วันอังคารที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "การมีวินัย มีความสามัคคี และรู้จักหน้าที่ ถือกันว่าเป็นคุณสมบัติสำคัญประจำตัวของคนทุกคน แต่ในการสร้างเสริมคุณสมบัติสามข้อนี้ จะต้องไม่ลืมว่า วินัย สามัคคี และหน้าที่นั้น เป็นได้ทั้งในทางบวกและทางลบ ซึ่งย่อมให้คุณหรือให้โทษได้มากเท่า ๆ กันทั้งสองทาง เพราะฉะนั้น เมื่อจะอบรมจำเป็นต้องพิจารณา ให้ถ่องแท้แน่ชัดก่อนว่าเป็นวินัย สามัคคี และหน้าที่ที่ดี คือปราศจากโทษ เป็นประโยชน์ เป็นธรรมไม่เคลือบแฝง ไว้ด้วยสิ่งชั่วร้าย เช่น วินัย ก็ต้องไม่ใช่วินัยเพื่อตน เพื่อหมู่คณะของตนเท่านั้น ต้องเป็นวินัยเพื่อคนทุกคน เพื่อคนส่วนใหญ่ เป็นวินัยที่ถูกต้อง ที่เป็นการสร้างสรรค์ทำนองเดียวกัน การสามัคคีกันทำการหรือทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะต้อง เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูล มิใช่เพื่อการเพิ่มพูนประโยชน์เฉพาะพวกตน แล้วเบียดเบียนผู้อื่นให้เดือดร้อนเสียหาย จึงเห็นได้ว่าการสร้างวินัย สามัคคี และความรู้จักหน้าที่ให้แก่เยาวชน ต้องกระทำด้วยความเพ่งพินิจอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นพิเศษ มิฉะนั้นจะไม่บังเกิดผลที่พึงประสงค์ หรือซ้ำร้าย อาจกลับกลาย เป็นการทำลายอนาคตและความเจริญมั่นคงของชาติไปก็ได้
         พระราชดำรัส พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ในโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทและรับพระราชทานเหรียญลูกเสือสดุดี ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันอังคารที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๖

รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานงานแถลงข่าวโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ณ ห้องชมชลธี หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ สื่อมวลชน และเยาวชนโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง เข้าร่วมงานแถลงข่าว ฯ ทั้งนี้ เพื่อให้สื่อมวลชนนำไปประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้ทราบถึงการจัดโครงการรวมใจ ไทยเป็นหนึ่งกองทัพเรือ
         กองทัพเรือได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสนับสนุนการจัดโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, มัสยิดต้นสน, บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน), สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง ๓, บริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
        โครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง กองทัพเรือ โดยน้อมรับแนวทางพระราชทาน "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" มาปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกรมกิจการพลเรือนทหารเรือ และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการนำกลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน กองทัพเรือ ได้แก่ อำเภอเมือง อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ และอำเภอตาก จังหวัดนราธิวาส ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ ซึ่งในปี ๒๕๕๘ กำหนดจัดกิจกรรม จำนวน ๕ ครั้ง ระหว่างเดือนธันวาคม ๒๕๕๗ - พฤษภาคม ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้กลุ่มผู้นำศาสนา (ดาอี) และเยาวชนได้เปิดโลกทัศน์และโอกาสเรียนรู้วัฒนา ประเพณี และสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการปกป้องอธิปไตยของชาติ ตลอดจนได้รับทราบและมีความเข้าใจถึงภารกิจของกองทัพเรือในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และร่วมสนับสนุนการพัฒนาประเทศ (ที่มา : กพร.ทร.)

กรมการขนส่งทหารเรือ ขอเชิญตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่าง ๒๒ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๒๒ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ บริเวณลานจอดรถ นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
        โครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ เป็นโครงการเพื่อบริการให้กับข้าราชการสังกัดกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์จำนวน ๒๔ รายการ เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลปี ใหม่
        ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร และลูกจ้างกองทัพเรือ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลปีใหม่ และรับบริการ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)

กองการฝึก กองเรือยุทธการ จัดหมู่เรือทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

