ขอเชิญผู้รู้จักคุ้นเคยร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ
นางสุมาน พรรธนะแพทย์ ภริยา พลเรือตรี กรีฑา พรรธนะแพทย์ นายทหารนอกราชการ
ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๐๐ น. ณ ศาลา
๙ วัดธาตุทอง ถนนสุขุมวิท แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร
และกำหนดฌาปนกิจศพ ในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๗.๐๐ น.
(ที่มา : ศปก.ทร.)
วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ
กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ
จะเปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเป็นพนักงานราชการทั่วไป
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ได้แก่
- กลุ่มงานเทคนิค ตำแหน่งช่างอิเล็กทรอนิกส์ แผนกอุปกรณ์สนับสนุน กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ ๒ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ จำนวน ๑ อัตรา
- กลุ่มงานเทคนิค ตำแหน่งช่างอิเล็กทรอนิกส์ แผนกอุปกรณ์สนับสนุน กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ ๓ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ พื้นที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จำนวน ๑ อัตรา
- พนักงานบริการ ตำแหน่งพนักงานบริการ กองส่งกำลังบำรุง กองบังคับการ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ จำนวน ๑ อัตรา
คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร กลุ่มงานเทคนิค เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๒๒ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๐ ปีบริบูรณ์ ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วหรือได้รับการยกเว้น และกลุ่มงานบริการ เป็นเพศชายหรือเพศหญิง มีบิดาและมารดาของผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย
สนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานราชการทั่วไปสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ กองกำลังพลและธุรการ กองบังคับการ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๖๐๖๖ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ในวันและเวลาราชการ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.navy.mi.th/elecwww/
(ที่มา : อล.ทร.)
- กลุ่มงานเทคนิค ตำแหน่งช่างอิเล็กทรอนิกส์ แผนกอุปกรณ์สนับสนุน กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ ๒ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ จำนวน ๑ อัตรา
- กลุ่มงานเทคนิค ตำแหน่งช่างอิเล็กทรอนิกส์ แผนกอุปกรณ์สนับสนุน กองโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ที่ ๓ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ พื้นที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี จำนวน ๑ อัตรา
- พนักงานบริการ ตำแหน่งพนักงานบริการ กองส่งกำลังบำรุง กองบังคับการ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ จำนวน ๑ อัตรา
คุณสมบัติทั่วไปของผู้สมัคร กลุ่มงานเทคนิค เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๒๒ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๐ ปีบริบูรณ์ ต้องผ่านการเกณฑ์ทหารแล้วหรือได้รับการยกเว้น และกลุ่มงานบริการ เป็นเพศชายหรือเพศหญิง มีบิดาและมารดาของผู้สมัครต้องมีสัญชาติไทย
สนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานราชการทั่วไปสามารถสอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่ กองกำลังพลและธุรการ กองบังคับการ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๖๐๖๖ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ในวันและเวลาราชการ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่ www.navy.mi.th/elecwww/
(ที่มา : อล.ทร.)
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดอบรมการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
กำหนดจัดอบรมการปฏิบัติธรรมของข้าราชการกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗
จำนวน ๒ รุ่น รุ่นที่ ๑ อบรมระหว่างวันที่ ๑๐ - ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๗
ระยะเวลา ๗ วัน ณ วัดเทพนิมิต ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
และรุ่นที่ ๒ อบรมระหว่างวันที่ ๒๔ - ๓๐ มีนาคม ๒๕๕๗ ณ วัดพลงช้างเผือก
ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง
ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ที่สนใจเข้าร่วมปฏิบัติธรรม กรุณาแจ้งยศ ชื่อ สกุล ตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และรุ่นที่จะเข้ารับการอบรม ให้หน่วยต้นสังกัด ส่งให้ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทราบ ภายในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ สอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกอบรมศีลธรรม กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๖๑๗
(ที่มา : ยศ.ทร.)
ข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ที่สนใจเข้าร่วมปฏิบัติธรรม กรุณาแจ้งยศ ชื่อ สกุล ตำแหน่ง หมายเลขโทรศัพท์ที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์มือถือ และรุ่นที่จะเข้ารับการอบรม ให้หน่วยต้นสังกัด ส่งให้ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ทราบ ภายในวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ สอบถามรายละเอียดได้ที่ แผนกอบรมศีลธรรม กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๖๑๗
(ที่มา : ยศ.ทร.)
