วันพุธที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2558

กรมการขนส่งทางบก ชี้ ติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถต้องมีความมั่นคงแข็งแรงและปลอดภัย ไม่เข้าข่ายแก้ไขดัดแปลงสภาพรถและไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด



กรมการขนส่งทางบก แจ้งว่า ปัจจุบันมีเจ้าของรถจำนวนมากนิยมนำรถไปติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งรถหรือ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่าง ๆ อาทิ การเสริมแหนบ กันชน แร็คหลังคา อุปกรณ์ขนจักรยาน (Bicycle Rack) หรือจุ๊บไขลาน เจ้าของรถสามารถติดตั้งได้โดยไม่ถือเป็นการดัดแปลงสภาพรถไม่เข้าข่ายแก้ไข ดัดแปลงสภาพรถ และไม่มีความผิดตามกฎหมายแต่อย่างใด  แต่จะต้องติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวในตำแหน่งที่เหมาะสมและมีความมั่นคงแข็ง แรง ปลอดภัยในการใช้งานและไม่มีส่วนหนึ่งส่วนใดยื่นออกมาภายนอกตัวรถที่จะก่อให้ เกิดอันตรายต่อผู้ใช้รถใช้ถนนอื่น  ทั้งนี้ การติดตั้งอุปกรณ์เสริมตกแต่งดังกล่าวจะต้องไม่ติดตั้งเพื่อใช้บรรทุกสิ่ง ของให้ได้ปริมาณที่มากขึ้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวอาจก่อให้เกิดอันตรายและเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุได้ สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล (รถเก๋ง, รถกระบะบรรทุก, รถตู้) และรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของ รถ เช่น การติดตั้งโครงหลังคาหรือโครงเหล็กด้านข้างรถ ฝาปิดด้านท้ายติดตั้งอุปกรณ์ทุ่นแรงยกสิ่งของ (Tail Lift) การเปลี่ยนเครื่องยนต์การเปลี่ยนสี หรือการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงเจ้าของรถจะต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพพร้อม กับดำเนินการแจ้งแก้ไขลักษณะรถในเอกสารคู่มือจดทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งทุกแห่งทั่วประเทศ โดยแนบหลักฐานใบคู่มือจดทะเบียนรถ (ถ้ามี) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ (สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน) หรือหนังสือมอบอำนาจในกรณีที่เจ้าของรถไม่สามารถไปดำเนินการด้วยตนเอง และหลักฐานการได้มาของอุปกรณ์ที่นำมาดัดแปลงรถหรือบันทึกถ้อยคำรับรองว่า อุปกรณ์ดังกล่าวได้มาโดยถูกต้องและสุจริต
หากเป็นการแก้ไขดัดแปลงตัวถังรถ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบกันสะเทือน ระบบบังคับเลี้ยว หรือระบบขับเคลื่อน เป็นต้น เจ้าของรถจะต้องดำเนินการแจ้งต่อนายทะเบียนเพื่อแก้ไขรายการในเอกสารคู่มือ จดทะเบียนก่อนการนำรถไปใช้ ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียนเท่านั้น  ทั้งนี้ เจ้าของรถรายใดทำการแก้ไขดัดแปลงตัวรถหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไป จากรายการที่จดทะเบียนไว้โดยมิได้แจ้งต่อนายทะเบียนถือเป็นความผิดฐานดัด แปลงสภาพรถ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พุทธศักราช ๒๕๒๒ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท (ที่มา : ขสมก.)

