วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เวียดนามยืนยันรายงานกรณีจีนจะสร้างประภาคารในทะเลจีนใต้
พิธีเปิดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗
คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้เห็นความสำคัญของวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีที่จะต้องเชื่อมโยงกับการพัฒนาด้านต่าง ๆ ของประเทศโดยรวม การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของเยาวชนจึงเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการนำพาประเทศไทย ให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนที่จะต้องส่งเสริมและยกระดับการศึกษาในทุกช่วงวัย ให้ทุกส่วนบูรณาการทั้งการศึกษาและวิทยาศาสตร์ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับการจัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติสนับสนุนให้จัดขึ้นในส่วนภูมิภาคเป็นครั้งแรก เพื่อกระจายความรู้สู่ภูมิภาค และจะสนับสนุนการจัดกิจกรรมในทุกภูมิภาคทั่วประเทศต่อไป (ที่มา : สลก.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "กาลามสูตร ๑๐ บวก ๓"
สัตว์หรือพืชที่เกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ เช่น วัว ๓ ตา ๖ ขา ๒ หัว ทุกเรียนออกผลเป็นสีทอง ตาลต้นเดียวมี ๒ ยอด เป็นต้น มักจะมีคนแห่กันไปกราบไหว้บูชา ขอโชคขอลาภ ราวกับว่าสัตว์และพืชเหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ดลบันดาลให้สมหวังได้ดังที่ขอ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนเกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งแปลกประหลาดน่ารังเกียจ การปฏิบัติดังกล่าวแค่มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเกิดจากความเชื่อผิด ๆ จึงส่งผลให้เกิดจากการปฏิบัติผิด ๆ ดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในกาลามสูตร หรือหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ ว่าอย่าใจเร็ว ด่วนเชื่อในข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ คือ ฟังตาม ๆ กันมา ๑, ปรัมปราประเพณี ๑, ข่าวลือดีไม่ดี ๑, ถึงแม้มีในตำรา ๑, อย่าเชื่อโดยตรรกะ ๑, หรือหลักคาดคะเนหนา ๑, ตรึกตามอาการน่าจะเป็นน่าเห็นตาม ๑, สอดรับกับความเห็น ๑, รูปลักษณ์เด่นเลยไปถาม ๑ และ คนนี้น่าเชื่อตามในความรู้เพราะครูเรา ๑
หลักความเชื่อตามกาลามสูตรทั้ง ๑๐ นั้น สามารถสรุปลงเหลือ ๒ คือ อย่าเชื่ออะไร และอย่าเชื่อใคร จนกว่าจะใช้หลักความเชื่ออย่างไรพิสูจน์ทราบเสียก่อน เพราะความเชื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ถ้าเชื่อผิดก็ปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดย่อมได้รับผลเป็นทุกข์ เดือดร้อน เสียหายในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น ในการที่จะตัดสินใจเชื่อเรื่องอะไร หรือเชื่อใคร โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง จำเป็นต้องนำหลักควรเชื่ออย่างไร ๓ ประการ มาช่วยพิสูจน์ทราบด้วยทุกครั้ง ได้แก่
