วันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ในการสร้างอนาคตที่มั่นคงรุ่งโรจน์นั้น นอกจากวิชาความรู้ที่เจนจัดแล้ว บุคคลยังจำเป็นต้องอาศัยคุณสมบัติและความสามารถพิเศษอีกหลายด้าน เป็นเครื่องอุดหนุนและส่งเสริมความรู้ของตนด้วย ข้อแรกจะต้องเป็นคนที่ตัวทำงานอย่างมีหลักการ มีระเบียบ มีเหตุผลที่ถูกต้อง เป็นประโยชน์เป็นธรรม ข้อสอง ต้องมีความเพียรพยายามอย่างสม่ำเสมอ ทั้งในการทำงานและการทำความดี แม้จะมีความเหนื่อยยาก หรือมีอุปสรรคขัดขวางมากมายเพียงใด ก็ไม่ย่อท้อถอยหลังข้อสาม ต้องเอาใจใส่ศึกษาค้นคว้า หาวิชา และความรอบรู้ในเรื่องต่าง ๆ ให้ลึกซึ้งและกว้างขวางรอบด้าน ไว้สำหรับใช้เทียบเคียง ประกอบการพิจารณาตัดสินปัญหาต่าง ๆ ในการงาน ข้อสี่ ซึ่งสำคัญที่สุดต้องสามารถควบคุมกายใจ คือ การกระทำความคิดของตนให้สงบ หนักแน่น แน่วแน่ในความเป็นกลางอยู่เสมอ แม้ในเวลามีเหตุชวนให้วุ่นวาย สับสน ความสามารถทำกายทำใจให้สงบ หนักแน่น เป็นกลางห่างจากอคตินี้ จะช่วยให้เกิดสติระลึกรู้ถึงเหตุถึงผล ถึงข้อเท็จจริง และความถูกผิดของเรื่องทั้งปวง จึงเป็นอุปการะสำคัญของการคิดพิจารณาปัญหาต่าง ๆ เพราะช่วยให้มองเห็นปัญหาได้กระจ่าง แจ่มชัด สามารถตัดสินชี้ขาดได้โดยถูกต้องเที่ยงตรง เป็นธรรม เป็นประโยชน์เสมอ ไม่มีอับจน
        พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ณ อาคารใหม่สวนอัมพร วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๒๖

พิธีเปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย

วันนี้ (๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๔.๑๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย ณ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ ๓ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก พัลลภ ตมิศานนท์ หัวหน้าคณะทำงานขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
         กองทัพเรือได้รับมอบหมายจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (หน.คสช.) ให้จัดตั้ง ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) ขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย โดยกองทัพเรือได้กำหนดแนวทางการแก้ปัญหา รวมทั้งดำเนินงานทำความเข้าใจกับสหภาพยุโรป ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาเสนอแนะ ปรับปรุง แก้ไขเพิ่มเติม และพัฒนากฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนควบคุม กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ผู้ประกอบการเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ ๓๐ ตันกรอสขึ้นไป หรือตามที่ ศปมผ.ประกาศกำหนด ต้องดำเนินการจัดทำสมุดบันทึกการทำประมง ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ห้ามเรือประมงออกไปทำการประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ. รวมทั้งการจัดการแรงงานของประเทศให้ดำเนินการอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย การรายงานผล รายงานผลการปฏิบัติให้ คสช.ทราบเป็นระยะ การจัดส่วนราชการของ ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ประกอบด้วย
        - สำนักงานเลขานุการ ศปมผ.มีหน้าที่ในการประสานงานเกี่ยวกับนโยบายและการปฏิบัติในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการทำประมงผิดกฎหมาย
        - ส่วนปฏิบัติการข่าว มีหน้าที่ในการจัดทำสื่อสารสนเทศ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลเปิดให้สามารถเห็นภาพการดำเนินการของ ศปมผ.ได้ตลอดเวลา ตลอดจนการดำเนินการประชาสัมพันธ์และติดตามการประเมินผลการรับรู้ของอียู
        - ส่วนกฎหมายและจัดระเบียบเรือประมง มีหน้าที่ในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมายให้เป็นสากล รวมทั้งดำเนินการติดตามผลเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้มีผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
        - ส่วนปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นส่วนที่จะบังคับใช้กฎหมายในทะเลและควบคุมการทำงานของศูนย์ประมง โดยการดำเนินงานนั้น จะเป็นการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ในการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดเอกภาพในการทำงาน โดยจะมีการสรุปรายงานผลการปฏิบัติในทุกสัปดาห์ เพื่อพัฒนารูปแบบการทำงานให้เหมาะสม รวมถึงกำกับดูแล ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง (Port in - Port out : PIPO) เพื่อให้การทำประมงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย (ที่มา : สลก.ทร.)

กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ บริการรถจักรยานแก่กำลังพลเพื่อออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ

กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดรถจักรยานไว้สำหรับบริการกำลังพลกองทัพเรือ ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพภายในพื้นที่วังนันทอุทยาน โดยเตรียมรถจักรยาน จำนวน ๑๐ คัน ไว้คอยให้บริการ คิดค่าบริการชั่วโมงแรก ๒๐ บาท ชั่วโมงต่อไป ๑๐ บาท หลักฐานการเช่ารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ ลูกจ้างกองทัพเรือ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
        ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)

กองทัพเรือสหรัฐ ฯ จะส่งเรือ LCS จำนวน ๒ ลำ ประจำการที่สิงคโปร์ ภายในปี ๒๕๕๙

เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ มีรายงานว่า กองทัพเรือสหรัฐ ฯ จะส่งเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง (LCS) จำนวน ๒ ลำ ไปประจำการในน่านน้ำสิงคโปร์ ภายในปี ๒๕๕๙ โดยลำแรกเป็นเรือชั้น Freedom เข้าทดแทนเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง USS Fort Worth หลังจากปฏิบัติการครบระยะเวลา ๑๖ เดือน ส่วนลำที่ ๒ เป็นเรือชั้น Independence ทั้งนี้ สหรัฐ ฯ มีแผนส่งเรือ LCS ไปประจำการที่สิงคโปร์ จำนวน ๔ ลำ ภายในปี ๒๕๖๑ (ที่มา : ขว.ทร.)

กรมการขนส่งทางบก เชิญชวนเข้าร่วมกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย ณ ท้องสนามหลวง

วันนี้ (๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘) ตั้งแต่ ๐๙.๐๐ น. - ๑๔.๐๐ น. กรมการขนส่งทางบก ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๘ ณ บริเวณท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน
         กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยในแหล่งชุมชน หรือท้องถิ่น หรือ Road Show ภายใต้โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อสร้างความตระหนักและความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนนอย่าง ปลอดภัยให้แก่กลุ่มเป้าหมายผู้ใช้รถใช้ถนนเชิงรุก สำหรับปี ๒๕๕๘ มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมความปลอดภัยต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญต่าง ๆ โดยร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชน สำหรับกิจกรรม "เดินทางปลอดภัย สดใสวันแรงงาน" เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติในปีนี้ จัดให้มีการเดินรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยเพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทาง ถนน ให้ความรู้ถึงสาเหตุและวิธีป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้รถใช้ ถนนในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งสร้างความตระหนักให้เห็นความสำคัญของการใช้รถใช้ถนนโดยไม่ประมาท เมาไม่ขับ คาดเข็มขัดนิรภัย และสวมหมวกกันน็อกทุกครั้งที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ในกลุ่มวัยแรงงาน
         นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมเสริมสร้างทักษะการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย เช่น เกมตอบคำถามเกี่ยวกับกฎจราจร เกมทายปัญหาป้ายจราจร และเกมขดลวดจราจรเพื่อฝึกสมาธิในการขับขี่ ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะสอดแทรก มุมมอง เนื้อหาสาระ ตลอดจนข้อคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับกฎระเบียบ กฎหมายจราจร และเทคนิคการใช้รถใช้ถนนให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุ พร้อมลุ้นรับของรางวัลมากมาย (ที่มา : ขสมก.)

