"ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง
ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น วินัยก็คือระเบียบที่มีอยู่ในใจของตัวเอง
เพื่อที่จะเลือกเฟ้นวิชาการมาใช้ในที่ ๆ เหมาะสม ที่ถูกต้อง และวินัยคือควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย
ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง
พระบรมราโชวาท
พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล
วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘
วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557
ประกาศรับสมัครทหารกองหนุนทุกพรรคเหล่าและบุคคลพลเรือนเข้าเป็นพลอาสาสมัคร
หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์
ฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีความประสงค์จะรับสมัครทหารกองหนุนและบุคคลพลเรือน
เข้ารับราชการเป็นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ (พลอาสาสมัคร)
โดยรับสมัครชายไทยอายุตั้งแต่ ๒๐ - ๒๘ ปี เป็นทหารกองหนุนจาก ๓
เหล่าทัพ วุฒิการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.๓) ขึ้นไปหรือเป็นบุคคลพลเรือนทั่วไป
วุฒิการศึกษาตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) ขึ้นไป ผ่านการศึกษาวิชาทหารปีที่
๓ ปีที่ ๕, บิดามารดาถือสัญชาติไทยโดยกำเนิด, มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง,
บุคลิกลักษณะ ท่าทางที่ดี มีทัศนคติที่ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์,
มีความสูงตั้งแต่ ๑๖๕ เซนติเมตร ขึ้นไป และไม่เกิน ๑๘๐ เซนติเมตร,
นับถือศาสนาพุทธ และว่ายน้ำเป็น
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย ใบกองหนุน (สด.๘) และใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.๔๓), บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, วุฒิการศึกษา, รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ ใบ และผลการตรวจร่างกาย (ตรวจเลือด HIV)
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับมากมาย อาทิ ระหว่างทำการฝึกได้รับพระราชทานเงินท้ายที่นั่ง, ได้รับเงินรายได้รายเดือนละ ๑๑,๘๐๐ บาท, ทดลองงานเป็นระยะเวลา ๓ ปี, มีสิทธิสวัสดิการเช่นเดียวกับ ข้าราชการทหารทั่วไป, ได้รับพระราชทานเครื่องแบบเครื่องแต่งกายเป็นประจำทุกปี, ได้รับเลื่อนฐานะเป็นนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร ตามความรู้ความสามารถ เป็นต้น
ผู้ที่มีความประสงค์สมัครเข้าเป็นทหารมหาดเล็ก ฯ สมัครด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึง ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ วังทวีวัฒนา ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๕๖ ๙๔๕๒, ๐ ๒๓๕๖ ๐๘๙๓ (ที่มา : กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ)
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย ใบกองหนุน (สด.๘) และใบผ่านการเกณฑ์ทหาร (สด.๔๓), บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้าน, วุฒิการศึกษา, รูปถ่าย ๑ นิ้ว ๒ ใบ และผลการตรวจร่างกาย (ตรวจเลือด HIV)
สำหรับสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับมากมาย อาทิ ระหว่างทำการฝึกได้รับพระราชทานเงินท้ายที่นั่ง, ได้รับเงินรายได้รายเดือนละ ๑๑,๘๐๐ บาท, ทดลองงานเป็นระยะเวลา ๓ ปี, มีสิทธิสวัสดิการเช่นเดียวกับ ข้าราชการทหารทั่วไป, ได้รับพระราชทานเครื่องแบบเครื่องแต่งกายเป็นประจำทุกปี, ได้รับเลื่อนฐานะเป็นนายทหารชั้นประทวนหรือชั้นสัญญาบัตร ตามความรู้ความสามารถ เป็นต้น
ผู้ที่มีความประสงค์สมัครเข้าเป็นทหารมหาดเล็ก ฯ สมัครด้วยตนเอง โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึง ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ฯ วังทวีวัฒนา ถนนบรมราชชนนี เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร ไม่เว้นวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๕๖ ๙๔๕๒, ๐ ๒๓๕๖ ๐๘๙๓ (ที่มา : กองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ)
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย เปิดอบรมหลักสูตรนายท้ายเรือกลลำน้ำ รุ่นที่ ๑
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงเขตเชียงราย
สำนักงานเจ้าท่าสาขาเชียงราย สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน
เปิดอบรมหลักสูตรนายท้ายเรือกลลำน้ำ รุ่นที่ ๑ ระหว่างวันที่ ๒๒
- ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการขยายโอกาสให้ประชาชนในพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน
รวมทั้งทหารกองประจำการมีอาชีพนายท้ายเรือตามลำน้ำโขงรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
การอบรมในครั้งนี้มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน ๒๕ คน ได้แก่ทหารกองประจำการสังกัดกองทัพเรือ
๔ นาย ประชาชนไทย ๑๑ คน ประชาชนลาว ๑๐ คน ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน
ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โดยมีคำขวัญ ว่า"พัฒนาคน
สร้างอาชีพ เพื่อความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน" (ที่มา : นรข.)