๑. พิจารณาให้ทราบชัดด้วยสติปัญญาตนเองว่า ถ้าเชื่อแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่ ถูกหลอกหรือเปล่า
๒. หากเกินสติปัญญาให้อาศัยทัศนะผู้รู้ประกอบการตัดสินใจว่า ผู้รู้สนับสนุนให้เชื่อ หรือคัดค้าน
๓. ให้ดูจากผลการปฏิบัติว่าให้ผลดีหรือเสีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เพราะความผิดพลาดหรือถูกต้องของคนอื่นถือเป็นประสบการณ์โดยอ้อมของเรา
มีข้อควรคิดว่า ในบรรดาพุทธธรรมคำสอน หากมีคุณธรรมข้อศรัทธาคือ ความเชื่ออยู่ในหลักธรรมคำสอนหมวดใด ในหลักธรรมคำสอนหมวดนั้นจะมีคุณธรรมข้อปัญญาคือ การพิจารณาด้วยเหตุผลกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมสนับสนุนศรัทธาว่า อย่าเชื่ออะไร หรืออย่าเชื่อใคร แต่จงเชื่ออย่างไร เพื่อจะได้ไม่เชื่อผิด ปฏิบัติผิด ทำให้ชีวิตเกิดอัปมงคลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
สัตว์หรือพืชที่เกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ เช่น วัว ๓ ตา ๖ ขา ๒ หัว ทุกเรียนออกผลเป็นสีทอง ตาลต้นเดียวมี ๒ ยอด เป็นต้น มักจะมีคนแห่กันไปกราบไหว้บูชา ขอโชคขอลาภ ราวกับว่าสัตว์และพืชเหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีอิทธิฤทธิ์ปาฎิหาริย์ดลบันดาลให้สมหวังได้ดังที่ขอ ตรงกันข้าม ถ้าเป็นคนเกิดมาผิดปกติหรือพิกลพิการ กลับได้รับการปฏิบัติเหมือนเป็นสิ่งแปลกประหลาดน่ารังเกียจ การปฏิบัติดังกล่าวแค่มองดูก็รู้ได้ว่า เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะเกิดจากความเชื่อผิด ๆ จึงส่งผลให้เกิดจากการปฏิบัติผิด ๆ ดังกล่าว เกี่ยวเนื่องกับเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนไว้ในกาลามสูตร หรือหลักความเชื่อ ๑๐ ประการ ว่าอย่าใจเร็ว ด่วนเชื่อในข้อมูลข่าวสารเหล่านี้ คือ ฟังตาม ๆ กันมา ๑, ปรัมปราประเพณี ๑, ข่าวลือดีไม่ดี ๑, ถึงแม้มีในตำรา ๑, อย่าเชื่อโดยตรรกะ ๑, หรือหลักคาดคะเนหนา ๑, ตรึกตามอาการน่าจะเป็นน่าเห็นตาม ๑, สอดรับกับความเห็น ๑, รูปลักษณ์เด่นเลยไปถาม ๑ และ คนนี้น่าเชื่อตามในความรู้เพราะครูเรา ๑
หลักความเชื่อตามกาลามสูตรทั้ง ๑๐ นั้น สามารถสรุปลงเหลือ ๒ คือ อย่าเชื่ออะไร และอย่าเชื่อใคร จนกว่าจะใช้หลักความเชื่ออย่างไรพิสูจน์ทราบเสียก่อน เพราะความเชื่อเป็นพื้นฐานของการปฏิบัติ ถ้าเชื่อผิดก็ปฏิบัติผิด เมื่อปฏิบัติผิดย่อมได้รับผลเป็นทุกข์ เดือดร้อน เสียหายในหลาย ๆ เรื่อง ดังนั้น ในการที่จะตัดสินใจเชื่อเรื่องอะไร หรือเชื่อใคร โดยไม่ต้องเสียใจภายหลัง จำเป็นต้องนำหลักควรเชื่ออย่างไร ๓ ประการ มาช่วยพิสูจน์ทราบด้วยทุกครั้ง ได้แก่
๑. พิจารณาให้ทราบชัดด้วยสติปัญญาตนเองว่า ถ้าเชื่อแล้วฉลาดขึ้นหรือไม่ ถูกหลอกหรือเปล่า
๒. หากเกินสติปัญญาให้อาศัยทัศนะผู้รู้ประกอบการตัดสินใจว่า ผู้รู้สนับสนุนให้เชื่อ หรือคัดค้าน
