วันพุธที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ความเพียรนั้นคือไม่ท้อถอยในการฝึกตนเอง ไม่ท้อถอยในการแผ่ความรู้ ไม่ท้อถอยในการช่วยผู้อื่น วินัยก็คือระเบียบที่มีอยู่ในใจของตัวเอง เพื่อที่จะเลือกเฟ้นวิชาการมาใช้ในที่ ๆ เหมาะสม ที่ถูกต้อง และวินัยคือควบคุมตัวเองให้อยู่ในร่องในรอย ไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อตนเอง
         พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะครูฝึกตำรวจตระเวนชายแดน ณ ศาลาเริง พระราชวังไกลกังวล วันพุธที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๘

การประชุมเตรียมการจัดการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล และรับการตรวจความพร้อม

วันนี้ (๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท ลือชัย รุดดิษฐ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ ตรวจความพร้อม หลังการประชุมเตรียมการขั้นสุดท้าย ซักซ้อมการปฏิบัติ ของการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๔) ที่กองทัพเรือจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ฯ ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร (ที่มา : ยก.ทร.)

หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ และเปิดสายด่วน ๑๖๙๖ เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗ เกิดสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่ม ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดตรัง และ จังหวัดสตูล ขอให้ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยดังกล่าวใช้ความระมัดระวังในการสัญจรและเดินทาง
         ขณะนี้กองทัพเรือ โดย นาวาเอก นพดล ฐิตวัฒนะสกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ พร้อมกำลังพล ลงพื้นที่ เข้าเยี่ยม ประชาชนในพื้นที่ประสบภัยทุกหลังแล้ว ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวอย่าได้ตื่นตระหนก นาวิกโยธินพร้อมช่วยเหลือท่านในทันที หากประสบเหตุใดๆ ให้แจ้งไปยังสายด่วนกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กองทัพเรือจะประสานหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ เข้าช่วยเหลือท่านทันที (ที่มา : กพร.ทร.)

กองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ พร้อมปฏิบัติภารกิจดูแลความปลอดภัยเรือไทยและเรือบริษัทไทยทุกพื้นที่ทุกเวลา ตลอด ๒๔ ชั่วโมง

 กองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ (Combined Tash Force 151) นำโดย กองทัพเรือไทยปฏิบัติภารกิจปราบปรามโจรสลัดและเฝ้าตรวจสถานการณ์ความปลอดภัย ทางทะเลในพื้นที่ High Rish Area - HRA และ Internationally Recommended Transit Corridor - IRTC ในฐานะผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจควบคุมเรือรบและอากาศยานจากประเทศต่าง ๆ พร้อมปฏิบัติการในพื้นที่ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เรือสินค้า เรือน้ำมัน เรือประมงสัญชาติไทยหรือเรือของบริษัทไทยที่เดินเรือในพื้นที่ High Rish Area (ตั้งแต่คลองสุเอช อ่าวเปอร์เซีย จนถึงแลต 10S ลอง 78E) สามารถติดต่อนายทหารเวรกองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ ได้ที่หมายเลข +๙๗๓ ๑๗๘๕ ๖๙๒๙ เพื่อดำรงการสื่อสารและแจ้งเหตุโจรสลัด การปล้นเรือ รวมทั้งเหตุฉุกเฉินต่าง ๆ ได้ทุกวัน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง กองทัพเรือไทย ดูแลความปลอดภัยของเรือไทยและเรือบริษัทไทย ทุกพื้นที่ ทุกเวลา (ที่มา : ศปก.ทร.)

กรมการขนส่งทางบก ตั้งหน่วยตรวจสอบมาตรค่าโดยสารและติดสติ๊กเกอร์รถแท็กซี่ก่อนใช้ค่าโดยสารใหม่

