วันศุกร์ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2556

กองทัพเรือ กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ณ วัดชิโนรสาราม ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

กองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๕๖ ไปทอดถวาย ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์
           วัดชิโนรสาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมอญฝั่งเหนือ ใกล้พระราชวังนันทอุทยาน สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓ และเมื่อการก่อสร้างปฏิสังขรณ์สำเร็จบริบูรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงสร้างวัด ทรงขนามนามว่า วัดชิโนรสาราม ภายในวัดมีถาวรวัตถุและสิ่งสำคัญประกอบด้วย พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ๑ องค์ พระอัครสาวก ๒ องค์ พระพุทธรูปยืนสูง ๓ ศอกบ้าง ๔ ศอกบ้าง จำนวน ๗ องค์ นอกจากนั้นภายในพระอารามยังมีสิ่งที่นับว่าเป็นปูชนียสถานสำคัญคือ พระเจดีย์ใหญ่ ๒ องค์ พระเจดีย์ไม้ ๑๒ ทรงเครื่อง ๔ องค์ พระปรางค์ ๒ องค์ เป็นต้น เมื่อได้ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัตถุสิ่งใดในวัดนี้ ก็โปรดให้ช่างปั้นหรือเขียนเป็นรูปนาคไว้ทั่ว เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ตรงกับพระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าวาสุกรีของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส นอกจากนี้ โปรดให้ปั้นพระมหามงกุฎลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นส่วนใหญ่ เครื่องหมายเหล่านี้ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
           อานิสงส์ของการทอดกฐิน เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระพุทธบัญญัติ เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง และเป็นการสืบต่อประเพณีกฐินทานมิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งการทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลใดโดยเฉพาะ เป็นลักษณะสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่ามีผลานิสงส์มาก และการร่วมบำเพ็ญกุศลกฐินทานเป็น "กาลทาน" คือ เป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนดจึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ การทอดกฐินส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมซึ่งเป็นผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้ทางหนึ่ง
           ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาร่วมกุศลครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคเงินได้ที่
          - กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๕๑, ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗
         - โอนเงินหรือเช็คสั่งจ่ายธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๖๖๑๓ - ๘ ชื่อบัญชี "พระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ"
         - ธนาณัติสั่งจ่าย ปณ.บางกอกใหญ่ ๑๐๖๐๐ ในนาม กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
         - วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๒ ๐๕๒๓ หรือ ๐๘๑ ๙๒๐ ๖๙๑๔
(ที่มา :คณะกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินฯ)

กองทัพเรือ ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ แก้ปัญหาอุทกภัย

 ตามที่ได้เกิดอุทกภัยขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ในการนี้ พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือและผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้หน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ เตรียมความพร้อม ทั้งกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาในพื้นที่ต่าง ๆ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์แก่พี่น้องประชาชนได้อย่างทันท่วงที
        ในส่วนของการป้องกันอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้น ผู้บัญชาการทหารเรือ จึงได้สั่งการให้กรมอู่ทหารเรือ จัดเตรียมเครื่องผลักดันน้ำ และนำไปติดตั้งตามที่คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) ขอรับการสนับสนุน จำนวน ๒๔ เครื่อง พร้อมทั้งจัดกำลังพลเฝ้าประจำตามจุดต่าง ๆ จำนวน ๑๐ จุด ดังนี้
         ๑. จังหวัดปราจีนบุรี ๒ จุด จำนวน ๘ เครื่อง แยกเป็น ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน ๕ เครื่อง และตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี จำนวน ๓ เครื่อง
         ๒. คลองบางเขน ๖ จุด จำนวน ๑๒ เครื่อง แยกเป็น บริเวณติดถนวิภาวดี(ฝั่งตะวันตก) จำนวน ๒ เครื่อง, บริเวณติดถนนวิภาวดี (ฝั่งตะวันออก) จำนวน ๒ เครื่อง, บริเวณติดคลองเปรมประชากร จำนวน ๒ เครื่อง, บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันออก) จำนวน ๒ เครื่อง, บริเวณติดคลองประปา (ฝั่งตะวันตก) จำนวน ๒ เครื่อง และ บริเวณใต้ทางด่วนขั้นที่ ๒ จำนวน ๒ เครื่อง
          ๓. คลองทวีวัฒนา ๑ จุด บริเวณสะพานถนนเพชรเกษม จำนวน ๒ เครื่อง
          ๔. คลองพระยาราชมนตรี ๑ จุด บริเวณวัดนิมานรดี ติดคลองภาษีเจริญ จำนวน ๒ เครื่อง
ทั้งนี้ เครื่องผลักดันน้ำของกองทัพเรือมี ๓ ขนาด คือ ขนาด ๓๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๑๕๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วัน ขนาด ๒๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๑๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วัน ขนาด ๑๒๐ แรงม้า ผลักดันน้ำได้ ๓๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร/วัน
           นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมจัดส่งเครื่องผลักดันน้ำเพิ่มเติมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ที่ขอรับความช่วยเหลือมายังกองทัพเรือ สามารถร้องขอความช่วยเหลือได้ที่ สายด่วนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ ๑๖๙๖ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : สลก.ทร.)

ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีอำลาชีวิตการรับราชการของผู้ครบเกษียณอายุ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖

วันนี้ (๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๖.๓๐ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศเกียรติคุณพร้อมของที่ระลึกให้แก่ผู้เกษียณอายุ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ และผู้ที่ขอลาออกจากราชการตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดตามมติคณะ กรรมการข้าราชการทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนคุณงามความดีของผู้ครบเกษียณอายุราชการที่ได้อุทิศกำลังกายกำลัง ใจปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเต็มกำลังสติปัญญาและความสามารถ เป็นผลให้กองทัพเรือมีความเจริญก้าวหน้าและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีผู้ครบเกษียณอายุราชการ จำนวน ๕๕๖ นาย เป็นนายทหารสัญญาบัตรชั้นนายพลเรือ ๕๓ นาย ต่ำกว่าชั้นนายพลเรือและลูกจ้าง ๕๐๓ นาย และผู้ที่ขอลาออกจากราชการก่อนกำหนด ฯ จำนวน ๒๖ นาย รวมจำนวน ๕๘๒ นาย (ที่มา : กพ.ทร.)

ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบของที่ระลึกให้กับนายทหารชั้นนายพลเรือที่ครบเกษียณอายุราชการ

วันนี้ (๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๔.๓๐ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบของที่ระลึกให้กับนายทหารชั้นนายพลเรือที่ครบเกษียณอายุ ราชการ ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในการนี้ พลเรือเอก ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้กล่าวสดุดีผู้บัญชาการทหารเรือที่ได้แสดงความสามารถในการเป็นผู้นำในการ บังคับบัญชาตลอดชีวิตการรับราชการและมีคุณค่ายิ่งสำหรับกองทัพเรือ พร้อมมอบของที่ระลึกให้ผู้บัญชาการทหารเรือ ในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : สลก.ทร.)

รองผู้บัญชาการทหารเรือ เข้าเฝ้า ฯ ทูลเกล้า ฯ ถวายเงินรายได้จากการออกร้านกองทัพเรือฯ

วันนี้ (๒๗ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๕.๐๐ น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารีพระราชทานพระราชวโรกาสให้ พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ นำคณะกรรมการอำนวยการออกร้านกองทัพเรือในงานกาชาด ประจำปี ๒๕๕๖ เฝ้าทูลละอองพระบาท ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเงินรายได้จากการออกร้านกองทัพเรือในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๖ จำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา (ที่มา : สลก.ทร.)

วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2556

ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานเลี้ยงเทิดเกียรติในโอกาสที่เกษียณอายุราชการ

ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมงานเลี้ยงเทิดเกียรติในโอกาสที่เกษียณอายุราชการ ณ กองบัญชาการกองทัพไทย
วันนี้ (๒๖ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๘.๔๕ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วย คุณพรจิตร์ หรุ่นเริงรมย์ ภริยา ร่วมงานเลี้ยง เทิดเกียรติ เนื่องในโอกาสที่เกษียณอายุโดยกองบัญชาการกองทัพไทยจัดให้แก่ ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารบก และรองผู้บัญชาการทหารอากาศ ณ ห้องนเรศวรกองบัญชาการกองทัพไทย เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ โดย พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นประธาน ฯ ในการนี้ พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองผู้บัญชาการทหารเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่สังกัดกองทัพเรือ พร้อมภริยา ร่วมในงานเลี้ยง ฯ (ที่มา : สลก.ทร.)

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธีให้โอวาทกำลังพล

ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นประธานในพิธีให้โอวาทกำลังพลที่จะเดินทางไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
วันนี้ (๒๖ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีให้โอวาทกำลังพลที่จะเดินทางไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ณ สนามหน้า กองบัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพลที่จะไปปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้ ซึ่งประกอบกำลังจาก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง กรมสรรพาวุธทหารเรือ กรมแพทย์ทหารเรือ และกรมการขนส่งทหารเรือ จะทำการเคลื่อนย้ายเพื่อไปผลัดเปลี่ยนกำลังโดยทางเรือจากท่าเรือแหลมเทียน การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ ไปยังหาดบ้านทอน จังหวัดนราธิวาส และฐานทัพเรือสงขลา ทัพเรือภาคที่ ๒ (ที่มา : สลก.ทร.)

