรือทางกราบขวาบริเวณใต้ปีกสะพานเดินเรือ และท้ายเรือเหนือแนวน้ำประมาณ ๓ เมตรเข้าไปยังห้องเย็นเก็บเสบียง ทั้งสองแห่งพบว่ามีการระเบิดโดยสังเกตจากรอยทะลุและคราบเขม่า จากการตรวจสอบบริเวณอื่นๆ ไม่พบลูกจรวดตกค้างอยู่บนเรือ นอกจากนั้นได้พบรอยลูกกระสุนปืนจำนวนมากกว่า ๑๐๐ นัด บริเวณสะพานเดินเรือ ผนังตัวเรือ(Super Structure) ทั้งสองกราบ บริเวณปล่องเรือช่วยชีวิต และ บริเวณท้ายเรือ เป็นลูกกระสุนปืนชนิดArka และ ปืนกลชนิด ๗.๖๒ ของรัสเซีย นอกนั้นไม่มีอุปกรณ์ภายในเรือที่สำคัญได้รับความเสียหาย เรือสามารถเดินทางได้ตามปกติ
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและภารกิจของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดได้ที่http://rtncptu.fleetpx.com และ www.navy.mi.th นอกจากนั้นสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุได้ที่อีเมล์ counterpiracy@navy.mi.th วิทยุสื่อสาร คลื่น 156.800 MHz (CH.16) คลื่น 156.675 MHz (CH.73) และคลื่น 6350 KHz หรือที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๒๕๑ และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๖๐๘ (ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด)
หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ ได้สั่งการให้ เรือหลวงสิมิลัน ซึ่งขณะนั้นอยู่ห่างจากเรือ MV THOR NAUTILUS ประมาณ ๓๖๐ ไมล์ เปลี่ยนแผนเดินทางเข้าการช่วยเหลือเรือ MV THOR NAUTILUS โดยทันที และทำการแนะนำกัปตันเรือถึงวิธีการในการดำเนินการมิให้โจรสลัดขึ้นยึดเรือได้สำเร็จ หลังจากนั้น ได้รับทราบข้อมูลเพิ่มเติมว่าโจรสลัดได้ยิงทั้งปืนเล็กและจรวดอาร์พีจีเข้าใส่เรือเป็นจำนวนมาก โดยได้ปีนขึ้นเรือ และพยายามตัดลวดหนามที่ล้อมรอบตัวเรือ ซึ่งเป็นมาตรการป้องกันตนเองของเรือ กัปตันและลูกเรือ จำนวน ๒๙ คน เป็นชาวไทยทั้งหมด ได้หลบเข้าไปอยู่ในห้อง Safe Room ส่วนกัปตันเรือและลูกเรือบางส่วนยังคงบังคับเรืออยู่บนสะพานเดินเรือโดยพยายามนำเรือโต้คลื่น แล่นส่ายไปมาด้วยความเร็วสูงสุด จนทำให้โจรสลัดตกน้ำและลงจากเรือไปในที่สุด
ส่วนความเสียหายในเบื้องต้น พบว่า มีความเสียหายจากการที่โจรสลัดได้ยิงอาวุธเข้าใส่เรือ และมีลูกจรวดอาร์พีจีจำนวนหลายลูกที่ยิงเข้ามาตกในตัวเรือบางส่วนไม่ระเบิด จึงขอให้เรือหลวงสิมิลันส่งเจ้าหน้าที่ขึ้นไปตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิดที่ตกค้างอยู่ภายในเรือโดยละเอียด จากการตรวจสอบ พบรอยถูกยิงด้วยจรวดอาร์พีจีจำนวน ๒ แห่ง ที่ห้องกัปตันเรือทางกราบขวาบริเวณใต้ปีกสะพานเดินเรือ และท้ายเรือเหนือแนวน้ำประมาณ ๓ เมตรเข้าไปยังห้องเย็นเก็บเสบียง ทั้งสองแห่งพบว่ามีการระเบิดโดยสังเกตจากรอยทะลุและคราบเขม่า จากการตรวจสอบบริเวณอื่นๆ ไม่พบลูกจรวดตกค้างอยู่บนเรือ นอกจากนั้นได้พบรอยลูกกระสุนปืนจำนวนมากกว่า ๑๐๐ นัด บริเวณสะพานเดินเรือ ผนังตัวเรือ(Super Structure) ทั้งสองกราบ บริเวณปล่องเรือช่วยชีวิต และ บริเวณท้ายเรือ เป็นลูกกระสุนปืนชนิดArka และ ปืนกลชนิด ๗.๖๒ ของรัสเซีย นอกนั้นไม่มีอุปกรณ์ภายในเรือที่สำคัญได้รับความเสียหาย เรือสามารถเดินทางได้ตามปกติ
สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและภารกิจของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดได้ที่http://rtncptu.fleetpx.com และ www.navy.mi.th นอกจากนั้นสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุได้ที่อีเมล์ counterpiracy@navy.mi.th วิทยุสื่อสาร คลื่น 156.800 MHz (CH.16) คลื่น 156.675 MHz (CH.73) และคลื่น 6350 KHz หรือที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๒๕๑ และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๖๐๘ (ที่มา : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด)
มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม เปิดให้ประชาชนเข้าชมพระราชวังเดิม ฟรี ๒๖ - ๒๘ ธันวาคม นี้
เนื่องในโอกาสวันคล้าย วันปราบดาภิเษกของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม จัดพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลและพิธีบวงสรวงดวงพระวิญญาณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓ ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก
