เมื่อ ๘ ก.ย.๕๔ นายโอซามุ ฟูจิมูระ หัวหน้าคณะเลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เปิดเผยว่า รัฐบาลญี่ปุ่นวิตกกังวลเกี่ยวกับการฝึกทางอากาศของรัสเซียเหนือทะเลโอคอตสก์ ใกล้น่านฟ้าของญี่ปุ่นอย่างผิดปกติ บริเวณหมู่เกาะคูริลที่รัสเซียและญี่ปุ่นต่างอ้างกรรมสิทธิ์ และได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งสอบถามไปยังรัสเซียถึงความเกี่ยวข้องระหว่างการฝึกทางอากาศกับการกำหนดพื้นที่อันตรายในการบิน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
วันจันทร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2554
คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์เกาหลีใต้ต่อโจรสลัดโซมาเลีย
เมื่อ ๘ ก.ย.๕๔ ศาลอุทธรณ์เกาหลีใต้พิพากษายืนคำตัดสินของศาลชั้นต้น เมื่อ พ.ค.๕๔ ให้จำคุกนายมาโฮเหม็ด อาราเย โจรสลัดโซมาเลีย ตลอดชีวิต โทษฐานบุกยึดเรือและพยายามสังหาร กัปตันเรือซัมโฮจิวเวลรี ในทะเลอาหรับ เมื่อ ๒๑ ม.ค.๕๔ นอกจากนี้ ศาลยังได้พิพากษายืนจำคุก ๑๓ - ๑๕ ปี โจรสลัดอีก ๓ คน และลดโทษให้โจรสลัด ๑ คน จาก ๑๕ ปี เหลือ ๑๒ ปี เนื่องจากสำนึกผิดและยอมรับทุกข้อกล่าวหา (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
สหรัฐฯ เพิ่มระดับเตือนภัย ก่อนครบรอบ ๑๐ ปีเหตุวินาศกรรม ๑๑ ก.ย.
เมื่อ ๘ ก.ย.๕๔ สหรัฐฯ เพิ่มระดับการเตือนภัยที่ฐานทัพต่างๆ ก่อนถึงวันครบรอบ ๑๐ ปี เหตุวินาศกรรม ๑๑ ก.ย.๔๔ โดย กห.สหรัฐฯ กล่าวว่า การเพิ่มระดับการเตือนภัยดังกล่าวถือเป็นมาตรการระมัดระวังและป้องกันไว้ก่อน โดยไม่ได้มีคำขู่ใดๆ อย่างไรก็ตาม จากเอกสารที่ยึดได้หลังการสังหารนายอุซามะห์ บินลาดิน ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ระบุว่า นายบินลาดินกำลังวางแผนก่อเหตุโจมตีครั้งใหญ่ในวันครบรอบ ๑๐ ปี เหตุวินาศกรรม ๑๑ ก.ย. (ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์)
กองทัพเรืออินโดนีเซียส่งเรือลำที่ ๓ ไปเลบานอน
พลเรือเอก Agus Suhartono ผู้บัญชาการทหารสูงสุดอินโดนีเซีย แถลงในพิธีส่งเรือ KRI Sultan Iskandar Muda -367 พร้อมเฮลิคอปเตอร์ BO-105 NV-414 จำนวน ๑ เครื่อง ไปร่วมภารกิจรักษาสันติภาพ กับกองเรือเฉพาะกิจของกองกำลัง ชั่วคราวสหประชาชาติในเลบานอน (MTF-UNFIL) ระหว่างเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ - พฤษภาคม ๒๕๕๕ เป็นระยะเวลา ๖ เดือน ทั้งนี้ เรือ KRI Sultan Iskandar Muda-367 เป็นเรือ ลำที่ ๓ ที่ไปปฏิบัติการไป MTF-UNFIL ต่อจากเรือ KRI Diponegoro-365 และ KRI Frans Kasiepo-368 (ที่มา : ขว.ทร.)
