"วิชาความรู้ที่แต่ละคนมีอยู่เป็น
ปัจจัยสำคัญสำหรับการทำงานสร้างฐานะ
ความเจริญมั่นคงของตนเองและบ้านเมือง แต่นอกจากนั้น
บุคคลยังต้องอาศัยคุณธรรมอีกหลายอย่างเป็นพื้นฐานรองรับและส่งเสริมวิชาการ
เพื่อให้สำเร็จความมุ่งหมายได้โดยสมบูรณ์
คุณธรรมข้อแรกคือ
การระมัดระวังพิจารณาเรื่องราวและปัญหาทุกอย่างด้วยจิตใจที่มั่นคง
และเป็นกลางปราศจากอคติ ซึ่งจะช่วยให้มองเห็นเหตุ
เห็นผลเห็นสาระของเรื่องได้อย่างถูกต้อง
ทำให้สามารถจำแนกความถูกผิด ดีชั่ว และปฏิบัติตน
ปฏิบัติงานได้ถูกถ้วน
เที่ยงตรง พอเหมาะพองาม ข้อที่สอง คือ
ความจริงใจต่อฐานะหน้าที่ของตน
ไม่หลอกลวงตนเอง ไม่หลอกลวงกันและกัน
อันเป็นมูลเหตุสำคัญของความผิดพลาดล้มเหลวของภารกิจทั้งปวง
ความจริงใจนี้ทำให้บุคคลเข้าถึงกัน เข้าถึงงาน
เข้าถึงเป้าประสงค์ได้โดยตรง
และช่วยให้สามารถสร้างสรรค์ความดี ความเจริญได้โดยอิสระ
คล่องตัว
และมีประสิทธิภาพ
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
วันเสาร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๒๖
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
สามสมอสมาคม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี ๒๕๕๗
วันนี้
(๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายกสมาคมสามสมอสมาคม เป็นประธานการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
๒๕๕๗ ณ ห้องเกียรตินาวี ราชนาวีสโมสร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
สามสมอสมาคม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของสมาคมในรอบปี ที่ผ่านมา รับรองงบดุล และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคมชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับสามสมอสมาคม
ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือที่ยังมิได้เป็นสมาชิกสามสมอสมาคม และประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิก สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามสมอสมาคมได้ ในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีนี้ โดยมีค่าใช้จ่าย จำนวน ๔๐๐ บาท และรูปถ่ายหน้าตรงขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป (ที่มา : สามสมอสมาคม)
สามสมอสมาคม จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสรุปผลการดำเนินงานของสมาคมในรอบปี ที่ผ่านมา รับรองงบดุล และการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารของสมาคมชุดใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับสามสมอสมาคม
ขอเชิญศิษย์เก่าโรงเรียนนายเรือที่ยังมิได้เป็นสมาชิกสามสมอสมาคม และประสงค์จะสมัครเป็นสมาชิก สามารถสมัครเข้าเป็นสมาชิกสามสมอสมาคมได้ ในวันประชุมใหญ่สามัญประจำปีนี้ โดยมีค่าใช้จ่าย จำนวน ๔๐๐ บาท และรูปถ่ายหน้าตรงขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๒ รูป (ที่มา : สามสมอสมาคม)
ทัพเรือภาคที่ ๑ ประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจในการตรวจเรือประมงในจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ไม่เป็นไปตามกฎและข้อกำหนด IUU
วันนี้
(๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๓๐ น. นาวาเอก สำเริง จันทร์โส รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่
๑ /รองหัวหน้าฝ่ายอำนวยการ ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต
๑ เป็นหัวหน้าชุดในการประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจในการตรวจเรือประมง
ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย กองกำกับการ ๔ กองบังคับการตำรวจน้ำ,
สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสมุทรสงคราม, หน่วยสืบสวนปราบปรามสมุทรสงคราม
กรมศุลกากร,ศูนย์บริหารจัดการประมงทะเลอ่าวไทยตอนใน สมุทรปราการ,
ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๒ สมุทรสาคร, สำนักงานจัดหางานจังหวัดสมุทรสงคราม,
สำนักงานแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม, สำนักงาน สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสมุทรสงคราม
และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสงคราม
ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ไม่เป็นไปตามกฎและข้อกำหนด
IUU ณ ท่าเทียบเรือประมงจังหวัดสมุทรสงคราม
ตามที่ EU หรือสหภาพยุโรป ได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำประมงเพื่อให้ปลาที่นำไปขายในสหภาพ ยุโรป ถูกจับโดยกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing : Illegal ผิดกฎหมาย Unreported ขาดการรายงาน Unregulated ไร้การควบคุม) ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย โดยเห็นว่าการค้าสินค้าประมงที่ผิดกฎหมายเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม มุ่งเน้นที่จะลดปริมาณการลักลอบจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ในน่านน้ำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ และ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีการป้องกันการทำประมงแบบ IUU ดังนี้
- มีกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการประมง เช่น พระราชบัญญัติประมง ประกาศกระทรวงเกษตรฯ ประกาศจังหวัด เป็นต้น
- มีการจดทะเบียนเรือ การออกใบอนุญาตใช้เรือ การออกอาชญาบัตร การออกใบอนุญาตผู้ประกอบการด้านการประมง (ใบ อ.๖)
- มีการป้องกัน ตรวจตราเฝ้าระวังผู้กระทำผิดกฎหมายประมง
- มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรประมง และตรวจตราเฝ้าระวัง ผู้กระทำผิดกฎหมาย
สิ่งที่เรือประมงต้องปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ IUU ได้แก่ มีทะเบียนเรือไทย/ใบอนุญาตใช้เรือ, มีอาชญาบัตร หรือใบอนุญาต อ.๖, ทำการประมงตามที่กฎหมายกำหนด และรายงานการทำการประมงโดยสมุดบันทึกทำการประมง (ที่มา : ทรภ.๑ และกรมประมง)
ตามที่ EU หรือสหภาพยุโรป ได้ออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการทำประมงเพื่อให้ปลาที่นำไปขายในสหภาพ ยุโรป ถูกจับโดยกระบวนการที่ถูกต้อง เพื่อให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU Fishing : Illegal ผิดกฎหมาย Unreported ขาดการรายงาน Unregulated ไร้การควบคุม) ทั้งนี้ เพื่อป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงผิดกฎหมาย โดยเห็นว่าการค้าสินค้าประมงที่ผิดกฎหมายเป็นการค้าที่ไม่เป็นธรรม มุ่งเน้นที่จะลดปริมาณการลักลอบจับสัตว์น้ำผิดกฎหมาย ในน่านน้ำต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ และ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน สำหรับประเทศไทยปัจจุบันมีการป้องกันการทำประมงแบบ IUU ดังนี้
- มีกฎหมาย กฎระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการประมง เช่น พระราชบัญญัติประมง ประกาศกระทรวงเกษตรฯ ประกาศจังหวัด เป็นต้น
- มีการจดทะเบียนเรือ การออกใบอนุญาตใช้เรือ การออกอาชญาบัตร การออกใบอนุญาตผู้ประกอบการด้านการประมง (ใบ อ.๖)
- มีการป้องกัน ตรวจตราเฝ้าระวังผู้กระทำผิดกฎหมายประมง
- มีความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรประมง และตรวจตราเฝ้าระวัง ผู้กระทำผิดกฎหมาย
สิ่งที่เรือประมงต้องปฏิบัติ ตามกฎระเบียบ IUU ได้แก่ มีทะเบียนเรือไทย/ใบอนุญาตใช้เรือ, มีอาชญาบัตร หรือใบอนุญาต อ.๖, ทำการประมงตามที่กฎหมายกำหนด และรายงานการทำการประมงโดยสมุดบันทึกทำการประมง (ที่มา : ทรภ.๑ และกรมประมง)
กรมสวัสดิการทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ จำนวน ๔ อัตรา
กรมสวัสดิการทหารเรือ
เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการทั่วไป
กลุ่มงานบริการ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จำนวน ๔ อัตรา ได้แก่ ตำแหน่งพนักงานบริการ
ปฏิบัติงานที่ กรมสวัสดิการทหารเรือ กรุงเทพมหานคร จำนวน ๒ อัตรา,
ตำแหน่งพนักงานบริการ ปฏิบัติงานที่ สำนักงานควบคุมอาคารที่พักอาศัยส่วนกลางกองทัพเรือ
พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๑ อัตรา
และ ตำแหน่งพนักงานเกษตร จำนวน ๑ อัตรา ปฏิบัติงานที่ ศูนย์เกษตรกรรมทหารเรือบางพระ
ตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี
คุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๕ ปี, เพศชายต้องผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ และหมดข้อผูกพันตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๗ แล้ว
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย สำเนาหลักฐานการศึกษา, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดา และมารดา, สำเนาใบกองหนุนหรือใบแทนหรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ, รูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - ชื่อสกุล และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล
ผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานในตำแหน่งดังกล่าว สามารถขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ที่ แผนกธุรการ กองบังคับการ กรมสวัสดิการทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ในวันและราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๖๕ หรือ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๖๔ (ที่มา : สก.ทร.)
คุณสมบัติของผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๕ ปี, เพศชายต้องผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ และหมดข้อผูกพันตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๗ แล้ว
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย สำเนาหลักฐานการศึกษา, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดา และมารดา, สำเนาใบกองหนุนหรือใบแทนหรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ, รูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส, ใบสำคัญการหย่า หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - ชื่อสกุล และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล
ผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานในตำแหน่งดังกล่าว สามารถขอรับใบสมัครและยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ที่ แผนกธุรการ กองบังคับการ กรมสวัสดิการทหารเรือ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ในวันและราชการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๒๖๕ หรือ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๖๔ (ที่มา : สก.ทร.)
๖ พฤษภาคม กรมประมง เปิดใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง พร้อมกัน ๒๘ ศูนย์ ใน ๒๒ จังหวัดชายทะเล
วันนี้ (๖ พฤษภาคม
๒๕๕๘) กรมประมง ทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า -
ออกเรือประมง
(Port in - Port out) พร้อมกันทั้งหมด ๒๘ ศูนย์ ใน ๒๒
จังหวัดชายทะเล
พร้อมขอความร่วมมือแพปลา ท่าเทียบเรือ และเรือประมง ขนาด
๓๐ ตันกรอสขึ้นไป
นำเรือเข้าสู่ระบบเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกฎหมายมีผลบังคับใช้
โดยก่อนจะออกไปทำการประมงและกลับเข้าเทียบท่า
ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมงที่กำหนด
เพื่อให้มีการรายงานข้อมูลการทำประมง
รวมถึงแรงงานบนเรือประมง อาทิ ทะเบียนเรือ
เครื่องมือทำการประมง
ใบอนุญาตทำการประมง
ผลจับสัตว์น้ำจากสมุดบันทึกการทำประมง (logbook)
ตลอดจนบุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ
แรงงานบนเรือ)
โดยจะต้องแจ้งก่อนเรือเข้า - ออก ไม่น้อยกว่า ๒๔ ชั่วโมง
และข้อมูลต่าง
ๆ เหล่านี้ ที่เรือประมงแจ้งจะถูกนำไปใช้ตรวจสอบย้อนกลับ
ซึ่งถือเป็นการสร้างกฎกติกาใหม่ภายใต้ระบบสากล
ให้ชาวประมงถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่ต้องดำเนินการ
โดยเฉพาะเมื่อพระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือน
มิถุนายน
๒๕๕๘ จึงชี้ให้เห็นว่า ระบบ Port in - Port out
สามารถควบคุมการทำประมงไม่ให้เป็น
IUU ได้อย่างเป็นรูปธรรม
ด้วยข้อกำหนดที่เรือและเครื่องมือต้องถูกต้องมีใบอนุญาตทำประมง
มีการใช้แรงงานที่ถูกต้อง มีสัญญาจ้าง
ถือเป็นการควบคุมกำกับของหน่วยงานรัฐที่เบ็ดเสร็จ
ที่จะแก้ไขปัญหาทั้งเรื่องประมง IUU
และการค้ามนุษย์ในภาคแรงงานประมง
(ที่มา : กรมประมง)
วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ในการสร้างอนาคตที่มั่นคงรุ่งโรจน์นั้น
