วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดประชุม

กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดประชุม หัวหน้าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองทัพเรือภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ประจำปี ๒๕๕๖ หรือ WPNS Workshop 2013
  กองทัพเรือ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหัวหน้าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองทัพเรือภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ หรือ Western Pacific Naval Symposium (WPNS) Workshop 2013 ระหว่างวันที่ ๒๑ - ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ โรงแรมรอยัลออคิดเซอราตัน แอนด์ทาวเวอร์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยมีกองทัพเรือประเทศสมาชิก (Members) และประเทศสังเกตการณ์(Observers) ในภาคีการประชุมกองทัพเรือภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกแต่ละประเทศ จะจัดส่งคณะผู้แทน เข้าร่วมประชุม
        การประชุมหัวหน้าเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกองทัพเรือภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตก ในครั้งนี้ เป็นการประชุมระดับ Workshop ครั้งที่ ๒๒ มีกองทัพเรือประเภทภาคีการประชุมจำนวนทั้งสิ้น ๒๔ ประเทศโดยแบ่งเป็นประเทศสมาชิกจำนวน ๒๑ ประเทศ ได้แก่ ไทย ออสเตรเลีย แคนนาดา ชิลี ฝรั่งเศส อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น กัมพูชา ตองกา มาเลเซีย บรูไน นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี จีน เปรู ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ สิงคโปร์ รัสเซีย เวียดนาม และสหรัฐอเมริกา ส่วนประเทศสังเกตการณ์มีจำนวน ๓ ประเทศ ได้แก่ บังคลาเทศ อินเดีย และเม็กซิโก ในการนี้ กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการจัดการประชุม มี พลเรือตรี ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เป็นประธานกรรมการอำนวยการ และนาวาเอก ชูศักดิ์ ชูไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ เป็น รองประธานกรรมการอำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายเลขานุการจัดการประชุม โดยมีสาระสำคัญที่กองทัพเรือจะนำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งนี้ได้แก่ แนวคิดริเริ่มการบูรณาการกำลังผสมทางเรือ เพื่อปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการบรรเทาภัยพิบัติ (Maritime Forces Integration Initiative for Humanitarian Assistance and Disaster Relief) (ที่มา : ยศ.ทร.)

ทัพเรือภาคที่ ๓ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ

ทัพเรือภาคที่ ๓ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และคณะ
วันนี้ (๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖) เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือตรี นฤดม ชวนะเสน รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ผู้แทนผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ให้การต้อนรับ พลเรือตรี วินัย กล่อมอินทร์ ผู้บัญชาการหน่วยสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ และคณะ ในโอกาสเดินทางมาเพื่อทดสอบความพร้อมของเรือและยุทโธปกรณ์ของ ชุดปฏิบัติการพิเศษกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ ๓ ในพื้นที่ ทัพเรือภาคที่ ๓ ให้เกิดความพร้อมทางด้านองค์บุคคล องค์วัตถุ และองค์ยุทธวิธี รวมทั้งแก้ไขปรับแต่งอุปกรณ์ในการปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับการปฏิบัติภารกิจในแต่ละพื้นที่ และการรับทราบปัญหา อุปสรรคข้อขัดข้องในการปฏิบัติราชการ พร้อมมอบของที่ระลึก ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ ตำบลวิชิต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต (ที่มา : ทรภ.๓)

กองเรือทุ่นระเบิด จัดกำลังพลเข้าร่วมฝึกและสังเกตการณ์ฝึกผสม

กองเรือทุ่นระเบิด จัดกำลังพลเข้าร่วมฝึกและสังเกตการณ์ฝึกผสม International Mine counter Measures Exercise 2013 ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน
กองทัพเรือ โดย กองเรือทุ่นระเบิด กองเรือยุทธการ จัดกำลังพลเข้าร่วมการฝึกผสม International Mine counter Measures Exercise 2013 (IMCMEX 2013) ณ ราชอาณาจักรบาห์เรน ระหว่างวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ การฝึกผสม IMCMEX 2013 เป็นการฝึกผสมในลักษณะพหุภาคีในสาขาปฏิบัติการสงครามทุ่นระเบิด มีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาการควบคุมบังคับบัญชาและการประสานการปฏิบัติเกี่ยว กับการปฏิบัติการผสมต่อต้านทุ่นระเบิด (Mine Counter Measure : MCM) การปฏิบัติการด้านความมั่นคงทางทะเล (Maritime Security Openration : MSO) และการปฏิบัติการเกี่ยวกับสิ่งก่อสร้างทางทะเล (Maritime Infrastructure Operation : MIP) รวมทั้งเพื่อพัฒนายุทธวิธีและปรับปรุงการปฏิบัติการ่วมกันให้มีประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น (ที่มา : กทบ.กร.)