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เปิดประชุม ศรชล.เขต ๑ ครั้งที่ ๒
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เปิดประชุม ศรชล.เขต ๑ ครั้งที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔
วันนี้ (๑๒ กันยายน ๒๕๕๔) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท ฆนัท ทองพูล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ (ผอ.ศรชล.เขต ๑) และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ ครั้งที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของ ศรชล.เขต ๑ และการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยปฏิบัติการหลัก หน่วยปฏิบัติการร่วม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการทางทะเล รวมทั้งอุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานใน ศรชล.เขต ๑
วันนี้ (๑๒ กันยายน ๒๕๕๔) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท ฆนัท ทองพูล ผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ (ผอ.ศรชล.เขต ๑) และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานการประชุมศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ ครั้งที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานของ ศรชล.เขต ๑ และการปฏิบัติงานที่สำคัญของหน่วยปฏิบัติการหลัก หน่วยปฏิบัติการร่วม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการทางทะเล รวมทั้งอุปสรรค ข้อขัดข้อง และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติงานใน ศรชล.เขต ๑
ผู้บัญชาการทหารเรือ เยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ผู้บัญชาการทหารเรือ เยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ในโอกาสเกษียณอายุราชการ ณ โรงเรียนนายเรือ
พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องในโอกาสครบเกษียณอายุราชการ ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยมี พลเรือโทชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ให้การต้อนรับ
ในโอกาสนี้ โรงเรียนนายเรือได้จัดให้มีการสวนสนามและพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ณ ลานสวนสนามโรงเรียนนายเรือ เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการทหารเรือ โดยผู้บัญชาการทหารเรือจะกล่าวให้โอวาทพร้อมกับมอบของที่ระลึกให้แก่หน่วยต่าง ๆ และเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : รร.นร.)
พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เนื่องในโอกาสครบเกษียณอายุราชการ ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๕๔ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยมี พลเรือโทชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ให้การต้อนรับ
ในโอกาสนี้ โรงเรียนนายเรือได้จัดให้มีการสวนสนามและพิธีย่ำพระสุริย์ศรี ณ ลานสวนสนามโรงเรียนนายเรือ เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการทหารเรือ โดยผู้บัญชาการทหารเรือจะกล่าวให้โอวาทพร้อมกับมอบของที่ระลึกให้แก่หน่วยต่าง ๆ และเป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงในโอกาสนี้ด้วย (ที่มา : รร.นร.)
พิธีเปิดโครงการวิจัยพัฒนาน้ำมันสบู่ดำ ฯ และพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
พิธีเปิดโครงการวิจัยพัฒนาน้ำมันสบู่ดำ ฯ และพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงการหอศิลป์เจ้าพ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ฯ
วันนี้ (๑๒ กันยายน ๒๕๕๔) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ เทศวิศาล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการวิจัยพัฒนาน้ำมันสบู่ดำเพื่อใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ของสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ณ โรงกลั่นน้ำมันสบู่ดำ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