๓. ให้ดูจากผลการปฏิบัติว่าให้ผลดีหรือเสีย เป็นสุขหรือเป็นทุกข์ เพราะความผิดพลาดหรือถูกต้องของคนอื่นถือเป็นประสบการณ์โดยอ้อมของเรา
มีข้อควรคิดว่า ในบรรดาพุทธธรรมคำสอน หากมีคุณธรรมข้อศรัทธาคือ ความเชื่ออยู่ในหลักธรรมคำสอนหมวดใด ในหลักธรรมคำสอนหมวดนั้นจะมีคุณธรรมข้อปัญญาคือ การพิจารณาด้วยเหตุผลกำกับอยู่ด้วยเสมอ เพื่อให้เป็นธรรมสนับสนุนศรัทธาว่า อย่าเชื่ออะไร หรืออย่าเชื่อใคร แต่จงเชื่ออย่างไร เพื่อจะได้ไม่เชื่อผิด ปฏิบัติผิด ทำให้ชีวิตเกิดอัปมงคลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ จัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่าง ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗
ฐานทัพเรือกรุงเทพ
กำหนดจัดงานจำหน่ายสินค้าราคาถูก เพื่อบริการให้กับกำลงพลและครอบครัว
ตลอดจนประชาชนทั่วไป ณ บริเวณภายในสนามฝึกหัดกอล์ฟ ด้านหลังกองกิจการพิเศษ
ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๗ ตั้งแต่เวลา
๑๖.๐๐ น. - ๒๑.๐๐ น. ภายในงานมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาด
เช่น ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องหนัง และอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูก ได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงานราชการและบุคคลทั่วไป ร่วมซื้อสินค้าราคาถูก ได้ตาม วัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สำหรับผู้ที่สนใจและประสงค์จะเป็นผู้ประกอบการจำหน่ายสินค้า สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองกิจการพิเศษ ฐานทัพเรือกรุงเทพ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๔๗ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ
สามสมอสมาคม
กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม
ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔
สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง
ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ,
ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคมเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคมเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"จิตใจและความประพฤติที่สะอาดและมีระเบียบ
เป็นรากฐานสำคัญของชีวิตจิตใจทั้งความประพฤติ ดังนั้นใช่จะเกิดมีขึ้นเองได้
หากแต่จำเป็นต้องฝึกหัดอบรมและสนับสนุนส่งเสริมกันอย่างจริงจังสม่ำเสมอ
นับตั้งแต่บุคคลเกิด ดังที่มนุษย์ไม่ว่าชาติใดภาษาใด ได้เฝ้าพยายามกระทำสืบต่อกันมาทุกยุคทุกสมัย
ทั้งเพื่อให้สามารถรักษาตัวและมีความสุข ความสำเร็จในการครองชีวิต
ทั้งให้สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ด้วยความผาสุกสงบ"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่านในพิธีเปิดการสัมมนาของสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย เรื่อง การพัฒนาสังคมในด้านศีลธรรมและจิตใจ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๑๖
วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "ฉันเป็นกำนัน"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ฉันเป็นกำนัน"
ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านด้วยกันให้เป็นกำนัน แกรู้สึกปลื้มในตำแหน่งใหม่ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใฝ่ฝันมานานแล้ว ตกบ่ายหลังจากประชุม แกก็รีบกลับบ้านพร้อมทั้งชุดกำนันเต็มยศอย่างครึ้มอกครึ้มใจและมีความสุข ระหว่างทางแวะซื้อช้อนส้อมคู่หนึ่งด้วย คิดว่า เป็นกำนันแล้ว จะเปิบข้าวด้วยมือเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ เสียชื่อเสียงกำนันหมด พอไปถึงบ้านก็เดินเข้าบ้านทั้งที่สวมรองเท้าอยู่ ฝ่ายภรรยาเห็นเข้าก็นึกสงสัยว่า สามีเป็นอะไรไปในวันนี้ ดูครึ้มอกครึ้มใจผิดปกติ จึงถามว่า พี่เป็นอะไรวันนี้ดูสดชื่นชอบกล แกจึงตอบว่า ฉันเป็นกำนันแล้วจ้ะ พูดพลางก็ชี้ให้ดูเครื่องหมายที่บ่า ภรรยาพอทราบว่าสามีได้เป็นกำนันแล้วก็ยิ้มด้วยความยินดี รีบเข้าครัวไปจัดเตรียมอาหารเป็นพิเศษ แล้วเรียกสามีและลูกมากินข้าวตามปกติ กำนันใหม่ได้ยินดังนั้น ก็รีบโบกมือร้องบอกภรรยาว่า ไม่ได้ ไม่ได้ พวกเธอเป็นลูกบ้านจะมากินข้าวร่วมกับกำนันไม่ได้ แล้วแกก็ควักช้อนส้อมในกระเป๋าออกมาตักอาหารกิน อย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้ภรรยาและลูกมองหน้ากันอย่างงงๆ พอค่ำ แกก็ลุกขึ้นยืดแข้งยืดขาเพราะนั่งนานจนเป็นตะคริว เผอิญเท้าเหยียบกระดานพลาดล้มทั้งยืน ทุกคนได้ยินเสียงโครมก็ตกใจรีบออกไปดู ลูกคนหนึ่งร้องถามว่า เป็นอะไรพ่อ แกตอบว่า ก็เป็นกำนันนะซิ ถามได้ พลางกระย่องกระแย่งลุกขึ้นยืนไม่พูดไม่จากับใคร ตกดึกภรรยาจึงเข้าไปในเรือนกางมุ้งให้ลูก ๆ ตนเองก็ก้างมุ้งที่มุมหนึ่งแล้วเข้านอน ส่วนกำนันรู้สึกง่วงเต็มทน จึงค่อยคลานไปที่มุ้งภรรยา ภรรยาก็ร้องออกมาดัง ๆ ว่า ไม่ได้ ไม่ได้ กำนันจะมานอนกับลูกบ้านไม่ได้ ในที่สุดกำนันก็จำต้องนอนนอกมุ้ง ถูกยุงกัดและหนาวสั่นทั้งคืนถึงขนาดรำพึงกับตัวเองว่า เออหนอ เป็นกำนันนี่มันทรมานเสียจริง
จากเรื่องราวข้างต้นทำให้ได้แง่คิดว่า ยศตำแหน่งล้วนเป็นเรื่องสมมติ แม้เป็นโลกธรรมฝ่ายดีที่น่าพึงปรารถนา แต่ยศตำแหน่งก็สามารถให้โทษได้เหมือนกัน เพราะทำให้คนเมาได้ ทั้งทำให้เสียคนหนักกว่า เมาสุรา เพราะเมาสุราอย่างมากก็ชั่วข้ามวันหรือข้ามคืนเท่านั้น แต่เมายศตำแหน่งเมาข้ามเดือนข้ามปี เพราะฉะนั้น พระท่านจึงสอนว่า ได้ยศได้ตำแหน่งแล้วไม่ควรเมายศเมาตำแหน่ง ควรตั้งสติให้ดี ไม่เห่อ ไม่ยินดีจนออกนอกหน้า พยายามสอนใจตัวเองว่า ยศตำแหน่งเป็นโลกธรรม เปลี่ยนแปรได้เสมอ จะได้ไม่เสียใจเมื่อยามที่พลาดจากยศหรือหลุดจากตำแหน่งนั่นเอง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งได้รับการคัดเลือกจากผู้ใหญ่บ้านด้วยกันให้เป็นกำนัน