"ความสามัคคีนั้น
อาจหมายความถึงเห็นชอบเห็นพ้องกันโดยไม่แย้งกัน ความจริงงานทุกอย่างหรือการอยู่เป็นสังคมย่อมต้องมีความขัดแย้งกัน
ความคิดต่างกัน ซึ่งไม่เสียหาย แต่อยู่ที่จิตใจของเรา ถ้าเราใช้หลักวิชาและความปรองดองด้วยการใช้ปัญญา
การแย้งต่าง ๆ ย่อมเป็นประโยชน์ หากมีรากฐานของความคิดอย่างเดียวกัน
รากฐานของความคิดนั้นคือ แต่ละคนจะต้องทำให้บ้านเมืองมีความมีความเป็นปึกแผ่น"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ มีพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ ๒๙
ตุลาคม ๒๕๑๗
วันศุกร์ที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2558
พิธีปิดโครงการค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสา กองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๑
วันนี้ (๑๐ เมษายน
๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท ประพฤติพร อักษรมัต รองเสนาธิการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีปิดโครงการค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์ - จิตอาสา
กองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ ครั้งที่ ๑ ณ ห้องหาดเล็ก อาคารอเนกประสงค์
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
การจัดโครงการ "ค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์
- จิตอาสากองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ เป็นกิจกรรมหนึ่ง ด้านกิจการพลเรือนของกองทัพเรือที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งใน สังคม โดยการส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้นำทางความคิดในการเสริมสร้างความรักและความ สามัคคี รวมทั้งให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ฯ มีความประทับใจและมีความศรัทธาเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ อันจะเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นใน สังคมอย่างยั่งยืนต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
การจัดโครงการ "ค่ายผู้นำเยาวชนสมานฉันท์
- จิตอาสากองทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๘ เป็นกิจกรรมหนึ่ง ด้านกิจการพลเรือนของกองทัพเรือที่มีเป้าหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งใน สังคม โดยการส่งเสริมให้เยาวชนเป็นผู้นำทางความคิดในการเสริมสร้างความรักและความ สามัคคี รวมทั้งให้เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการ ฯ มีความประทับใจและมีความศรัทธาเชื่อมั่นต่อการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ อันจะเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่และเสริมสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นใน สังคมอย่างยั่งยืนต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "ฉลาดกับเฉลียว"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ฉลาดกับเฉลียว"
นายฉลาดกับนายเฉลียว ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมากต่างชวนกันไปฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อาจารย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อาจารย์สอนวิชาความรู้ให้ศิษย์ทั้ง ๒ เท่า ๆ กัน โดยไม่ปิดบังอำพราง ต่อมาวันหนึ่งทั้งสองคนขอลาอาจารย์กลับไปเยี่ยมบ้าน ระหว่างทางได้พบรอยเท้าขนาดใหญ่ของสัตว์ชนิดหนึ่ง นายฉลาดเอ่ยขึ้นว่า "รอยเท้าช้าง" นายเฉลียวกล่าวเสริมว่า "ใช่ ช้างตัวนี้ตาบอดข้างหนึ่ง" เมื่อเดินต่อมา เห็นรอยน้ำเปียกขึ้นที่พื้นดินข้างทาง นายฉลาดเอ่ยขึ้นอีกว่า "รอยปัสสาวะของผู้หญิง" นายเฉลียวก็กล่าวเสริมว่า "ใช่ ผู้หญิงคนนี้มีครรภ์ด้วย" หลังจากเดินต่อมาอีกพักใหญ่ก็ได้พบช้างตาบอดข้างหนึ่ง และก่อนจะเข้าเขตหมู่บ้านก็ได้พบหญิงมีครรภ์คนหนึ่งเหมือนกับที่นายเฉลียวบอกทุกอย่าง
