วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "บ้านเมืองของเรากำลังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ทางที่เราจะช่วยกันได้ ก็คือการที่ทำความคิดให้ถูกและแน่วแน่ ในอันที่จะยึดถือประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นที่หมาย ต้องเพลาการคิดถึงประโยชน์เฉพาะตัวและความขัดแย้งกันในสิ่งที่มิใช่สาระลง"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทยในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๔๓

ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘) เวลา ๑๖.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ณ บริเวณลานสาธิตปฏิบัติการทางทหาร หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีนายทหารชั้นนายพลเรือในพื้นที่สัตหีบ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในกองอำนวยการฝึกกองทัพเรือ ๒๕๕๘ กำลังพลของหน่วยรับการฝึก พร้อมแขกรับเชิญจากหน่วยงานภายนอกที่เข้าร่วมการฝึก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติของกองทัพเรือ เข้าร่วมพิธีเปิดฯ
          ในการนี้ ในช่วงเช้า ผู้บัญชาการทหารเรือ ถวายสักการะ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และตรวจแถวกองทหารเกียรติ พร้อมกับกล่าวเปิดการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ จากนั้น ชมการฝึกสาธิตการปฏิบัติการทางทหารของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และเยี่ยมชม STATIC DISPLAY การแสดงผลงานวิจัย
         การฝึกกองทัพเรือ เป็นการฝึกที่สำคัญและทำการฝึกเป็นประจำทุกปี เป็นการบูรณาการการฝึกภายในกองทัพเรือ ด้วยการนำการปฏิบัติการสาขาต่าง ๆ ของส่วนกำลังรบ การปฏิบัติการสนับสนุนของกรมในส่วนบัญชาการ ส่วนยุทธบริการ และส่วนการศึกษาที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน มาทำการฝึกภายใต้สถานการณ์การฝึกเดียวกันและใช้ทรัพยากรร่วมกัน รวม ๒๑ หน่วย ประกอบด้วย กรมกำลังพลทหารเรือ, กรมข่าวทหารเรือ, กรมยุทธการทหารเรือ, กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ, กองเรือยุทธการ, ทัพเรือภาคที่ ๑, ทัพเรือภาคที่ ๒, ทัพเรือภาคที่ ๓, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน, หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง, ฐานทัพเรือสัตหีบ, ฐานทัพเรือกรุงเทพ, กรมสารวัตรทหารเรือ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ, กรมพลาธิการทหารเรือ, กรมแพทย์ทหารเรือ, การการขนส่งทหารเรือ, กรมอุทกศาสตร์, กรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ, กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และโรงเรียนนายเรือ โดยมี พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็น ผู้อำนวยการฝึกกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ และมี กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหน่วยรับผิดชอบการฝึก ฯ ระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ พื้นที่ฝึกบริเวณที่ตั้งหน่วย พื้นที่ปฏิบัติการ และพื้นที่ฝึกของกองทัพเรือ
          แนวทางการฝึกกองทัพเรือมีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อทดสอบกระบวนการวางแผนทางทหารของหน่วยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องตามแผนป้องกันประเทศ และเพื่อทดสอบการอำนวยการยุทธ์ของศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ และศูนย์บัญชาการทางทหารระดับต่าง ๆ ของกองทัพเรือ ตามโครงสร้างและแนวทางการใช้กำลังของกองทัพเรือ ในปัจจุบัน โดยทำการฝึกในลักษณะ "รบอย่างไร ฝึกอย่างนั้น" คือ หน่วยจะต้องปฏิบัติภารกิจหน้าที่ใดในสถานการณ์จริงให้ปฏิบัติภารกิจหน้าที่นั้นในสถานการณ์ฝึก ทั้งนี้ ได้นำปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะของการฝึกกองทัพเรือในปีที่ผ่านมา นำมาพิจารณาให้สอดคล้องตามแผนการปฏิบัติงานของหน่วย ซึ่งขอบเขตการฝึกครอบคลุมทั้งในส่วนของการส่งกำลัง การซ่อมบำรุง การขนส่ง และการบริการทางการแพทย์ โดยมีขั้นตอนการฝึกแบ่งออกเป็น ๓ ขั้นตอน คือ ขั้นเตรียมการฝึก, ขั้นการฝึก ประกอบด้วย การอบรมในห้องเรียน การฝึกปัญหาที่บังคับการ และการฝึกภาคสนาม/ภาคทะเล และขั้นการสัมมนาสรุปผลการฝึก โดยห้วงระยะเวลาการฝึกที่สำคัญคือ การฝึกปัญหาที่บังคับการ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๙ - ๒๗ มีนาคม การฝึกด้วยเครื่องจำลองยุทธ์ ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๔ เมษายน และการฝึกภาคสนาม/ทะเล ทำการฝึกระหว่างวันที่ ๒๗ เมษายน - ๓ พฤษภาคม ศกนี้ (ที่มา : ยก.ทร.)

ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ เปิดงาน "วันนัดพบแรงงานกำลังพลประจำเรือพาณิชย์" ครั้งที่ ๒ และเยี่ยมชมและหารือการฝึก

วันนี้ (๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันนัดพบแรงงานกำลังพลประจำเรือพาณิชย์" ครั้งที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ ห้องอเนกประสงค์ กรมอุทกศาสตร์ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีเจ้าหน้าที่จากสมาคมเจ้าของเรือไทยมาให้คำแนะนำบริษัทเรือและแนว ทางการปฏิบัติงานในเรือพาณิชย์ พร้อมทั้งเปิดให้ทหารกองประจำการสมัครงานกับบริษัทที่ประกอบกิจการเดินเรือ พาณิชย์
         การจัดงานวันนัดพบแรงงานกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ทหารกองประจำการที่มีความรู้ในสาขาการเดินเรือและการช่างกลเรือ และอยู่ในวาระใกล้จะปลดประจำการ ได้มีโอกาสมีงานทำมากยิ่งขึ้น และในวันเดียวกัน เวลา ๑๓.๐๐ น. ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ พร้อมคณะ และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดสมุทรปราการ ร่วมประชุมหารือการฝึกอาชีพของทหารกองประจำการ เหล่าพลาธิการ และรับฟังการบรรยายสรุป ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ จากหน่วยจัดฝึกอบรม เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม ณ ห้องประชุม โรงเรียนพลาธิการ กรมพลาธิการทหารเรือ พร้อมกับเยี่ยมชมการฝึกอบรมอาชีพของทหารกองประจำการ เหล่าพลาธิการ หลักสูตรผู้ประกอบอาหารไทย หลักสูตรพนักงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม และหลักสูตรช่างตัดผม (ที่มา : คพท.)

ขอเชิญร่วมงานการกุศล PINKLAO Charity 2015 เพื่อหารายได้จัดซื้อเครื่องมือแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ จัดงานการกุศล PINKLAO Charity 2015 ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า เขตธนบุรี กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ภายในงานมีบริการสุขภาพฟรี โดยทีมแพทย์ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า สนุกสนานไปกับตลาดนัด ดารามากกว่า ๕๐ ร้าน และประมูลของรักดารา เพื่อนำรายได้ สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ และชมการแข่งขันฟุตบอลดาราระหว่างทีม All Star ช่อง ๓ กับ ทีม Navy Star VIP โดยมี พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานเปิดการแข่งขัน เวลา ๑๕.๐๐ น.
        จากนั้น เวลา ๑๘.๓๐ น. ชมการแสดง Mini Concert พร้อมรับประทานอาหาร ฟังเพลง จิบไวน์ แบบบรรยากาศในสวนอังกฤษ โดยมีศิลปิน ก้อง สหรัถ, นก KPN, แกรนด์ The Star
         ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วมงานการกุศล PINKLAO Charity 2015 สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ บัตรเข้าชมฟุตบอล ราคาใบละ ๒๕๐ บาท, บัตรชมการแสดง Mini Concert & Dinner ท่านละ ๒,๕๐๐ บาท ได้ที่ อาคารผู้ป่วยนอก ชั้น ๑ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า หรือ ชำระผ่านทางธนาคารทหารไทย ๐๔๐ - ๒ - ๓๑๖๘๐ - ๖ ชื่อบัญชี เงินบำรุง รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า พร้อมส่งหลักฐานการโอนเงินได้ที่ (LINE ID) pinklaocharity หรือ Email : pinklaodonation@nmd.go.th สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์รับบริจาค หมายเลขโทรศัพท์ ๐๒ ๔๗๕ ๒๕๗๖, ๐๘๔ ๖๙๙ ๘๘๕๗ (ที่มา : พร.)