ทัพเรือภาคที่ ๑ ส่งเรือตรวจการณ์ ๑๕ และเฮลิคอปเตอร์ สำรวจและสนับสนุนการกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕ และ ตู้คอนเทนเนอร์ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล เรียบร้อยแล้ว

พลเรือโท รังสฤษดิ์ สัตยานุกูล  ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ และผู้อำนวยการศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเขต ๑ (ศรชล.เขต ๑)ได้สั่งการให้ เรือตรวจการณ์ ๑๕ และเฮลิคอปเตอร์ เข้าสำรวจและสนับสนุน ในการกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕  และตู้คอนเทนเนอร์ ที่จมอยู่ใต้ท้องทะเล บริเวณปากอ่าวแม่น้ำเจ้าพระยา เขตต่อเนื่องระหว่างจังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดชลบุรี ที่ถูกพายุ คลื่นลมชัดจม เมื่อวันที่ ๑๙  กันยายน ๒๕๕๘ ที่ผ่านมานั้น ล่าสุด ได้รับแจ้งจากเรือเจ้าท่า 804  กรมเจ้าท่า ว่าสามารถกู้ซากเรือภัทรมารีน ๕ ได้เรียบร้อยแล้ว พร้อมนำเข้าฝั่ง เพื่อตรวจสอบความเสียหายพร้อมประสานกับบริษัทประกันภัยดำเนินการต่อไป  ขณะนี้ได้ลากเรือภัทรมารีน ๕  เข้าสู่ฝั่งที่ท่าเรือปราการ ซอยเทศบาลบางปู 80  ตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ  โดยมี เรือตรวจการณ์ ๑๕ ของกองทัพเรือ อำนวยความสะดวกในการเดินทาง เมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๘ (ที่มา : ทรภ.๑)

อย.ห่วงใยผู้บริโภค แนะการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวสำหรับคุณแม่บ้านยุคใหม่ให้ถูกวิธี

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เผยเคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวให้ถูกวิธี สำหรับแม่บ้านยุคใหม่เพื่อถนอมผ้าให้ดูสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเสื้อผ้าสีขาวเมื่อสวมใส่ไปนานๆจะเกิดความหมองหรือมีคราบเหลือง ดูไม่น่าสวมใส่ก่อนซื้อ ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวทุกครั้ง ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.และสังเกตฉลากต้องระบุเลขทะเบียน วอส.ในกรอบเครื่องหมาย อย.รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวจัดเป็นวัตถุอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อย. โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พุทธศักราช ๒๕๓๕ อาจจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ขึ้นอยู่กับชนิดของสารฟอกขาวในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวที่มีประสิทธิภาพและมี ความปลอดภัยในการใช้ อย.จึงมีการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายทั้งก่อนและหลังออกสู่ตลาด โดยจะพิจารณาและประเมินข้อมูลในด้านประสิทธิภาพและคำนึงถึงความปลอดภัยในการ ใช้ผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และแจ้งดำเนินการผลิตหรือนำเข้าหรือส่งออก ผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าหรือส่งออก

ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวทั่วไปมักอยู่ในรูปของเหลวหรือผง ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของสารฟอกขาวประเภทคลอรีนและสารฟอกขาวประเภทออกซิเจน ซึ่งสารฟอกขาวทั้งสองชนิดนี้เป็นสารเคมีที่มีส่วนผสมของสารอันตรายทั้งสิ้น สารฟอกขาวประเภทคลอรีน หากหายใจเข้าไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกของทางเดินหายใจ การสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคืองปานกลาง และเกิดผื่นแดงบนผิวหนัง การกินหรือกลืนสารเคมีเข้าไปจะทำให้เกิดระคายเคืองอย่างรุนแรง สำหรับสารฟอกขาวประเภทออกซิเจน หากหายใจเข้าไป อาจก่อให้เกิดอาคารเจ็บคอ ไอ หายใจติดขัด การสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นแดงและปวดแสบปวดร้อน การกลืนหรือกินเข้าไปจะก่อให้เกิดอาการเจ็บคอ ปวดท้องและอาเจียนได้ การสัมผัสถูกตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา ตาแดง และปวดตา สายตาพร่ามัวได้ (ที่มา : อย.)

