เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีรายงานว่า กองทัพเรือเวียดนามจะได้รับเรือดำน้ำ Project 636
ลำที่ ๓ ในปลายปี ๒๕๕๗ ส่วนเรือลำที่ ๔ กำลังอยู่ในขั้นการทดสอบในโรงงาน
โดยเรือดำน้ำ HQ-182 Hanoi และ HQ-183 Ho Chi Minh City ซึ่งเป็น
เรือชุดเดียวกัน เข้าประจำการแล้วที่ กองพลน้อย เรือดำน้ำ ๑๘๙
ฐานทัพเรือคัมรานห์ เมื่อเดือนเมษายน๒๕๕๗ และกำลังพลของเรือดำน้ำได้ผ่านการฝึกในเรือระยะที่
๑ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ บริเวณน่านน้ำเกาะ Hogland อ่าวฟินแลนด์
โดยทำการฝึกขณะดำเป็นเวลา ๕๗ ชั่วโมง (ที่มา : ขว.ทร.)
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคม ร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ
สามสมอสมาคม
กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม
ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔
สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง
ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ,
ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
สมาชิกสามสมอสมาคมท่านใดประสงค์จะเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
สมาชิกสามสมอสมาคมท่านใดประสงค์จะเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ใน ๒๐ สิงหาคม นี้
กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ
จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับกำลังพลกองทัพเรือ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
ณ บริเวณลานจอดรถยนต์ ร้านสวัสดิการกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร
ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป โดยสินค้าจำหน่ายเป็น
ชุด ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ ๒ ถุง และน้ำมันพืชมรกต ๒ ขวด ราคาชุดละ
๓๐๐ บาท นอกจากนี้มีสินค้าจากร้านเกษตรนาวี และท็อปส์ ซูเปอร์
มาร่วมจำหน่ายด้วย
ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าราคาถูก กรุณานำบัตรประจำตัวมาเพื่อรับบัตรคิว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๔๑๐, ๕๕๔๒๙ (ที่มา : สก.ทร.)
ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าราคาถูก กรุณานำบัตรประจำตัวมาเพื่อรับบัตรคิว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๔๑๐, ๕๕๔๒๙ (ที่มา : สก.ทร.)
พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันนี้ (๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. กองทัพเรือ โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ
จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ณ ห้องสมุดราชนาวิกสภา อาคารราชนาวิกสภา ชั้น ๒ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือตรี ไพฑูรย์ ประสพสิน
ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ผู้แทนกองทัพเรือ
และ ดอกเตอร์ ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นผู้ลงนาม
การจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
ความเป็นมาเริ่มจากเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ กองทัพเรือโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ กับ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสิ้นสุดลงเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ศทอ. ได้ทำการตรวจวัดการรบกวนกันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสารต่าง ๆ บนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือหลวงสุโขทัย ตลอดจนให้การสนับสนุนในการตรวจวัดความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพเรือ เช่น ต้นแบบเครื่องบินทะเล เป็นต้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้งใน ครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้
เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย
๑ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง สวทช. กับกองทัพเรือ ด้วยการจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม การฝึกงานและศึกษาวิจัยในหัวข้อและโอกาสที่เหมาะสม
๒ การจัดทำโครงการศึกษาวิจัยโดยเน้นกิจกรรมที่ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
๓ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการจัดทำเป็นสนามเครือข่าย Wi-Fi ประยุกต์ใช้งานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
๔ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ (Solar cell) ในการนำไปใช้งานตามหน่วยปฏิบัติการของกองทัพเรือบนเกาะต่างๆ
๕ การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาสถานะอุปกรณ์ เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใช้งานในกองทัพเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
๖ การร่วมดำเนินโครงการวิจัยตามแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองหน่วยงานพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน
(ที่มา : สวพ.ทร.)
การจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
ความเป็นมาเริ่มจากเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ กองทัพเรือโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ กับ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสิ้นสุดลงเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ศทอ. ได้ทำการตรวจวัดการรบกวนกันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสารต่าง ๆ บนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือหลวงสุโขทัย ตลอดจนให้การสนับสนุนในการตรวจวัดความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพเรือ เช่น ต้นแบบเครื่องบินทะเล เป็นต้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้งใน ครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้
เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย
๑ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง สวทช. กับกองทัพเรือ ด้วยการจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม การฝึกงานและศึกษาวิจัยในหัวข้อและโอกาสที่เหมาะสม
๒ การจัดทำโครงการศึกษาวิจัยโดยเน้นกิจกรรมที่ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
๓ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการจัดทำเป็นสนามเครือข่าย Wi-Fi ประยุกต์ใช้งานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
๔ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ (Solar cell) ในการนำไปใช้งานตามหน่วยปฏิบัติการของกองทัพเรือบนเกาะต่างๆ
๕ การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาสถานะอุปกรณ์ เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใช้งานในกองทัพเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
๖ การร่วมดำเนินโครงการวิจัยตามแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองหน่วยงานพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน
(ที่มา : สวพ.ทร.)
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี"
วันนี้ (๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐
ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี" ณ บริเวณเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
คิรีธาร อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยมี พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา
ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ
โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เป็นโครงการที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพในการปลูกป่าเพื่อน้อมเกล้าน้อม กระหม่อมถวาย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอเนกประสงค์ขนาดกลาง เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การป้องกันน้ำเค็ม และเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภค โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
การรณรงค์ปลูกป่าจะสร้างเสริมความรู้และจิตสำนึกของประชาชนให้ ตระหนักถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการนำร่องเพื่อการฟื้นฟูคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติ โดยเลือกพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำอเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่ามีจำนวน ๔๐ ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ ๑๘ ชนิด จำนวน ๔,๐๐๐ ต้น โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากกรมราชองครักษ์, ภาคประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, อำเภอขลุง, อำเภอมะขาม, เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ, เทศบาลตำบลปัถวี, เทศบาลตำบลมะขาม, กำนันตำบลบ่อเวฬุ, เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร, ศูนย์ประสานงานป่าไม้จันทบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี, นักเรียน, กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๒๐๐ คน (ที่มา : กปช.จต.)
โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เป็นโครงการที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพในการปลูกป่าเพื่อน้อมเกล้าน้อม กระหม่อมถวาย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอเนกประสงค์ขนาดกลาง เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การป้องกันน้ำเค็ม และเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภค โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