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์และพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จ
การศึกษาของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันเสาร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๓๐
ความว่า
"ผู้ที่มุ่งหวังความดีและความเจริญมั่นคงในชีวิต จะต้องไม่ละเลยการศึกษาความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบ เพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการงานและแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่ง จะต้องมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าในการงาน ในผู้ร่วมงาน หรือในการรักษาระเบียบแบบแผนความดีงาม ความถูกต้องทุกอย่าง เพราะความจริงใจนี้เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการผดุงและสร้างเสริมความมีสมานฉันท์ ความประสานสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของส่วนรวม ประการที่สาม จำเป็นต้องสำรวจดูความบกพร่องของตนเองอยู่สม่ำเสมอ แล้วพยายามปฏิบัติแก้ไขเสียโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เจริญเติบโตทำความเสื่อมเสียแก่การกระทำและความคิด ประการที่สี่ ต้องฝึกฝนให้มีความสงบหนักแน่น ทั้งในกาย ในใจ ในคำพูด เพราะความสงบหนักแน่นเป็นเครื่องผ่อนปรนระงับความรุนแรง ความขัดแย้งความไม่เข้าใจในกันและกันได้ทุกกรณี โดยเฉพาะความสงบหนักแน่นในจิตใจนั้น ทำให้เกิดความยั้งคิดพิจารณาตามเหตุตามผล จึงช่วยให้สามารถขบคิดวินิจฉัยเรื่องราว ปัญหา และกระทำ ได้ถูกต้อง พอเหมาะพอดีมีประสิทธิผล"
"ผู้ที่มุ่งหวังความดีและความเจริญมั่นคงในชีวิต จะต้องไม่ละเลยการศึกษาความรู้ที่จะศึกษามีอยู่สามส่วน คือ ความรู้วิชาการ ความรู้ปฏิบัติการ และความรู้คิดอ่านตามเหตุผลความเป็นจริง ซึ่งแต่ละคนควรเรียนรู้ให้ครบ เพื่อสามารถนำไปใช้ประกอบกิจการงานและแก้ปัญหาทั้งปวงได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกประการหนึ่ง จะต้องมีความจริงใจและบริสุทธิ์ใจ ไม่ว่าในการงาน ในผู้ร่วมงาน หรือในการรักษาระเบียบแบบแผนความดีงาม ความถูกต้องทุกอย่าง เพราะความจริงใจนี้เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งในการผดุงและสร้างเสริมความมีสมานฉันท์ ความประสานสามัคคี และความเป็นปึกแผ่นมั่นคงของส่วนรวม ประการที่สาม จำเป็นต้องสำรวจดูความบกพร่องของตนเองอยู่สม่ำเสมอ แล้วพยายามปฏิบัติแก้ไขเสียโดยเร็ว ไม่ปล่อยให้เจริญเติบโตทำความเสื่อมเสียแก่การกระทำและความคิด ประการที่สี่ ต้องฝึกฝนให้มีความสงบหนักแน่น ทั้งในกาย ในใจ ในคำพูด เพราะความสงบหนักแน่นเป็นเครื่องผ่อนปรนระงับความรุนแรง ความขัดแย้งความไม่เข้าใจในกันและกันได้ทุกกรณี โดยเฉพาะความสงบหนักแน่นในจิตใจนั้น ทำให้เกิดความยั้งคิดพิจารณาตามเหตุตามผล จึงช่วยให้สามารถขบคิดวินิจฉัยเรื่องราว ปัญหา และกระทำ ได้ถูกต้อง พอเหมาะพอดีมีประสิทธิผล"
วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง ขอบคุณความทุกข์
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ขอบคุณความทุกข์"
ที่จะทำให้ได้ศึกษาหลักสูตรการพัฒนาชีวิต
เพื่อเอาชนะความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างไม่หวาดหวั่น
นักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งมีชีวิตที่ประสบกับความทุกข์เป็นอย่างมาก เพราะมารับช่วงธุรกิจต่อจากบิดาในช่วงที่กำลังประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก มีหนี้สินมากมายหลายล้านบาท ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ธุรกิจฟื้นตัวไม่มีเงินที่จะใช้หนี้ ช่วงนั้นทุกข์หนักถึงขั้นตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าภรรยาและบุตรจะต้องมารับภาระหนี้สินต่อไป วันหนึ่งมีเพื่อนชวนไปงานทอดผ้าป่าที่วัดในต่างจังหวัด จึงเดินทางไปเพียงเพราะอยากหนีความจำเจของชีวิตเท่านั้น