ภูเก็ตเตรียมจัดงานรำลึกครบ ๖ ปีสึนามิ
จังหวัดภูเก็ต เตรียมจัดงานรำลึกครบรอบ ๖ ปี เหตุการณ์คลื่นยักษ์ถล่มชายฝั่งจังหวัดอันดามัน เมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๗ โดยกำหนดจัดงาน ๓ จุดหลัก คือ อำเภอกะทู้ ๒ จุด ที่หาดป่าตอง และหาดกมลา ส่วนอีกจุดบริเวณกำแพงรำลึกสึนามิ อำเภอถลาง ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๓
สำหรับพิธีการในแต่ละจุดนั้น ที่หาดป่าตองในช่วงเช้ามีพิธีทางศาสนาบริเวณสวนสาธารณะโลมา และช่วงค่ำองค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลเมืองป่าตองร่วมกับการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) และจัด "Ligth UP Phuket" ด้วยการจุดตามชายหาดสวนสาธารณะโลมา เพื่อรำลึกถึง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ส่วนหาดกมลา สมาคมญี่ปุ่นในภูเก็ต จัดพิธีรำลึกที่อนุสรณ์สถานสึนามิเวลา ๑๐.๐๐ น.
ทั้งนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตได้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกข่าวลือสึนามิ และยืนยันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในแจ้งเตือนหากเกิดแผ่นดินไหว และจัดระบบการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัยตามแผนซักซ้อม ฯ ได้อย่างรวดเร็ว (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
สำหรับพิธีการในแต่ละจุดนั้น ที่หาดป่าตองในช่วงเช้ามีพิธีทางศาสนาบริเวณสวนสาธารณะโลมา และช่วงค่ำองค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลเมืองป่าตองร่วมกับการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ททท.) และจัด "Ligth UP Phuket" ด้วยการจุดตามชายหาดสวนสาธารณะโลมา เพื่อรำลึกถึง ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ส่วนหาดกมลา สมาคมญี่ปุ่นในภูเก็ต จัดพิธีรำลึกที่อนุสรณ์สถานสึนามิเวลา ๑๐.๐๐ น.
ทั้งนี้ ทางจังหวัดภูเก็ตได้ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกข่าวลือสึนามิ และยืนยันทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมในแจ้งเตือนหากเกิดแผ่นดินไหว และจัดระบบการอพยพประชาชนไปอยู่ในที่ปลอดภัยตามแผนซักซ้อม ฯ ได้อย่างรวดเร็ว (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
กรมเจ้าท่าจัดระเบียบเรือทัวร์รับปีใหม่ก่อนให้บริการแก่นักท่องเที่ยว
กรมเจ้าท่า จัดระเบียบเรือทัวร์ ตรวจสภาพเรือ เสื้อชูชีพ และทดสอบเป่านกหวีด เพื่อดูความพร้อม ความปลอดภัย ก่อนที่จะให้บริการแก่นักท่องเที่ยวกว่า ๑๐ ลำ ที่จอดเทียบท่ารับผู้โดยสารที่ท่าเทียบเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพื่อลงเกาะต่าง ๆ ในช่วงสิ้นปีเดือนธันวาคม ๒๕๕๓ และช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๔ พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ประจำท่าเรือบริการแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ติดป้ายเตือนสติประชาชน นักท่องเที่ยว กฎระเบียบการเดินทาง และข้อปฏิบัติในการลงเรือ หากพบเรือลำใดมีเสื้อชูชีพไม่ครบ ทางกรมเจ้าท่าจะไม่ปล่อยให้เรือลำนั้นออกสู่ท้องทะเล และหากมีการรับนักท่องเที่ยวลงเรือเกินอัตรา จะมีการปรับและตักเตือนทันที (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)
วันพฤหัสบดีที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พิธีปิดโครงการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือ ถวายเป็นพระราชกุศล
วันนี้ (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๓) เวลา ๑๐.๓๐ น. พลเรือเอก ยุทธนา ฟักผลงาม ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีปิดโครงการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ พระอุโบสถวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมโครงการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลในกองทัพเรือได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา อันจะเป็นผลให้เกิดการพัฒนาทัศนคติความนึกคิดและค่านิยมในการดำรงชีวิต รวมถึงการปฏิบัติราชการและอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรสืบไป (ที่มา : ยศ.ทร.)