นอกจากวิชาความรู้ที่เจนจัดแล้ว บุคคลยังจำเป็นต้องอาศัยคุณสมบัติและความสามารถพิเศษอีกหลายด้าน
เป็นเครื่องอุดหนุนและส่งเสริมความรู้ของตนด้วย ข้อแรกจะต้องเป็นคนที่ตัวทำงานอย่างมีหลักการ
มีระเบียบ มีเหตุผลที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์เป็นธรรม ข้อสอง ต้องมีความเพียรพยายามอย่างสม่ำเสมอ
ทั้งในการทำงานและการทำความดี แม้จะมีความเหนื่อยยาก หรือมีอุปสรรคขัดขวางมากมายเพียงใด
ก็ไม่ย่อท้อถอยหลังข้อสาม ต้องเอาใจใส่ศึกษาค้นคว้า หาวิชา และความรอบรู้ในเรื่องต่าง
ๆ ให้ลึกซึ้งและกว้างขวางรอบด้าน ไว้สำหรับใช้เทียบเคียง ประกอบการพิจารณาตัดสินปัญหาต่าง
ๆ ในการงาน ข้อสี่ ซึ่งสำคัญที่สุดต้องสามารถควบคุมกายใจ คือ การกระทำความคิดของตนให้สงบ
หนักแน่น แน่วแน่ในความเป็นกลางอยู่เสมอ แม้ในเวลามีเหตุชวนให้วุ่นวาย
สับสน ความสามารถทำกายทำใจให้สงบ หนักแน่น เป็นกลางห่างจากอคตินี้
จะช่วยให้เกิดสติระลึกรู้ถึงเหตุถึงผล ถึงข้อเท็จจริง และความถูกผิดของเรื่องทั้งปวง
จึงเป็นอุปการะสำคัญของการคิดพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เพราะช่วยให้มองเห็นปัญหาได้กระจ่าง
แจ่มชัด สามารถตัดสินชี้ขาดได้โดยถูกต้องเที่ยงตรง เป็นธรรม เป็นประโยชน์เสมอ
ไม่มีอับจน
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๖
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๖
พิธีเปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย
วันนี้ (๑ พฤษภาคม
๒๕๕๘) เวลา ๑๔.๑๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานเปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย ณ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ
๓ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก
พัลลภ ตมิศานนท์ หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หน.คสช.) ให้จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยกองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งดำเนินงานทำความเข้าใจกับสหภาพยุโรป ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเสนอแนะ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม และพัฒนากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนควบคุม กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผู้ประกอบการเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสขึ้นไป หรือตามที่ ศปมผ.ประกาศกำหนด ต้องดำเนินการจัดทำสมุดบันทึกการทำประมง ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ห้ามเรือประมงออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ. รวมทั้งการจัดการแรงงานของประเทศให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย การรายงานผล รายงานผลการปฏิบัติให้ คสช.ทราบเป็นระยะ การจัดส่วนราชการของ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย
- สำนักงานเลขานุการ ศปมผ.มีหน้าที่ในการประสานงานเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย
- ส่วนปฏิบัติการข่าว มีหน้าที่ในการจัดทำสื่อสารสนเทศ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเปิดให้สามารถเห็นภาพการดำเนินการของ ศปมผ.ได้ตลอดเวลา ตลอดจนการดำเนินการประชาสัมพันธ์และติดตามการประเมินผลการรับรู้ของอียู
- ส่วนกฎหมายและจัดระเบียบเรือประมง มีหน้าที่ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายให้เป็นสากล รวมทั้งดำเนินการติดตามผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
- ส่วนปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นส่วนที่จะบังคับใช้กฎหมายในทะเลและควบคุมการทำงานของศูนย์ประมง โดยการดำเนินงานนั้น จะเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน โดยจะมีการสรุปรายงานผลการปฏิบัติในทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานให้เหมาะสม รวมถึงกำกับดูแล ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง (Port in - Port out : PIPO) เพื่อให้การทำประมงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย (ที่มา : สลก.ทร.)
กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หน.คสช.) ให้จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยกองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งดำเนินงานทำความเข้าใจกับสหภาพยุโรป ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเสนอแนะ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม และพัฒนากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนควบคุม กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผู้ประกอบการเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสขึ้นไป หรือตามที่ ศปมผ.ประกาศกำหนด ต้องดำเนินการจัดทำสมุดบันทึกการทำประมง ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ห้ามเรือประมงออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ. รวมทั้งการจัดการแรงงานของประเทศให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย การรายงานผล รายงานผลการปฏิบัติให้ คสช.ทราบเป็นระยะ การจัดส่วนราชการของ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย
- สำนักงานเลขานุการ ศปมผ.มีหน้าที่ในการประสานงานเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย
- ส่วนปฏิบัติการข่าว มีหน้าที่ในการจัดทำสื่อสารสนเทศ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเปิดให้สามารถเห็นภาพการดำเนินการของ ศปมผ.ได้ตลอดเวลา ตลอดจนการดำเนินการประชาสัมพันธ์และติดตามการประเมินผลการรับรู้ของอียู
- ส่วนกฎหมายและจัดระเบียบเรือประมง มีหน้าที่ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายให้เป็นสากล รวมทั้งดำเนินการติดตามผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
- ส่วนปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นส่วนที่จะบังคับใช้กฎหมายในทะเลและควบคุมการทำงานของศูนย์ประมง โดยการดำเนินงานนั้น จะเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน โดยจะมีการสรุปรายงานผลการปฏิบัติในทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานให้เหมาะสม รวมถึงกำกับดูแล ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง (Port in - Port out : PIPO) เพื่อให้การทำประมงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย (ที่มา : สลก.ทร.)
กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ บริการรถจักรยานแก่กำลังพลเพื่อออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ
ได้จัดรถจักรยานไว้สำหรับบริการกำลังพลกองทัพเรือ ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน
เพื่อเสริมสร้างสุขภาพภายในพื้นที่วังนันทอุทยาน โดยเตรียมรถจักรยาน
จำนวน ๑๐ คัน ไว้คอยให้บริการ คิดค่าบริการชั่วโมงแรก ๒๐ บาท ชั่วโมงต่อไป
๑๐ บาท หลักฐานการเช่ารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ ลูกจ้างกองทัพเรือ
หรือบัตรประจำตัวประชาชน
ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)
กองทัพเรือสหรัฐ ฯ จะส่งเรือ LCS จำนวน ๒ ลำ ประจำการที่สิงคโปร์ ภายในปี ๒๕๕๙
เมื่อวันที่
๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ มีรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐ ฯ จะส่งเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง
(LCS) จำนวน ๒ ลำ ไปประจำการในน่านน้ำสิงคโปร์ ภายในปี ๒๕๕๙ โดยลำแรกเป็นเรือชั้น
Freedom เข้าทดแทนเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง USS Fort Worth หลังจากปฏิบัติการครบระยะเวลา
๑๖ เดือน ส่วนลำที่ ๒ เป็นเรือชั้น Independence ทั้งนี้ สหรัฐ
ฯ มีแผนส่งเรือ LCS ไปประจำการที่สิงคโปร์ จำนวน ๔ ลำ ภายในปี
๒๕๖๑ (ที่มา : ขว.ทร.)