กองทัพเรือ กำหนดเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖


กองทัพเรือ กำหนดเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖

กองทัพเรือ กำหนดเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ เป็นการเรียกกำลังพลสำรองประเภทนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน และนายทหารประทวนกองหนุน พรรคนาวิกโยธิน สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ประเภทละ ๔๐ นาย ระหว่างวันที่ ๑๙ ถึง ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๖ ณ ศูนย์ฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
         การเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารของกองทัพเรือ มีความมุ่งหมายเพื่อฝึกหรือทบทวนวิชาทหารให้กำลังพลสำรองได้มีความรู้ ความเข้าใจในสายวิทยาการที่สังกัดอยู่และสามารถปฏิบัติงานร่วมกับกำลังพล ประจำการได้อย่างมีประสิทธิภาพ กับได้รับทราบถึงความก้าวหน้าด้านวิชาการและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่กองทัพเรือได้รับและดำเนินการอยู่ รวมทั้งเพื่ออบรมชี้แจงสิทธิ หน้าที่ของกำลังพลสำรอง พร้อมทั้งกระตุ้นเตือน ปลูกจิตสำนึก อุดมการณ์ หน้าที่ของตนในการรับใช้ชาติ ตลอดจนเพื่อสร้างและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกำลังพลประจำการกับกำลังพล สำรอง นอกจากนี้ ยังเป็นการตรวจสอบสถานภาพกำลังพลสำรองของกองทัพเรือให้มีความถูกต้องและทัน สมัยอยู่เสมอ ซึ่งมีการประเมินผลการฝึกอบรมของหัวหน้าสายวิทยาการที่ทำการอบรมเพื่อใช้ เป็นข้อมูลในการพัฒนาปรับปรุงการเรียกพลในครั้งต่อไป และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือที่เกี่ยวข้องกับการเรียกพลเพื่อฝึก วิชาทหารได้มีประสบการณ์ และเข้าใจในกรรมวิธีการดำเนินการแก่กำลังพลสำรองที่เข้ารับการเรียกพลเพื่อ ฝึกวิชาทหาร (ที่มา : กพ.ทร.) 

กองทัพเรือกำหนดการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐ ปี ๒๕๕๖

กองทัพเรือกำหนดการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐ ปี ๒๕๕๖
กองทัพเรือร่วมกับสภากาชาดไทย กำหนดจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐ ในวันที่ ๑๘ และวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ เพื่อนำเงินรายได้ ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่ายทูลเกล้า ฯ ถวาย สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย
         กองทัพเรือ ได้จัดให้มีการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตขึ้นครั้งแรกในปี ๒๕๐๔ ตามพระราชประสงค์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ สภานายิกาสภากาชาดไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารายได้ โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย เพื่อที่จะให้การช่วยเหลือรักษาพยาบาลเพื่อนมนุษย์ ผู้เจ็บป่วย ทั้งมวลให้ได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขตลอดไป นอกจากนี้ยังเป็นการเผยแพร่ดนตรีแนวเพลงคลาสสิกให้เป็นที่แพร่หลายแก่คนทั่ว ไปอีกด้วย
         การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตได้จัดให้มีเป็นประจำทุกปี แต่ได้ว่างเว้นไประหว่างปี ๒๕๑๘ ถึง ๒๕๒๒ เนื่องจากสถานการณ์บ้านเมือง การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตครั้งหลังสุด เป็นการแสดงครั้งที่ ๓๙ เมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๕ ซึ่งกองทัพเรือได้รับความร่วมมือสนับสนุนเป็นอย่างดีจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ บริษัทห้างร้าน และผู้มีจิตกุศลทั้งหลาย รวมทั้งข้าราชการของกองทัพเรือ ในการจัดงานและร่วมบริจาคเงิน
          สำหรับการแสดงกาชาดคอนเสิร์ตในครั้งต่อไปจะเป็นครั้งที่ ๔๐ จัดขึ้น ในวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นวันซ้อมใหญ่ รอบประชาชนทั่วไป และวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ เป็นรอบเสด็จพระราชดำเนิน การแสดงแบ่งเป็น ๒ ภาค โดยภาคแรกอำนวยเพลงโดย นาวาโท ประกอบ มกรพงษ์ มีบทเพลงคลาสสิก ๔ เพลง ได้แก่ Overture Candied, Deep Impression, Canon in D, "Jupiter" from The Planets ส่วนภาคสอง อำนวยเพลงโดย นาวาโท อภิเชษฐ์ พยนต์เลิศ แบ่งเป็น ๔ ตอน ได้แก่ ตอนที่ ๑ "ปฐมบทสามสมอ", ตอนที่ ๒ "เมื่อประดู่บาน", ตอนที่ ๓ "ชมประดู่" และตอนที่ ๔ "น้ำทิพย์แห่งดวงตะวัน" โดยมีนักร้อง รับเชิญ ได้แก่ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ คุณถกลเกียรติ วีรวรรณ คุณรัดเกล้า อามระดิษ คุณนภัทร อินทร์ใจเอื้อ คุณสุวีระ บุญรอด และ จ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ เป็นต้น
           ขอเชิญผู้มีจิตกุศลร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทยได้ที่ กรมการเงินทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทย ชื่อบัญชี "กาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๐" หมายเลข ๑๑๕ - ๒ - ๑๗๒๐๘ - ๔ (ที่มา : สลก.ทร.)

