"ชาติบ้านเมืองประกอบด้วยนานาสถาบัน
อันเปรียบได้กับอวัยวะทั้งปวง ที่ประกอบกันขึ้นเป็นชีวิตร่างกาย
ชีวิตร่างกายดำรงอยู่ได้ เพราะอวัยวะใหญ่น้อยทำงานเป็นปรกติพร้อมกันอย่างไร
ชาติบ้านเมืองก็ดำรงอยู่ได้เพราะสถาบันต่าง ๆ ตั้งมั่นและปฏิบัติหน้าที่ของตนโดยพร้อมมูลอย่างนั้น"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และอาสาสมัครพลเรือน
ในพิธีตรวจพลสวนสนาม ในงานพระราชพิธีรัชดาภิเษก ๘ มิถุนายน ๒๕๑๔
วันพุธที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2558
ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมแถลงผลงานของรัฐบาลรอบ ๖ เดือน
วันนี้ (๒๒ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
ร่วมแถลงผลงานของรัฐบาลรอบ ๖ เดือน ณ ห้องหลักเมือง ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม
กรุงเทพมหานคร โดย พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นประธานในการแถลงผลงาน ฯ และมี ผู้บัญชาการสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
เข้าร่วมการแถลงผลงาน ฯ
การแถลงผลงานของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหมรอบ ๖ เดือน ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานสำคัญที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจน, การช่วยเหลือและบริการประชาชน, การสร้างสภาพแวดล้อมของประเทศให้มีความน่าอยู่และมีความปลอดภัย, การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในส่วนของกองทัพเรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ และการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), การจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ พร้อมฝ่ายอำนวยการ และการจัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาด เป็นต้น (ที่มา : ยก.ทร.)
การแถลงผลงานของรัฐบาลในส่วนของกระทรวงกลาโหมรอบ ๖ เดือน ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการนำเสนอผลงานสำคัญที่สามารถสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน อาทิ การแก้ไขปัญหาความยากจน, การช่วยเหลือและบริการประชาชน, การสร้างสภาพแวดล้อมของประเทศให้มีความน่าอยู่และมีความปลอดภัย, การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล และการเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในส่วนของกองทัพเรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติ ทางทะเล การส่งเสริมความร่วมมือกับต่างประเทศ และการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาล ประกอบด้วย ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.), การจัดกำลังพลปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ พร้อมฝ่ายอำนวยการ และการจัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาด เป็นต้น (ที่มา : ยก.ทร.)
พิธีเปิดกิจกรรมอาชีพเสริมให้แก่กำลังพลหญิงพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้
(๒๒ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือตรีหญิง สุปาณี เชาวน์แหลม
หัวหน้าหน่วยสำนักงานทหารเรือหญิง เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมอาชีพเสริมให้แก่กำลังพลหญิง
ประจำปี ๒๕๕๘ พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ สโมสรกรมแพทย์ทหารเรือ
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านอาชีพเสริมและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างข้าราชการหญิง ลูกจ้างหญิง และพนักงานราชการหญิง ซึ่งเป็นการสร้างไมตรีและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมอาชีพเสริมในครั้งนี้ มีจำนวน ๕ อาชีพ ได้แก่ การตกแต่งหมวก, การทำสบู่เดคูพาจ, การทำเครปเค้ก, การทำคานาเป้ และการทำน้ำสลัดสูตรงาบดซีอิ้วญี่ปุ่นและสูตรเพื่อสุขภาพวาชาบิ โดยมีวิทยากรจากศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัดและโรงเรียนนายเรือมาให้ความรู้
ในการนี้ กรมการขนส่งทหารเรือ ได้สนับสนุนรถโดยสารปรับอากาศ บริการรับ - ส่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยกำหนดออกจากกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เวลา ๑๒.๐๐ น. และรับผู้ร่วมกิจกรรมหน้ากรมการเงินทหารเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม เวลา ๑๒.๑๕ น. (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านอาชีพเสริมและส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างข้าราชการหญิง ลูกจ้างหญิง และพนักงานราชการหญิง ซึ่งเป็นการสร้างไมตรีและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน อีกทั้งยังสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดเพื่อสร้างรายได้ ให้แก่ตนเองและครอบครัว สำหรับกิจกรรมอาชีพเสริมในครั้งนี้ มีจำนวน ๕ อาชีพ ได้แก่ การตกแต่งหมวก, การทำสบู่เดคูพาจ, การทำเครปเค้ก, การทำคานาเป้ และการทำน้ำสลัดสูตรงาบดซีอิ้วญี่ปุ่นและสูตรเพื่อสุขภาพวาชาบิ โดยมีวิทยากรจากศูนย์ฝึกอาชีพบางพลัดและโรงเรียนนายเรือมาให้ความรู้
ในการนี้ กรมการขนส่งทหารเรือ ได้สนับสนุนรถโดยสารปรับอากาศ บริการรับ - ส่งผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม โดยกำหนดออกจากกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เวลา ๑๒.๐๐ น. และรับผู้ร่วมกิจกรรมหน้ากรมการเงินทหารเรือ พื้นที่พระราชวังเดิม เวลา ๑๒.๑๕ น. (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ประจำปี ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและ
ตราด
ได้จัดรถยนต์บรรทุกน้ำและรถยนต์ดัดแปลงบรรทุกน้ำ
รวมจำนวน ๔๒ คัน
เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและ
จังหวัดตราด
ตามที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นที่จากจังหวัด
โดยประชาชนสามารถติดต่อประสานขอรับการสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคได้ที่หน่วย
ต่าง
ๆ ดังนี้
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
กองทัพเรือ ทำการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหาร ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ระหว่าง ๖ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘
กองทัพเรือ จะทำการเรียกพลนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน
และนายทหารประทวนกองหนุน พรรคนาวิน สังกัดกองเรือยุทธการ เพื่อฝึกวิชาทหารประจำปีงบประมาณ
๒๕๕๘ ระหว่างวันที่ ๖ - ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ณ กองการฝึก กองเรือยุทธการ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กำหนดรายงานตัวในวันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘
เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ อาคารกองวิชาการเรือและเดินเรือ กองการฝึก กองเรือยุทธการ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ขอเชิญผู้ที่ได้รับคำสั่งเรียกพล หรือหมายเรียกพล เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๖ และ ๐ ๒๔๖๕ ๐๐๑๒ (ที่มา : กพ.ทร.)
ขอเชิญผู้ที่ได้รับคำสั่งเรียกพล หรือหมายเรียกพล เดินทางไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๖ และ ๐ ๒๔๖๕ ๐๐๑๒ (ที่มา : กพ.ทร.)
วันจันทร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"การมีเสรีภาพนั้น
เป็นของที่ดีอย่างยิ่ง แต่เมื่อจะใช้ จำเป็นต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง
ตามความรับผิดชอบ มิให้ล่วงละเมิดเสรีภาพของผู้อื่นที่เขามีอยู่เท่าเทียมกัน
ทั้งมิให้กระทบกระเทือนถึง สวัสดิภาพและความเป็นปกติสุขของส่วนร่วมด้วย"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ๙ กรกฎาคม ๒๕๑๔
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้บังคับบัญชาลูกเสือ ๙ กรกฎาคม ๒๕๑๔
ช่องทางการรับแจ้งเรื่องสำหรับชาวต่างประเทศ สายด่วน เหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน ๑๑๕๕ ร้องทุกข์ทั่วไป ๑๑๑๑ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง
รัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
โดยมีข้อสั่งการหลายประการ
ซึ่งล่าสุดได้สั่งการให้มีช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์สำหรับชาวต่างประเทศ
และนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยหรือพำนักอยู่ในประเทศไทย
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการชาวต่างประเทศ จึงร่วมกันบูรณาการช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือสำหรับชาวต่างประเทศ ดังนี้
- กรณีเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน ให้ใช้ช่องทาง สายด่วน ๑๑๕๕ ของกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องและประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากมีความพร้อมในการให้บริการ โดยให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมีล่ามช่วยแปลได้หลายภาษา รวมทั้งมีสถานีตำรวจท่องเที่ยว เปิดให้บริการทั่วประเทศ
- กรณีการร้องทุกข์ทั่วไป ให้ใช้ช่องทางสายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องและประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยสามารถให้บริการภาษาอังกฤษและเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการประสาน งานเรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งมีเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ครอบคลุมทุกกระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระ และกำลังขยายเครือข่ายไปยังสถานทูตไทยในประเทศอาเชียนด้วย (ที่มา : สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี)
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาลและหน่วยงานภาครัฐ รวมทั้งเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการชาวต่างประเทศ จึงร่วมกันบูรณาการช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์ ขอความช่วยเหลือสำหรับชาวต่างประเทศ ดังนี้
- กรณีเหตุด่วน เหตุฉุกเฉิน ให้ใช้ช่องทาง สายด่วน ๑๑๕๕ ของกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องและประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากมีความพร้อมในการให้บริการ โดยให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมีล่ามช่วยแปลได้หลายภาษา รวมทั้งมีสถานีตำรวจท่องเที่ยว เปิดให้บริการทั่วประเทศ
- กรณีการร้องทุกข์ทั่วไป ให้ใช้ช่องทางสายด่วนของรัฐบาล ๑๑๑๑ เป็นช่องทางหลักในการรับเรื่องและประสานการดำเนินการแก้ไขปัญหา เนื่องจากให้บริการตลอด ๒๔ ชั่วโมง โดยสามารถให้บริการภาษาอังกฤษและเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ในการประสาน งานเรื่องร้องทุกข์ รวมทั้งมีเครือข่ายผู้ปฏิบัติงานเรื่องร้องทุกข์ครอบคลุมทุกกระทรวง กรม จังหวัด รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอิสระ และกำลังขยายเครือข่ายไปยังสถานทูตไทยในประเทศอาเชียนด้วย (ที่มา : สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี)