กรมการขนส่งทางบก เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ณ ท้องสนามหลวง
วันนี้ (๑ พฤษภาคม
๒๕๕๘) ตั้งแต่ ๐๙.๐๐ น. - ๑๔.๐๐ น. กรมการขนส่งทางบก
ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม
"เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน"
เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ
ประจำปี ๒๕๕๘ ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน
กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในแหล่งชุมชน หรือท้องถิ่น หรือ Road Show ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่าง ปลอดภัยให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถใช้ถนนเชิงรุก สำหรับปี ๒๕๕๘ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ โดยร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติในปีนี้ จัดให้มีการเดินรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง ถนน ให้ความรู้ถึงสาเหตุและวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ ถนนในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนโดยไม่ประมาท เมาไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มวัยแรงงาน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น เกมตอบคำถามเกี่ยวกับกฎจราจร เกมทายปัญหาป้ายจราจร และเกมขดลวดจราจรเพื่อฝึกสมาธิในการขับขี่ ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะสอดแทรก มุมมอง เนื้อหาสาระ ตลอดจนข้อคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎระเบียบ กฎหมายจราจร และเทคนิคการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย (ที่มา : ขสมก.)
กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในแหล่งชุมชน หรือท้องถิ่น หรือ Road Show ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่าง ปลอดภัยให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถใช้ถนนเชิงรุก สำหรับปี ๒๕๕๘ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ โดยร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติในปีนี้ จัดให้มีการเดินรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง ถนน ให้ความรู้ถึงสาเหตุและวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ ถนนในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนโดยไม่ประมาท เมาไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มวัยแรงงาน
นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น เกมตอบคำถามเกี่ยวกับกฎจราจร เกมทายปัญหาป้ายจราจร และเกมขดลวดจราจรเพื่อฝึกสมาธิในการขับขี่ ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะสอดแทรก มุมมอง เนื้อหาสาระ ตลอดจนข้อคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎระเบียบ กฎหมายจราจร และเทคนิคการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย (ที่มา : ขสมก.)
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม
เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น
การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง
และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย
หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย"
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานประกาศนีย บัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๓๓ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔๒๔
พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานประกาศนีย บัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๓๓ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔๒๔
ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามและภาคทะเล ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้ (๒๘ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๑๕ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ในการฝึกกองทัพเรือ
ประจำปี ๒๕๕๘ ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ
(HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) ซึ่งทำการฝึกบริเวณวัดสมุทรธาราม
และหาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
การฝึกกองทัพเรือ เป็นการฝึกที่สำคัญและทำการฝึกเป็นประจำทุกปี โดยมี กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก เป็นการฝึกในลักษณะบูรณาการด้วยการนำการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ของส่วนกำลังรบ การปฏิบัติการและการสนับสนุนของส่วนอื่น ๆ มาทำการฝึกภายใต้สถานการณ์เดียวกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยมีหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งจากส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา เข้าร่วมการฝึก รวม ๒๑ หน่วย ประกอบด้วย กรมกำลังพลทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ กรมยุทธการทหารเรือ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ ๑ ทัพเรือภาคที่ ๒ ทัพเรือภาคที่ ๓ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือกรุงเทพ กรมสารวัตรทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมพลาธิการทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมการขนส่งทหารเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และโรงเรียนนายเรือ
การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ พื้นที่ฝึกบริเวณที่ตั้งหน่วย พื้นที่ปฏิบัติการ และพื้นที่ฝึกของกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ สำหรับแนวทางการจัดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือตามโครงสร้าง และแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือในปัจจุบัน โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" คือ หน่วยจะต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใดในสถานการณ์จริง ให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่นั้นในสถานการณ์ฝึก ทั้งนี้ ได้นำปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของการฝึกกองทัพเรือในปี ๒๕๕๗ มาพิจารณาให้สอดคล้องตามแผนการปฏิบัติงานของหน่วย ซึ่งขอบเขตการฝึกครอบคลุมทั้งในส่วนของการส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การขนส่ง และการบริการทางการแพทย์ โดยมีขั้นตอนการฝึก แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการฝึก, ขั้นการฝึก ประกอบด้วยการอบรมในห้องเรียน การฝึกปัญหาที่บังคับการและการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล และขั้นการสัมมนาสรุปผลการฝึก โดยห้วงระยะเวลาการฝึกที่สำคัญ คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๙ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ การฝึกด้วยเครื่องจำลองยุทธ์ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ และการฝึกภาคสนาม/ทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
สำหรับการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) โดยในส่วนของการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกการบัญชาการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ Incident Command Center บนเรือธง โดยเป็นการฝึกในภัยพิบัติระดับ ๓ กรณีภัยจากพายุขนาดใหญ่ เน้นการประเมินและวิเคราะห์ภัยพิบัติ การฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การทดสอบขีดความสามารถด้าน HA/DR ของหน่วยยุทธวิธี โดยสมมติสถานการณ์ว่า ได้เกิดภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ของประเทศ เป็นผลทำให้มีโคลนถล่ม อาคารทรุดตัว บ้านเรือนเสียหายจากพายุ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ระบบการติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้เป็นบริเวณกว้าง มีโรคระบาด ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รัฐบาลประกาศยกระดับภัยพิบัติเป็นระดับ ๓ มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันภัยแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการสนับสนุนจากส่วนกลาง ส่วนกองทัพไทยได้สั่งการให้จัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนหน้า ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สำหรับพื้นที่ที่มีความเสียหายมากที่สุดและยังไม่มีหน่วยงานจากส่วนกลางเข้า ไปในพื้นที่ได้ คือ เกาะสมุย และเกาะพงัน นั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เข้าควบคุมพื้นที่ ทั้ง ๒ เกาะ ในภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิต การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ คือ การรับแจ้งและระบบการรายงานสถานการณ์, การวางแผนขั้นต้น, การค้นหา/เข้าสู่พื้นที่ Locate, การเข้าถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุ, การช่วยเหลือพยาบาล การเคลื่อนย้าย Stabilize และการนำส่งพื้นที่รองรับ/ส่งต่อสายแพทย์หรือพื้นที่พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
ด้านการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล เป็นการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยกำลังในทัพเรือภาคที่ ๒ โดยสมมติสถานการณ์และขั้นตอนการปฏิบัติว่า ทัพเรือภาคที่ ๒ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุประมง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีเรือประมงประสบเหตุอับปางบริเวณทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย โดยมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน จำนวน ๑ ลำ (เป็นเรือประสบภัย), เรือหลวงกระบี่ (เรือควบคุม), เรือยาง SAFETY พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ, เฮลิคอปเตอร์แบบ ซูเปอร์ลิงซ์, เรือจากหน่วยอื่น ๆ ในพื้นที่ และรถพยาบาลจากมูลนิธิในพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ (ที่มา : สลก.ทร.)