เมื่อกลับมาที่สำนักของอาจารย์นายฉลาดได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อาจารย์ฟังในเชิงน้อยว่า อาจารย์ลำเอียงสอนวิชาให้นายเฉลียวมากกว่า อาจารย์จึงเรียกนายเฉลียวมาสอบถาม นายเฉลียวชี้แจงว่า ที่รู้ว่าช้างตาบอดข้างหนึ่ง เพราะสังเกตได้จากต้นไม้ใบหญ้าข้างทาง ถูกช้างน้าวกินเพียงด้านเดียวและที่รู้ว่าเป็นรอยปัสสาวะของหญิงมีครรภ์ ก็เพราะบริเวณรอบ ๆ มีรอยฝ่ามือทั้งสองข้างปรากฏอยู่ แสดงว่าหญิงคนนั้นใช้สองมือยันพื้นช่วยพยุงตัวขณะลุกขึ้น
บุคลาธิษฐานคุณธรรมเรื่องนี้ให้ข้อคิดว่า ความฉลาดเป็นผลมาจากการอบรมศึกษา ก่อให้เกิดเป็นสัญญา คือความจำได้หมายรู้ระยะสั้น ๆ ทำให้มองสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเจาะจงและจำกัด แต่ความเฉียวเป็นผลมาจากการพัฒนาสิ่งที่อบรมศึกษาแล้ว ทำให้เกิดเป็นปัญญาความรอบรู้ และญาณความหยั่งรู้ระยะยาว สามารถมองสิ่งต่าง ๆ เชิงวิเคราะห์วิจัยได้อย่างสุขุมลุ่มลึก และคิดได้ครอบคลุมทุกด้าน ความฉลาดเป็นแค่ไหวพริบปฏิภาณ แต่ความเฉียวเป็นเครื่องเตือนสติ และเป็นตัวประคับประคองให้ไหวพริบปฏิภาณดำเนินไปอย่างถูกต้อง ความฉลาดสามารถวัดระดับเป็นฉลาดน้อย ฉลาดมาก แต่ความเฉียวไม่อาจวัดระดับ ตราบใดที่มีความเฉลียว ก็จะช่วยให้เกิดความฉลาดขึ้นได้ไม่มากก็น้อยตราบนั้น
ดังนั้น ไม่ว่าเฉียวจะดีกว่าฉลาดในด้านใดหรืออย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า คนฉลาดต้องไม่ขาดเฉลียว คนเฉลียวต้องคิดวิเคราะห์อย่างฉลาด ยิ่งฉลาดมาก และเฉลียวมาก ชีวิตของคน ๆ นั้น ย่อมเจริญรุ่งเรืองยาวนานอย่างแน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
นายฉลาดกับนายเฉลียว ซึ่งเป็นเพื่อนรักกันมากต่างชวนกันไปฝากตัวเป็นศิษย์ร่ำเรียนวิชากับอาจารย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อาจารย์ผู้มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง อาจารย์สอนวิชาความรู้ให้ศิษย์ทั้ง ๒ เท่า ๆ กัน โดยไม่ปิดบังอำพราง ต่อมาวันหนึ่งทั้งสองคนขอลาอาจารย์กลับไปเยี่ยมบ้าน ระหว่างทางได้พบรอยเท้าขนาดใหญ่ของสัตว์ชนิดหนึ่ง นายฉลาดเอ่ยขึ้นว่า "รอยเท้าช้าง" นายเฉลียวกล่าวเสริมว่า "ใช่ ช้างตัวนี้ตาบอดข้างหนึ่ง" เมื่อเดินต่อมา เห็นรอยน้ำเปียกขึ้นที่พื้นดินข้างทาง นายฉลาดเอ่ยขึ้นอีกว่า "รอยปัสสาวะของผู้หญิง" นายเฉลียวก็กล่าวเสริมว่า "ใช่ ผู้หญิงคนนี้มีครรภ์ด้วย" หลังจากเดินต่อมาอีกพักใหญ่ก็ได้พบช้างตาบอดข้างหนึ่ง และก่อนจะเข้าเขตหมู่บ้านก็ได้พบหญิงมีครรภ์คนหนึ่งเหมือนกับที่นายเฉลียวบอกทุกอย่าง
เมื่อกลับมาที่สำนักของอาจารย์นายฉลาดได้เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้อาจารย์ฟังในเชิงน้อยว่า อาจารย์ลำเอียงสอนวิชาให้นายเฉลียวมากกว่า อาจารย์จึงเรียกนายเฉลียวมาสอบถาม นายเฉลียวชี้แจงว่า ที่รู้ว่าช้างตาบอดข้างหนึ่ง เพราะสังเกตได้จากต้นไม้ใบหญ้าข้างทาง ถูกช้างน้าวกินเพียงด้านเดียวและที่รู้ว่าเป็นรอยปัสสาวะของหญิงมีครรภ์ ก็เพราะบริเวณรอบ ๆ มีรอยฝ่ามือทั้งสองข้างปรากฏอยู่ แสดงว่าหญิงคนนั้นใช้สองมือยันพื้นช่วยพยุงตัวขณะลุกขึ้น