การรณรงค์ปลูกป่าจะสร้างเสริมความรู้และจิตสำนึกของประชาชนให้ ตระหนักถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการนำร่องเพื่อการฟื้นฟูคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติ โดยเลือกพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำอเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่ามีจำนวน ๔๐ ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ ๑๘ ชนิด จำนวน ๔,๐๐๐ ต้น โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากกรมราชองครักษ์, ภาคประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, อำเภอขลุง, อำเภอมะขาม, เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ, เทศบาลตำบลปัถวี, เทศบาลตำบลมะขาม, กำนันตำบลบ่อเวฬุ, เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร, ศูนย์ประสานงานป่าไม้จันทบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี, นักเรียน, กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๒๐๐ คน (ที่มา : กปช.จต.)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เวียดนามยืนยันรายงานกรณีจีนจะสร้างประภาคารในทะเลจีนใต้
พิธีเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗
คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่จะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศโดยรวม การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชนจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการนำพาประเทศไทย ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนที่จะต้องส่งเสริมและยกระดับการศึกษาในทุกช่วงวัย ให้ทุกส่วนบูรณาการทั้งการศึกษาและวิทยาศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติสนับสนุนให้จัดขึ้นในส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรก เพื่อกระจายความรู้สู่ภูมิภาค และจะสนับสนุนการจัดกิจกรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศต่อไป (ที่มา : สลก.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"
สัตว์หรือพืชที่เกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ เช่น วัว ๓ ตา ๖ ขา ๒ หัว ทุกเรียนออกผลเป็นสีทอง ตาลต้นเดียวมี ๒ ยอด เป็นต้น มักจะมีคนแห่กันไปกราบไหว้บูชา ขอโชคขอลาภ ราวกับว่าสัตว์และพืชเหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ดลบันดาลให้สมหวังได้ดังที่ขอ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนเกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งแปลกประหลาดน่ารังเกียจ การปฏิบัติดังกล่าวแค่มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเกิดจากความเชื่อผิด ๆ จึงส่งผลให้เกิดจากการปฏิบัติผิด ๆ ดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในกาลามสูตร หรือหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ ว่าอย่าใจเร็ว ด่วนเชื่อในข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ คือ ฟังตาม ๆ กันมา ๑, ปรัมปราประเพณี ๑, ข่าวลือดีไม่ดี ๑, ถึงแม้มีในตำรา ๑, อย่าเชื่อโดยตรรกะ ๑, หรือหลักคาดคะเนหนา ๑, ตรึกตามอาการน่าจะเป็นน่าเห็นตาม ๑, สอดรับกับความเห็น ๑, รูปลักษณ์เด่นเลยไปถาม ๑ และ คนนี้น่าเชื่อตามในความรู้เพราะครูเรา ๑
หลักความเชื่อตามกาลามสูตรทั้ง ๑๐ นั้น สามารถสรุปลงเหลือ ๒ คือ อย่าเชื่ออะไร และอย่าเชื่อใคร จนกว่าจะใช้หลักความเชื่ออย่างไรพิสูจน์ทราบเสียก่อน เพราะความเชื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ถ้าเชื่อผิดก็ปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดย่อมได้รับผลเป็นทุกข์ เดือดร้อน เสียหายในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น ในการที่จะตัดสินใจเชื่อเรื่องอะไร หรือเชื่อใคร โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง จำเป็นต้องนำหลักควรเชื่ออย่างไร ๓ ประการ มาช่วยพิสูจน์ทราบด้วยทุกครั้ง ได้แก่
๑. พิจารณาให้ทราบชัดด้วยสติปัญญาตนเองว่า ถ้าเชื่อแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่ ถูกหลอกหรือเปล่า
๒. หากเกินสติปัญญาให้อาศัยทัศนะผู้รู้ประกอบการตัดสินใจว่า ผู้รู้สนับสนุนให้เชื่อ หรือคัดค้าน
๓. ให้ดูจากผลการปฏิบัติว่าให้ผลดีหรือเสีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เพราะความผิดพลาดหรือถูกต้องของคนอื่นถือเป็นประสบการณ์โดยอ้อมของเรา
มีข้อควรคิดว่า ในบรรดาพุทธธรรมคำสอน หากมีคุณธรรมข้อศรัทธาคือ ความเชื่ออยู่ในหลักธรรมคำสอนหมวดใด ในหลักธรรมคำสอนหมวดนั้นจะมีคุณธรรมข้อปัญญาคือ การพิจารณาด้วยเหตุผลกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมสนับสนุนศรัทธาว่า อย่าเชื่ออะไร หรืออย่าเชื่อใคร แต่จงเชื่ออย่างไร เพื่อจะได้ไม่เชื่อผิด ปฏิบัติผิด ทำให้ชีวิตเกิดอัปมงคลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
