วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558

พิธีมอบรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" และมอบเข็มและโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา พร้อมประกาศนียบัตรกำกับเข็มเครื่องหมายฯ

วันนี้ (๓ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๑.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" และมอบเข็มและโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา พร้อมประกาศนียบัตรกำกับเข็มเครื่องหมายให้แก่บุคคลต่าง ๆ ณ ห้องประชุม อาคารราชนาวิกสภา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
        กองทัพเรือ ได้คัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบทความดีเด่นที่ลงพิมพ์ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๗ จำนวน ๔ นาย รวม ๕ รางวัล ได้แก
         - บทความเรื่อง "Sea Power สมุททานุภาพ เนื้อหา - ความหมาย ทหารเรือไทย ควรให้รู้แจ้ง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๑ ได้รับการคัดเลือกเป็นบทความดีเด่น รับรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" เป็นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
         - บทความเรื่อง "เรือดำน้ำ...ดาบของชาติที่ยังขาดหายไป" เขียนโดย พลเรือเอก สุริยะ พรสุริยะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๒ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๑ จากราชนาวิกสภา เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
          - บทความเรื่อง "เขี้ยวเล็บใหม่ใต้น้ำของกองทัพเรือสิงคโปร์ เรือดำน้ำ อาวุธที่ต้องคร้ามเกรง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๓ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๒ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๘,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
          - บทความเรื่อง "ระบบคุณธรรมกับการแต่งตั้งกำลังพลในกองทัพ" เขียนโดย พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๔ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๓ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๖,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
         - บทความเรื่อง "ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ : การกลับมาอีกครั้งของพญาอินทรีย์" เขียนโดย นาวาเอก ไพฑูรย์ ชีชะนะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๕ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๔ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
           สำหรับผู้ที่ได้รับเข็มเครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับเข็มเครื่องหมายมาก่อนและเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ราชนาวิกสภา มีจำนวน ๑๒๙ นาย และผู้ที่ได้รับโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ จำนวน ๑๕ นาย (ที่มา : กพ.ทร.)

พิธีเปิดโครงการครอบครัวกองทัพเรือ อาสาต้านภัยยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี

วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๔๕ น. นาวาเอก พลเดช คชา รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการครอบครัวกองทัพเรือ อาสาต้านภัยยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ ศูนย์อ่าวคุ้งกระเบน จังหวัดจันทบุรี โดยมีครอบครัวข้าราชการกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล และพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมกิจกรรม ฯ
         กองทัพเรือ โดย ฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ (ฝกร.ศอ.ปศ.ทร.) จัดกิจกรรม "ครอบครัวกองทัพเรืออาสา ต้านภัยยาเสพติด" ประจำปี ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดและสร้างความ สัมพันธ์อันดีในสถาบันครอบครัวของกองทัพเรือ โดยนำข้าราชการกองทัพเรือและครอบครัวในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่สัตหีบ จำนวน ๕๐ ครอบครัว ประกอบด้วย บิดา มารดา และบุตร-ธิดา ประมาณ ๑๕๐ คน เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ ๔ - ๕ เมษายน ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ภายในกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘, กิจกรรมสร้างบ้านปลาด้วยชังเชือก, การเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, การจัดกิจกรรมปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ความรักสามัคคี โดยวิทยากรจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภัยยาเสพติด โดยวิทยากรจากกรมแพทย์ทหารเรือ
          กิจกรรมดังกล่าว นอกจากเป็นการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ยังเป็นการสนองนโยบายของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือในกลยุทธ์ที่ ๑ การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกองทัพเรือ
(ที่มา : กพร.ทร.)