กรมการขนส่งทหารเรือ ขอเชิญตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่าง ๒๒ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗
กรมการขนส่งทหารเรือ
จัดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๒ -
๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ บริเวณลานจอดรถ
นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
โครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ เป็นโครงการเพื่อบริการให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์จำนวน ๒๔ รายการ เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปี ใหม่
ขอเชิญผู้ที่สนใจตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ และรับบริการ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
โครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ เป็นโครงการเพื่อบริการให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์จำนวน ๒๔ รายการ เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปี ใหม่
ขอเชิญผู้ที่สนใจตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ และรับบริการ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
กองทัพเรือเมียนมาติดตั้งอาวุธนำวิถี C-802 บนเรือฟริเกต UMS Kyansittha
เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม
๒๕๕๗ มีรายงานว่า กองทัพเรือเมียนมาติดตั้งอาวุธนำวิถีต่อต้านเรือผิวน้ำ
C-802 จำนวน ๒ แท่น แท่นละ ๔ ท่อยิง พิสัยยิง ๑๒๐ กิโลเมตร บนเรือฟริเกต
ชั้น Aung Zeya ชื่อ UMS Kyansittha หลังจากติดตั้งปืนขนาด ๗๖
มิลลิเมตร ระบบป้องกันระยะประชิด (CIWS) แบบ AK-630 แล้ว และมีแผนจะติดตั้งอาวุธนำวิถีพื้น
- สู่ - อากาศ TY - 90 พร้อมกับประจำการเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ
Z-9C บนเรือด้วย (ที่มา : ขว.ทร.)
วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง
ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น วินัยก็คือระเบียบที่มีอยู่ในใจของตัวเอง
เพื่อที่จะเลือกเฟ้นวิชาการมาใช้ในที่ ๆ เหมาะสม ที่ถูกต้อง และวินัยคือควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย
ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘
การประชุมเตรียมการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และรับการตรวจความพร้อม
วันนี้ (๒๔ ธันวาคม
๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท ลือชัย รุดดิษฐ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ
ตรวจความพร้อม หลังการประชุมเตรียมการขั้นสุดท้าย ซักซ้อมการปฏิบัติ
ของการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช
๒๕๕๘ - ๒๕๖๔) ที่กองทัพเรือจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ฯ ในวันที่
๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร (ที่มา : ยก.ทร.)
หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และเปิดสายด่วน ๑๖๙๖ เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
เมื่อวันที่
๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง
และดินโคลนถล่ม ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช
จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส
จังหวัดตรัง และ จังหวัดสตูล ขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวใช้ความระมัดระวังในการสัญจรและเดินทาง
ขณะนี้กองทัพเรือ โดย นาวาเอก นพดล ฐิตวัฒนะสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ พร้อมกำลังพล ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกหลังแล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่าได้ตื่นตระหนก นาวิกโยธินพร้อมช่วยเหลือท่านในทันที หากประสบเหตุใดๆ ให้แจ้งไปยังสายด่วนกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กองทัพเรือจะประสานหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เข้าช่วยเหลือท่านทันที (ที่มา : กพร.ทร.)
ขณะนี้กองทัพเรือ โดย นาวาเอก นพดล ฐิตวัฒนะสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ พร้อมกำลังพล ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกหลังแล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่าได้ตื่นตระหนก นาวิกโยธินพร้อมช่วยเหลือท่านในทันที หากประสบเหตุใดๆ ให้แจ้งไปยังสายด่วนกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กองทัพเรือจะประสานหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เข้าช่วยเหลือท่านทันที (ที่มา : กพร.ทร.)
กองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ พร้อมปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยเรือไทยและเรือบริษัทไทยทุกพื้นที่ทุกเวลา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
กองเรือเฉพาะกิจผสมที่
๑๕๑ (Combined Tash Force 151) นำโดย
กองทัพเรือไทยปฏิบัติภารกิจปราบปรามโจรสลัดและเฝ้าตรวจสถานการณ์ความปลอดภัย
ทางทะเลในพื้นที่
High Rish Area - HRA และ Internationally Recommended
Transit
Corridor - IRTC
ในฐานะผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจควบคุมเรือรบและอากาศยานจากประเทศต่าง
ๆ พร้อมปฏิบัติการในพื้นที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เรือสินค้า
เรือน้ำมัน
เรือประมงสัญชาติไทยหรือเรือของบริษัทไทยที่เดินเรือในพื้นที่
High Rish Area (ตั้งแต่คลองสุเอช อ่าวเปอร์เซีย
จนถึงแลต 10S
ลอง 78E) สามารถติดต่อนายทหารเวรกองเรือเฉพาะกิจผสมที่
๑๕๑ ได้ที่หมายเลข
+๙๗๓ ๑๗๘๕ ๖๙๒๙ เพื่อดำรงการสื่อสารและแจ้งเหตุโจรสลัด
การปล้นเรือ
รวมทั้งเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ทุกวัน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
กองทัพเรือไทย
ดูแลความปลอดภัยของเรือไทยและเรือบริษัทไทย ทุกพื้นที่
ทุกเวลา
(ที่มา : ศปก.ทร.)
กรมการขนส่งทางบก ตั้งหน่วยตรวจสอบมาตรค่าโดยสารและติดสติ๊กเกอร์รถแท็กซี่ก่อนใช้ค่าโดยสารใหม่
กรมการขนส่งทางบก เริ่มให้รถแท็กซี่ที่ผ่านการตรวจมาตรฐานคุณภาพทยอยเข้าปรับจูนมิเตอร์ค่าโดยสารใหม่
พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตั้งหน่วยตรวจสอบมาตรค่าโดยสารและติดสติ๊กเกอร์ก่อนใช้ค่าโดยสารใหม่
ข้อความว่า "ผ่านการตรวจยกระดับและปรับจูนมิเตอร์" ที่ระบุหมายเลขทะเบียนรถ
เพื่อนำไปติดที่กระจกหน้ารถบริเวณมุมบนด้านซ้าย ก่อนนำรถออกให้บริการในอัตราค่าโดยสารใหม่ระยะที่
๑ ตั้งแต่วันนี้ (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗) ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ โดยไม่เว้นวันหยุดเสาร์
- อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๘.๐๐ น. ณ ที่ทำการบริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายมาตรค่าโดยสาร
และอาคารคลังสินค้า ๓ ท่าอากาศยานดอนเมือง
สำหรับอัตราค่าโดยสารใหม่ในระยะที่ ๑ นั้น ระยะทาง ๑ กิโลเมตร แรก ๓๕ บาท เท่าเดิม ระยะทางกิโลเมตรที่ ๑ - ๑๐ กิโลเมตรละ ๕.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๕๐ สตางค์ กิโลเมตรที่ ๑๐ - ๒๐ กิโลเมตรละ ๖.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑ บาท กิโลเมตรที่ ๒๐ - ๔๐ กิโลเมตรละ ๗.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท กิโลเมตรที่ ๔๐ - ๖๐ กิโลเมตรละ ๘ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท เพิ่มจากเดิมกิโลเมตรละ ๒ บาท แต่หากกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตรานาทีละ ๒ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมนาทีละ ๕๐ สตางค์ สำหรับกรณีการเรียกรถแท็กซี่ผ่านศูนย์บริการสื่อสารของผู้รับจ้างให้เรียก เก็บค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสารอีก ๒๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราเดิม ส่วนการเรียกรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ จุดที่จัดไว้เฉพาะสามารถเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่า โดยสารอีก ๕๐ บาท เป็นอัตราเดิม
หากพบเห็นแท็กซี่มีพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร ขับรถประมาท พูดจาไม่สุภาพ สามารถแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ สายด่วน ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : ขสมก.)