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมโครงการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๓ โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังพลในกองทัพเรือได้มีโอกาสปฏิบัติธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา อันจะเป็นผลให้เกิดการพัฒนาทัศนคติความนึกคิดและค่านิยมในการดำรงชีวิต รวมถึงการปฏิบัติราชการและอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์เป็นมิ่งขวัญของพสกนิกรสืบไป (ที่มา : ยศ.ทร.)
กรมแพทย์ทหารเรือ ขอเชิญร่วมทำบุญปีใหม่ "บูชาคุณ ๘๔ พระชันษามหาราชันย์"
กรมแพทย์ทหารเรือ และ มูลนิธิดวงแก้วใน พระสังฆราชูปถัมภ์ จัดงานทำบุญปีใหม่ "บูชาคุณ ๘๔ พระชันษามหาราชันย์" ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สโมสร กรมแพทย์ทหารเรือ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า แขวงบุคคโล เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๕๔ ทั้งนี้ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเป็นอเนกประการสุดจะคณานับได้
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมตักบาตรอาหารแห้งและร่วมเป็นเจ้าภาพถวายปัจจัยตั้งโรงทานและบริจาคร่วมจัดงานโดยการโอนเงินผ่านธนาคารทหารไทย สาขา โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ชื่อบัญชี มูลนิธิดวงแก้ว บัญชี เลขที่ ๐๔๐ - ๒ - ๒๔๗๖๑ - ๓ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑ ๘๓๔ ๕๒๘๔ และ ๐๘๙ ๘๙๒ ๘๘๒๒ (ที่มา : พร.)
ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมตักบาตรอาหารแห้งและร่วมเป็นเจ้าภาพถวายปัจจัยตั้งโรงทานและบริจาคร่วมจัดงานโดยการโอนเงินผ่านธนาคารทหารไทย สาขา โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ชื่อบัญชี มูลนิธิดวงแก้ว บัญชี เลขที่ ๐๔๐ - ๒ - ๒๔๗๖๑ - ๓ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑ ๘๓๔ ๕๒๘๔ และ ๐๘๙ ๘๙๒ ๘๘๒๒ (ที่มา : พร.)
รับสมัครเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวีเป็นกรณีพิเศษ
รับสมัครเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวีเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี กำหนดเปิดรับสมัครสมาชิกกรณีพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเพื่อการกุศลและสงเคราะห์ครอบครัวโดยไม่หวังผลกำไร โดยเปิดรับสมัครข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้มียศทหารเรือและ คู่สมรส อายุเกิน ๔๕ ปี แต่ไม่เกิน ๕๕ ปี (๒๔๙๘ - ๒๕๐๘)
สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ ฯ ได้ที่ กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี แผนกฌาปนกิจ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ มีกำหนด ๒ เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๘๓ - ๕ และหมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๘๑ (ที่มา : กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ)
กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี กำหนดเปิดรับสมัครสมาชิกกรณีพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเพื่อการกุศลและสงเคราะห์ครอบครัวโดยไม่หวังผลกำไร โดยเปิดรับสมัครข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้มียศทหารเรือและ คู่สมรส อายุเกิน ๔๕ ปี แต่ไม่เกิน ๕๕ ปี (๒๔๙๘ - ๒๕๐๘)
สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ ฯ ได้ที่ กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี แผนกฌาปนกิจ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ มีกำหนด ๒ เดือน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๘๓ - ๕ และหมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๘๑ (ที่มา : กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ)
แจ้งผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการใน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ ทราบ
แจ้งผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการใน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติไปตรวจสอบความถูกต้อง ภายใน ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตามที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงแก่ผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการเป็นประจำทุกปี นั้น ปรากฏว่าประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) บางนายมีข้อมูลคลาดเคลื่อนกับประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ เก็บรักษาไว้ ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบแก้ไข กรมกำลังพลทหารเรือจึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) ไปตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง ได้ที่ แผนกทะเบียนและประวัติ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดในช่วงวันดังกล่าว จะถือว่าประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ถูกต้อง
สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการตรวจสอบ ได้แก่ ประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด), สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๑ ฉบับ, รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป, บัญชี ราชการทวีคูณ (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด (ถ้ามี) และสำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ "สด.๓" (ถ้ามี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๖๙๕ (ที่มา : กพ.ทร.)
ตามที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ได้จัดให้มีการประชุมชี้แจงแก่ผู้ที่ครบเกษียณอายุราชการเป็นประจำทุกปี นั้น ปรากฏว่าประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) บางนายมีข้อมูลคลาดเคลื่อนกับประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ เก็บรักษาไว้ ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบแก้ไข กรมกำลังพลทหารเรือจึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) ไปตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง ได้ที่ แผนกทะเบียนและประวัติ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดในช่วงวันดังกล่าว จะถือว่าประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ถูกต้อง
สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการตรวจสอบ ได้แก่ ประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด), สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๑ ฉบับ, รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป, บัญชี ราชการทวีคูณ (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด (ถ้ามี) และสำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ "สด.๓" (ถ้ามี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๖๙๕ (ที่มา : กพ.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