แกรู้สึกปลื้มในตำแหน่งใหม่ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ใฝ่ฝันมานานแล้ว ตกบ่ายหลังจากประชุม แกก็รีบกลับบ้านพร้อมทั้งชุดกำนันเต็มยศอย่างครึ้มอกครึ้มใจและมีความสุข ระหว่างทางแวะซื้อช้อนส้อมคู่หนึ่งด้วย คิดว่า เป็นกำนันแล้ว จะเปิบข้าวด้วยมือเหมือนเมื่อก่อนคงไม่ได้ เสียชื่อเสียงกำนันหมด พอไปถึงบ้านก็เดินเข้าบ้านทั้งที่สวมรองเท้าอยู่ ฝ่ายภรรยาเห็นเข้าก็นึกสงสัยว่า สามีเป็นอะไรไปในวันนี้ ดูครึ้มอกครึ้มใจผิดปกติ จึงถามว่า พี่เป็นอะไรวันนี้ดูสดชื่นชอบกล แกจึงตอบว่า ฉันเป็นกำนันแล้วจ้ะ พูดพลางก็ชี้ให้ดูเครื่องหมายที่บ่า ภรรยาพอทราบว่าสามีได้เป็นกำนันแล้วก็ยิ้มด้วยความยินดี รีบเข้าครัวไปจัดเตรียมอาหารเป็นพิเศษ แล้วเรียกสามีและลูกมากินข้าวตามปกติ กำนันใหม่ได้ยินดังนั้น ก็รีบโบกมือร้องบอกภรรยาว่า ไม่ได้ ไม่ได้ พวกเธอเป็นลูกบ้านจะมากินข้าวร่วมกับกำนันไม่ได้ แล้วแกก็ควักช้อนส้อมในกระเป๋าออกมาตักอาหารกิน อย่างเอร็ดอร่อย ปล่อยให้ภรรยาและลูกมองหน้ากันอย่างงงๆ พอค่ำ แกก็ลุกขึ้นยืดแข้งยืดขาเพราะนั่งนานจนเป็นตะคริว เผอิญเท้าเหยียบกระดานพลาดล้มทั้งยืน ทุกคนได้ยินเสียงโครมก็ตกใจรีบออกไปดู ลูกคนหนึ่งร้องถามว่า เป็นอะไรพ่อ แกตอบว่า ก็เป็นกำนันนะซิ ถามได้ พลางกระย่องกระแย่งลุกขึ้นยืนไม่พูดไม่จากับใคร ตกดึกภรรยาจึงเข้าไปในเรือนกางมุ้งให้ลูก ๆ ตนเองก็ก้างมุ้งที่มุมหนึ่งแล้วเข้านอน ส่วนกำนันรู้สึกง่วงเต็มทน จึงค่อยคลานไปที่มุ้งภรรยา ภรรยาก็ร้องออกมาดัง ๆ ว่า ไม่ได้ ไม่ได้ กำนันจะมานอนกับลูกบ้านไม่ได้ ในที่สุดกำนันก็จำต้องนอนนอกมุ้ง ถูกยุงกัดและหนาวสั่นทั้งคืนถึงขนาดรำพึงกับตัวเองว่า เออหนอ เป็นกำนันนี่มันทรมานเสียจริง
จากเรื่องราวข้างต้นทำให้ได้แง่คิดว่า ยศตำแหน่งล้วนเป็นเรื่องสมมติ แม้เป็นโลกธรรมฝ่ายดีที่น่าพึงปรารถนา แต่ยศตำแหน่งก็สามารถให้โทษได้เหมือนกัน เพราะทำให้คนเมาได้ ทั้งทำให้เสียคนหนักกว่า เมาสุรา เพราะเมาสุราอย่างมากก็ชั่วข้ามวันหรือข้ามคืนเท่านั้น แต่เมายศตำแหน่งเมาข้ามเดือนข้ามปี เพราะฉะนั้น พระท่านจึงสอนว่า ได้ยศได้ตำแหน่งแล้วไม่ควรเมายศเมาตำแหน่ง ควรตั้งสติให้ดี ไม่เห่อ ไม่ยินดีจนออกนอกหน้า พยายามสอนใจตัวเองว่า ยศตำแหน่งเป็นโลกธรรม เปลี่ยนแปรได้เสมอ จะได้ไม่เสียใจเมื่อยามที่พลาดจากยศหรือหลุดจากตำแหน่งนั่นเอง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
อนุมัติให้ทหารเรือหญิงและลูกจ้างหญิงใช้กระโปรงแบบมีห่วง ๔ ห่วง ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม
๒๕๕๗ เป็นต้นไป
กองทัพเรืออนุมัติให้ทหารเรือหญิงและลูกจ้างหญิงใช้กระโปรงแบบมีห่วง
จำนวน ๔ ห่วง บริเวณขอบกระโปรงโดยพร้อมเพรียงกัน ทั้งนี้
เพื่อให้คาดเข็ดขัดได้โดยเข็มขัดจะไม่หลุดออกจากขอบกระโปรง
เช่นเดียวกับเหล่าทัพอื่น
จึงขอแจ้งให้ทหารเรือหญิงและลูกจ้างหญิง ทราบและปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน
(ที่มา : กพ.ทร.)