การฝึกกองทัพเรือ เป็นการฝึกที่สำคัญและทำการฝึกเป็นประจำทุกปี โดยมี กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก เป็นการฝึกในลักษณะบูรณาการด้วยการนำการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ของส่วนกำลังรบ การปฏิบัติการและการสนับสนุนของส่วนอื่น ๆ มาทำการฝึกภายใต้สถานการณ์เดียวกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยมีหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งจากส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา เข้าร่วมการฝึก รวม ๒๑ หน่วย ประกอบด้วย กรมกำลังพลทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ กรมยุทธการทหารเรือ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ ๑ ทัพเรือภาคที่ ๒ ทัพเรือภาคที่ ๓ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือกรุงเทพ กรมสารวัตรทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมพลาธิการทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมการขนส่งทหารเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และโรงเรียนนายเรือ
การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ พื้นที่ฝึกบริเวณที่ตั้งหน่วย พื้นที่ปฏิบัติการ และพื้นที่ฝึกของกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ สำหรับแนวทางการจัดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือตามโครงสร้าง และแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือในปัจจุบัน โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" คือ หน่วยจะต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใดในสถานการณ์จริง ให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่นั้นในสถานการณ์ฝึก ทั้งนี้ ได้นำปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของการฝึกกองทัพเรือในปี ๒๕๕๗ มาพิจารณาให้สอดคล้องตามแผนการปฏิบัติงานของหน่วย ซึ่งขอบเขตการฝึกครอบคลุมทั้งในส่วนของการส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การขนส่ง และการบริการทางการแพทย์ โดยมีขั้นตอนการฝึก แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการฝึก, ขั้นการฝึก ประกอบด้วยการอบรมในห้องเรียน การฝึกปัญหาที่บังคับการและการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล และขั้นการสัมมนาสรุปผลการฝึก โดยห้วงระยะเวลาการฝึกที่สำคัญ คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๙ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ การฝึกด้วยเครื่องจำลองยุทธ์ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ และการฝึกภาคสนาม/ทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
สำหรับการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) โดยในส่วนของการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกการบัญชาการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ Incident Command Center บนเรือธง โดยเป็นการฝึกในภัยพิบัติระดับ ๓ กรณีภัยจากพายุขนาดใหญ่ เน้นการประเมินและวิเคราะห์ภัยพิบัติ การฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การทดสอบขีดความสามารถด้าน HA/DR ของหน่วยยุทธวิธี โดยสมมติสถานการณ์ว่า ได้เกิดภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ของประเทศ เป็นผลทำให้มีโคลนถล่ม อาคารทรุดตัว บ้านเรือนเสียหายจากพายุ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ระบบการติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้เป็นบริเวณกว้าง มีโรคระบาด ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รัฐบาลประกาศยกระดับภัยพิบัติเป็นระดับ ๓ มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันภัยแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการสนับสนุนจากส่วนกลาง ส่วนกองทัพไทยได้สั่งการให้จัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนหน้า ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สำหรับพื้นที่ที่มีความเสียหายมากที่สุดและยังไม่มีหน่วยงานจากส่วนกลางเข้า ไปในพื้นที่ได้ คือ เกาะสมุย และเกาะพงัน นั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เข้าควบคุมพื้นที่ ทั้ง ๒ เกาะ ในภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิต การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ คือ การรับแจ้งและระบบการรายงานสถานการณ์, การวางแผนขั้นต้น, การค้นหา/เข้าสู่พื้นที่ Locate, การเข้าถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุ, การช่วยเหลือพยาบาล การเคลื่อนย้าย Stabilize และการนำส่งพื้นที่รองรับ/ส่งต่อสายแพทย์หรือพื้นที่พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
ด้านการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล เป็นการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยกำลังในทัพเรือภาคที่ ๒ โดยสมมติสถานการณ์และขั้นตอนการปฏิบัติว่า ทัพเรือภาคที่ ๒ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุประมง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีเรือประมงประสบเหตุอับปางบริเวณทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย โดยมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน จำนวน ๑ ลำ (เป็นเรือประสบภัย), เรือหลวงกระบี่ (เรือควบคุม), เรือยาง SAFETY พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ, เฮลิคอปเตอร์แบบ ซูเปอร์ลิงซ์, เรือจากหน่วยอื่น ๆ ในพื้นที่ และรถพยาบาลจากมูลนิธิในพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