โครงการวิจัยพัฒนาน้ำมันสบู่ดำ ฯ ได้รับคัดเลือกเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในระดับรัฐบาล เพื่อสนองพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีอัจฉริยะภาพด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน รวมทั้งเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์พัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องพลังงานทดแทนจากพืชพลังงานสบู่ดำ และศึกษากระบวนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากพืชสบู่ดำ สำหรับนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีใช้งานในกองทัพเรือ
คณะทำงานโครงการวิจัยได้ดำเนินการวิจัยจนได้ข้อมูล ขั้นตอนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล การออกแบบระบบและเครื่องกลั่น รวมทั้งการนำผลผลิตน้ำมันที่ได้ไปทดสอบทดลองและตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันที่เชื่อถือได้ จนได้น้ำมันไบโอดีเซลที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำมันไบโอดีเซลที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดไว้ อีกทั้งได้มีการนำไปทดลองใช้กับเครื่องยนต์ จนเชื่อได้ว่าสามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนกับเครื่องยนต์ดีเซลได้จริง ทั้งนี้ กระบวนการวิจัยได้ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นสบู่ดำ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบจนถึงขั้นตอนการกลั่นและการนำไปใช้งาน ซึ่งมีการปลูกสบู่ดำในพื้นที่ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ โดยใช้พื้นที่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่หลักในการปลูกสบู่ดำ จึงได้ติดตั้งเครื่องกลั่นและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูก จนถึงการผลิตน้ำมันให้กับบุคลากรของศูนย์ฝึกทหารใหม่ เพื่อให้สามารถรักษาองค์ความรู้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ครบวงจร และมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อยอดให้คุณภาพน้ำมันมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับกองทัพเรือ และในวันเดียวกัน เวลา ๑๐.๓๐ น. ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงการหอศิลป์เจ้าพ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ฯ ของ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยบรรจุเหรียญพระพุทธบูรพาปาริสุทธิ์/พระสมเด็จนางพญา และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ อาคารแปดเหลี่ยม"หอศิลป์พ่อหลวง" ด้านหน้าศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
โครงการหอศิลป์พ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ฯ จัดสร้างเป็นอาคารดินประหยัดพลังงานด้วยงบประมาณการก่อสร้างที่ได้จากจิตศรัทธาของกำลังพลกองทัพเรือและประชาชนทุกภาคส่วน ให้ชื่ออาคารว่า "หอศิลป์พ่อหลวง" เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๘๔ ภาพ ในลักษณะของนิทรรศการถาวร ซึ่งพระบรมสาทิสลักษณ์ทั้ง ๘๔ ภาพ นี้ รังสรรค์ขึ้นโดย อาจารย์ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ ในนามของชมรมธุลีไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านผลงานภาพวาดที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงดำเนินมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ และได้จัดสร้างอาคาร ๘ เหลี่ยม เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในบริเวณของอาคาร "หอศิลป์พ่อหลวง" (ที่มา : กพร.ทร.)
โครงการวิจัยพัฒนาน้ำมันสบู่ดำ ฯ ได้รับคัดเลือกเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติในระดับรัฐบาล เพื่อสนองพระกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเฉลิมพระเกียรติแด่พระองค์ท่าน ในฐานะที่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีอัจฉริยะภาพด้านการวิจัยและพัฒนาด้านพลังงาน รวมทั้งเพื่อตอบสนองยุทธศาสตร์พัฒนาพลังงานทดแทนของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อพัฒนาองค์ความรู้เรื่องพลังงานทดแทนจากพืชพลังงานสบู่ดำ และศึกษากระบวนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากพืชสบู่ดำ สำหรับนำไปใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลที่มีใช้งานในกองทัพเรือ