วันศุกร์ที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กรมการขนส่งทหารเรือ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ฯ

กรมการขนส่งทหารเรือ จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับกรมการขนส่งทหารเรือ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ บริเวณลานจอดรถด้านหลัง พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.
         โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
         ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)

พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ฯ

  พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น.
         จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
         กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
         วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
        ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงใกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
        นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
        เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)

พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน ฯ


พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง ประธานคณะ ที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น.
        จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
        กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
         วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
         ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงมกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
        นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
         เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)

กรมการขนส่งทหารเรือ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบฯ

 กรมการขนส่งทหารเรือ จัดทำโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับกรมการขนส่งทหารเรือ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ บริเวณลานจอดรถด้านหลัง พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ระหว่างวันที่ ๒๐ - ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๓๐ น.
         โครงการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อบริการให้กับข้าราชการในกองทัพเรือ โดยให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ทุกระบบ ให้คำแนะนำในการตรวจสภาพรถ ก่อนใช้งาน ระหว่างใช้งาน และหลังใช้งาน แนะนำการขับขี่ปลอดภัย โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ
         ขอเชิญชวนข้าราชการและลูกจ้างสังกัดกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑลที่สนใจเข้าร่วมโครงการ "ขับขี่ปลอดภัย กับ กรมการขนส่งทหารเรือ" และรับบริการได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)

พิธีวางพวงมาลาถวายสักการะและพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์