จึงขอแจ้งให้ทหารเรือหญิงและลูกจ้างหญิง ทราบและปฏิบัติโดยพร้อมเพรียงกัน
(ที่มา : กพ.ทร.)
จีนแสดงความกังวลกรณีที่เวียดนามให้เจ้าหน้าที่ของเรือตรวจการณ์ประมงสามารถพกอาวุธปืน
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์ China Daily รายงานว่า นายอี้ เซียนเหลียง
รองอธิบดีกรมกิจการมหาสมุทรและชายแดน
กระทรวงการต่างประเทศจีน
แสดงความกังวลต่อกรณีที่เวียดนามแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายและระเบียบเกี่ยวกับ
อาวุธเพื่ออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ของเรือตรวจการณ์ประมงสามารถพกอาวุธปืนได้
ตั้งแต่วันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๕๗
โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน
ซึ่งจีนมีจุดยืนในการต่อต้านการใช้กำลัง
ก่อนการใช้กฎหมาย อนึ่ง
เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๗
เวียดนามลงนามความตกลงที่ญี่ปุ่นจะให้เรือที่ใช้แล้วจำนวน
๖ ลำ มูลค่า ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
เพื่อปรับปรุงศักยภาพทางทะเลแก่เวียดนาม
(ที่มา : ขว.ทร.)
กองทัพเรือ จัดโครงการสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนของกองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ ใน ๑๙ - ๒๒ สิงหาคม นี้
กองทัพเรือ
กำหนดจัดโครงการสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนของกองทัพเรือ
ประจำปี
๒๕๕๗ ระหว่างวันที่ ๑๙ ถึง ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ณ
หน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ฐานทัพเรือสัตหีบ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง
โดยมีกลุ่มผู้นำมวลชนในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือในแต่ละ
ภูมิภาคเข้าร่วมโครงการ
ได้แก่ กองเรือยุทธการ ทัพเรือภาคที่ ๑, ทัพเรือภาคที่
๒, ทัพเรือภาคที่
๓, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน,
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง,
ฐานทัพเรือสัตหีบ,
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด,
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง,
และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
การจัดโครงการสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการขยายเครือข่ายและสานความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้นำมวลชนต่าง ๆ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งผู้นำของกลุ่มประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ เพื่อทำให้ผู้นำมวลชนเกิดความรู้สึกและมีทัศนคติที่ดี มีความเชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจต่อกองทัพเรือ ตลอดจนเป็นพันธมิตรและเป็นกำลังสำคัญที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือในสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
การจัดโครงการสานสัมพันธ์กลุ่มผู้นำมวลชนของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการขยายเครือข่ายและสานความสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มผู้นำมวลชนต่าง ๆ ทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งผู้นำของกลุ่มประชาชนในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ เพื่อทำให้ผู้นำมวลชนเกิดความรู้สึกและมีทัศนคติที่ดี มีความเชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจต่อกองทัพเรือ ตลอดจนเป็นพันธมิตรและเป็นกำลังสำคัญที่จะสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือในสถานการณ์ต่าง ๆ อีกทั้งเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืนต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
โรงเรียนนายเรือ ขอเชิญร่วมงานนายเรือวิชาการ '๕๗ ใน ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗
โรงเรียนนายเรือ
กำหนดจัดงาน "นายเรือวิชาการ ๕๗" และนิทรรศการการจัดการความรู้
โรงเรียนนายเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ "Knowledge Shopping
2014" ณ หอประชุมภูติอนันต์ และห้องอเนกประสงค์ กองบัญชาการ
โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่
๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น.