กรมการขนส่งทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ ๒ อัตรา
กรมการขนส่งทหารเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จำนวน ๒ อัตรา ในตำแหน่ง ช่างเชือกรอกและการอู่
โดยผู้สมัครจะต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด อายุ ๑๘ ปีบริบูรณ์
แต่ไม่เกิน ๓๕ ปีบริบูรณ์ และจะต้องผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการและหมดข้อผูกพันตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร
พุทธศักราช ๒๔๙๗ แล้ว
หลักฐานการสมัครประกอบด้วย สำเนาหลักฐานการศึกษา, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร ของบิดา มารดา, รูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - สกุล, สำเนาใบกองหนุนหรือใบแทน หรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล
ผู้ประสงค์จะสมัครขอรับใบสมัครได้ที่ กองกำลังพลและธุรการ กองบังคับการ กรมการขนส่งทหารเรือ เลขที่ ๒ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๖๓ หรือ ๐๘๑ ๒๕๙ ๖๘๖๑ กำหนดยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ในเวลาราชการ ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. (ที่มา : ขส.ทร.)
หลักฐานการสมัครประกอบด้วย สำเนาหลักฐานการศึกษา, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร ของบิดา มารดา, รูปถ่าย ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๒ รูป, สำเนาหลักฐานอื่น ๆ เช่น ใบสำคัญการสมรส ใบสำคัญการหย่า หลักฐานการเปลี่ยนชื่อ - สกุล, สำเนาใบกองหนุนหรือใบแทน หรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐบาล
ผู้ประสงค์จะสมัครขอรับใบสมัครได้ที่ กองกำลังพลและธุรการ กองบังคับการ กรมการขนส่งทหารเรือ เลขที่ ๒ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๖๓ หรือ ๐๘๑ ๒๕๙ ๖๘๖๑ กำหนดยื่นใบสมัครด้วยตนเอง ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ในเวลาราชการ ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. (ที่มา : ขส.ทร.)
พิธีเปิดการแข่งขันเรือใบรายการหัวหินรีกัตต้า ๒๐๑๕
วันนี้ (๒๐ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๑๙.๐๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเรือใบ รายการหัวหินรีกัตต้า ๒๐๑๕
ณ ห้องอเนกประสงค์ อาคารนาวีภิรมย์ ๑ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกองทัพเรือ จัดการแข่งขันเรือใบรายการหัวหิน รีกัตต้า ๒๐๑๕ ระหว่างวันที่ ๑๙ ถึง ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณชายหาดโรงแรม รีเจ้นท์ ชาเล่ต์ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ฯ ได้ดำเนินการจนเรือใบรายการหัวหิน รีกัตต้า อย่างต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ และน้อมระลึกถึงพระปรีชาสามารถที่ทรงเรือใบประเภทโอเค ชื่อ "เวคา" ข้ามอ่าวไทย จากหน้าวังไกลกังวล หัวหิน ไปยังอ่าวเตยงาม หน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ตลอดจนเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะนักกีฬาเรือใบของประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ
การแข่งขันเรือใบรายการ "หัวหิน รีกัตต้า" นับเป็นรายการที่มีความสำคัญ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่คนไทยมีความภาคภูมิใจเพราะเกิดจากพระ อัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบารมีของพระองค์อย่างแท้จริง ที่ทำให้การแข่งขันรายการนี้มีการพัฒนาและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจนถึง ปัจจุบัน สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬาแล่นใบระดับแนวหน้าจากนานาประเทศให้ เข้ามาร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมากดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา (ที่มา : สน.รอง ผบ.ทร.)
สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมกับกองทัพเรือ จัดการแข่งขันเรือใบรายการหัวหิน รีกัตต้า ๒๐๑๕ ระหว่างวันที่ ๑๙ ถึง ๒๕ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณชายหาดโรงแรม รีเจ้นท์ ชาเล่ต์ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ฯ ได้ดำเนินการจนเรือใบรายการหัวหิน รีกัตต้า อย่างต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกปี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงชนะเลิศการแข่งขันเรือใบในกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ ๔ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๑๐ และน้อมระลึกถึงพระปรีชาสามารถที่ทรงเรือใบประเภทโอเค ชื่อ "เวคา" ข้ามอ่าวไทย จากหน้าวังไกลกังวล หัวหิน ไปยังอ่าวเตยงาม หน้ากองบัญชาการ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ ตลอดจนเพื่อเป็นการพัฒนาทักษะนักกีฬาเรือใบของประเทศไทยสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ
การแข่งขันเรือใบรายการ "หัวหิน รีกัตต้า" นับเป็นรายการที่มีความสำคัญ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่คนไทยมีความภาคภูมิใจเพราะเกิดจากพระ อัจฉริยภาพในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบารมีของพระองค์อย่างแท้จริง ที่ทำให้การแข่งขันรายการนี้มีการพัฒนาและก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องจนถึง ปัจจุบัน สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้มีนักกีฬาแล่นใบระดับแนวหน้าจากนานาประเทศให้ เข้ามาร่วมแข่งขันเป็นจำนวนมากดังเช่นทุกปีที่ผ่านมา (ที่มา : สน.รอง ผบ.ทร.)