สัตว์หรือพืชที่เกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ เช่น วัว ๓ ตา ๖ ขา ๒ หัว ทุกเรียนออกผลเป็นสีทอง ตาลต้นเดียวมี ๒ ยอด เป็นต้น มักจะมีคนแห่กันไปกราบไหว้บูชา ขอโชคขอลาภ ราวกับว่าสัตว์และพืชเหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ดลบันดาลให้สมหวังได้ดังที่ขอ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนเกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งแปลกประหลาดน่ารังเกียจ การปฏิบัติดังกล่าวแค่มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเกิดจากความเชื่อผิด ๆ จึงส่งผลให้เกิดจากการปฏิบัติผิด ๆ ดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในกาลามสูตร หรือหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ ว่าอย่าใจเร็ว ด่วนเชื่อในข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ คือ ฟังตาม ๆ กันมา ๑, ปรัมปราประเพณี ๑, ข่าวลือดีไม่ดี ๑, ถึงแม้มีในตำรา ๑, อย่าเชื่อโดยตรรกะ ๑, หรือหลักคาดคะเนหนา ๑, ตรึกตามอาการน่าจะเป็นน่าเห็นตาม ๑, สอดรับกับความเห็น ๑, รูปลักษณ์เด่นเลยไปถาม ๑ และ คนนี้น่าเชื่อตามในความรู้เพราะครูเรา ๑
หลักความเชื่อตามกาลามสูตรทั้ง ๑๐ นั้น สามารถสรุปลงเหลือ ๒ คือ อย่าเชื่ออะไร และอย่าเชื่อใคร จนกว่าจะใช้หลักความเชื่ออย่างไรพิสูจน์ทราบเสียก่อน เพราะความเชื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ถ้าเชื่อผิดก็ปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดย่อมได้รับผลเป็นทุกข์ เดือดร้อน เสียหายในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น ในการที่จะตัดสินใจเชื่อเรื่องอะไร หรือเชื่อใคร โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง จำเป็นต้องนำหลักควรเชื่ออย่างไร ๓ ประการ มาช่วยพิสูจน์ทราบด้วยทุกครั้ง ได้แก่
๑. พิจารณาให้ทราบชัดด้วยสติปัญญาตนเองว่า ถ้าเชื่อแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่ ถูกหลอกหรือเปล่า
๒. หากเกินสติปัญญาให้อาศัยทัศนะผู้รู้ประกอบการตัดสินใจว่า ผู้รู้สนับสนุนให้เชื่อ หรือคัดค้าน
๓. ให้ดูจากผลการปฏิบัติว่าให้ผลดีหรือเสีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เพราะความผิดพลาดหรือถูกต้องของคนอื่นถือเป็นประสบการณ์โดยอ้อมของเรา
มีข้อควรคิดว่า ในบรรดาพุทธธรรมคำสอน หากมีคุณธรรมข้อศรัทธาคือ ความเชื่ออยู่ในหลักธรรมคำสอนหมวดใด ในหลักธรรมคำสอนหมวดนั้นจะมีคุณธรรมข้อปัญญาคือ การพิจารณาด้วยเหตุผลกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมสนับสนุนศรัทธาว่า อย่าเชื่ออะไร หรืออย่าเชื่อใคร แต่จงเชื่ออย่างไร เพื่อจะได้ไม่เชื่อผิด ปฏิบัติผิด ทำให้ชีวิตเกิดอัปมงคลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่าง ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗
ฐานทัพเรือกรุงเทพ
กำหนดจัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก เพื่อบริการให้กับกำลงพลและครอบครัว
ตลอดจนประชาชนทั่วไป ณ บริเวณภายในสนามฝึกหัดกอล์ฟ ด้านหลังกองกิจการพิเศษ
ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา
๑๖.๐๐ น. - ๒๑.๐๐ น. ภายในงานมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด
เช่น ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องหนัง และอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูก ได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูก ได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ
สามสมอสมาคม
กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม
ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔
สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง
ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ,
ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคมเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคมเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"จิตใจและความประพฤติที่สะอาดและมีระเบียบ
เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตจิตใจทั้งความประพฤติ ดังนั้นใช่จะเกิดมีขึ้นเองได้
หากแต่จำเป็นต้องฝึกหัดอบรมและสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ
นับตั้งแต่บุคคลเกิด ดังที่มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ได้เฝ้าพยายามกระทำสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย
ทั้งเพื่อให้สามารถรักษาตัวและมีความสุข ความสำเร็จในการครองชีวิต
ทั้งให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยความผาสุกสงบ"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