ในงานทอดผ้าป่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้แสดงธรรมสั้น ๆ แต่ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจ ประหนึ่งว่า ท่านกำลังคุยกับนักธุรกิจหนุ่มคนนั้น สรุปใจความว่า การที่พระพุทธเจ้าประสบความสำเร็จจนสามารถตรัสรู้ได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากความทุกข์ซึ่งพระองค์ค้นพบทางออก สิ่งที่เรียกว่าความทุกข์นั้น พระพุทธองค์แสดงไว้ว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ประสบสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ พลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์" เป็นต้น ความทุกข์นี้จัดเป็นภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในภยสูตร อังคุตตรนิกายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้ คือ ชาติภัย ชราภัย พยาธิภัย และมรณภัย" ทั้งสี่ประการนี้จัดเป็นความทุกข์อย่างยิ่งเป็นธรรมดาของทุกชีวิต ไม่ประสบในวันนี้ก็ต้องประสบในวันหน้าสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์" เป็นต้น ความทุกข์นี้จัดเป็นภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในภยสูตร อังคุตตรนิกายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้ คือ ชาติภัย ชราภัย พยาธิภัย และมรณภัย" ทั้งสี่ประการนี้จัดเป็นความทุกข์อย่างยิ่งเป็นธรรมดาของทุกชีวิต ไม่ประสบในวันนี้ก็ต้องประสบในวันหน้า
เมื่อเราเกิดมาในโลกนี้แล้วจึงปฏิเสธทุกข์ไม่ได้ แม้จะไม่อยากพบประสบกับความทุกข์เราก็หนีไม่พ้น มนุษย์เรานั้นหนีแก่ไม่ได้ หนีตายไม่ได้ ต้องทนกับสิ่งที่ไม่พอใจ ต้องทำใจกับสิ่งที่ไม่อยากมี พุทธศาสนาสอนให้มนุษย์กล้าเผชิญกับความจริงด้วยสติ แก้ปัญหาด้วยปัญญา เพราะความทุกข์นั้นมีอยู่ประจำโลก มีตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายที่เคยประสบกับความทุกข์ยากลำบาก มาก่อน และสามารถพลิกชีวิตมาเป็นมหาเศรษฐีได้
ดังนั้น เมื่อใดที่ประสบทุกข์ จงขอบคุณความทุกข์นั้นที่ทำให้ได้ศึกษาหลักสูตรการพัฒนาชีวิต เพื่อเอาชนะความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างไม่หวาดหวั่น แล้วใช้ปัญญาเป็นอาวุธในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ก็จะทำให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่สิ้นหวัง เข้าลักษณะ "ทุกข์แต่ไม่ท้อ" นั่นเอง (ที่มา : ยศ.ทร.)
นักธุรกิจหนุ่มคนหนึ่งมีชีวิตที่ประสบกับความทุกข์เป็นอย่างมาก เพราะมารับช่วงธุรกิจต่อจากบิดาในช่วงที่กำลังประสบปัญหาการขาดทุนอย่างหนัก มีหนี้สินมากมายหลายล้านบาท ไม่รู้จะทำอย่างไรให้ธุรกิจฟื้นตัวไม่มีเงินที่จะใช้หนี้ ช่วงนั้นทุกข์หนักถึงขั้นตัดสินใจฆ่าตัวตาย แต่ก็ยังเป็นห่วงว่าภรรยาและบุตรจะต้องมารับภาระหนี้สินต่อไป วันหนึ่งมีเพื่อนชวนไปงานทอดผ้าป่าที่วัดในต่างจังหวัด จึงเดินทางไปเพียงเพราะอยากหนีความจำเจของชีวิตเท่านั้น
ในงานทอดผ้าป่า หลวงพ่อเจ้าอาวาสได้แสดงธรรมสั้น ๆ แต่ฟังแล้วรู้สึกซาบซึ้งใจ ประหนึ่งว่า ท่านกำลังคุยกับนักธุรกิจหนุ่มคนนั้น สรุปใจความว่า การที่พระพุทธเจ้าประสบความสำเร็จจนสามารถตรัสรู้ได้นั้น ส่วนหนึ่งมาจากความทุกข์ซึ่งพระองค์ค้นพบทางออก สิ่งที่เรียกว่าความทุกข์นั้น พระพุทธองค์แสดงไว้ว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้แลเป็นทุกขอริยสัจ คือ ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่ก็เป็นทุกข์ ความเจ็บไข้ก็เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ประสบสิ่งที่ไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ พลัดพรากจากสิ่งเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์" เป็นต้น ความทุกข์นี้จัดเป็นภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในภยสูตร อังคุตตรนิกายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้ คือ ชาติภัย ชราภัย พยาธิภัย และมรณภัย" ทั้งสี่ประการนี้จัดเป็นความทุกข์อย่างยิ่งเป็นธรรมดาของทุกชีวิต ไม่ประสบในวันนี้ก็ต้องประสบในวันหน้าสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นก็เป็นทุกข์" เป็นต้น ความทุกข์นี้จัดเป็นภัยอย่างหนึ่ง ซึ่งพระพุทธองค์ได้ทรงแสดงไว้ในภยสูตร อังคุตตรนิกายว่า "ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัยสี่ประการนี้ คือ ชาติภัย ชราภัย พยาธิภัย และมรณภัย" ทั้งสี่ประการนี้จัดเป็นความทุกข์อย่างยิ่งเป็นธรรมดาของทุกชีวิต ไม่ประสบในวันนี้ก็ต้องประสบในวันหน้า
เมื่อเราเกิดมาในโลกนี้แล้วจึงปฏิเสธทุกข์ไม่ได้ แม้จะไม่อยากพบประสบกับความทุกข์เราก็หนีไม่พ้น มนุษย์เรานั้นหนีแก่ไม่ได้ หนีตายไม่ได้ ต้องทนกับสิ่งที่ไม่พอใจ ต้องทำใจกับสิ่งที่ไม่อยากมี พุทธศาสนาสอนให้มนุษย์กล้าเผชิญกับความจริงด้วยสติ แก้ปัญหาด้วยปัญญา เพราะความทุกข์นั้นมีอยู่ประจำโลก มีตัวอย่างของผู้ที่ประสบความสำเร็จมากมายที่เคยประสบกับความทุกข์ยากลำบาก มาก่อน และสามารถพลิกชีวิตมาเป็นมหาเศรษฐีได้
ดังนั้น เมื่อใดที่ประสบทุกข์ จงขอบคุณความทุกข์นั้นที่ทำให้ได้ศึกษาหลักสูตรการพัฒนาชีวิต เพื่อเอาชนะความทุกข์ทั้งปวงได้อย่างไม่หวาดหวั่น แล้วใช้ปัญญาเป็นอาวุธในการต่อสู้กับปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ก็จะทำให้มีชีวิตอยู่ได้อย่างไม่สิ้นหวัง เข้าลักษณะ "ทุกข์แต่ไม่ท้อ" นั่นเอง (ที่มา : ยศ.ทร.)
ขอเชิญชมสารคดีกองทัพเรือ ชุด "ตั้งแต่ยอดเขาจนถึงใต้ทะเล" ทุกวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ ทางไทยพีบีเอส
ขอเชิญชวนข้าราชการ
ทหาร ลูกจ้างและครอบครัว ติดตามชมสารคดีกองทัพเรือ ชุด "ตั้งแต่ยอดเขาจนถึงใต้ทะเล"
โดยเนื้อหาเกี่ยวกับ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี การอนุรักษ์หมู่เกาะและอื่น
ๆ โดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยได้เคยออกอากาศแล้วในปี
๒๕๕๖ จำนวน ๓๐ ตอนความยาวตอนละ ๕ นาที และได้พิจารณานำมาออกอากาศซ้ำในวันพฤหัสบดี
วันศุกร์ ระหว่างเวลา ๒๓.๒๕ น. - ๒๓.๓๐ น. และในวันเสาร์ เวลา
๑๕.๕๕ น. - ๑๖.๐๐ น. ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ทั้งนี้ เริ่มตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
(ที่มา : กพร.ทร.)
รองผู้บัญชาการทหารเรือ ประธานการประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ครั้งที่ ๒
วันนี้ (๖ กุมภาพันธ์
๒๕๕๗) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานการประชุม ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ
ครั้งที่ ๒ ณ ห้องประชุม ชั้น ๖ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน
การประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ได้รับทราบผลการดำเนินการฝึกในห้วงที่ผ่านมา และความพร้อมในการฝึกในห้วงถัดไป ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเผชิญสถานการณ์วิกฤติที่หน่วยรับการฝึกต่าง ๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยกำหนดพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ที่มา : ยก.ทร.)
การประชุมผู้บังคับบัญชาระดับสูงในครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ได้รับทราบผลการดำเนินการฝึกในห้วงที่ผ่านมา และความพร้อมในการฝึกในห้วงถัดไป ซึ่งปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนการวางแผนเผชิญสถานการณ์วิกฤติที่หน่วยรับการฝึกต่าง ๆ กำลังดำเนินการอยู่ โดยกำหนดพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ในวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ บริเวณหน้ากองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ที่มา : ยก.ทร.)
