"ความเจริญของคนทั้งหลาย
ย่อมเกิดมาจากประพฤติชอบและการหาเลี้ยงชีพชอบ
เป็นหลักสำคัญ ผู้ที่จะสามารถประพฤติชอบและหาเลี้ยงชีพชอบได้ด้วยนั้น
ย่อมจะมีทั้งวิชาความรู้ ทั้งหลักธรรมทางศาสนา
เพราะสิ่งแรกเป็นปัจจัยสำหรับใช้กระทำการทำงาน
สิ่งหลังเป็นปัจจัยสำหรับส่งเสริมความประพฤติ
และการปฏิบัติงานให้ชอบคือให้ถูกต้องและเป็นธรรม"
พระราชดำรัสของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ครูโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม
๔ จังหวัดภาคใต้ จังหวัดปัตตานี ๒๔ สิงหาคม ๒๕๑๙
วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558
พิธีประกาศผลสอบความรู้และประดับเครื่องหมายยศนักเรียนนายเรือที่สำเร็จการศึกษา ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗
วันนี้ (๓ เมษายน ๒๕๕๘)
เวลา ๑๕.๓๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เดินทางไปยังโรงเรียนนายเรือ ประกอบพิธีสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์
รัชกาลที่ ๕, พระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์, ตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ และเป็นประธานในพิธีประกาศผลสอบความรู้
มอบเกียรตินิยมบัตร เข็มสามสมอ และประดับเครื่องหมายยศ ให้แก่นักเรียนนายเรือที่สำเร็จการศึกษา
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๗ พร้อมให้โอวาทแก่นายทหารสัญญาบัตรใหม่ ณ
หอประชุมภูติอนันต์ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
โดยมี พลเรือโท พงษ์เทพ หนูเทพ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายเรือ ให้การต้อนรับ
และมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ เข้าร่วมพิธี
การประกาศผลสอบความรู้ ประดับเครื่องหมายยศ มอบเกียรติบัตร และเข็มสามสมอ ให้แก่นักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๔ ที่จะสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ มีผู้สอบความรู้ผ่านตามหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือ จำนวน ๗๐ นาย จำแนกตามสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาการทางเรือ จำนวน ๕๐ นาย, สาขาอุทกศาสตร์ จำนวน ๒ นาย, สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ จำนวน ๑๕ นาย และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จำนวน ๓ นาย
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใหม่ที่มีผลการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ และมีผลการเรียนยอดเยี่ยมอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับเกียรตินิยมบัตร ตามสาขาต่าง ๆ ดังนี้
- สาขาวิชาวิทยาการทางเรือ เกียรตินิยมบัตร อันดับ ๑ จำนวน ๗ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี บรรณสรณ์ พ่วงธานี คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๒๒, ว่าที่เรือตรี วรัญญู ภู่ย้อย คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๑๐, ว่าที่เรือตรี วัชรวัชร์ พันธุพล คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๐๒, ว่าที่เรือตรี พิชิตชน นิยมจันทร์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๓๕, ว่าที่เรือตรี วรุณ งามขยัน คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๙๘, ว่าที่เรือตรี ชัยณรงค์ เร้าเขตร์กิจ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๖๐ และว่าที่เรือตรี ศุภสันห์ สวนแก้ว คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๒๐
- สาขาวิชาอุทกศาสตร์ เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๒ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี สัณหณัฐ อิสมาแอล คะแนนเฉลี่ยสะสมได้ ๓.๖๙๙ และ ว่าที่เรือตรี วีรศรุต ถนอมวงศ์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๓๖๑
- สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๒ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี ธนาพล แสนทวีวัฒน์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๘๗ และ ว่าที่เรือตรี ภาณุพงศ์ เชื้อฉ่ำหลวง คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๔๔
- สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๑ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี ณัฐพงษ์ เนตรทิพย์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๘๓ (ที่มา : รร.นร.)