การจัดงาน "นายเรือวิชาการ ๕๗" เป็นการจัดงานนายเรือวิชาการ ครั้งที่ ๒ ของโรงเรียนนายเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานทางด้านวิชาการของคณาจารย์ โรงเรียนนายเรือ และหน่วยงาน/สถาบันต่าง ๆ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้คณะอาจารย์ และนักเรียนนายเรือสามารถนำความรู้ไปใช้ในการบูรณาการการเรียนรู้ด้าน วิชาการเรียนและการสอน รวมทั้งการวิจัยในการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือและประเทศชาติ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้นักวิชาการและนักวิจัยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด เห็นประสบการณ์ องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ ๆ จากสถาบันต่าง ๆ ร่วมกัน
สำหรับรูปแบบการจัดงานจะเป็นการนำเสนอผลงานวิชาการทางด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านวิศวกรรม-ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมาแสดงโดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย สาธิตผลงานวิจัยเรื่อง "การควบคุมยานดำน้ำระยะไกล", ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "กองทัพเรือกับเรือดำน้ำ" โดยผู้บัญชาการทหารเรือ, การแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการของคณาจารย์โรงเรียนนายเรือและสถาบันต่าง ๆ, การนำเสนอผลงานวิจัยบนเวที โดยนักวิจัยจากโรงเรียนนายเรือ และสถาบันต่าง ๆ, การแสดงนิทรรศการการจัดการความรู้
ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานนิทรรศการ "นายเรือวิชาการ ๕๗" ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๗๔๕๗, ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๘๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๘๔ หรือ www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
การจัดงาน "นายเรือวิชาการ ๕๗" เป็นการจัดงานนายเรือวิชาการ ครั้งที่ ๒ ของโรงเรียนนายเรือ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอผลงานทางด้านวิชาการของคณาจารย์ โรงเรียนนายเรือ และหน่วยงาน/สถาบันต่าง ๆ ซึ่งการจัดงานดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสให้คณะอาจารย์ และนักเรียนนายเรือสามารถนำความรู้ไปใช้ในการบูรณาการการเรียนรู้ด้าน วิชาการเรียนและการสอน รวมทั้งการวิจัยในการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือและประเทศชาติ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมให้นักวิชาการและนักวิจัยได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิด เห็นประสบการณ์ องค์ความรู้ และนวัตกรรมใหม่ ๆ จากสถาบันต่าง ๆ ร่วมกัน
สำหรับรูปแบบการจัดงานจะเป็นการนำเสนอผลงานวิชาการทางด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านวิศวกรรม-ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์และสิ่งประดิษฐ์ ผลิตภัณฑ์ และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่น่าสนใจมาแสดงโดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย สาธิตผลงานวิจัยเรื่อง "การควบคุมยานดำน้ำระยะไกล", ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "กองทัพเรือกับเรือดำน้ำ" โดยผู้บัญชาการทหารเรือ, การแสดงนิทรรศการผลงานวิจัยและผลงานทางวิชาการของคณาจารย์โรงเรียนนายเรือและสถาบันต่าง ๆ, การนำเสนอผลงานวิจัยบนเวที โดยนักวิจัยจากโรงเรียนนายเรือ และสถาบันต่าง ๆ, การแสดงนิทรรศการการจัดการความรู้
ขอเชิญผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานนิทรรศการ "นายเรือวิชาการ ๕๗" ได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๗๔๕๗, ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๘๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๘๔ หรือ www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ความรู้ในวิชาการ
เป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้สามารถฟันฝ่าอุปสรรคได้ และทำให้เป็นคนที่มีเกียรติ
เป็นคนที่สามารถ เป็นคนที่มีความพอใจได้ในตัวว่า ทำประโยชน์แก่ตนเองและแก่ส่วนรวม
นอกจากวิชาความรู้ ก็จะต้องฝึกฝนในสิ่งที่ตัวต้องปฏิบัติให้สอดคล้องกับสังคม
สอดคล้องกับสมัยและสอดคล้องกับศีลธรรมที่ดีงาม ถ้าได้ทั้งวิชาการ
ทั้งความรู้รอบตัว และความรู้ในชีวิต ก็จะทำให้เป็นคนที่ครบคน
ที่จะภูมิใจได้"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันปิดภาคเรียนของโรงเรียนจิตรลดา ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๕
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในโอกาสวันปิดภาคเรียนของโรงเรียนจิตรลดา ๒๕ มีนาคม ๒๕๑๕
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