สำนัก งานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผยเคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ เลือกใช้ ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวให้ถูกวิธี สำหรับแม่บ้านยุคใหม่ เพื่อถนอมผ้าให้ดูสดใหม่อยู่ตลอดเวลา และสามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อเสื้อผ้าใหม่ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากเสื้อผ้าสีขาวเมื่อสวมใส่ไปนาน ๆ จะเกิดความหมองหรือมีคราบเหลือง ดูไม่น่าสวมใส่ก่อนซื้อ ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวทุกครั้ง ต้องซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจาก อย.และสังเกตฉลากต้องระบุเลขทะเบียน วอส.ในกรอบเครื่องหมาย อย.รวมทั้งต้องปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลากอย่างเคร่งครัด
ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวจัดเป็นวัตถุอันตรายที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อย. โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พุทธศักราช ๒๕๓๕ อาจจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ หรือวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ขึ้นอยู่กับชนิดของสารฟอกขาวในผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้เพื่อให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวที่มีประสิทธิภาพและมี ความปลอดภัยในการใช้ อย.จึงมีการกำกับดูแลผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายทั้งก่อนและหลังออกสู่ตลาด โดยจะพิจารณาและประเมินข้อมูลในด้านประสิทธิภาพและคำนึงถึงความปลอดภัยในการ ใช้ผลิตภัณฑ์เป็นหลัก โดยผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๒ ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และแจ้งดำเนินการผลิตหรือนำเข้าหรือส่งออก ผลิตภัณฑ์ที่จัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ต้องยื่นขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์และขออนุญาตผลิตหรือนำเข้าหรือส่งออก
 
ผลิตภัณฑ์ซักผ้าขาวทั่วไปมักอยู่ในรูปของเหลวหรือผง ส่วนใหญ่มีส่วนประกอบของสารฟอกขาวประเภทคลอรีนและสารฟอกขาวประเภทออกซิเจน ซึ่งสารฟอกขาวทั้งสองชนิดนี้เป็นสารเคมีที่มีส่วนผสมของสารอันตรายทั้งสิ้น สารฟอกขาวประเภทคลอรีน หากหายใจเข้าไปจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อเมือกของทางเดินหายใจ การสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดการระคายเคืองปานกลาง และเกิดผื่นแดงบนผิวหนัง การกินหรือกลืนสารเคมีเข้าไปจะทำให้เกิดระคายเคืองอย่างรุนแรง สำหรับสารฟอกขาวประเภทออกซิเจน หากหายใจเข้าไป อาจก่อให้เกิดอาคารเจ็บคอ ไอ หายใจติดขัด การสัมผัสถูกผิวหนังจะทำให้เกิดผื่นแดงและปวดแสบปวดร้อน การกลืนหรือกินเข้าไปจะก่อให้เกิดอาการเจ็บคอ ปวดท้องและอาเจียนได้ การสัมผัสถูกตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองตา ตาแดง และปวดตา สายตาพร่ามัวได้ (ที่มา : อย.)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3290#sthash.wHKgs9UY.dpuf

กองทัพเรือ ขอเชิญซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ

ศูนย์ ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ศูนย์ โดย กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปัจจุบันมีความแออัดจากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมว ที่นำมาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ รักษาโรค และควบคุมการแพร่พันธุ์ แม้ว่าได้ดำเนินการจัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังกับมีทักษะพิเศษเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่ สามารถรับเลี้ยงดูได้ต่อไป แต่ยังมีการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อรองรับกับจำนวนสุนัขและแมว ที่มีอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ฯ และค่าอาหาร
ดังนั้น เพื่อเป็นการระดมทุนให้เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์ดูแลสุนัข จรจัด จึงขอเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่จิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ทั้ง ๓ ศูนย์ โดยการซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพ เรือ จำหน่ายเสื้อยืดคอปก ราคา ๓๕๐ บาท เสื้อยืดคอวี ราคา ๑๙๙ บาท สนใจสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นาวาตรีหญิง อังคณา ปลื้มสุข  หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ หรือ ๐๘๑ ๓๕๕ ๘๑๗๘ 
(ที่มา : คณะอนุกรรมการจัดหารายได้ฯ)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3291#sthash.wRIAmt9Z.dpuf