การประกาศผลสอบความรู้ ประดับเครื่องหมายยศ มอบเกียรติบัตร และเข็มสามสมอ ให้แก่นักเรียนนายเรือ ชั้นปีที่ ๔ ที่จะสำเร็จการศึกษา ในปีการศึกษา ๒๕๕๗ ในครั้งนี้ มีผู้สอบความรู้ผ่านตามหลักสูตรของโรงเรียนนายเรือ จำนวน ๗๐ นาย จำแนกตามสาขาวิชาต่าง ๆ ได้แก่ สาขาวิชาวิทยาการทางเรือ จำนวน ๕๐ นาย, สาขาอุทกศาสตร์ จำนวน ๒ นาย, สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ จำนวน ๑๕ นาย และสาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า จำนวน ๓ นาย
สำหรับนายทหารสัญญาบัตรใหม่ที่มีผลการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาโรงเรียนนายเรือ และมีผลการเรียนยอดเยี่ยมอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับเกียรตินิยมบัตร ตามสาขาต่าง ๆ ดังนี้
- สาขาวิชาวิทยาการทางเรือ เกียรตินิยมบัตร อันดับ ๑ จำนวน ๗ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี บรรณสรณ์ พ่วงธานี คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๒๒, ว่าที่เรือตรี วรัญญู ภู่ย้อย คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๑๐, ว่าที่เรือตรี วัชรวัชร์ พันธุพล คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๗๐๒, ว่าที่เรือตรี พิชิตชน นิยมจันทร์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๓๕, ว่าที่เรือตรี วรุณ งามขยัน คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๙๘, ว่าที่เรือตรี ชัยณรงค์ เร้าเขตร์กิจ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๖๐ และว่าที่เรือตรี ศุภสันห์ สวนแก้ว คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๒๐
- สาขาวิชาอุทกศาสตร์ เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๒ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี สัณหณัฐ อิสมาแอล คะแนนเฉลี่ยสะสมได้ ๓.๖๙๙ และ ว่าที่เรือตรี วีรศรุต ถนอมวงศ์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๓๖๑
- สาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกลเรือ เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๒ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี ธนาพล แสนทวีวัฒน์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๘๗ และ ว่าที่เรือตรี ภาณุพงศ์ เชื้อฉ่ำหลวง คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๖๔๔
- สาขาวิชาวิศวกรรมไฟฟ้า เกียรตินิยมบัตรอันดับ ๑ จำนวน ๑ นาย ได้แก่ ว่าที่เรือตรี ณัฐพงษ์ เนตรทิพย์ คะแนนเฉลี่ยสะสม ๓.๕๘๓ (ที่มา : รร.นร.)
พิธีมอบรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" และมอบเข็มและโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา พร้อมประกาศนียบัตรกำกับเข็มเครื่องหมายฯ
วันนี้
(๓ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๑๑.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล "พลเรือเอก
กวี สิงหะ" และมอบเข็มและโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา พร้อมประกาศนียบัตรกำกับเข็มเครื่องหมายให้แก่บุคคลต่าง
ๆ ณ ห้องประชุม อาคารราชนาวิกสภา เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ ได้คัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบทความดีเด่นที่ลงพิมพ์ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๗ จำนวน ๔ นาย รวม ๕ รางวัล ได้แก
- บทความเรื่อง "Sea Power สมุททานุภาพ เนื้อหา - ความหมาย ทหารเรือไทย ควรให้รู้แจ้ง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๑ ได้รับการคัดเลือกเป็นบทความดีเด่น รับรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" เป็นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "เรือดำน้ำ...ดาบของชาติที่ยังขาดหายไป" เขียนโดย พลเรือเอก สุริยะ พรสุริยะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๒ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๑ จากราชนาวิกสภา เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "เขี้ยวเล็บใหม่ใต้น้ำของกองทัพเรือสิงคโปร์ เรือดำน้ำ อาวุธที่ต้องคร้ามเกรง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๓ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๒ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๘,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "ระบบคุณธรรมกับการแต่งตั้งกำลังพลในกองทัพ" เขียนโดย พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๔ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๓ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๖,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ : การกลับมาอีกครั้งของพญาอินทรีย์" เขียนโดย นาวาเอก ไพฑูรย์ ชีชะนะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๕ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๔ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
สำหรับผู้ที่ได้รับเข็มเครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับเข็มเครื่องหมายมาก่อนและเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ราชนาวิกสภา มีจำนวน ๑๒๙ นาย และผู้ที่ได้รับโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ จำนวน ๑๕ นาย (ที่มา : กพ.ทร.)
กองทัพเรือ ได้คัดเลือกผู้ที่สมควรได้รับรางวัลบทความดีเด่นที่ลงพิมพ์ในนิตยสารนาวิกศาสตร์ประจำปี ๒๕๕๗ จำนวน ๔ นาย รวม ๕ รางวัล ได้แก
- บทความเรื่อง "Sea Power สมุททานุภาพ เนื้อหา - ความหมาย ทหารเรือไทย ควรให้รู้แจ้ง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๑ ได้รับการคัดเลือกเป็นบทความดีเด่น รับรางวัล "พลเรือเอก กวี สิงหะ" เป็นเงินจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท จากราชนาวิกสภา พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "เรือดำน้ำ...ดาบของชาติที่ยังขาดหายไป" เขียนโดย พลเรือเอก สุริยะ พรสุริยะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๒ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๑ จากราชนาวิกสภา เป็นเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "เขี้ยวเล็บใหม่ใต้น้ำของกองทัพเรือสิงคโปร์ เรือดำน้ำ อาวุธที่ต้องคร้ามเกรง" เขียนโดย พลเรือเอก สามารถ จำปีรัตน์ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๓ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๒ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๘,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "ระบบคุณธรรมกับการแต่งตั้งกำลังพลในกองทัพ" เขียนโดย พลเรือเอก ศักดิ์สิทธิ์ เชิดบุญเมือง มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๔ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๓ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๖,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
- บทความเรื่อง "ข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ : การกลับมาอีกครั้งของพญาอินทรีย์" เขียนโดย นาวาเอก ไพฑูรย์ ชีชะนะ มีคะแนนรวมเป็นอันดับที่ ๕ ได้รับรางวัลชมเชยอันดับที่ ๔ จากราชนาวิกสภา เป็นเงินจำนวน ๔,๐๐๐ บาท พร้อมโล่เกียรติคุณ
สำหรับผู้ที่ได้รับเข็มเครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ ซึ่งเป็นผู้ที่ยังไม่เคยได้รับเข็มเครื่องหมายมาก่อนและเป็นผู้ทำคุณประโยชน์แก่ราชนาวิกสภา มีจำนวน ๑๒๙ นาย และผู้ที่ได้รับโล่เครื่องหมายราชนาวิกสภา ประจำปี ๒๕๕๘ จำนวน ๑๕ นาย (ที่มา : กพ.ทร.)