กรมการขนส่งทางบก เริ่มให้รถแท็กซี่ที่ผ่านการตรวจมาตรฐานคุณภาพทยอยเข้าปรับจูนมิเตอร์ค่าโดยสารใหม่ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ตั้งหน่วยตรวจสอบมาตรค่าโดยสารและติดสติ๊กเกอร์ก่อนใช้ค่าโดยสารใหม่ ข้อความว่า "ผ่านการตรวจยกระดับและปรับจูนมิเตอร์" ที่ระบุหมายเลขทะเบียนรถ เพื่อนำไปติดที่กระจกหน้ารถบริเวณมุมบนด้านซ้าย ก่อนนำรถออกให้บริการในอัตราค่าโดยสารใหม่ระยะที่ ๑ ตั้งแต่วันนี้ (๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๗) ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๘ โดยไม่เว้นวันหยุดเสาร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๘.๐๐ น. ณ ที่ทำการบริษัทผู้ผลิตหรือจำหน่ายมาตรค่าโดยสาร และอาคารคลังสินค้า ๓ ท่าอากาศยานดอนเมือง
       สำหรับอัตราค่าโดยสารใหม่ในระยะที่ ๑ นั้น ระยะทาง ๑ กิโลเมตร แรก ๓๕ บาท เท่าเดิม ระยะทางกิโลเมตรที่ ๑ - ๑๐ กิโลเมตรละ ๕.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๕๐ สตางค์ กิโลเมตรที่ ๑๐ - ๒๐ กิโลเมตรละ ๖.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑ บาท กิโลเมตรที่ ๒๐ - ๔๐ กิโลเมตรละ ๗.๕๐ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท กิโลเมตรที่ ๔๐ - ๖๐ กิโลเมตรละ ๘ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมกิโลเมตรละ ๑.๕๐ บาท เพิ่มจากเดิมกิโลเมตรละ ๒ บาท แต่หากกรณีรถไม่สามารถเคลื่อนที่หรือเดินรถต่อไปได้เกินกว่า ๖ กิโลเมตรต่อชั่วโมง อัตรานาทีละ ๒ บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมนาทีละ ๕๐ สตางค์ สำหรับกรณีการเรียกรถแท็กซี่ผ่านศูนย์บริการสื่อสารของผู้รับจ้างให้เรียก เก็บค่าจ้างเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่าโดยสารอีก ๒๐ บาท ซึ่งเป็นอัตราเดิม ส่วนการเรียกรถแท็กซี่จากท่าอากาศยานดอนเมืองหรือท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ณ จุดที่จัดไว้เฉพาะสามารถเรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้นจากที่แสดงไว้ในมาตรค่า โดยสารอีก ๕๐ บาท เป็นอัตราเดิม
       หากพบเห็นแท็กซี่มีพฤติกรรมปฏิเสธผู้โดยสาร ขับรถประมาท พูดจาไม่สุภาพ สามารถแจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ สายด่วน ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : ขสมก.)

วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "การมีวินัย มีความสามัคคี และรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน แต่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติสามข้อนี้ จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคี และหน้าที่นั้น เป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่า ๆ กันทั้งสองทาง เพราะฉะนั้น เมื่อจะอบรมจำเป็นต้องพิจารณา ให้ถ่องแท้แน่ชัดก่อนว่าเป็นวินัย สามัคคี และหน้าที่ที่ดี คือปราศจากโทษ เป็นประโยชน์ เป็นธรรมไม่เคลือบแฝง ไว้ด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น วินัย ก็ต้องไม่ใช่วินัยเพื่อตน เพื่อหมู่คณะของตนเท่านั้น ต้องเป็นวินัยเพื่อคนทุกคน เพื่อคนส่วนใหญ่ เป็นวินัยที่ถูกต้อง ที่เป็นการสร้างสรรค์ทำนองเดียวกัน การสามัคคีกันทำการหรือทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะต้อง เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล มิใช่เพื่อการเพิ่มพูนประโยชน์เฉพาะพวกตน แล้วเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย จึงเห็นได้ว่าการสร้างวินัย สามัคคี และความรู้จักหน้าที่ให้แก่เยาวชน ต้องกระทำด้วยความเพ่งพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะไม่บังเกิดผลที่พึงประสงค์ หรือซ้ำร้าย อาจกลับกลาย เป็นการทำลายอนาคตและความเจริญมั่นคงของชาติไปก็ได้
         พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖

รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ณ ห้องชมชลธี หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ สื่อมวลชน และเยาวชนโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง เข้าร่วมงานแถลงข่าว ฯ ทั้งนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงการจัดโครงการรวมใจ ไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ
         กองทัพเรือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนการจัดโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มัสยิดต้นสน, บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
        โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ โดยน้อมรับแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการนำกลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอตาก จังหวัดนราธิวาส ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งในปี ๒๕๕๘ กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน ๕ ครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ - พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์และโอกาสเรียนรู้วัฒนา ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนได้รับทราบและมีความเข้าใจถึงภารกิจของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ (ที่มา : กพร.ทร.)

กรมการขนส่งทหารเรือ ขอเชิญตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่าง ๒๒ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ บริเวณลานจอดรถ นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
        โครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ เป็นโครงการเพื่อบริการให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์จำนวน ๒๔ รายการ เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปี ใหม่
        ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร และลูกจ้างกองทัพเรือ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ และรับบริการ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)

กองการฝึก กองเรือยุทธการ จัดหมู่เรือทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