ศูนย์ ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ศูนย์ โดย กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปัจจุบันมีความแออัดจากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมว ที่นำมาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ รักษาโรค และควบคุมการแพร่พันธุ์ แม้ว่าได้ดำเนินการจัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังกับมีทักษะพิเศษเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่ สามารถรับเลี้ยงดูได้ต่อไป แต่ยังมีการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อรองรับกับจำนวนสุนัขและแมว ที่มีอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ฯ และค่าอาหาร
ดังนั้น เพื่อเป็นการระดมทุนให้เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์ดูแลสุนัข จรจัด จึงขอเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่จิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ทั้ง ๓ ศูนย์ โดยการซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพ เรือ จำหน่ายเสื้อยืดคอปก ราคา ๓๕๐ บาท เสื้อยืดคอวี ราคา ๑๙๙ บาท สนใจสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นาวาตรีหญิง อังคณา ปลื้มสุข  หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ หรือ ๐๘๑ ๓๕๕ ๘๑๗๘ 
(ที่มา : คณะอนุกรรมการจัดหารายได้ฯ)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3291#sthash.wRIAmt9Z.dpuf
ศูนย์ ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ศูนย์ โดย กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปัจจุบันมีความแออัดจากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมว ที่นำมาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ รักษาโรค และควบคุมการแพร่พันธุ์ แม้ว่าได้ดำเนินการจัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังกับมีทักษะพิเศษเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่ สามารถรับเลี้ยงดูได้ต่อไป แต่ยังมีการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อรองรับกับจำนวนสุนัขและแมว ที่มีอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ฯ และค่าอาหาร
ดังนั้น เพื่อเป็นการระดมทุนให้เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์ดูแลสุนัข จรจัด จึงขอเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่จิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ทั้ง ๓ ศูนย์ โดยการซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพ เรือ จำหน่ายเสื้อยืดคอปก ราคา ๓๕๐ บาท เสื้อยืดคอวี ราคา ๑๙๙ บาท สนใจสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นาวาตรีหญิง อังคณา ปลื้มสุข  หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ หรือ ๐๘๑ ๓๕๕ ๘๑๗๘ 
(ที่มา : คณะอนุกรรมการจัดหารายได้ฯ)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3291#sthash.wRIAmt9Z.dpuf
ศูนย์ ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ศูนย์ โดย กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปัจจุบันมีความแออัดจากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมว ที่นำมาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ รักษาโรค และควบคุมการแพร่พันธุ์ แม้ว่าได้ดำเนินการจัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังกับมีทักษะพิเศษเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่ สามารถรับเลี้ยงดูได้ต่อไป แต่ยังมีการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อรองรับกับจำนวนสุนัขและแมว ที่มีอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ฯ และค่าอาหาร
ดังนั้น เพื่อเป็นการระดมทุนให้เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์ดูแลสุนัข จรจัด จึงขอเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่จิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ทั้ง ๓ ศูนย์ โดยการซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพ เรือ จำหน่ายเสื้อยืดคอปก ราคา ๓๕๐ บาท เสื้อยืดคอวี ราคา ๑๙๙ บาท สนใจสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นาวาตรีหญิง อังคณา ปลื้มสุข  หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ หรือ ๐๘๑ ๓๕๕ ๘๑๗๘ 
(ที่มา : คณะอนุกรรมการจัดหารายได้ฯ)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3291#sthash.wRIAmt9Z.dpuf
ศูนย์ ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ ทั้ง ๓ ศูนย์ โดย กองเรือยุทธการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และ ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปัจจุบันมีความแออัดจากการเพิ่มขึ้นของสุนัขและแมว ที่นำมาฟื้นฟูสภาพความเป็นอยู่ รักษาโรค และควบคุมการแพร่พันธุ์ แม้ว่าได้ดำเนินการจัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังกับมีทักษะพิเศษเพื่อส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่ สามารถรับเลี้ยงดูได้ต่อไป แต่ยังมีการเพิ่มจำนวนของสุนัขจรจัด ทำให้มีความจำเป็นต้องขยายพื้นที่ให้เพียงพอเพื่อรองรับกับจำนวนสุนัขและแมว ที่มีอยู่ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการพัฒนาศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ฯ และค่าอาหาร
ดังนั้น เพื่อเป็นการระดมทุนให้เพียงพอสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายให้กับศูนย์ดูแลสุนัข จรจัด จึงขอเชิญชวนกำลังพลและครอบครัว ตลอดจนผู้ที่จิตศรัทธา ร่วมสนับสนุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ทั้ง ๓ ศูนย์ โดยการซื้อเสื้อยืดเพื่อหารายได้สมทบทุนกองทุนศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพ เรือ จำหน่ายเสื้อยืดคอปก ราคา ๓๕๐ บาท เสื้อยืดคอวี ราคา ๑๙๙ บาท สนใจสั่งจองและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นาวาตรีหญิง อังคณา ปลื้มสุข  หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๔๔๕ หรือ ๐๘๑ ๓๕๕ ๘๑๗๘ 
(ที่มา : คณะอนุกรรมการจัดหารายได้ฯ)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3291#sthash.wRIAmt9Z.dpuf

วันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ความ จงรักภักดีต่อชาตินั้น คือความสำนึกตระหนักในคุณของแผ่นดิน อันเป็นที่เกิดที่อาศัยซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษา ประเทศชาติไว้ ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป
พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนาม ของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3129#sthash.BL03WnW1.dpuf
ความ จงรักภักดีต่อชาตินั้น คือความสำนึกตระหนักในคุณของแผ่นดิน อันเป็นที่เกิดที่อาศัยซึ่งทำให้บุคคลเกิดความภูมิใจในชาติกำเนิด และมุ่งมั่นที่จะธำรงรักษา ประเทศชาติไว้ ให้เป็นอิสระมั่นคงตลอดไป
พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณและสวนสนาม ของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๙
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3129#sthash.BL03WnW1.dpuf

ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจาก ผู้ช่วยทูตทหารบรูไนดารุสซาลาม เพื่อแนะนำตัว

วันนี้ (๑๗ กันยายน ๒๕๕๘) ๐๙.๐๐ น.  พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์  ผู้บัญชาการทหารเรือ  ให้การต้อนรับ พันโท Norudin bin Salleh ผู้ช่วยทูตทหาร บรูไนดารุสซาลาม ประจำกรุงเทพมหานคร เข้าเยี่ยมคำนับ เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม เขตบางกอกใหญ่  กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่สังกัดกองทัพเรือ ร่วมให้การต้อนรับ
การเข้าเยี่ยมคำนับผู้บัญชาการทหารเรือของผู้ช่วยทูตทหารบรูไนดารุสซาลาม นอกจากจะเป็นไปตามแนวทางการปฏิบัติที่กองทัพเรือกำหนดแล้ว ยังเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรีและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกอง ทัพเรือกับกองทัพเรือบรูไนดารุสซาลามให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3134#sthash.oNbHJzsp.dpuf

พิธีลงนามในสัญญาซื้อขายแบบและพัสดุ สำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งและสัญญาจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง

วันนี้ (๑๗ กันยายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๔.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์  ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นาวาเอก พิชเยนทร์ ตันประเสริฐ  กรรมการผู้จัดการ บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายแบบและพัสดุ สำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ณ ห้องรับรอง ชั้น ๒ กองบัญชาการกองทัพเรือ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมี พลเรือเอก อนุทัย รัตตะรังสี  ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายกองทัพเรือ และ พลเรือตรี เอกชัย ตรุศบรรจง  รองผู้จัดการ (บริหาร) บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายบริษัทอิตัลไทย มารีน จำกัด และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือและผู้แทนบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เข้าร่วมพิธี
ในวันเดียวกัน เวลา ๑๕.๐๐ น.  ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นายวิรัตน์ ชนะสิทธิ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง โดยมี พลเรือโท ไพฑูรย์  ประสพสิน  รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายกองทัพเรือ และ นายเชิดชัย ชาญวิทย์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด
กระทรวงกลาโหม อนุมัติให้กองทัพเรือซื้อแบบและพัสดุสำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง พร้อมเครื่องจักร อุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ ส่วนสนับสนุน สายไฟและสายสัญญาณที่ใช้กับอุปกรณ์ที่กองทัพเรือเป็น   ผู้จัดหา รวมถึงการบริการทางเทคนิคในการออกแบบติดตั้ง เชื่อมต่อ การตรวจรับ การทดสอบทดลองอุปกรณ์ การฝึกอบรม การสนับสนุน การส่งกำลังบำรุงรวม เอกสารคู่มือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือ ในสาขาต่าง ๆ ตามแบบเรือ การประกันภัยและการขนส่ง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากรแต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จาก บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด โดยส่งมอบแบบแปลนรายละเอียดสำหรับการสร้างเรือและพัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการ สร้างเรือในลักษณะ Package Deal และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กองทัพเรือดำเนินการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง รวมทั้งส่งมอบแบบรายละเอียดที่ใช้ในการสร้างเรือจริง โดยใช้แบบเรือ เรือหลวงกระบี่ เป็นแบบพื้นฐาน จนกระทั่งส่งมอบ ณ อู่ราชนาวีมหิดล กรมอู่ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี
สำหรับการลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง (เรือ ลจก.) กับ บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ในครั้งนี้ จำนวน ๑ ลำ พร้อมระบบอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับและพิธีกรรมต่าง ๆ ในราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จนกระทั่งส่งมอบเรือ
การลงนามทั้งสองสัญญาในครั้งนี้ จะเป็นการยืนยันถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือและ บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด และบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ที่สนับสนุนโครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงด้วยดี (ที่มา : สยป.ทร.)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3135#sthash.DMfiDGvA.dpuf
วันนี้ (๑๗ กันยายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๔.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์  ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นาวาเอก พิชเยนทร์ ตันประเสริฐ  กรรมการผู้จัดการ บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาซื้อขายแบบและพัสดุ สำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ณ ห้องรับรอง ชั้น ๒ กองบัญชาการกองทัพเรือ อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดยมี พลเรือเอก อนุทัย รัตตะรังสี  ที่ปรึกษาพิเศษกองทัพเรือ เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายกองทัพเรือ และ พลเรือตรี เอกชัย ตรุศบรรจง  รองผู้จัดการ (บริหาร) บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายบริษัทอิตัลไทย มารีน จำกัด และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือและผู้แทนบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด เข้าร่วมพิธี
ในวันเดียวกัน เวลา ๑๕.๐๐ น.  ผู้บัญชาการทหารเรือ และ นายวิรัตน์ ชนะสิทธิ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ร่วมลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง โดยมี พลเรือโท ไพฑูรย์  ประสพสิน  รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายกองทัพเรือ และ นายเชิดชัย ชาญวิทย์  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ผู้ลงนามในฐานะพยานฝ่ายบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด
กระทรวงกลาโหม อนุมัติให้กองทัพเรือซื้อแบบและพัสดุสำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง พร้อมเครื่องจักร อุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ ส่วนสนับสนุน สายไฟและสายสัญญาณที่ใช้กับอุปกรณ์ที่กองทัพเรือเป็น   ผู้จัดหา รวมถึงการบริการทางเทคนิคในการออกแบบติดตั้ง เชื่อมต่อ การตรวจรับ การทดสอบทดลองอุปกรณ์ การฝึกอบรม การสนับสนุน การส่งกำลังบำรุงรวม เอกสารคู่มือ การถ่ายทอดเทคโนโลยีการสร้างเรือ ในสาขาต่าง ๆ ตามแบบเรือ การประกันภัยและการขนส่ง และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ในราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากรแต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จาก บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด โดยส่งมอบแบบแปลนรายละเอียดสำหรับการสร้างเรือและพัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการ สร้างเรือในลักษณะ Package Deal และอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องให้กองทัพเรือดำเนินการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง รวมทั้งส่งมอบแบบรายละเอียดที่ใช้ในการสร้างเรือจริง โดยใช้แบบเรือ เรือหลวงกระบี่ เป็นแบบพื้นฐาน จนกระทั่งส่งมอบ ณ อู่ราชนาวีมหิดล กรมอู่ทหารเรือ จังหวัดชลบุรี
สำหรับการลงนามในสัญญาจ้างสร้างเรือลากจูงขนาดกลาง (เรือ ลจก.) กับ บริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ในครั้งนี้ จำนวน ๑ ลำ พร้อมระบบอุปกรณ์ อะไหล่ เครื่องมือ เอกสาร ส่วนสนับสนุน การทดสอบทดลอง น้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันหล่อลื่น การฝึกอบรม การตรวจรับและพิธีกรรมต่าง ๆ ในราคายกเว้นค่าอากรทางศุลกากร แต่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มภาษีอากรอื่น ๆ ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จนกระทั่งส่งมอบเรือ
การลงนามทั้งสองสัญญาในครั้งนี้ จะเป็นการยืนยันถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์อันดีระหว่างกองทัพเรือและ บริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด และบริษัท อิตัลไทย มารีน จำกัด ที่สนับสนุนโครงการดังกล่าวสำเร็จลุล่วงด้วยดี (ที่มา : สยป.ทร.)
- See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3135#sthash.DMfiDGvA.dpuf