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"กฎหมายนั้นไม่ใช่ตัวความยุติธรรม เป็นแต่เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง สำหรับใช้ในการรักษาและอำนวยความยุติธรรมเท่านั้น การใช้กฎหมายจึงต้องมุ่งหมายใช้เพื่อรักษาความยุติธรรมไม่ใช่เพื่อรักษาตัวบทของกฎหมายเอง และการรักษาความยุติธรรมในแผ่นดิน ก็มิได้มีวงแคบอยู่เพียงแค่ขอบเขตของกฎหมาย หากต้องขยายออกไปให้ถึงศีลธรรมจรรยาตลอดจนเหตุและผลตามความเป็นจริงด้วย"
        พระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีพระราชทานประกาศนีย บัตรแก่ผู้สอบไล่ได้วิชาความรู้ชั้นเนติบัณฑิตยสภา สมัยที่ ๓๓ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร ๒๙ ตุลาคม ๒๕๒๔๒๔

ผู้บัญชาการทหารเรือตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามและภาคทะเล ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๘ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๑๕ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) ซึ่งทำการฝึกบริเวณวัดสมุทรธาราม และหาดละไม เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
         การฝึกกองทัพเรือ เป็นการฝึกที่สำคัญและทำการฝึกเป็นประจำทุกปี โดยมี กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก เป็นการฝึกในลักษณะบูรณาการด้วยการนำการปฏิบัติการทางทหาร การปฏิบัติการทางเรือสาขาต่าง ๆ ของส่วนกำลังรบ การปฏิบัติการและการสนับสนุนของส่วนอื่น ๆ มาทำการฝึกภายใต้สถานการณ์เดียวกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน โดยมีหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ทั้งจากส่วนบัญชาการ ส่วนกำลังรบ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษา เข้าร่วมการฝึก รวม ๒๑ หน่วย ประกอบด้วย กรมกำลังพลทหารเรือ กรมข่าวทหารเรือ กรมยุทธการทหารเรือ กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ ๑ ทัพเรือภาคที่ ๒ ทัพเรือภาคที่ ๓ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ฐานทัพเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือกรุงเทพ กรมสารวัตรทหารเรือ กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมพลาธิการทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ กรมการขนส่งทหารเรือ กรมอุทกศาสตร์ กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และโรงเรียนนายเรือ
          การฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ พื้นที่ฝึกบริเวณที่ตั้งหน่วย พื้นที่ปฏิบัติการ และพื้นที่ฝึกของกองทัพเรือ โดยมี พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ สำหรับแนวทางการจัดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือตามโครงสร้าง และแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือในปัจจุบัน โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" คือ หน่วยจะต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใดในสถานการณ์จริง ให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่นั้นในสถานการณ์ฝึก ทั้งนี้ ได้นำปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของการฝึกกองทัพเรือในปี ๒๕๕๗ มาพิจารณาให้สอดคล้องตามแผนการปฏิบัติงานของหน่วย ซึ่งขอบเขตการฝึกครอบคลุมทั้งในส่วนของการส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การขนส่ง และการบริการทางการแพทย์ โดยมีขั้นตอนการฝึก แบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการฝึก, ขั้นการฝึก ประกอบด้วยการอบรมในห้องเรียน การฝึกปัญหาที่บังคับการและการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล และขั้นการสัมมนาสรุปผลการฝึก โดยห้วงระยะเวลาการฝึกที่สำคัญ คือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๙ - ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๘ การฝึกด้วยเครื่องจำลองยุทธ์ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ และการฝึกภาคสนาม/ทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘
          สำหรับการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล ในครั้งนี้ ประกอบด้วย การฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) และการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล (SAR) โดยในส่วนของการฝึกให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (HA/DR) มีวัตถุประสงค์เพื่อฝึกการบัญชาการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ Incident Command Center บนเรือธง โดยเป็นการฝึกในภัยพิบัติระดับ ๓ กรณีภัยจากพายุขนาดใหญ่ เน้นการประเมินและวิเคราะห์ภัยพิบัติ การฝึกศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ การทดสอบขีดความสามารถด้าน HA/DR ของหน่วยยุทธวิธี โดยสมมติสถานการณ์ว่า ได้เกิดภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ ในพื้นที่ ๔ จังหวัดภาคใต้ของประเทศ เป็นผลทำให้มีโคลนถล่ม อาคารทรุดตัว บ้านเรือนเสียหายจากพายุ เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ระบบการติดต่อสื่อสารใช้การไม่ได้เป็นบริเวณกว้าง มีโรคระบาด ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก รัฐบาลประกาศยกระดับภัยพิบัติเป็นระดับ ๓ มีการจัดตั้งศูนย์บัญชาการป้องกันภัยแห่งชาติขึ้น เพื่อเป็นศูนย์อำนวยการสนับสนุนจากส่วนกลาง ส่วนกองทัพไทยได้สั่งการให้จัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการกองทัพไทย ส่วนหน้า ในพื้นที่จังหวัดชุมพร สำหรับพื้นที่ที่มีความเสียหายมากที่สุดและยังไม่มีหน่วยงานจากส่วนกลางเข้า ไปในพื้นที่ได้ คือ เกาะสมุย และเกาะพงัน นั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้กองทัพเรือเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์เข้าควบคุมพื้นที่ ทั้ง ๒ เกาะ ในภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิต การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ซึ่งมีขั้นตอนการปฏิบัติ คือ การรับแจ้งและระบบการรายงานสถานการณ์, การวางแผนขั้นต้น, การค้นหา/เข้าสู่พื้นที่ Locate, การเข้าถึงผู้ประสบภัยในพื้นที่เกิดเหตุ, การช่วยเหลือพยาบาล การเคลื่อนย้าย Stabilize และการนำส่งพื้นที่รองรับ/ส่งต่อสายแพทย์หรือพื้นที่พยาบาลโรงพยาบาลสนาม
          ด้านการฝึกค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล เป็นการฝึกเพื่อเตรียมความพร้อมของหน่วยกำลังในทัพเรือภาคที่ ๒ โดยสมมติสถานการณ์และขั้นตอนการปฏิบัติว่า ทัพเรือภาคที่ ๒ ได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุประมง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีเรือประมงประสบเหตุอับปางบริเวณทางด้านตะวันออกของเกาะสมุย โดยมีกำลังที่เข้าร่วมการฝึกประกอบด้วย เรือตรวจการณ์ปืน จำนวน ๑ ลำ (เป็นเรือประสบภัย), เรือหลวงกระบี่ (เรือควบคุม), เรือยาง SAFETY พร้อมชุดปฏิบัติการพิเศษ, เฮลิคอปเตอร์แบบ ซูเปอร์ลิงซ์, เรือจากหน่วยอื่น ๆ ในพื้นที่ และรถพยาบาลจากมูลนิธิในพื้นที่ พร้อมเจ้าหน้าที่ (ที่มา : สลก.ทร.)