กองการฝึก กองเรือยุทธการ จัดหมู่เรือทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ใช้ชื่อย่อว่า "มฝท.มชด.๒/๕๘" ระหว่างวันที่ ๒๒ ถึง ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ บริเวณอ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ถึง จังหวัดระยอง และอ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยมี นาวาเอก นาวี กุลอารีมิตร หัวหน้ากองพัฒนาและประเมินผลการฝึก กองการฝึก กองเรือยุทธการ เป็น ผู้บังคับหมู่เรือฝึกทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ มีหน้าที่รับผิดชอบการฝึกและประเมินผลการฝึก กำลังที่ร่วมฝึกประกอบด้วย เรือหลวงตากใบ เรือ ต.๙๒ เรือ ต.๒๒๕ และ เรือ ต.๒๒๖
        การฝึกทบทวนหมู่เรือลาดตระเวนชายแดน มีความมุ่งหมายเพื่อให้กำลังพลของเรือที่จะเดินทางไปผลัดเปลี่ยนการปฏิบัติราชการ มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเพียงพอที่จะปฏิบัติราชการและปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจต่าง ๆ อย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฝึกในครั้งนี้เน้นหนักในหัวข้อ การเดินเรือและการเรือ, การป้องกันความเสียหาย, กฎหมายทางทะเล, การตรวจค้น/การตรวจเยี่ยมเรือ, การยิงอาวุธประจำกาย และการฝึกยิงอาวุธประจำเรือในทะเล (ที่มา : กฝร.กร.)

จีนจะเสริมสร้างศักยภาพในการเฝ้าตรวจทางทะเลเพิ่มขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า จีนจะจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าตรวจชายฝั่งทะเล ซึ่งรวมถึงการสร้างสถานีดาวเทียม สถานีเรดาห์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการเฝ้าตรวจและปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๓ ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ มีความกังวลเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังทางทหารและบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาค รวมถึงการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก (ที่มา : ขว.ทร.)

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"วินัยนั้น เมื่อนำมาฝึกหัดปฏิบัติจะเป็นดังข้อบังคับที่ควบคุมบุคคลให้ประพฤติปฏิบัติเป็นระเบียบ จึงอาจทำให้เกิดความอึดอัดลำบากใจ เพราะต้องฝืนกระทำ แต่เมื่อปฏิบัติไปให้ชิน จนรู้สึกว่าเป็นไปโดยอัตโนมัติแล้ว ก็จะสำเร็จผล ทำให้เป็นคนมีระเบียบและเป็นระเบียบ คือ คิดก็เป็นระเบียบ ทำก็เป็นระเบียบ ตามลำดับขั้นตอน ตามกาละเทศะ ตามความพอเหมาะพอควร หายสับสน หายลังเล และหายขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการทำงานสามารถนำวิชาความรู้และความชำนาญทุก ๆ ประการไปใช้ได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว สำเร็จผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วยให้เกิดประโยชน์สมบูรณ์บริบูรณ์ตามจุดหมาย ทั้งจะเกื้อกูลรักษาผู้มีวินัยให้เจริญสวัสดีทุกเมื่อ
       พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๕ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๗

กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อชี้แจงยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒ ใน ๒๖ ธันวาคม นี้

กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเพื่อชี้แจงยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒) ตามคำเชิญจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยในกองทัพเรือและศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของ ชาติทางทะเล, หน่วยราชการที่เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก และหน่วยรับผิดชอบรองในแต่ละแนวทางการดำเนินการ, หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง, องค์กรมหาชน, องค์กรอิสระ และภาคประชาชนทั่วไป
         การประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงฯ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคเอกชนและภาคประชาชนให้เข้าใจในสาระสำคัญของแผนความ มั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒) ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนความมั่นคง ฯ ไปสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพด้วยการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน และเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการนำแผนความมั่นคง ฯ ไปสู่การปฏิบัติ
          รูปแบบการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงฯ จะมีการนำเสนอวีดิทัศน์เรื่อง ความสำคัญของทะเลและชี้แจงภาพรวมของแผนความมั่นคงฯ, การอภิปรายกลุ่มเรื่อง "แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล จะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างไร" โดยมีผู้ดำเนินการอภิปราย ได้แก่ นายพรชาต บุนนาค รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (มิติความมั่นคง), ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ชุมพร ปัจจุสานนท์ ประธานอนุกรรมการด้านกฎหมายและองค์กรในการรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของ ชาติทางทะเล (มิติด้านกฎหมาย), รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ อนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล (อจชล.) (มิติความยั่งยืน), ดอกเตอร์ ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (มิติความมั่งคั่ง) และ พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ ประธานอนุกรรมการด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์และความมั่น คงของชาติทางทะเล (มิติความมั่นคง)
         การที่กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพในการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล นับเป็นโอกาสดีที่กองทัพเรือจะได้มีส่วนร่วมในการชี้แจงทิศทางการดำเนินการตามแผนความมั่นคง ฯ และแสดงบทบาทนำที่ชัดเจนในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : ยก.ทร.)