บุคลาธิษฐานคุณธรรมเรื่องนี้ให้ข้อคิดว่า ความฉลาดเป็นผลมาจากการอบรมศึกษา ก่อให้เกิดเป็นสัญญา คือความจำได้หมายรู้ระยะสั้น ๆ ทำให้มองสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างเจาะจงและจำกัด แต่ความเฉียวเป็นผลมาจากการพัฒนาสิ่งที่อบรมศึกษาแล้ว ทำให้เกิดเป็นปัญญาความรอบรู้ และญาณความหยั่งรู้ระยะยาว สามารถมองสิ่งต่าง ๆ เชิงวิเคราะห์วิจัยได้อย่างสุขุมลุ่มลึก และคิดได้ครอบคลุมทุกด้าน ความฉลาดเป็นแค่ไหวพริบปฏิภาณ แต่ความเฉียวเป็นเครื่องเตือนสติ และเป็นตัวประคับประคองให้ไหวพริบปฏิภาณดำเนินไปอย่างถูกต้อง ความฉลาดสามารถวัดระดับเป็นฉลาดน้อย ฉลาดมาก แต่ความเฉียวไม่อาจวัดระดับ ตราบใดที่มีความเฉลียว ก็จะช่วยให้เกิดความฉลาดขึ้นได้ไม่มากก็น้อยตราบนั้น
ดังนั้น ไม่ว่าเฉียวจะดีกว่าฉลาดในด้านใดหรืออย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า คนฉลาดต้องไม่ขาดเฉลียว คนเฉลียวต้องคิดวิเคราะห์อย่างฉลาด ยิ่งฉลาดมาก และเฉลียวมาก ชีวิตของคน ๆ นั้น ย่อมเจริญรุ่งเรืองยาวนานอย่างแน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
การทางพิเศษฯ งดเว้นค่าผ่านทางด่านบูรพาวิถี ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่าง ๑๐ - ๑๙ เมษายน ๒๕๕๘
เนื่องในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันสงกรานต์
๒๕๕๘ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย จะดำเนินการยกเว้นการเก็บค่าผ่านทางพิเศษ
ด่านบูรพาวิถี หรือ เส้นทาง บางนา - ชลบุรี ระหว่างวันที่ ๑๐ -
๑๙ เมษายน ๒๕๕๘ ทั้งนี้ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย เตรียมตั้งหน่วยบริการประชาชนบนทางพิเศษ
เพื่อดูแลการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตั้งแต่วันที่ ๙ - ๒๑
เมษายน ๒๕๕๘ จำนวน ๖ จุดด้วยกัน ได้แก่
๑. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางแก้ว ๑
๒. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ประชาชื่น (ขาออก)
๓. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาออก)
๔. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาเข้า)
๕. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ จตุโชติ
๖. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางนา กิโลเมตร ๖ (ขาออก)
(ที่มา : การทางพิเศษฯ)
๑. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางแก้ว ๑
๒. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ ประชาชื่น (ขาออก)
๓. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาออก)
๔. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางปะอิน (ขาเข้า)
๕. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ จตุโชติ
๖. ด่านเก็บค่าผ่านทางพิเศษ บางนา กิโลเมตร ๖ (ขาออก)
(ที่มา : การทางพิเศษฯ)
กองทัพเรือ ขอเชิญชมรายการ "โครงการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี"
กองทัพเรือ
ขอเชิญชมรายการ "โครงการกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา
ฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘"
ซึ่งเป็นโครงการและกิจกรรมที่กองทัพเรือได้เข้าร่วมสนองพระราชดำริ
และเฉลิมพระเกียรติ ฯ โดยมีกำหนดออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
(NBT) ในวันที่ ๑๓ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๒๑.๐๐ น. (ที่มา : กพร.ทร.)