สำหรับอัตราค่าโดยสารใหม่ในระยะที่ ๑ นั้น ระยะทาง ๑ กิโลเมตร แรก ๓๕ บาท เท่าเดิม ระยะทางกิโลเมตรที่ ๑ - ๑๐ กิโลเมตรละ ๕.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๕๐ สตางค์ กิโลเมตรที่ ๑๐ - ๒๐ กิโลเมตรละ ๖.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑ บาท กิโลเมตรที่ ๒๐ - ๔๐ กิโลเมตรละ ๗.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท กิโลเมตรที่ ๔๐ - ๖๐ กิโลเมตรละ ๘ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท เพิ่มจากเดิมกิโลเมตรละ ๒ บาท แต่หากกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตรานาทีละ ๒ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมนาทีละ ๕๐ สตางค์ สำหรับกรณีการเรียกรถแท็กซี่ผ่านศูนย์บริการสื่อสารของผู้รับจ้างให้เรียก เก็บค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสารอีก ๒๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราเดิม ส่วนการเรียกรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ จุดที่จัดไว้เฉพาะสามารถเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่า โดยสารอีก ๕๐ บาท เป็นอัตราเดิม
หากพบเห็นแท็กซี่มีพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร ขับรถประมาท พูดจาไม่สุภาพ สามารถแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ สายด่วน ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : ขสมก.)
วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"การมีวินัย
มีความสามัคคี และรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน
แต่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติสามข้อนี้ จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคี
และหน้าที่นั้น เป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่า
ๆ กันทั้งสองทาง เพราะฉะนั้น เมื่อจะอบรมจำเป็นต้องพิจารณา ให้ถ่องแท้แน่ชัดก่อนว่าเป็นวินัย
สามัคคี และหน้าที่ที่ดี คือปราศจากโทษ เป็นประโยชน์ เป็นธรรมไม่เคลือบแฝง
ไว้ด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น วินัย ก็ต้องไม่ใช่วินัยเพื่อตน เพื่อหมู่คณะของตนเท่านั้น
ต้องเป็นวินัยเพื่อคนทุกคน เพื่อคนส่วนใหญ่ เป็นวินัยที่ถูกต้อง
ที่เป็นการสร้างสรรค์ทำนองเดียวกัน การสามัคคีกันทำการหรือทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง
ก็จะต้อง เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล มิใช่เพื่อการเพิ่มพูนประโยชน์เฉพาะพวกตน
แล้วเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย จึงเห็นได้ว่าการสร้างวินัย
สามัคคี และความรู้จักหน้าที่ให้แก่เยาวชน ต้องกระทำด้วยความเพ่งพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ
มิฉะนั้นจะไม่บังเกิดผลที่พึงประสงค์ หรือซ้ำร้าย อาจกลับกลาย
เป็นการทำลายอนาคตและความเจริญมั่นคงของชาติไปก็ได้
พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖
พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖
รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้ (๒๓ ธันวาคม
๒๕๕๗) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง
รองผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี
๒๕๕๘ ณ ห้องชมชลธี หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่
กรุงเทพมหานคร
โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ สื่อมวลชน
และเยาวชนโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง
เข้าร่วมงานแถลงข่าว ฯ ทั้งนี้
เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงการจัดโครงการรวมใจ
ไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ
กองทัพเรือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนการจัดโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มัสยิดต้นสน, บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ โดยน้อมรับแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการนำกลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอตาก จังหวัดนราธิวาส ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งในปี ๒๕๕๘ กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน ๕ ครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ - พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์และโอกาสเรียนรู้วัฒนา ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนได้รับทราบและมีความเข้าใจถึงภารกิจของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ (ที่มา : กพร.ทร.)
กองทัพเรือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนการจัดโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มัสยิดต้นสน, บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ โดยน้อมรับแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการนำกลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอตาก จังหวัดนราธิวาส ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งในปี ๒๕๕๘ กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน ๕ ครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ - พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์และโอกาสเรียนรู้วัฒนา ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนได้รับทราบและมีความเข้าใจถึงภารกิจของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ (ที่มา : กพร.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