คณะทำงานโครงการวิจัยได้ดำเนินการวิจัยจนได้ข้อมูล ขั้นตอนการผลิตน้ำมันไบโอดีเซล การออกแบบระบบและเครื่องกลั่น รวมทั้งการนำผลผลิตน้ำมันที่ได้ไปทดสอบทดลองและตรวจสอบคุณภาพจากสถาบันที่เชื่อถือได้ จนได้น้ำมันไบโอดีเซลที่มีคุณภาพผ่านเกณฑ์มาตรฐานน้ำมันไบโอดีเซลที่กรมธุรกิจพลังงานกำหนดไว้ อีกทั้งได้มีการนำไปทดลองใช้กับเครื่องยนต์ จนเชื่อได้ว่าสามารถใช้เป็นพลังงานทดแทนกับเครื่องยนต์ดีเซลได้จริง ทั้งนี้ กระบวนการวิจัยได้ดำเนินการครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นสบู่ดำ เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบจนถึงขั้นตอนการกลั่นและการนำไปใช้งาน ซึ่งมีการปลูกสบู่ดำในพื้นที่ต่าง ๆ ของกองทัพเรือ โดยใช้พื้นที่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เป็นพื้นที่หลักในการปลูกสบู่ดำ จึงได้ติดตั้งเครื่องกลั่นและถ่ายทอดองค์ความรู้ในการปลูก จนถึงการผลิตน้ำมันให้กับบุคลากรของศูนย์ฝึกทหารใหม่ เพื่อให้สามารถรักษาองค์ความรู้ไว้ได้อย่างต่อเนื่อง ครบวงจร และมีความพร้อมสำหรับการพัฒนาต่อยอดให้คุณภาพน้ำมันมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทนสำหรับกองทัพเรือ และในวันเดียวกัน เวลา ๑๐.๓๐ น. ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ประกอบพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ โครงการหอศิลป์เจ้าพ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ฯ ของ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยบรรจุเหรียญพระพุทธบูรพาปาริสุทธิ์/พระสมเด็จนางพญา และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ อาคารแปดเหลี่ยม"หอศิลป์พ่อหลวง" ด้านหน้าศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
โครงการหอศิลป์พ่อหลวงเฉลิมพระเกียรติ ฯ จัดสร้างเป็นอาคารดินประหยัดพลังงานด้วยงบประมาณการก่อสร้างที่ได้จากจิตศรัทธาของกำลังพลกองทัพเรือและประชาชนทุกภาคส่วน ให้ชื่ออาคารว่า "หอศิลป์พ่อหลวง" เพื่อเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จำนวน ๘๔ ภาพ ในลักษณะของนิทรรศการถาวร ซึ่งพระบรมสาทิสลักษณ์ทั้ง ๘๔ ภาพ นี้ รังสรรค์ขึ้นโดย อาจารย์ธีระพันธุ์ ลอไพบูลย์ ในนามของชมรมธุลีไท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึก ในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านผลงานภาพวาดที่จะแสดงให้ทุกคนเห็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงดำเนินมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ และได้จัดสร้างอาคาร ๘ เหลี่ยม เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในบริเวณของอาคาร "หอศิลป์พ่อหลวง" (ที่มา : กพร.ทร.)
วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554
ฟิลิปปินส์จัดสรรงบประมาณเพื่อปกป้องแหล่งทรัพยากรในทะเลจีนใต้
เมื่อ ๘ ก.ย.๕๔ มีรายงานว่า ประธานาธิบดีเบนิโญ อาคิโน ของฟิลิปปินส์ อนุมัติงบประมาณเพิ่มเติม ๔,๙๕๐ ล้านเปโซ ให้กับกองทัพฟิลิปปินส์ เพื่อจัดซื้อเรือยนต์เร็ว ๑ ลำ และ ฮ. ๓ เครื่อง สำหรับ ทร. และอีก ๒,๓๐๐ ล้านเปโซ ในการจัดซื้อ ฮ. และปรับปรุงฐานทัพอากาศ สำหรับ ทอ. ทั้งนี้ งบประมาณดังกล่าวจัดสรรจาก Department of Energy for Malampaya Revenue เพื่อใช้ในการรักษาความมั่นคงและปกป้องแหล่งน้ำมันกับก๊าซธรรมชาติในทะเลจีนใต้ตามโครงการ Malampaya ซึ่งฟิลิปปินส์อ้างกรรมสิทธิ์ โดยเฉพาะที่ Reed Bank และหมู่เกาะ Kalayaan (ที่มา : http://defense-studies.blogspot.com)
รมว.กห.สหรัฐฯ ระบุว่ากลุ่มอัลกออิดะห์อ่อนกำลังลงไปมากในช่วง ๑๐ ปี
เมื่อ ๖ ก.ย.๕๔ นายลีออน พาเน็ตตา รมว.กห.สหรัฐฯ กล่าวว่า กลุ่มก่อการร้ายอัลกอดิดะห์อ่อนกำลังลงไปมากในช่วง ๑๐ ปี นับตั้งแต่ก่อเหตุวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อ ๑๑ ก.ย.๔๔ และชาวสหรัฐฯ สามารถภาคภูมิใจได้ว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการกวาดล้างกลุ่มอัลกออิดะห์ โดยขณะนี้ แกนนำระดับสูงของกลุ่มอัลกออิดะห์ ๓ ใน ๔ คนได้เสียชีวิตแล้ว รวมทั้งนายอุซามะห์ บินลาดิน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากเครือข่ายก่อการร้ายอัลกออิดะห์ ยังมีแผนก่อเหตุอย่างต่อเนื่อง (ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์)