อินเดียจะสร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์และเรือฟริเกตเพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจทางทะเล

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า อินเดียจะใช้งบประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ ฯ ในการสร้างเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ จำนวน ๖ ลำ และเรือฟริเกต จำนวน ๗ ลำ เพื่อเสริมสร้างพลังอำนาจทางทะเลในมหาสมุทรอินเดีย และเตรียมพร้อมรับภัยคุกคามจากปากีสถาน นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายในการสร้างฐานอุตสาหกรรมเพื่อการ ป้องกันภายในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้ายุทโธปกรณ์จากต่างประเทศ (ที่มา : ขว.ทร.)

วันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "ประเพณีทั้งหลายย่อมมีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตของแต่ละคน เรามีประเพณีของชาติไทยเป็นสมบัติ เราควรจะยินดีอย่างยิ่งและช่วยกันส่งเสริมรักษาไว้ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ"
         พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๒๑ เมษายน ๒๕๐๓

ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะ เดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการ ระหว่าง ๒๒ - ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘

วานนี้ (๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ เดินทางไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชา อย่างเป็นทางการ ตามคำเชิญของผู้บัญชาการทหารเรือแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เดินทางโดยอากาศยานกองทัพเรือ ระหว่างวันที่ ๒๒ ถึง ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
         การเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาของผู้บัญชาการทหารเรือในครั้งนี้ เพื่อแนะนำตนเองในโอกาสเข้ารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือทั้งสอง ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าพบหารือข้อราชการกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา, ผู้บัญชาการทหารสูงสุดแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และ ผู้บัญชาการทหารเรือแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา (ที่มา : ขว.ทร.)

๒๓ กุมภาพันธ์ วันคล้ายวันสถาปนาสหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด

วันนี้ (๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๐๐ น. พลเรือโท ทวีชัย บุญอนันต์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ และประธานกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด เป็นประธานในพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสหกรณ์ออมทรัพย์ วังเดิม จำกัด ณ สำนักงานสหกรณ์ออมทรัพย์วังเดิม จำกัด อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

กรมการเงินทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเป็นพนักงานราชการ จำนวน ๓ อัตรา

กรมการเงินทหารเรือ มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ ประเภททั่วไป กลุ่มงานบริการ ตำแหน่งพนักงานการเงินและการบัญชี กรมการเงินทหารเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จำนวน ๓ อัตรา โดยรับสมัครทั้งเพศชายและเพศหญิง มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี บริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๕ ปีบริบูรณ์ สำเร็จการศึกษาประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือเทียบเท่าในสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และสาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
       หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย สำเนาประกาศนียบัตร หรือใบสุทธิ หรือระเบียนแสดงผลการเรียน, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดา มารดา, รูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ และสำเนาใบกองหนุน หรือใบแทน หรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
         ผู้ที่สนใจเข้าเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งดังกล่าว สมัครได้ที่ กองธุรการ กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๒ - ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๘ ในวันราชการ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. สอบถามรายละเอียดได้ที่ กองธุรการ กรมการเงินทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๕ ๐๙๒๑, ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๙๕ (ที่มา : กง.ทร.)