หมู่เรือของกองทัพเรือจีน เสร็จสิ้นการฝึกในมหาสมุทรอินเดียและมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแปซิฟิก
เมื่อวันที่
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ มีรายงานว่า หมู่เรือของกองทัพเรือจีน
จำนวน
๓ ลำ ประกอบด้วยเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ Changbaishan
และเรือพิฆาตอื่น
จำนวน ๒ ลำ
เสร็จสิ้นการฝึกในมหาสมุทรอินเดียและมุ่งหน้าไปยังมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวัน
ตก
โดยผ่านช่องแคบลอมบอกและทะเลจีนใต้
ก่อนมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปทางฟิลิปปินส์
เป็นการแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของกองทัพเรือจีน
ในการเดินทางระยะไกลทั้งนี้
หมู่เรือจีนไปถึงมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ ๒๙ มกราคม
๒๕๕๗ เพื่อฝึกต่อต้านโจรสลัดฝึกปฏิบัติการค้นหาและช่วยเหลือ
รวมถึงการควบคุมความเสียหาย (ที่มา : ขว.ทร.)
กรมอู่ทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเป็นพนักงานราชการ จำนวน ๔๑ อัตรา
กรมอู่ทหารเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเป็นพนักงานราชการ จำนวน
๔๑ อัตรา ระยะเวลาการจ้างในปีงบประมาณ ๒๕๕๗
เพื่อปฏิบัติงานใน
๓ พื้นที่ ได้แก่ พื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน ๑๖ อัตรา
พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ
จำนวน ๑๘ อัตรา และพื้นที่จังหวัดชลบุรี จำนวน ๗ อัตรา
โดยผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๕ ปีบริบูรณ์
นับถึง
๓๐ กันยายน ๒๕๕๗ เพศชาย
ต้องผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
และหมดข้อผูกพันตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร
พุทธศักราช ๒๔๙๗ แล้ว
ในกรณีที่เป็นทหารกองประจำการจะต้องมีหนังสือรับรองจากต้นสังกัดว่าเป็นทหาร
กองประจำการและจะครบกำหนดปลดประจำการไม่เกิน
๑ พฤษภาคม ๒๕๕๗
สนใจขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ แผนกแรงงาน กองกำลังพล กองบังคับการกรมอู่ทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ - ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. (เว้นวันหยุดราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๕๒ (ที่มา : อร.)
สนใจขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ แผนกแรงงาน กองกำลังพล กองบังคับการกรมอู่ทหารเรือ ตั้งแต่วันที่ ๑๐ - ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. (เว้นวันหยุดราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๑๕๒ (ที่มา : อร.)
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "ภัยคุกคามรูปแบบใหม่กับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล" ระหว่าง ๖ - ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดการสัมมนาทางวิชาการเรื่อง "ภัยคุกคามรูปแบบใหม่กับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล"
ระหว่างวันที่ ๖ - ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุม ๕๐๔ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
การสัมมนาทางวิชาการในเรื่องดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของภัยคุก คามรูปแบบใหม่กับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลและพิจารณากำหนดบทบาทของกองทัพ เรือในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลดังกล่าว ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่กำลังพลผู้ร่วมสัมมนา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยการสัมมนาในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ จะเป็นลักษณะการอภิปรายเป็นคณะ ในหัวข้อ "ภัยคุกคามรูปแบบใหม่กับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล" โดย พลเรือตรี จุมพล ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ร่วมกับ นายอนุสิษฐ์ คุณากร รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ เป็นการสัมมนาระดมความคิดเห็น และเพื่อให้สามารถระดมความคิดเห็นและประสบการณ์จากหน่วยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งกลุ่มสัมมนาในหัวข้อ "กองทัพเรือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต" จากนั้นเป็นการแถลงผลการสัมมนา (ที่มา : ยศ.ทร.)
การสัมมนาทางวิชาการในเรื่องดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของภัยคุก คามรูปแบบใหม่กับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลและพิจารณากำหนดบทบาทของกองทัพ เรือในการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลดังกล่าว ตลอดจนเพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ให้แก่กำลังพลผู้ร่วมสัมมนา อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยการสัมมนาในวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ จะเป็นลักษณะการอภิปรายเป็นคณะ ในหัวข้อ "ภัยคุกคามรูปแบบใหม่กับผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล" โดย พลเรือตรี จุมพล ลุมพิกานนท์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ร่วมกับ นายอนุสิษฐ์ คุณากร รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ นายฉัตรพงศ์ ฉัตราคม รองผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และในวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ เป็นการสัมมนาระดมความคิดเห็น และเพื่อให้สามารถระดมความคิดเห็นและประสบการณ์จากหน่วยต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยแบ่งกลุ่มสัมมนาในหัวข้อ "กองทัพเรือกับภัยคุกคามรูปแบบใหม่ในอนาคต" จากนั้นเป็นการแถลงผลการสัมมนา (ที่มา : ยศ.ทร.)
ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดกิจกรรมอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ครั้งที่ ๒
ศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด
ทัพเรือภาคที่ ๑ กำหนดจัดกิจกรรม อบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ครั้งที่
๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ณ โรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม ตำบลแหลมงอบ
อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ระหว่างวันที่ ๖ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
การจัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ในครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนในพื้นที่ได้ทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการรวมกลุ่มเล่นกีฬา กิจกรรมดังกล่าวจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "โทษภัยและการปฏิบัติเพื่อห่างไกลยาเสพติด" และการแข่งขันกีฬา เฮฮา นาวี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม โดยจะมีพิธีเปิดการอบรมในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ มี พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานในพิธีเปิด ฯ และมีผู้นำท้องถิ่น ประกอบด้วย นายอำเภอแหลมงอบ และนายกเทศมนตรีตำบลแหลมงอบ เข้าร่วมพิธี (ที่มา : ทรภ.๑)
การจัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนป้องกันยาเสพติด ในครั้งนี้ เพื่อให้ความรู้ ปลูกฝังจิตสำนึกให้เยาวชนในพื้นที่ได้ทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการรวมกลุ่มเล่นกีฬา กิจกรรมดังกล่าวจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "โทษภัยและการปฏิบัติเพื่อห่างไกลยาเสพติด" และการแข่งขันกีฬา เฮฮา นาวี ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โรงเรียนแหลมงอบวิทยาคม โดยจะมีพิธีเปิดการอบรมในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๗ มี พลเรือตรี บรรพต เกิดภู่ เสนาธิการศูนย์ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานในพิธีเปิด ฯ และมีผู้นำท้องถิ่น ประกอบด้วย นายอำเภอแหลมงอบ และนายกเทศมนตรีตำบลแหลมงอบ เข้าร่วมพิธี (ที่มา : ทรภ.๑)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชดำรัส
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้า ฯ
ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย
วันพฤหัสบดีที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๓ ความว่า
"จะทำงานทำการอะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยร่างกายมันก็เมื่อยกาย แต่ถ้าทำด้วยใจ จะว่าเมื่อยใจ มันหนักใจ มันเหนื่อยใจ มันเป็นไปได้ ฉะนั้น การทำงานทำการถ้าทำด้วยความร่าเริงใจที่จะทำงานทำการ ความเมื่อยนั้นจะหมดไป ความเหนื่อยจะไม่มี หรือมีแล้วเราก็ไม่รับ เพราะว่าความเมื่อยของกายความเหนื่อยของใจนั้นมันมีเสมอ แต่ถ้าเราไม่รับมันจะไปไหน มันก็ไม่มี มันเกิดเมื่อยขึ้นมาแล้วก็หายไป ฉะนั้น การที่จะทำงานให้ดีก็ต้องมีความร่าเริง ความตั้งใจที่จะทำ เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ต้องมีความอดทนเหนียวแน่น"
"จะทำงานทำการอะไรก็ตาม ถ้าทำด้วยร่างกายมันก็เมื่อยกาย แต่ถ้าทำด้วยใจ จะว่าเมื่อยใจ มันหนักใจ มันเหนื่อยใจ มันเป็นไปได้ ฉะนั้น การทำงานทำการถ้าทำด้วยความร่าเริงใจที่จะทำงานทำการ ความเมื่อยนั้นจะหมดไป ความเหนื่อยจะไม่มี หรือมีแล้วเราก็ไม่รับ เพราะว่าความเมื่อยของกายความเหนื่อยของใจนั้นมันมีเสมอ แต่ถ้าเราไม่รับมันจะไปไหน มันก็ไม่มี มันเกิดเมื่อยขึ้นมาแล้วก็หายไป ฉะนั้น การที่จะทำงานให้ดีก็ต้องมีความร่าเริง ความตั้งใจที่จะทำ เมื่อมีความตั้งใจแล้ว ต้องมีความอดทนเหนียวแน่น"
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)