กองทัพเรือ กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ณ วัดชิโนรสาราม

กองทัพเรือ กำหนดถวายผ้าพระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ ณ วัดชิโนรสาราม ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
กองทัพเรือ ได้ขอพระราชทานผ้าพระกฐิน ประจำปี ๒๕๕๖ ไปทอดถวาย ณ วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนบูรณปฏิสังขรณ์
       วัดชิโนรสาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ริมคลองมอญฝั่งเหนือ ใกล้พระราชวังนันทอุทยาน สร้างขึ้นในรัชกาลที่ ๓ และเมื่อการก่อสร้างปฏิสังขรณ์สำเร็จบริบูรณ์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผู้ทรงสร้างวัด ทรงขนามนามว่า วัดชิโนรสาราม ภายในวัดมีถาวรวัตถุและสิ่งสำคัญประกอบด้วย พระประธานในพระอุโบสถ ปางมารวิชัย ๑ องค์ พระอัครสาวก ๒ องค์ พระพุทธรูปยืนสูง ๓ ศอกบ้าง ๔ ศอกบ้าง จำนวน ๗ องค์ นอกจากนั้นภายในพระอารามยังมีสิ่งที่นับว่าเป็นปูชนียสถานสำคัญคือ พระเจดีย์ใหญ่ ๒ องค์ พระเจดีย์ไม้ ๑๒ ทรงเครื่อง ๔ องค์ พระปรางค์ ๒ องค์ เป็นต้น เมื่อได้ทรงสร้างหรือปฏิสังขรณ์วัตถุสิ่งใดในวัดนี้ ก็โปรดให้ช่างปั้นหรือเขียนเป็นรูปนาคไว้ทั่ว เพื่อเป็นเครื่องหมายให้ตรงกับพระนามเดิม คือ พระองค์เจ้าวาสุกรีของ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส นอกจากนี้ โปรดให้ปั้นพระมหามงกุฎลงรักปิดทองไว้เหนือเรือนแก้วหลังพระประธานในพระอุโบสถ เพื่อเป็นเครื่องหมายว่า พระองค์ได้ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์วัดนี้เป็นส่วนใหญ่ เครื่องหมายเหล่านี้ยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้
         อานิสงค์ของการทอดกฐิน เป็นการสงเคราะห์พระภิกษุที่จำพรรษาครบไตรมาสให้ได้รับอานิสงส์ตามพระพุทธบัญญัติ เป็นการเทิดทูนพระพุทธบัญญัติเรื่องกฐินให้คงอยู่สืบไป นับได้ว่าบูชาพระพุทธศาสนาด้วยการปฏิบัติบูชาส่วนหนึ่ง และเป็นการสืบต่อประเพณีกฐินทานมิให้เสื่อมสลายไปจากวัฒนธรรมประเพณีของคนไทย ซึ่งการทอดกฐินเป็นการถวายทานโดยมิเจาะจงบุคคลใดโดยเฉพาะ เป็นลักษณะสังฆทาน ที่พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่ามีผลานิสงส์มาก และการร่วมบำเพ็ญกุศลกฐินทานเป็น "กาลทาน" คือ เป็นทานที่ถวายได้ภายในเวลาที่มีพระพุทธานุญาตกำหนดจึงมีอานิสงส์เป็นพิเศษ นอกจากนี้ การทอดกฐินส่วนใหญ่เป็นการร่วมมือร่วมใจกันระหว่างคนจำนวนมากเพื่อสร้างความดีงาม จึงเป็นการเสริมสร้างพลังสามัคคีขึ้นในสังคมซึ่งเป็นผลให้เกิดความเจริญก้าวหน้าได้ทางหนึ่ง
          ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ และครอบครัว ตลอดจนประชาชนทั่วไปผู้มีจิตศรัทธาร่วมกุศลครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคเงินได้ที่
          - กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒, ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๕๑, ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗
          - โอนเงินหรือเช็คสั่งจ่ายธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๖๖๑๓ - ๘ ชื่อบัญชี "พระกฐินพระราชทานกองทัพเรือ"
           - ธนาณัติสั่งจ่าย ปณ.บางกอกใหญ่ ๑๐๖๐๐ ในนาม กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐
          - วัดชิโนรสาราม วรวิหาร แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๑๒ ๐๕๒๓ หรือ ๐๘๑ ๙๒๐ ๖๙๑๔
(ที่มา :คณะกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินฯ)

จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบเรือบรรทุกเครื่องบิน Liaoning


จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบเรือบรรทุกเครื่องบิน Liaoning 
 เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๕๖ สำนักข่าวซินหัว รายงานว่า จีนประสบความสำเร็จในการทดสอบเรือบรรทุกเครื่องบิน Liaoning โดยกลับถึงท่าเรือชิงเต่า มณฑลชานตงแล้ว หลังจากออกทดสอบทางทะเลและทดสอบปฏิบัติการต่างๆ รวมถึงการขึ้น-ลงของเครื่องบิน J-15 ซึ่งบรรทุกเต็มอัตรากว่า ๑๐๐ ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๖ รวมระยะเวลา ๓ เดือน อนึ่ง การทดสอบครั้งนี้ใช้เวลานานที่สุดและเป็นการทดสอบประสิทธิภาพของเรือบรรทุกเครื่องบินของจีนครั้งใหญ่ที่สุด (ที่มา : ขว.ทร.)

กองเรือยุทธการ รับสมัครข้าราชการเพื่อบรรจุเป็นกำลังพลรับเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ

กองเรือยุทธการ รับสมัครข้าราชการเพื่อบรรจุเป็นกำลังพลรับเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ
กองเรือยุทธการ มีความประสงค์รับสมัครข้าราชการเพื่อบรรจุเป็นกำลังพลรับเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือในตำแหน่งต่าง ๆ ได้แก่ ตำแหน่งต้นหน ๑ อัตรา ต้นกล ๓ อัตรา ช่างกล พันจ่าเอก ๒ อัตรา ช่างกล จ่าเอก ๔ อัตรา พนักงานเรดาร์ ๑ อัตรา พนักงานวิทยุ ๒ อัตรา จ่าเรือ ๑ อัตรา และสหโภชน์ ๓ อัตรา
          สำหรับคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้สมัคร จะต้องเป็นผู้ที่มีความประพฤติดี มีความรู้ ความสามารถในการปฏิบัติราชการ ไม่เคยถูกลงโทษ หรือลงทัณฑ์ทางวินัย จนเป็นเหตุให้เสื่อมเสียต่อหน้าที่ราชการในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ และปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการพิจารณาบรรจุเป็นกำลังพลรับเรือต้องปฏิบัติหน้าที่ในเรือ อย่างน้อย ๑ ปี โดยไม่เรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ เกินกว่าที่กองทัพเรือกำหนด
           ผู้ที่ประสงค์จะสมัครเพื่อบรรจุเป็นกำลังพลรับเรือสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรือ กรุณาแจ้งรายชื่อให้หน่วยต้นสังกัด ส่งให้ กองเรือยุทธการ ทราบ ภายในวันที่ ๔ ตุลาคม ศกนี้ (ที่มา : กร.)

วันพุธที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2556

การแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์ของผู้เกษียณอายุราชการและผู้ที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการฯ

กองบรรณาธิการนาวิกศาสตร์ แจ้งการแจกจ่ายนิตยสารนาวิกศาสตร์สำหรับนายทหารสัญญาบัตรที่ครบเกษียณอายุ ราชการและนายทหารสัญญาบัตรที่ขอลาออกตามโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดใน เดือนกันยายน ๒๕๕๖ โดยจะจัดส่งนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำเดือนตุลาคม - ธันวาคม ๒๕๕๖ ที่หน่วยต้นสังกัดเดิม สำหรับผู้ที่เกษียณอายุราชการ ฯ และผู้ที่ขอลาออกก่อนเกษียณอายุราชการ ฯ ที่มีความประสงค์จะสมัครบอกรับเป็นสมาชิกนิตยสารนาวิกศาสตร์เป็นรายปี ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสมัครรวมค่าจัดส่ง ปีละ ๓๐๐ บาท สามารถสมัครได้ที่ สำนักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๙๘๗, ๕๓๐๗๒ และ ๕๔๙๙๘ (ที่มา : บก.นาวิกศาสตร์)

ขอเชิญร่วมบริจาคเงินเพื่อสมทบ "กองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 กองทัพเรือ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทุนทรัพย์เข้า "กองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่ รับผิดชอบกองทัพเรือ" เพื่อช่วยเหลือครอบครัวของกำลังพลกองทัพเรือที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเกียรติในสังคม ตลอดจนการช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่บุตร - ธิดา ของกำลังพลที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ และให้การช่วยเหลือในเรื่องอื่น ๆ สามารถบริจาคได้ที่ กรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร และ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ถนนมหาราช แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร หรือ โอนเงินเข้าบัญชีของกองทุนฯ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี "เงินกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ" เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๗๐๘๗ - ๒ (ที่มา : สลก.ทร.)