ชาวเดนมาร์กที่ถูกโจรสลัดจับตัวไปได้รับการปล่อยตัวแล้วหลังจ่ายเงินค่าไถ่
เมื่อ ๗ ก.ย.๕๔ เจ้าหน้าที่เดนมาร์กกล่าวว่า นายแจน ควิตท์ ชาวเดนมาร์กและครอบครัวรวม ๕ คนกับเจ้าหน้าที่ประจำเรืออีก ๒ คนที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับตัวไป ขณะแล่นเรือใบขนาด ๔๓ ฟุต ชื่อ เอสวาย-ไอเอ็นจี ในบริเวณแหลมฮอร์นของแอฟริกาเมื่อ ก.พ.๕๔ ได้รับการปล่อยตัวและอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว หลังจากมีการจ่ายเงินค่าไถ่เป็นเงิน ๓ ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ที่มา : สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์)
พัทยากำหนดแนวทางการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวบริเวณหาดตาแหวน
พัทยากำหนดแนวทางการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยวบริเวณหาดตาแหวน บ้านเกาะล้าน
นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ประชุมร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๖ สาขาพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัวแทนชุมชนบ้านเกาะล้าน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยว บริเวณหาดตาแหวน บ้านเกาะล้าน เพื่อให้มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน
จากการหารือในครั้งนี้ได้มีการพิจารณากำหนดพื้นที่ของกิจกรรมทางน้ำทุกชนิด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการตรวจสอบและปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด โดยเฉพาะเรื่องของเขตว่ายน้ำหรือเซฟตี้โซน เรื่องของจุดเข้าออกเรือบริเวณชายหาด เรื่องของสถานที่จอดเรือ จุดจำหน่ายตั๋วสำหรับเรือสำราญจำพวกเรือเจ๊ตสกี และป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารสำหรับนักท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเป็นหูเป็นตา และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเพื่อให้เกิดศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้จัดทำแผนแม่บทและแนวทางการดำเนินการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรือเจ๊ตสกีที่มีปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ร่วมกับเจ้าท่าทำการลงทะเบียนเรือไว้แล้วอย่างชัดเจน ซึ่งพบว่ามีอยู่ทั้งหมดกว่า ๖๐๐ ลำ โดยเรือเจ๊ตสกีเหล่านี้ที่ผ่านมาตามกฎหมายแล้วจะถือว่าเป็นเรือสำราญการกีฬาที่ไม่สามารถนำมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้
นอกจากนี้ เพื่อให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเมืองพัทยา จึงมีการเสนอไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อเปลี่ยนประเภทของเรือให้สามารถนำมาบริการได้ แต่ก็ต้องมีการควบคุมโดยจำกัดปริมาณและลงทะเบียนเรือที่ชัดเจน โดยจะมีสัญลักษณ์ของเมืองพัทยาในการอนุญาต ซึ่งนอกเหนือจากเรือที่ลงทะเบียนเหล่านี้หากนำมาให้บริการก็จะถือว่ามีความผิด ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นหนทางหนึ่งในการควบคุมปัญหาเรื่องของเรือเจ๊ตสกีได้เป็นอย่างดี (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)
นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา ประชุมร่วมกับสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๖ สาขาพัทยา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตัวแทนชุมชนบ้านเกาะล้าน และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หารือเกี่ยวกับแนวทางการจัดระเบียบเรือท่องเที่ยว บริเวณหาดตาแหวน บ้านเกาะล้าน เพื่อให้มีมาตรการควบคุมที่ชัดเจน
