วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เวียดนามจะได้รับเรือดำน้ำ Project 636 ลำที่ ๓ ในปลายปี ๒๕๕๗

 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่า กองทัพเรือเวียดนามจะได้รับเรือดำน้ำ Project 636 ลำที่ ๓ ในปลายปี ๒๕๕๗ ส่วนเรือลำที่ ๔ กำลังอยู่ในขั้นการทดสอบในโรงงาน โดยเรือดำน้ำ HQ-182 Hanoi และ HQ-183 Ho Chi Minh City ซึ่งเป็น เรือชุดเดียวกัน เข้าประจำการแล้วที่ กองพลน้อย เรือดำน้ำ ๑๘๙ ฐานทัพเรือคัมรานห์ เมื่อเดือนเมษายน๒๕๕๗ และกำลังพลของเรือดำน้ำได้ผ่านการฝึกในเรือระยะที่ ๑ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ บริเวณน่านน้ำเกาะ Hogland อ่าวฟินแลนด์ โดยทำการฝึกขณะดำเป็นเวลา ๕๗ ชั่วโมง (ที่มา : ขว.ทร.)

ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคม ร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ

 สามสมอสมาคม กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ, ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
        สมาชิกสามสมอสมาคมท่านใดประสงค์จะเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)

กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ใน ๒๐ สิงหาคม นี้


 กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับกำลังพลกองทัพเรือ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ ณ บริเวณลานจอดรถยนต์ ร้านสวัสดิการกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป โดยสินค้าจำหน่ายเป็น ชุด ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ ๒ ถุง และน้ำมันพืชมรกต ๒ ขวด ราคาชุดละ ๓๐๐ บาท นอกจากนี้มีสินค้าจากร้านเกษตรนาวี และท็อปส์ ซูเปอร์ มาร่วมจำหน่ายด้วย
         ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าราคาถูก กรุณานำบัตรประจำตัวมาเพื่อรับบัตรคิว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๔๑๐, ๕๕๔๒๙ (ที่มา : สก.ทร.)

พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วันนี้ (๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. กองทัพเรือ โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ ห้องสมุดราชนาวิกสภา อาคารราชนาวิกสภา ชั้น ๒ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือตรี ไพฑูรย์ ประสพสิน ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ผู้แทนกองทัพเรือ และ ดอกเตอร์ ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ เป็นผู้ลงนาม
         การจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
        ความเป็นมาเริ่มจากเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ กองทัพเรือโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ กับ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสิ้นสุดลงเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ศทอ. ได้ทำการตรวจวัดการรบกวนกันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสารต่าง ๆ บนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือหลวงสุโขทัย ตลอดจนให้การสนับสนุนในการตรวจวัดความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพเรือ เช่น ต้นแบบเครื่องบินทะเล เป็นต้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้งใน ครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้
         เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย
            ๑ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง สวทช. กับกองทัพเรือ ด้วยการจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม การฝึกงานและศึกษาวิจัยในหัวข้อและโอกาสที่เหมาะสม
            ๒ การจัดทำโครงการศึกษาวิจัยโดยเน้นกิจกรรมที่ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
            ๓ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการจัดทำเป็นสนามเครือข่าย Wi-Fi ประยุกต์ใช้งานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
            ๔ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ (Solar cell) ในการนำไปใช้งานตามหน่วยปฏิบัติการของกองทัพเรือบนเกาะต่างๆ
           ๕ การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาสถานะอุปกรณ์ เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใช้งานในกองทัพเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
           ๖ การร่วมดำเนินโครงการวิจัยตามแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐
          ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองหน่วยงานพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน
(ที่มา : สวพ.ทร.)

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี"

วันนี้ (๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี" ณ บริเวณเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยมี พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ
         โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เป็นโครงการที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพในการปลูกป่าเพื่อน้อมเกล้าน้อม กระหม่อมถวาย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอเนกประสงค์ขนาดกลาง เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การป้องกันน้ำเค็ม และเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภค โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
         การรณรงค์ปลูกป่าจะสร้างเสริมความรู้และจิตสำนึกของประชาชนให้ ตระหนักถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการนำร่องเพื่อการฟื้นฟูคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติ โดยเลือกพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำอเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่ามีจำนวน ๔๐ ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ ๑๘ ชนิด จำนวน ๔,๐๐๐ ต้น โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากกรมราชองครักษ์, ภาคประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, อำเภอขลุง, อำเภอมะขาม, เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ, เทศบาลตำบลปัถวี, เทศบาลตำบลมะขาม, กำนันตำบลบ่อเวฬุ, เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร, ศูนย์ประสานงานป่าไม้จันทบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี, นักเรียน, กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๒๐๐ คน (ที่มา : กปช.จต.)

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  
"ความเข้มแข็งในจิตใจนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะต้องฝึกฝนแต่เล็กเพราะว่าต่อไป ถ้ามีชีวิตที่ลำบากไปประสบอุปสรรคใด ๆ ถ้าไม่มีความเข้มแข็ง ไม่มีความรู้ ไม่มีทางที่จะผ่านอุปสรรคนั้นได้ เพราะว่าถ้าไม่เจออุปสรรคอะไร ก็ไม่มีอะไรที่จะมาช่วยเราได้แต่ถ้ามีความรู้ มีอัธยาศัยที่ดี และมีความเข้มแข็ง ในกาย ในใจ ก็สามารถที่จะผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ นั้นได้"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เวียดนามยืนยันรายงานกรณีจีนจะสร้างประภาคารในทะเลจีนใต้


เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ มีแถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศเวียดนามถึงตรวจสอบรายงานที่ระบุว่าจีน เตรียมสร้างประภาคารในทะเลจีนใต้บน North Reef, Antelope Reef, Drummond Island, South Sand และ Pyramid Rock และพบว่าเป็นความจริง อย่างไรก็ตาม เวียดนามยืนยันถึงอธิปไตยเหนือหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซลดังนั้น กิจกรรมใด ๆ ของจีนที่เกี่ยวข้องกับหมู่เกาะทั้งสองแห่งให้ถือเป็นโมฆะ (ที่มา : ขว.ทร.)

พิธีเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗


วันนี้ (๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมลีลาวดี ชั้น ๑ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ๗ รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายสุริยะ ประสาทบัณฑิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ และ รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวรายงาน
        คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่จะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศโดยรวม การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชนจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการนำพาประเทศไทย ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนที่จะต้องส่งเสริมและยกระดับการศึกษาในทุกช่วงวัย ให้ทุกส่วนบูรณาการทั้งการศึกษาและวิทยาศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติสนับสนุนให้จัดขึ้นในส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรก เพื่อกระจายความรู้สู่ภูมิภาค และจะสนับสนุนการจัดกิจกรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศต่อไป (ที่มา : สลก.ทร.)

บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"

กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"
        สัตว์หรือพืชที่เกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ เช่น วัว ๓ ตา ๖ ขา ๒ หัว ทุกเรียนออกผลเป็นสีทอง ตาลต้นเดียวมี ๒ ยอด เป็นต้น มักจะมีคนแห่กันไปกราบไหว้บูชา ขอโชคขอลาภ ราวกับว่าสัตว์และพืชเหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ดลบันดาลให้สมหวังได้ดังที่ขอ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนเกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งแปลกประหลาดน่ารังเกียจ การปฏิบัติดังกล่าวแค่มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเกิดจากความเชื่อผิด ๆ จึงส่งผลให้เกิดจากการปฏิบัติผิด ๆ ดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในกาลามสูตร หรือหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ ว่าอย่าใจเร็ว ด่วนเชื่อในข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ คือ ฟังตาม ๆ กันมา ๑, ปรัมปราประเพณี ๑, ข่าวลือดีไม่ดี ๑, ถึงแม้มีในตำรา ๑, อย่าเชื่อโดยตรรกะ ๑, หรือหลักคาดคะเนหนา ๑, ตรึกตามอาการน่าจะเป็นน่าเห็นตาม ๑, สอดรับกับความเห็น ๑, รูปลักษณ์เด่นเลยไปถาม ๑ และ คนนี้น่าเชื่อตามในความรู้เพราะครูเรา ๑
         หลักความเชื่อตามกาลามสูตรทั้ง ๑๐ นั้น สามารถสรุปลงเหลือ ๒ คือ อย่าเชื่ออะไร และอย่าเชื่อใคร จนกว่าจะใช้หลักความเชื่ออย่างไรพิสูจน์ทราบเสียก่อน เพราะความเชื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ถ้าเชื่อผิดก็ปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดย่อมได้รับผลเป็นทุกข์ เดือดร้อน เสียหายในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น ในการที่จะตัดสินใจเชื่อเรื่องอะไร หรือเชื่อใคร โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง จำเป็นต้องนำหลักควรเชื่ออย่างไร ๓ ประการ มาช่วยพิสูจน์ทราบด้วยทุกครั้ง ได้แก่
         ๑. พิจารณาให้ทราบชัดด้วยสติปัญญาตนเองว่า ถ้าเชื่อแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่ ถูกหลอกหรือเปล่า
         ๒. หากเกินสติปัญญาให้อาศัยทัศนะผู้รู้ประกอบการตัดสินใจว่า ผู้รู้สนับสนุนให้เชื่อ หรือคัดค้าน
         ๓. ให้ดูจากผลการปฏิบัติว่าให้ผลดีหรือเสีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เพราะความผิดพลาดหรือถูกต้องของคนอื่นถือเป็นประสบการณ์โดยอ้อมของเรา
       มีข้อควรคิดว่า ในบรรดาพุทธธรรมคำสอน หากมีคุณธรรมข้อศรัทธาคือ ความเชื่ออยู่ในหลักธรรมคำสอนหมวดใด ในหลักธรรมคำสอนหมวดนั้นจะมีคุณธรรมข้อปัญญาคือ การพิจารณาด้วยเหตุผลกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมสนับสนุนศรัทธาว่า อย่าเชื่ออะไร หรืออย่าเชื่อใคร แต่จงเชื่ออย่างไร เพื่อจะได้ไม่เชื่อผิด ปฏิบัติผิด ทำให้ชีวิตเกิดอัปมงคลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)

ฐานทัพเรือกรุงเทพ จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่าง ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗

ฐานทัพเรือกรุงเทพ กำหนดจัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก เพื่อบริการให้กับกำลงพลและครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไป ณ บริเวณภายในสนามฝึกหัดกอล์ฟ ด้านหลังกองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐ น. - ๒๑.๐๐ น. ภายในงานมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด เช่น ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องหนัง และอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก
         ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูก ได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)

ขอเชิญร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ

 สามสมอสมาคม กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ, ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
        ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคมเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  "จิตใจและความประพฤติที่สะอาดและมีระเบียบ เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตจิตใจทั้งความประพฤติ ดังนั้นใช่จะเกิดมีขึ้นเองได้ หากแต่จำเป็นต้องฝึกหัดอบรมและสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ นับตั้งแต่บุคคลเกิด ดังที่มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ได้เฝ้าพยายามกระทำสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งเพื่อให้สามารถรักษาตัวและมีความสุข ความสำเร็จในการครองชีวิต ทั้งให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยความผาสุกสงบ"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