กองทัพเรือ ทำการฝึกยิงจรวดประทับบ่า QW18 ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๘ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. กองทัพเรือ โดย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ร่วมกับ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ทำการฝึกยิงจรวดประทับบ่า QW18 ในการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ณ สนามฝึกยิงอาวุธทุ่งโปรง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
          การฝึกกองทัพเรือเป็นการฝึกที่สำคัญและทำการฝึกเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือตามโครงสร้าง และแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือในปัจจุบัน โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" คือ หน่วยจะต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใดในสถานการณ์จริง ให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่นั้นในสถานการณ์ฝึก ทั้งนี้ ได้นำปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของการฝึกกองทัพเรือในปี ๒๕๕๗ มาพิจารณาให้สอดคล้องตามแผนการปฏิบัติงานของหน่วย
           สำหรับการฝึกยิงจรวดประทับบ่า แบบ QW18 (Qian Wei - 18) เป็นจรวดป้องกันภัยทางอากาศพิสัยยิงใกล้ นำวิถีด้วยระบบอินฟราเรด ผลิตโดย บริษัท China National Precision Machinery Import and Export Corp. (CPMIEC) ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยปัจจุบัน QW - 18 มีประจำการใน กองเรือยุทธการ, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
           คุณลักษณะสำคัญของ QW-18 สามารถใช้งานได้ทุกสภาวะอากาศ, มีระบบป้องกัน IR Jamming, ใช้งานง่าย ทำการยิงได้สะดวกและแม่นยำ, น้ำหนักโดยรวมประมาณ ๑๘ kg, จรวดมีความเร็ว ๖๐๐ m/s และสามารถใช้โจมตีเครื่องบินขับไล่ เครื่องบินโจมตี เฮลิคอปเตอร์ ที่มีความเร็วไม่เกิน ๓๐๐ m/s ระดับความสูง ๑๐ - ๔๐๐๐ m (ที่มา : สลก.ทร.)