พลเรือเอก อมรเทพ ณ บางช้าง ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ประจำปี ๒๕๕๖ ณ ฐานทัพเรือกรุงเทพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เวลา ๐๙.๐๐ น.
         จากนั้น เวลา ๑๐.๒๐ น. ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เนื่องในวันอาภากร ณ วิหารน้อย วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
         กองทัพเรือ กำหนดให้วันที่ ๑๙ พฤษภาคม ของทุกปี เป็น "วันอาภากร" เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ที่ได้ทรงวางรากฐานการบริหารงานของกองทัพเรือ ระเบียบ วิธีปฏิบัติต่าง ๆ ภายในกองทัพเรือ จนทำให้กองทัพเรือไทยมีความทันสมัย มีมาตรฐานและเจริญก้าวหน้าทัดเทียมนานาอารยะประเทศมาตราบจนทุกวันนี้
         วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๔๖๖ เป็นวันสิ้นพระชนม์ของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พระราชโอรสองค์ที่ ๒๘ ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ เจ้าจอมมารดาโหมด พระองค์ทรงเป็นที่เคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะเหล่าทหารเรือ ซึ่งเทิดทูนยกย่อง และขนานพระนามว่า "องค์บิดาของทหารเรือไทย" ที่พระองค์ได้ทรงวางรากฐานและเสริมสร้างการทหารเรือไทยให้มีความทันสมัยและเข้มแข็งทัดเทียมกับอารยประเทศ หลังจากที่ทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายเรืออังกฤษ และเดินทางกลับสู่สยาม เมื่อพุทธศักราช ๒๔๔๓
        ตลอดระยะเวลาที่ทรงรับราชการในกระทรวงทหารเรือ พระองค์ทรงตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะพัฒนาและสร้างความมั่นคงเข้มแข็งให้แก่ ราชนาวีไทยในทุก ๆ ด้าน ทรงปลูกฝังจิตวิญญาณและวิชาชีพทหารเรือแก่คนไทย เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในการทหารเรือตามแบบตะวันตก โดยไม่ต้องพึ่งพาชาวต่างชาติเหมือนที่เป็นมาในอดีต พระองค์ทรงนำเรือหลวงใกุฎราชกุมารเดินทางไปอวดธงสยามในน่านน้ำต่างประเทศ ด้วยกำลังพลที่เป็นคนไทยล้วน ๆ เป็นครั้งแรก เมื่อพุทธศักราช ๒๔๕๐ อันแสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถในด้านการทหารเรือของพระองค์อย่างแท้จริง
        นอกจากนี้ ยังทรงมีพระปรีชาสามารถในด้านการแพทย์แผนโบราณ โดยทรงให้การรักษาผู้เจ็บป่วยในระหว่างที่ทรงลาออกจากกระทรวงทหารเรือชั่ว ระยะหนึ่ง พระองค์ทรงกลับเข้ารับราชการอีกครั้งหนึ่งเมื่อพุทธศักราช ๒๔๖๐ ในตำแหน่งจเรทหารเรือและเสนาธิการทหารเรือ ตามลำดับ ในขณะที่ทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ พระองค์ได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความเป็นนักยุทธศาสตร์ด้วยทรงขอพระราชทาน พื้นที่สัตหีบซึ่งมีชัยภูมิเหมาะสมเป็นที่ตั้งฐานทัพเรือ อีกทั้งยังทรงมีพระดำริให้จัดตั้งกำลังอากาศนาวี เพื่อให้มีนาวิกานุภาพที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง ซึ่งกรุณาคุณของพระองค์ยังคงดำรงอยู่มาถึงปัจจุบัน เช่นเดียวกับบทเพลงทหารเรือที่ได้ทรงนิพนธ์ไว้ อาทิ เพลงเดินหน้า เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ ซึ่งยังคงถูกขับขานเพื่อปลุกจิตวิญญาณและความสามัคคีของเหล่าทหารเรือให้ เป็นหนึ่งเดียว ในการอุทิศตนเพื่อปฏิบัติหน้าที่รับใช้ชาติและราชนาวีอย่างเต็มกำลังความ สามารถ
        เนื่องในวันอาภากรในปีนี้ กองทัพเรือขอน้อมรำลึกถึงกรุณาคุณอันยิ่งใหญ่ และขอเทิดพระเกียรติคุณ พร้อมทั้งน้อมจิตอธิฐานอัญเชิญดวงพระวิญญาณของพระองค์ ทรงสถิตเป็นมิ่งมงคลและมิ่งขวัญแก่กำลังพลของกองทัพเรือทุกนาย ซึ่งมุ่งมั่นที่จะอุทิศตนในการสืบสานพระปณิธานของพระองค์ ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ทหารเรืออย่างเต็มกำลังความสามารถ นำความเจริญรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้ามาสู่กองทัพเรือ ดำรงไว้ซึ่งภารกิจในการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้มั่นคงสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)

กองทัพเรือ ขอเชิญชวนกำลังพลร่วมงานและร่วมส่งพระเครื่องฯ


กองทัพเรือ ขอเชิญชวนกำลังพลร่วมส่งพระเครื่องพระบูชา เหรียญคณาจารย์และเหรียญที่ระลึกเข้าประกวด ในงานมหกรรมประกวดพระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ชิงถ้วยประทาน พระเจ้า วรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร โดยมีรายการประกวดกว่า ๒,๐๐๐ รายการ ทั้งนี้ ผู้ชนะเลิศในการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง ฯ รางวัลชนะเลิศประเภทยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับถ้วยรางวัลประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ พร้อมรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นสปาร์ค 115i จำนวน ๑ คัน รางวัลชนะเลิศประเภทการอนุรักษ์พระยอดนิยม ได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเรือดำน้ำจำลอง พร้อมโทรทัศน์สี โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว ๑ เครื่อง และรางวัลชนะเลิศประเภทการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติยศรองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นพังงาจำลอง พร้อมโทรทัศน์สี โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว ๑ เครื่อง สำหรับผู้ชนะแต่ละรายการจะได้รับ "หนังสือพระเกจิอาจารย์ของเสด็จในกรม ฯ" และพิสูจน์ความแท้ของพระฯ
          สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๓ ๐๕๗ ๘๒๐๗ หรือหมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๘๑๙๘ (ที่มา : ฝ่ายเลขานุการ ฯ และ สนง.ผช.เสธ.ทร.ฝกร.)

๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ขอเชิญร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อฯ


กองทัพเรือ ขอเชิญร่วมงานมหกรรมการอนุรักษ์การประกวดพระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ชิงถ้วยประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ กรุงเทพมหานคร ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อหารายได้เข้า "กองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ" ซึ่งกองทัพเรือได้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของกำลังพลกองทัพเรือที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ จากการปฏิบัติหน้าที่ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีเกียรติในสังคม ตลอดจนการช่วยเหลือทุนการศึกษาแก่บุตร - ธิดา ของกำลังพลที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพ และให้การช่วยเหลือในเรื่องอื่น ๆ โดยช่องทางการบริจาค สามารถบริจาคได้ที่ กรมการเงินทหารเรือ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือ โอนเงินเข้าบัญชีของกองทุนฯ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ ธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี "เงินกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ" เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๗๐๘๗ - ๒
         งานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ในครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๘ - ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ โดยแบ่งพื้นที่จัดงานเป็นพื้นที่สำหรับการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ การจัดนิทรรศการการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ การจำหน่ายวัตถุมงคลที่กองทัพเรือจัดสร้าง การออกร้านของสมาคมภริยาทหารเรือ และเปิดร้านแผงพระทุกประเภทนำวัตถุมงคลเปิดให้บูชา ตั้งแต่เวลา ๐๗.๐๐ น. - ๑๗.๐๐ น. โดยในวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๖ จัดงานเลี้ยงรับรองคณะกรรมการตัดสินและผู้สนับสนุน และการประมูลพระ ระหว่างเวลา ๑๗.๓๐ น. - ๒๒.๐๐ น. และในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖ เปิดให้ผู้ที่สนใจส่งพระเข้าประกวดตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป และปิดการรับพระเข้าประกวด เวลา ๑๔.๐๐ น. คณะกรรมการตัดสินพระและมอบรางวัลชนะเลิศประเภทต่าง ๆ ในเวลา ๑๖.๐๐ น. และปิดงานเวลา ๑๗.๐๐ น.
          สำหรับรางวัลในการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่องฯ ในครั้งนี้จะมีการมอบถ้วยรางวัลให้แก่ ผู้ชนะเลิศในประเภทต่าง ๆ รวม ๓ ประเภท ได้แก่ รางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม รางวัลชนะเลิศ การอนุรักษ์ พระยอดนิยม และรางวัลชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป โดยผู้ชนะเลิศรางวัลชนะเลิศยอดเยี่ยมคะแนนรวม จะได้รับถ้วยรางวัลประทานของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา ทินัดดามาตุ พร้อมของรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จำนวน ๑ คัน ผู้ชนะเลิศในการประกวด การอนุรักษ์พระยอดนิยม ได้รับรางวัลเกียรติยศผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นเรือดำน้ำจำลองพร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง และผู้ชนะเลิศการอนุรักษ์พระเครื่องพระบูชาทั่วไป ได้รับรางวัลเกียรติยศ รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นพังงาจำลอง พร้อมของรางวัล ทีวี LCD โตชิบา ขนาด ๔๖ นิ้ว จำนวน ๑ เครื่อง ส่วนกติกาการตัดสิน คือ พระที่ส่งเข้าประกวดทุกรายการต้องปราศจากสิ่งห่อหุ้ม คณะกรรมการตัดสินจะทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม การตัดสินถือหลักสากลทั่วไป การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นข้อยุติโดยเด็ดขาด
        ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานมหกรรมการประกวดการอนุรักษ์พระเครื่อง พระบูชา เหรียญคณาจารย์ และเหรียญที่ระลึก ได้ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว โดยไม่เสียค่าผ่านประตู สอบถามรายละเอียดการจัดงานได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๗๓๙ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๓๙ (ที่มา : สลก.ทร.)