เกาหลีใต้และสหรัฐ ฯ ฝึกภาคทะเลในการฝึก Foal Eagle

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพเรือเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีใต้และสหรัฐ ฯ จัดการฝึกภาคทะเล โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกประจำปี Foal Eagle ตั้งแต่วันที่ ๒ มีนาคม - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ ที่ เมืองท่าโปฮาง เกาหลีใต้ มีกำลังพลจากกองทัพเรือทั้งสองประเทศเข้าร่วมประมาณ ๔,๑๐๐ นาย และนาวิกโยธิน ๓,๕๐๐ นาย (ที่มา : ขว.ทร.)

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๑

พิธีประดับเครื่องหมายยศและแสดงความยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเรือ วาระเมษายน ๒๕๕๘ และการรายงานตนเองของนายทหารชั้นนายพลเรือที่ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งใหม่

วันนี้ (๑ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศและแสดงความยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเรือ วาระเมษายน ๒๕๕๘ กล่าวแสดงความยินดีให้กับ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมพิธี
จากนั้น         ผู้บัญชาการทหารเรือรับการรายงานตนเองของนายทหารชั้นนายพลเรือซึ่ง ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณให้ดำรงตำแหน่ง ใหม่ พร้อมกับกล่าวโอวาทให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่าง เต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความวิริยะ อุตสาหะ ยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันพัฒนากองทัพเรือและประเทศชาติให้มีความวัฒนาถาวรสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)

พิธีเปิดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย

วันนี้ (๑ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย
         การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมีผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ
        สำหรับหัวข้อการหารือ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาช่องทางการสื่อ สารระหว่างกัน, การแลกเปลี่ยนการเยือนของกำลังพล (Staff Visit) และเรือ/อากาศยานของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ, ความร่วมมือด้านยุทธการและการฝึก ในเรื่องความคืบหน้าผลการพิจารณาร่าง Memorandum of Understanding และ Standard Operations Procedure สำหรับการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย และแนวทางการส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรืออินโดนีเซียให้ครอบคลุมพื้นที่ ปฏิบัติการและพื้นที่รับผิดของของกองทัพเรืออินโดนีเซีย (ที่มา : ยก.ทร.)

กองทัพเรือ ร่วมสนับสนุนงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ประจำปี ๒๕๕๘ ครบรอบ ๑๒๘ ปี

กองทัพเรือ สนับสนุนการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ประจำปี ๒๕๕๘ ครบ ๑๒๘ ปี ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ห้อง อัษฎางค์ และห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม โดยจัดกำลังพลเข้าร่วมพิธีและจัดภัตตาหารเช้าเพื่อถวายพระสงฆ์ พร้อมอาหารและเครื่องดื่มแก่ ผู้เข้าร่วมพิธี ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือและนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ร่วมเป็นเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ร่วมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ
         กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
        การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้

ขอเชิญเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ณ ลานพระราชวังดุสิต

สมาคมภริยาทหารเรือ จะร่วมออกร้านสมาคมภริยาทหารเรือในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อหารายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมทบทุนสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ สวนอัมพร ลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร
         กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
         ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและ ประชาชนโดยทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องจากความวิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัดเพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวต่อไปได้ โดยสวัสดี"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจาก ฯพณฯ นาง จอสลิน เอส บาทูน - การ์เชีย (Mrs.Jocelym S.Batoon-Garcia) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ เพื่ออำลาในโอกาสที่พ้นวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
        การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)

รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือตรี สิริบุญ สุคนธมาน รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้สด กล่าวถวายราชสดุดี และกล่าวเปิดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสนามหน้าโรงเรียนวัดเสม็ดงาม และพื้นที่ปลูกป่าชายเลน หมู่ ๑๐ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้มีเกียรติ ลงนามถวายพระพร และร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน
        กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ (ที่มา : กปช.จต.)

คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ ต้อนรับกองทัพเรืออินโดนีเซียเดินทางมาร่วมเปิดประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๑๐ น. คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ ให้การรับรองคณะผู้แทนกองทัพเรืออินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ณ ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
          การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมี พลเรือตรี Arie H.Sembiring ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ (ที่มา : ยก.ทร.)