ขอเชิญฟังการอภิปราย เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ"

ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ กำหนดจัดการสัมมนาในลักษณะการอภิปรายเป็นคณะ เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ณ ห้องประชุม ๕๐๔ อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ในวันที่ ๒๙ เมษายน ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๒.๐๐ น.
         การอภิปรายเป็นคณะ เรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของภัยคุกคามของไซ เบอร์ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ รวมไปถึงเพื่อเป็นการเตรียมการรับมือกับภัยของไซเบอร์ในทุกรูปแบบ ทั้งปฏิบัติการเชิงรุกและเชิงรับอย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มพูนความรู้ให้กับผู้แทนหน่วยต่าง ๆ เพื่อนำไปถ่ายทอดให้กับกำลังพลในหน่วยให้สามารถปฏิบัติการร่วมด้านไซเบอร์ใน อนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีวิทยากรจากผู้แทนกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, นายนรินทร์ฤทธิ์ เปรมอภิวัฒโนกุล กรรมการสมาคมความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ, พันเอก ชาติชาย ชัยเกษม ผู้อำนวยการกองสงครามเครือข่าย กรมยุทธการทหาร, นาวาเอก นิรินธน์ ธานีรัตน์ รองผู้อำนวยการกองระบบควบคุมและบังคับบัญชา สำนักปฏิบัติการกรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ และ นาวาเอก ยศภาค โชติกพงศ์ อาจารย์ฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ
          ขอเชิญข้าราชการที่สนใจเข้าฟังการอภิปรายเป็นคณะในหัวข้อเรื่อง "สงครามไซเบอร์ ภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติและกองทัพเรือ" ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ศยร.ยศ.ทร.)

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"การใช้จ่ายอย่างประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเอง และครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ที่ประหยัดเท่านั้น ยังเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๐๒

พิธีประดับเครื่องหมายยศและมอบประกาศนียบัตรให้แก่นักเรียนจ่าและนักเรียนดุริยางค์ ที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗

วันนี้ (๒๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๕.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศและมอบประกาศนียบัตรนักเรียนจ่าทหารเรือ และนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ ณ หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมประดับเครื่องหมายยศ ฯ
        การประดับเครื่องหมายยศและมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษาเป็นจ่าใหม่ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ มีผู้สำเร็จการศึกษาจาก โรงเรียนชุมพลทหารเรือ, โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ, โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน, โรงเรียนอิเล็กทรอนิกส์, โรงเรียนพลาธิการ, โรงเรียนนาวิกเวชกิจ, โรงเรียนการขนส่งทหารเรือ และโรงเรียนดุริยางค์ จำนวน ๗๙๓ นาย ซึ่งจะได้รับการบรรจุเข้ารับราชการในหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ จำนวน ๗๖๐ นาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน ๓๐ นาย และกองบัญชาการกองทัพไทย จำนวน ๓ นาย ในจำนวนนี้มีผู้ได้รับประกาศนียบัตรคะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ และคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม จำนวน ๑๖ นาย ได้แก่
       - โรงเรียนชุมพลทหารเรือ
       - คะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า วิทยา ศรีหล้า
       - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี นักเรียนจ่า นุติ คำอดุลย์
       - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนจ่า เศวต อยู่ในวงศ์
       - โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
           - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ และคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า ศิวกร เคียมเส็ง
       - โรงเรียนทหารนาวิกโยธิน
           - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี และคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า ภูมิพัฒน์ เขตอนันท์
           - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนจ่า กนกพล ชะเอมเทศ
        - โรงเรียนอิเล็กทรอนิกส์
            - คะแนนรวมภาคทฤษฎีและคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า สันติชัย มาสีปา
            - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนจ่า วรัญชิต บุญเอียด
          - โรงเรียนพลาธิการ
             - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติและคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า สุทธิพงษ์ โวหาร
            - โรงเรียนนาวิกเวชกิจ
              - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี และคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า วรพรต อภิลักขิตการ
              - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนจ่า จักรพันธ์ โมรา
           - โรงเรียนการขนส่งทหารเรือ
              - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี และคะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนจ่า อนุรักษ์ หงษ์สำโรง
              - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนจ่า ธัชชพงษ์ รุ่งสว่าง
            - โรงเรียนดุริยางค์
              - คะแนนรวมภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติเป็นเยี่ยม นักเรียนดุริยางค์ ไพสิฐ ภู่ประไพ
              - คะแนนเยี่ยมภาคทฤษฎี นักเรียนดุริยางค์ นิธิพงษ์ สิรสุนทร
              - คะแนนเยี่ยมภาคปฏิบัติ นักเรียนดุริยางค์ หิรัณย์ บงกชมาศ (ที่มา : ยศ.ทร.)