กรมอู่ทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ถึง ๑๐ มีนาคม นี้

กรมอู่ทหารเรือ มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ จำนวน ๔๕ อัตรา โดยผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้
         - สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น หรือกำลังศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐
        - มีอายุตั้งแต่ ๑๕ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๑๘ ปีบริบูรณ์ (เกิด ๑ พฤษภาคม ๒๕๔๐ - ๓๐ เมษายน ๒๕๔๓) นับถึงวันเปิดเทอมของโรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ
        - เป็นชายโสด และมีสัญชาติไทย และบิดา มารดา ผู้ให้กำเนิดต้องมีสัญชาติไทยโดยกำเนิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน ซึ่งมีสัญชาติไทยโดยกำเนิดแล้ว มารดาจะมิใช่ผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิดก็ได้
        - มีอวัยวะ รูปร่าง ลักษณะท่าทางและขนาดของร่างกายเหมาะสม และไม่เป็นโรคที่ทางราชการกำหนด
หลักฐานและเอกสารสำคัญในการสมัคร ประกอบด้วย
       - รูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว จำนวน ๖ รูป
       - หนังสือยินยอมของบิดา หรือมารดา หรือผู้ปกครอง ให้สมัครเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ พร้อมทั้งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการของผู้ให้ความยินยอม
       - ใบ ปพ.๑ หรือหนังสือแสดงผลการเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ ๑ และ ปีที่ ๒ มีเกรดเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า ๒.๐๐ และใบรับรองสถานภาพการศึกษา (ปพ.๗) ที่เป็นตัวจริง พร้อมสำเนา
       - ในกรณีที่ผู้สมัครอยู่ในเกณฑ์ที่จะได้รับสิทธิพิเศษ และประสงค์จะขอรับสิทธิ์ดังกล่าวจะต้องนำหลักฐานมาประกอบเพื่อขอคะแนนเพิ่มพิเศษ
        ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นนักเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๘ ที่ www.navy.mi.th/ndas หรือ www.ndas.ac.th โดยชำระเงินผ่านระบบ BILL PAYMENT ของ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร COMP.CODE NDAS ชื่อบัญชี โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ จำนวน ๑๕๐ บาท โดยถือวันโอนเงินค่าสมัครเป็นสำคัญ หรือสมัครด้วยตนเองโดยกรอกใบสมัคร ทางระบบคอมพิวเตอร์ที่ โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น ๔ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐ พร้อมชำระเงินค่าสมัคร จำนวน ๑๕๐ บาท ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โรงเรียนช่างกรมอู่ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๐๖๙ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๑๙ ในวันและเวลาราชการ (ที่มา : อร.)

สหรัฐ ฯ สับเปลี่ยนกำลังเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่งที่ประจำการในสิงค์โปร์

เมื่อวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ พลเรือตรี ชาร์ลส์ วิลเลียมส์ ผู้บัญชาการส่งกำลังบำรุงสหรัฐฯ พื้นที่แปซิฟิกตะวันตก แถลงว่า กองทัพเรือสหรัฐ ฯ มีแผนหมุนเวียนกำลังเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง (LCS) ที่ประจำการในสิงค์โปร์จาก ๑ ลำ เพิ่มขึ้นเป็น ๔ ลำ ภายในปี ๒๕๖๑ ซึ่งขณะนี้ได้ส่งเรือปฏิบัติการใกล้ฝั่ง USS Fort Worth เข้าสับเปลี่ยนกับ USS Freedom ที่เสร็จสิ้นภารกิจระยะเวลา ๘ เดือนแล้วโดย USS Fort Worth จะปฏิบัติหน้าที่ในน่านน้ำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นระยะเวลา ๑๖ เดือน (ที่มา : ขว.ทร.)

วันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถและเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง"
          พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๑๓