อินเดียและออสเตรเลียจัดการฝึกทางทะเล AUSTINDEX 15

อินเดีย และออสเตรเลียจัดการฝึกทางทะเล AUSTINDEX 15 ร่วมกันเป็นครั้งแรกในอ่าวเบงกอล นอกชายฝั่งเมืองวิสาขปัตนัม ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ เพื่อสร้างหลักประกันความสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยมีการฝึกปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ ตลอดจนปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการฝึกเช่นนี้ต่อไปในทุก ๆ ๒ ปี (ที่มา : ขว.ทร.) - See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3132#sthash.siPmKatK.dpuf
อินเดีย และออสเตรเลียจัดการฝึกทางทะเล AUSTINDEX 15 ร่วมกันเป็นครั้งแรกในอ่าวเบงกอล นอกชายฝั่งเมืองวิสาขปัตนัม ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ เพื่อสร้างหลักประกันความสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยมีการฝึกปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ ตลอดจนปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการฝึกเช่นนี้ต่อไปในทุก ๆ ๒ ปี (ที่มา : ขว.ทร.) - See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3132#sthash.siPmKatK.dpuf
อินเดีย และออสเตรเลียจัดการฝึกทางทะเล AUSTINDEX 15 ร่วมกันเป็นครั้งแรกในอ่าวเบงกอล นอกชายฝั่งเมืองวิสาขปัตนัม ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ เพื่อสร้างหลักประกันความสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยมีการฝึกปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ ตลอดจนปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการฝึกเช่นนี้ต่อไปในทุก ๆ ๒ ปี (ที่มา : ขว.ทร.) - See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3132#sthash.siPmKatK.dpuf
อินเดีย และออสเตรเลียจัดการฝึกทางทะเล AUSTINDEX 15 ร่วมกันเป็นครั้งแรกในอ่าวเบงกอล นอกชายฝั่งเมืองวิสาขปัตนัม ระหว่างวันที่ ๑๑ ถึง ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘ เพื่อสร้างหลักประกันความสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค โดยมีการฝึกปฏิบัติการต่อต้านเรือดำน้ำ ตลอดจนปฏิบัติการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาภัยพิบัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายตกลงจะจัดการฝึกเช่นนี้ต่อไปในทุก ๆ ๒ ปี (ที่มา : ขว.ทร.) - See more at: http://www.sctr.navy.mi.th/index.php/main/detail/content_id/3132#sthash.siPmKatK.dpuf

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 คนไทย รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป
       พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธี เฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๑