วันพุธที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"สามัคคี
คือการเห็นแก่บ้านเมือง และช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง
ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างตรงไปตรงมา
นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ-เจ้าอยู่หัว ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระ-เจ้าอยู่หัว ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙
ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ร่วมงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ครบ ๑๒๘ ปี
วันนี้ (๘ เมษายน ๒๕๕๘)
เวลา ๐๗.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
พร้อมด้วยคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่กองทัพเรือ ร่วมเป็นเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม
ครบ ๑๒๘ ปี ร่วมกับผู้บัญชาการทหารเรือสูงสุด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ
ณ ห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน
กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงครามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ (ที่มา : กพ.ทร.)
กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงครามนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้ (ที่มา : กพ.ทร.)
กรมการขนส่งทหารเรือ ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ ตั้งแต่วันนี้ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
กรมการขนส่งทหารเรือ
จัดทำโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์
ระหว่างวันที่
๗ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. ณ
บริเวณลานจอดรถ
นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ ทั้งนี้
เพื่อบริการให้แก่กำลังพลในกองทัพเรือและประชาชนทั่วไป
ตรวจสภาพรถ จำนวน ๒๔ รายการ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ
เพื่อเตรียมความพร้อมของรถยนต์ก่อนออกเดินทางไปต่างจังหวัดในช่วงเทศกาลวัน
สงกรานต์
ขอเชิญข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ และรับบริการตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
ขอเชิญข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตลอดจนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ และรับบริการตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : ขส.ทร.)
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง ประจำปี ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและตราด
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและ
ตราด
ได้จัดรถยนต์บรรทุกน้ำและรถยนต์ดัดแปลงบรรทุกน้ำ
รวมจำนวน ๔๒ คัน
เพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีและ
จังหวัดตราด
ตามที่ได้รับการแบ่งมอบพื้นที่จากจังหวัด
โดยประชาชนสามารถติดต่อประสานขอรับการสนับสนุนน้ำอุปโภคบริโภคได้ที่หน่วย
ต่าง
ๆ ดังนี้
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
๑. ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๒๕๓๕๒
๒. หน่วยบรรเทาสาธารณกองกำลังด้านจันทบุรี - ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๑๒๑๗๒ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง และอำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี
๓. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๔๔๗๑๔๔ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และ อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
๔. หน่วยบรรเทาสาธารณภัยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๐๑๑๗๗ พื้นที่ให้ความช่วยเหลือ อำเภอเมืองตราด อำเภอเขาสมิง อำเภอบ่อไร่ และอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด
๕. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๔ จันทบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๓๐๑๖๙๐
๖. สถานีวิทยุกระจายเสียงทหารเรือ ๑๐ ตราด หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๙ ๕๙๙๑๑๒
สำหรับน้ำอุปโภคบริโภค ได้รับการสนับสนุนจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาจันทบุรี, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาขลุง, การประปาส่วนภูมิภาคสาขาตราด และ การประปาส่วนภูมิภาคสาขาคลองใหญ่ เป็นต้น โดยไม่คิดมูลค่าค่าน้ำประปา เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยแล้ง ในโอกาสนี้ กองบัญชาการป้องกัน ชายแดนจันทบุรีและตราด ขอขอบคุณแทนชาวจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดไว้ ณ ที่นี้ด้วย (ที่มา : กปช.จต.)
กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ บริการรถจักรยานแก่กำลังพลเพื่อออกกำลังกาย ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ
กิจการกีฬา
ฐานทัพเรือกรุงเทพ ได้จัดรถจักรยานไว้สำหรับบริการกำลังพลกองทัพเรือ
ออกกำลังกายโดยการปั่นจักรยาน เพื่อเสริมสร้างสุขภาพภายในพื้นที่วังนันทอุทยาน
โดยเตรียมรถจักรยาน จำนวน ๑๐ คัน ไว้คอยให้บริการ คิดค่าบริการชั่วโมงแรก
๒๐ บาท ชั่วโมงต่อไป ๑๐ บาท หลักฐานการเช่ารถใช้บัตรประจำตัวข้าราชการ
ลูกจ้างกองทัพเรือ หรือบัตรประจำตัวประชาชน
ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)
ขอเชิญชวนข้าราชการ และลูกจ้าง ปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพดี ชีวิตเป็นสุข กับ กิจการกีฬา ฐานทัพเรือกรุงเทพ ติดต่อขอใช้บริการรถจักรยานได้ที่ สนามไดร์ฟกอล์ฟ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ระหว่างเวลา ๐๖.๐๐ น. - ๒๐.๐๐ น. ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราชการ (ที่มา : ฐท.กท.)
วันอังคารที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้
จะต้องอยู่เป็นหมู่คณะ และถ้าหมู่คณะนั้นมีความสามัคคี คือเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน
ช่วยเหลือในทุกเมื่อ ช่วยกันคิดว่าสิ่งใดควร สิ่งใดไม่สมควร สิ่งใดที่จะทำให้นำมาสู่ความเจริญความมั่นคง
ความสุขก็ทำ สิ่งใดที่นำมาซึ่งหายนะหรือเสียหายก็เว้น และช่วยกันปฏิบัติทั้งหน้าที่ทางกายทั้งหน้าที่ทางใจ"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้าน จังหวัดสระบุรี ๑๖ เมษายน ๒๕๑๙
เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ เป็นประธานเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์
วันนี้
(๗ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี พรชัย ปิ่นทอง เจ้ากรมการขนส่งทหารเรือ
เป็นประธานเปิดโครงการตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลวันสงกรานต์ ณ บริเวณลานจอดรถ
นันทอุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ
กรมการขนส่งทหารเรือ ได้จัดกิจกรรมตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๗ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยเปิดให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และซ่อมทำเบื้องต้นให้แก่ข้าราชการกองทัพ เรือและประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๔ รายการ เช่น ตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเบรก ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง น้ำมันเกียร์ ระบบเบรก ทำความสะอาดกรองอากาศ ตรวจสภาพยางรถยนต์ ตรวจระดับน้ำทั้งหมด และบริการเติมน้ำกลั่นฟรี นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการจราจรทางบก ตลอดจนให้คำแนะนำการขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ เป็นต้น
ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์กับกรมการขนส่งทหารเรือ ๗ - ๑๐ เมษายน นี้ ที่ บริเวณลานจอดรถ นันท-อุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ที่มา : ขส.ทร.)
กรมการขนส่งทหารเรือ ได้จัดกิจกรรมตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ ๗ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยเปิดให้บริการตรวจสภาพรถยนต์และซ่อมทำเบื้องต้นให้แก่ข้าราชการกองทัพ เรือและประชาชนทั่วไป โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๔ รายการ เช่น ตรวจระบบเครื่องยนต์ ระบบน้ำมันหล่อลื่น น้ำมันเบรก ระบบไฟฟ้าส่องสว่าง น้ำมันเกียร์ ระบบเบรก ทำความสะอาดกรองอากาศ ตรวจสภาพยางรถยนต์ ตรวจระดับน้ำทั้งหมด และบริการเติมน้ำกลั่นฟรี นอกจากนี้ ยังให้ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการจราจรทางบก ตลอดจนให้คำแนะนำการขับขี่รถยนต์ให้ปลอดภัย ลดการเกิดอุบัติเหตุในการขับรถ เป็นต้น
ขอเชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง และพนักงานราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป ตรวจสภาพรถยนต์ก่อนเดินทางในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์กับกรมการขนส่งทหารเรือ ๗ - ๑๐ เมษายน นี้ ที่ บริเวณลานจอดรถ นันท-อุทยานสโมสร ฐานทัพเรือกรุงเทพ (ที่มา : ขส.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