กองการฝึก กองเรือยุทธการ จัดหมู่เรือทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ใช้ชื่อย่อว่า "มฝท.มชด.๒/๕๘" ระหว่างวันที่ ๒๒ ถึง ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ บริเวณอ่าวสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ถึง จังหวัดระยอง และอ่าวไทยฝั่งตะวันออก โดยมี นาวาเอก นาวี กุลอารีมิตร หัวหน้ากองพัฒนาและประเมินผลการฝึก กองการฝึก กองเรือยุทธการ เป็น ผู้บังคับหมู่เรือฝึกทบทวน หมู่เรือลาดตระเวนชายแดน ชุดที่ ๒/๕๘ มีหน้าที่รับผิดชอบการฝึกและประเมินผลการฝึก กำลังที่ร่วมฝึกประกอบด้วย เรือหลวงตากใบ เรือ ต.๙๒ เรือ ต.๒๒๕ และ เรือ ต.๒๒๖
        การฝึกทบทวนหมู่เรือลาดตระเวนชายแดน มีความมุ่งหมายเพื่อให้กำลังพลของเรือที่จะเดินทางไปผลัดเปลี่ยนการปฏิบัติราชการ มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเพียงพอที่จะปฏิบัติราชการและปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจต่าง ๆ อย่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฝึกในครั้งนี้เน้นหนักในหัวข้อ การเดินเรือและการเรือ, การป้องกันความเสียหาย, กฎหมายทางทะเล, การตรวจค้น/การตรวจเยี่ยมเรือ, การยิงอาวุธประจำกาย และการฝึกยิงอาวุธประจำเรือในทะเล (ที่มา : กฝร.กร.)

จีนจะเสริมสร้างศักยภาพในการเฝ้าตรวจทางทะเลเพิ่มขึ้น

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า จีนจะจัดตั้งเครือข่ายเฝ้าตรวจชายฝั่งทะเล ซึ่งรวมถึงการสร้างสถานีดาวเทียม สถานีเรดาห์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการเฝ้าตรวจและปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเล คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๓ ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศต่าง ๆ มีความกังวลเกี่ยวกับการเสริมสร้างกำลังทางทหารและบทบาทของจีนที่เพิ่มขึ้น ในภูมิภาค รวมถึงการอ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก (ที่มา : ขว.ทร.)

วันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"วินัยนั้น เมื่อนำมาฝึกหัดปฏิบัติจะเป็นดังข้อบังคับที่ควบคุมบุคคลให้ประพฤติปฏิบัติเป็นระเบียบ จึงอาจทำให้เกิดความอึดอัดลำบากใจ เพราะต้องฝืนกระทำ แต่เมื่อปฏิบัติไปให้ชิน จนรู้สึกว่าเป็นไปโดยอัตโนมัติแล้ว ก็จะสำเร็จผล ทำให้เป็นคนมีระเบียบและเป็นระเบียบ คือ คิดก็เป็นระเบียบ ทำก็เป็นระเบียบ ตามลำดับขั้นตอน ตามกาละเทศะ ตามความพอเหมาะพอควร หายสับสน หายลังเล และหายขัดแย้ง ทั้งในความคิด ทั้งในการทำงานสามารถนำวิชาความรู้และความชำนาญทุก ๆ ประการไปใช้ได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่ว สำเร็จผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย ช่วยให้เกิดประโยชน์สมบูรณ์บริบูรณ์ตามจุดหมาย ทั้งจะเกื้อกูลรักษาผู้มีวินัยให้เจริญสวัสดีทุกเมื่อ
       พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ประจำปีการศึกษา ๒๕๒๕ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร วันเสาร์ที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๒๗

กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อชี้แจงยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒ ใน ๒๖ ธันวาคม นี้

กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมเพื่อชี้แจงยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒) ตามคำเชิญจากสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๐๐ น. โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานเปิดการประชุม โดยมีผู้เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยในกองทัพเรือและศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของ ชาติทางทะเล, หน่วยราชการที่เป็นหน่วยรับผิดชอบหลัก และหน่วยรับผิดชอบรองในแต่ละแนวทางการดำเนินการ, หน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง, องค์กรมหาชน, องค์กรอิสระ และภาคประชาชนทั่วไป
         การประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงฯ ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคเอกชนและภาคประชาชนให้เข้าใจในสาระสำคัญของแผนความ มั่นคงแห่งชาติทางทะเล (พุทธศักราช ๒๕๕๘ - ๒๕๖๒) ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการเพื่อให้การขับเคลื่อนแผนความมั่นคง ฯ ไปสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีเอกภาพและมีประสิทธิภาพด้วยการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วน และเพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค และข้อจำกัดต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการนำแผนความมั่นคง ฯ ไปสู่การปฏิบัติ
          รูปแบบการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงฯ จะมีการนำเสนอวีดิทัศน์เรื่อง ความสำคัญของทะเลและชี้แจงภาพรวมของแผนความมั่นคงฯ, การอภิปรายกลุ่มเรื่อง "แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล จะนำไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนได้อย่างไร" โดยมีผู้ดำเนินการอภิปราย ได้แก่ นายพรชาต บุนนาค รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (มิติความมั่นคง), ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ชุมพร ปัจจุสานนท์ ประธานอนุกรรมการด้านกฎหมายและองค์กรในการรักษาผลประโยชน์และความมั่นคงของ ชาติทางทะเล (มิติด้านกฎหมาย), รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ เผดิมศักดิ์ จารยะพันธุ์ อนุกรรมการและเลขานุการคณะอนุกรรมการจัดการความรู้เพื่อผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล (อจชล.) (มิติความยั่งยืน), ดอกเตอร์ ธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (มิติความมั่งคั่ง) และ พลเรือโท จุมพล ลุมพิกานนท์ ประธานอนุกรรมการด้านการให้ความรู้เกี่ยวกับการรักษาผลประโยชน์และความมั่น คงของชาติทางทะเล (มิติความมั่นคง)
         การที่กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพในการประชุมเพื่อชี้แจงแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล นับเป็นโอกาสดีที่กองทัพเรือจะได้มีส่วนร่วมในการชี้แจงทิศทางการดำเนินการตามแผนความมั่นคง ฯ และแสดงบทบาทนำที่ชัดเจนในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : ยก.ทร.)

กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘

กองทัพเรือ มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือน ทหารกองประจำการ และทหารกองหนุน สังกัดกองทัพเรือ เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัคร ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นชายโสด อายุ ๑๗ - ๒๐ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๘ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๑) สำหรับผู้ที่เป็นทหารกองประจำการจะต้องสังกัดกองทัพเรือและปลดเป็นทหารกองหนุน ในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ ต้องมีอายุ ๒๑ - ๒๔ ปี (ผู้ที่เกิด ๑ มกราคม ๒๕๓๔ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗ มีสัญชาติไทย บิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดได้
        หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
        การซื้อระเบียบการรับสมัคร ซื้อด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
        - กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
        - โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
        - โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
        - ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
        - กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
        - ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
       - ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
       - ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
       - ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
       - หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
       - สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
        หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตู้ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
        การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ระหว่างวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๘ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
        สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)

โครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๘ พร้อมให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถเบื้องต้น ตั้งแต่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๕ มกราคม ๒๕๕๘

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมรณรงค์ ลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๕๘ ภายใต้แนวความคิด "SLOW DOWN SAVE YOUR LIFE ช้าลงอีกนิด ชีวิตปลอดภัย" โดยเน้นมาตรการตรวจจับความเร็วเป็นมาตรการหลักในการรณรงค์ส่งเสริมความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุทางถนน ตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๕ มกราคม ๒๕๕๘
         นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ได้จัดเจ้าหน้าที่ตรวจการตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและพนักงาน ขับรถบนถนนสายหลักทั่วประเทศตลอด ๒๔ ชั่วโมง จำนวน ๑๑ จุด ที่จังหวัดลำปาง กำแพงเพชร พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และระยอง เพื่อตรวจสอบความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและอุปกรณ์ส่วนควบเพื่อความปลอดภัย เช่น ที่ปัดน้ำฝน กระจกรถ ค้อนทุบกระจก ถังดับเพลิง เป็นต้น ควบคู่กับการตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถ เพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถ สมุดประจำรถ ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ความอ่อนเพลีย และความพร้อมของตัวรถ รวมทั้งจัดตั้ง "ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔" (เฉพาะกิจ) ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ณ กรมการขนส่งทางบก จตุจักร สถานีขนส่งผู้โดยสารหมอชิต เอกมัย สายใต้ และสถานีขนส่งผู้โดยสารเพื่อรับเรื่องร้องเรียน และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและเดินทางท่องเที่ยวใน ช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ - ๕ มกราคม ๒๕๕๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
         หากพบรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัยหรือขับรถประมาทหวาดเสียว สามารถร้องเรียนได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน ที่ หมายเลข ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : ขสมก.)