พิธีเปิดการสัมมนาระดับภูมิภาค หัวข้อกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธทางทะเล ณ โรงแรม Swiss Hotel Nai Lert Park

วันนี้ (๒๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาระดับภูมิภาคเรื่องกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธทางทะเล (Law of Armed Conflict at Sea) ณ โรงแรม Swiss Hotel Nai Lert Park กรุงเทพ ฯ โดยมี ข้าราชการกองทัพเรือเข้าร่วมสัมมนา ประกอบด้วย
         กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (The International Committee of the Red Cross : ICRC) จัดการสัมมนาระดับภูมิภาค หัวข้อกฎหมายว่าด้วยการขัดกันด้วยอาวุธทางทะเล (Law of Armed Conflict at Sea) เป็นการดำเนินการพันธกรณีอนุสัญญาเจนีวา คริสตศักราช ๑๙๔๙ ที่ประเทศร่วมลงนามต้องเผยแพร่หลักเกณฑ์และความรู้ให้หน่วยทหารของตนได้รับ ทราบ เพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม และการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาในครั้งนี้ ระหว่างวันที่ ๒๗ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ นับเป็นโอกาสที่กองทัพเรือจะได้แสดงบทบาทนำในภูมิภาค ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์กองทัพเรือ "เป็นหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลที่มีบทบาทนำในภูมิภาคและเป็นเลิศในการ บริหารจัดการ" รวมทั้งจะทำให้กำลังพลกองทัพเรือได้เพิ่มพูนความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยตรงกับการใช้กำลังทางเรือของกองทัพเรือ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานในอนาคต
           การสัมมนาในหัวข้อดังกล่าวในส่วนของกองทัพเรือ จัดบรรยายพิเศษ จำนวน ๒ หัวข้อ ได้แก่ ประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่กองกำลังเฉพาะกิจผสม ๑๕๑" และ "ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล" ซึ่งเป็นเรื่องที่กองทัพเรือมีบทบาทเกี่ยวข้องโดยตรง และเพื่อประชาสัมพันธ์ประสบการณ์และผลการปฏิบัติงานระดับนานาชาติของกองทัพ เรือให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบ รวมทั้งเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์บทบาทของ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ได้ทราบถึงกลไกการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลของไทย ซึ่งเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับกองทัพเรือโดยรวม
           สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้แทนจากประเทศต่าง ๆ ประกอบด้วย ประเทศบรูไนดารุสซาลาม, สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม, สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน, เครือรัฐออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์,ญี่ปุ่น, สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ, สาธารณรัฐอินโดนีเซีย, สาธารณรัฐเกาหลี, มาเลเซีย, สาธารณรัฐสิงคโปร์, สาธารณรัฐฟิลิปปินส์, ปาปัวนิวกินี, ผู้แทนจากกองกำลังสหรัฐอเมริกาประจำภาคพื้นแปซิฟิก (USPACOM) และผู้แทนกองทัพเรือ เข้าร่วมสัมมนา ฯ (ที่มา : ยก.ทร.)