จากการหารือในครั้งนี้ได้มีการพิจารณากำหนดพื้นที่ของกิจกรรมทางน้ำทุกชนิด เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ สะดวกต่อการตรวจสอบและปลอดภัยต่อนักท่องเที่ยวอย่างสูงสุด โดยเฉพาะเรื่องของเขตว่ายน้ำหรือเซฟตี้โซน เรื่องของจุดเข้าออกเรือบริเวณชายหาด เรื่องของสถานที่จอดเรือ จุดจำหน่ายตั๋วสำหรับเรือสำราญจำพวกเรือเจ๊ตสกี และป้ายประชาสัมพันธ์แจ้งข่าวสารสำหรับนักท่องเที่ยว โดยได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเป็นหูเป็นตา และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาเพื่อให้เกิดศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางทะเลที่สูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้จัดทำแผนแม่บทและแนวทางการดำเนินการไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนเรือเจ๊ตสกีที่มีปัญหาในช่วงเวลาที่ผ่านมา ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ร่วมกับเจ้าท่าทำการลงทะเบียนเรือไว้แล้วอย่างชัดเจน ซึ่งพบว่ามีอยู่ทั้งหมดกว่า ๖๐๐ ลำ โดยเรือเจ๊ตสกีเหล่านี้ที่ผ่านมาตามกฎหมายแล้วจะถือว่าเป็นเรือสำราญการกีฬาที่ไม่สามารถนำมาให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้
นอกจากนี้ เพื่อให้มีกิจกรรมที่ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเมืองพัทยา จึงมีการเสนอไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อเปลี่ยนประเภทของเรือให้สามารถนำมาบริการได้ แต่ก็ต้องมีการควบคุมโดยจำกัดปริมาณและลงทะเบียนเรือที่ชัดเจน โดยจะมีสัญลักษณ์ของเมืองพัทยาในการอนุญาต ซึ่งนอกเหนือจากเรือที่ลงทะเบียนเหล่านี้หากนำมาให้บริการก็จะถือว่ามีความผิด ซึ่งกรณีนี้ถือเป็นหนทางหนึ่งในการควบคุมปัญหาเรื่องของเรือเจ๊ตสกีได้เป็นอย่างดี (ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)
๒๔ กันยายน วันมหิดล
เนื่องในวันมหิดล กองทัพเรือ จัดพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่ออุทิศถวายแด่ จอมพลเรือ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ผู้ทรงเป็น "พระบิดาแห่งการแพทย์ไทย" และ "เจ้าฟ้าทหารเรือ" ในวันที่ ๒๔ กันยายน ขึ้นเป็นประจำทุกปี ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม เขต บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมีการประกอบพิธีถวายเครื่องสังเวย ณ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพิธีสงฆ์ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เนื่องจากพระดำรินานาประการที่ทรงมอบไว้แก่ราชนาวีไทย นับเป็นขุมทรัพย์ทางปัญญาที่หาค่ามิได้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็น ต้นแบบทางความคิดของทหารเรือไทยในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่ง ที่ช่วยสร้างความเจริญก้าวหน้าให้แก่กิจการราชนาวีไทย
เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระยศ จอมพลเรือ ถวายแด่ นายนาวาเอก สมเด็จพระมหิตลา ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องจากได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจที่สำคัญ โดยทรงร่างโครงการสร้างกองเรือรบ หรือโครงการสร้างกำลังทางเรือจนบังเกิดผล สามารถช่วยป้องกันปากแม่น้ำและขัดขวางการปฏิบัติการของข้าศึกตามชายฝั่งได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งต่อมากองทัพเรือได้จัดตั้งฐานทัพและสถานีทหารเรือขึ้น อีกทั้งยังได้ทรงถวายบันทึกรายงานความเห็นเรื่องการนำเรือดำน้ำมาใช้ปฏิบัติงาน แด่นายพลเรือโท กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาธิการทหารเรือสมัยนั้น อันเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือจนเป็นที่ประจักษ์สืบมาจนถึงปัจจุบัน (ที่มา : กพ.ทร.)
เมื่อวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๑ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระยศ จอมพลเรือ ถวายแด่ นายนาวาเอก สมเด็จพระมหิตลา ธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก เนื่องจากได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจที่สำคัญ โดยทรงร่างโครงการสร้างกองเรือรบ หรือโครงการสร้างกำลังทางเรือจนบังเกิดผล สามารถช่วยป้องกันปากแม่น้ำและขัดขวางการปฏิบัติการของข้าศึกตามชายฝั่งได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งต่อมากองทัพเรือได้จัดตั้งฐานทัพและสถานีทหารเรือขึ้น อีกทั้งยังได้ทรงถวายบันทึกรายงานความเห็นเรื่องการนำเรือดำน้ำมาใช้ปฏิบัติงาน แด่นายพลเรือโท กรมหมื่นสิงหวิกรมเกรียงไกร เสนาธิการทหารเรือสมัยนั้น อันเป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือจนเป็นที่ประจักษ์สืบมาจนถึงปัจจุบัน (ที่มา : กพ.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