พิธีเปิดโครงการค่ายบุตร - ธิดานาวี ภาคฤดูร้อน ๒๕๕๘ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ
วันนี้
(๒๐ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๑.๐๐ น. นางณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการค่ายบุตร - ธิดานาวี ภาคฤดูร้อน ๒๕๕๘
ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
โดยมี อุปนายกสมาคมภริยาทหารเรือ หัวหน้าหน่วยของกองทัพเรือ คณะกรรมการบริหารสมาคมภริยาทหารเรือ
วิทยากรโครงการค่ายฯ ผู้ปกครอง และเยาวชนผู้ร่วมโครงการ ฯ เข้าร่วมพิธีเปิด
สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดโครงการค่ายบุตร - ธิดานาวี ภาคฤดูร้อน ในพื้นที่สัตหีบ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นเยาวชนจากครอบครัวทหารเรือพื้นที่กรุงเทพมหานครและสัตหีบ ได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น และเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน อีกทั้งได้รับความรู้เพิ่มเติม จากเนื้อหาวิชาต่าง ๆ รวมทั้งความสนุกสนานจากห้องเรียน และทัศนศึกษา ณ สถานที่ทางธรรมชาติวิทยา เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนเกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรของชาติ รวมทั้งพัฒนาทักษะทางสังคม เรียนรู้การอยู่กับผู้อื่น อันเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อสร้างคุณค่าเยาวชนบุตร - หลานทหารเรือให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพต่อไป (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดโครงการค่ายบุตร - ธิดานาวี ภาคฤดูร้อน ในพื้นที่สัตหีบ เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมซึ่งเป็นเยาวชนจากครอบครัวทหารเรือพื้นที่กรุงเทพมหานครและสัตหีบ ได้รู้จักคุ้นเคยกันมากขึ้น และเรียนรู้การใช้ชีวิตร่วมกัน รวมทั้งแลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน อีกทั้งได้รับความรู้เพิ่มเติม จากเนื้อหาวิชาต่าง ๆ รวมทั้งความสนุกสนานจากห้องเรียน และทัศนศึกษา ณ สถานที่ทางธรรมชาติวิทยา เพื่อสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนเกิดความรักและหวงแหนทรัพยากรของชาติ รวมทั้งพัฒนาทักษะทางสังคม เรียนรู้การอยู่กับผู้อื่น อันเป็นรากฐานสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตในสังคมปัจจุบัน เพื่อสร้างคุณค่าเยาวชนบุตร - หลานทหารเรือให้เป็นเยาวชนที่มีคุณภาพต่อไป (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
ขอเชิญร่วมงานฌาปนกิจศพ คุณแม่ยี่ แก้วเพ็ชร ณ วัดไทรทอง จังหวัดเพชรบุรี
ขอเชิญผู้ที่รู้จักคุ้นเคย
ร่วมงานฌาปนกิจศพ คุณแม่ยี่ แก้วเพ็ชร มารดา เรือตรี ปรีชา แก้วเพ็ชร
ประจำแผนกเลขานุการ กองเลขานุการ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
ณ ฌาปนสถานวัดไทรทอง ตำบลบางขุนไทร อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี
ในวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๑๖.๐๐ น.
(ที่มา : สลก.ทร.)
(ที่มา : สลก.ทร.)
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ความสามัคคีนั้น
อาจหมายความถึงเห็นชอบเห็นพ้องกันโดยไม่แย้งกัน ความจริงงานทุกอย่างหรือการอยู่เป็นสังคมย่อมต้องมีความขัดแย้งกัน
ความคิดต่างกัน ซึ่งไม่เสียหาย แต่อยู่ที่จิตใจของเรา ถ้าเราใช้หลักวิชาและความปรองดองด้วยการใช้ปัญญา
การแย้งต่าง ๆ ย่อมเป็นประโยชน์ หากมีรากฐานของความคิดอย่างเดียวกัน
รากฐานของความคิดนั้นคือ แต่ละคนจะต้องทำให้บ้านเมืองมีความมีความเป็นปึกแผ่น"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ มีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๗
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ มีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๑๗
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