ญี่ปุ่นเตรียมส่งมอบเรือตรวจการณ์ให้อินโดนีเซียเพื่อต่อสู้กับโจรสลัด

 เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ มีรายงานว่า ญี่ปุ่นเตรียมส่งมอบเรือตรวจการณ์ให้อินโดนีเซียเพื่อสนับสนุนภารกิจปราบ ปรามโจรสลัด ตามที่ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น หารือกับประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย ระหว่างการประชุม APEC ที่จีน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๗ และเห็นพ้องกันที่จะยกระดับความร่วมมือเพื่อต่อต้านโจรสลัดและเพิ่มขีดความ สามารถทางทะเลแก่ประเทศในภูมิภาคเพื่อรับมือกับการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีน (ที่มา : ขว.ทร.))

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2557

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว


"คนที่มีระเบียบมีวินัยนั้นเป็นผู้ที่เข้มแข็ง เป็นผู้ที่หวังดีต่อตัวเอง เป็นผู้ที่จะมีความสำเร็จในอนาคต อันนี้เป็นระเบียบอย่างหนึ่ง เป็นวินัยอย่างหนึ่ง คือว่าถ้าคนใดมีระเบียบมีวินัยในร่างกาย คือหมายถึงการปฏิบัติของตัวในกิริยามารยาท ทำให้ไม่มีอุปสรรคต่อการขวนขวายหา จะหาความรู้ก็ได้ หาอะไรก็มีความสำเร็จ คือหาสิ่งที่ตัวกำลังมุ่งที่จะปฏิบัติ การปฏิบัติด้วยความมีระเบียบ มีวินัย การปฏิบัตินั้นสำเร็จ อันนี้เป็นระเบียบวินัยชนิดหนึ่ง ระเบียบวินัยอีกชนิดที่กล่าวนี้ก็คือ ระเบียบในใจ ในใจนั้นก็คือการกระทำอะไร เราต้องคิด เมื่อมีระเบียบในความคิด คือมีเหตุผล สิ่งใดที่คิดก็คิดออก สมมุติว่าเราคิดเรื่องหนึ่ง แล้วก็ไปคิดถึงอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วไปคิดถึงเรื่องที่สาม เรื่องที่สี่ เรื่องทั้งสามสี่เรื่องนี้ก็ไม่มีความสำเร็จแน่นอน เพราะว่ามันฟุ้งซ่าน ฉะนั้นต้องมีระเบียบในความคิด ที่เรียกว่าระเบียบในใจหรือวินัยในความคิด
         พระราชดำรัส พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตภาคใต้ จังหวัดสงขลา ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ จังหวัดสงขลา วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๒๔

พิธีมอบประกาศนียบัตร/วุฒิบัตรและปิดหลักสูตรการฝึกอบรมอาชีพ รุ่นที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘

วันนี้ (๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ และผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร/วุฒิบัตร และปิดหลักสูตรการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ หลักสูตรอาชีพสาขาช่างต่าง ๆ และหลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีผู้แทนฐานทัพเรือสัตหีบ, กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, กรมเจ้าท่า, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๓ จังหวัดชลบุรี, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง และสมาคมเจ้าของเรือไทย ร่วมมอบประกาศนียบัตรและวุฒิบัตร ฯ
        กองทัพเรือ ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง, กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย จัดให้มีการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการของกองทัพเรือ เพื่อให้มีความรู้ ทักษะฝีมือ ประสบการณ์จากการฝึกอบรมในสาขาอาชีพต่าง ๆ สร้างโอกาสการมีงานทำที่ได้ มาตรฐาน ตามที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ฯ กำหนด ไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว สำหรับการฝึกอบรมอาชีพในรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ มีจำนวน ๗ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรกำลังพล ประจำเรือพาณิชย์ ฝ่ายเดินเรือ และฝ่ายช่างกลเรือ รวม ๒ หลักสูตร และหลักสูตรอาชีพช่างสาขาต่าง ๆ อีกจำนวน ๕ หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรช่างซ่อมรถจักรยานยนต์, หลักสูตรช่างซ่อมเครื่องปรับอากาศขนาดเล็ก, หลักสูตรช่างเดินสายไฟฟ้าภายในอาคาร และหลักสูตรช่างก่ออิฐ - ฉาบปูน และหลักสูตรการบำรุงรักษารถยนต์ (คาร์แคร์) (ที่มา : คพท.)