พิธีเปิดโครงการครอบครัวกองทัพเรือ อาสาต้านภัยยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี
วันที่
๔ เมษายน ๒๕๕๘ เวลา ๐๙.๔๕ น. นาวาเอก พลเดช คชา รองผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน
กรมกิจการพลเรือน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการครอบครัวกองทัพเรือ
อาสาต้านภัยยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ณ ศูนย์อ่าวคุ้งกระเบน
จังหวัดจันทบุรี โดยมีครอบครัวข้าราชการกองทัพเรือในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
และพื้นที่สัตหีบ เข้าร่วมกิจกรรม ฯ
กองทัพเรือ โดย ฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ (ฝกร.ศอ.ปศ.ทร.) จัดกิจกรรม "ครอบครัวกองทัพเรืออาสา ต้านภัยยาเสพติด" ประจำปี ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดและสร้างความ สัมพันธ์อันดีในสถาบันครอบครัวของกองทัพเรือ โดยนำข้าราชการกองทัพเรือและครอบครัวในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่สัตหีบ จำนวน ๕๐ ครอบครัว ประกอบด้วย บิดา มารดา และบุตร-ธิดา ประมาณ ๑๕๐ คน เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ ๔ - ๕ เมษายน ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ภายในกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘, กิจกรรมสร้างบ้านปลาด้วยชังเชือก, การเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, การจัดกิจกรรมปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ความรักสามัคคี โดยวิทยากรจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภัยยาเสพติด โดยวิทยากรจากกรมแพทย์ทหารเรือ
กิจกรรมดังกล่าว นอกจากเป็นการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ยังเป็นการสนองนโยบายของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือในกลยุทธ์ที่ ๑ การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกองทัพเรือ
(ที่มา : กพร.ทร.)
กองทัพเรือ โดย ฝ่ายกิจการพลเรือน ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือ (ฝกร.ศอ.ปศ.ทร.) จัดกิจกรรม "ครอบครัวกองทัพเรืออาสา ต้านภัยยาเสพติด" ประจำปี ๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดและสร้างความ สัมพันธ์อันดีในสถาบันครอบครัวของกองทัพเรือ โดยนำข้าราชการกองทัพเรือและครอบครัวในพื้นที่กรุงเทพ ฯ และปริมณฑล รวมทั้งพื้นที่สัตหีบ จำนวน ๕๐ ครอบครัว ประกอบด้วย บิดา มารดา และบุตร-ธิดา ประมาณ ๑๕๐ คน เข้าร่วมกิจกรรม ระหว่างวันที่ ๔ - ๕ เมษายน ๒๕๕๘ ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ภายในกิจกรรม ประกอบด้วย กิจกรรมกล่าวถวายพระพรชัยมงคลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘, กิจกรรมสร้างบ้านปลาด้วยชังเชือก, การเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ, การจัดกิจกรรมปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติ ความรักสามัคคี โดยวิทยากรจากกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด และการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับภัยยาเสพติด โดยวิทยากรจากกรมแพทย์ทหารเรือ
กิจกรรมดังกล่าว นอกจากเป็นการดำเนินการเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ยังเป็นการสนองนโยบายของ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพเรือในกลยุทธ์ที่ ๑ การป้องกันกลุ่มผู้มีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของกองทัพเรือ
(ที่มา : กพร.ทร.)
เกาหลีใต้และสหรัฐ ฯ ฝึกภาคทะเลในการฝึก Foal Eagle
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
กองทัพเรือเกาหลีใต้รายงานว่า เกาหลีใต้และสหรัฐ ฯ จัดการฝึกภาคทะเล
โดยเป็นส่วนหนึ่งของการฝึกประจำปี Foal Eagle ตั้งแต่วันที่ ๒
มีนาคม - ๒๔ เมษายน ๒๕๕๘ ที่ เมืองท่าโปฮาง เกาหลีใต้ มีกำลังพลจากกองทัพเรือทั้งสองประเทศเข้าร่วมประมาณ
๔,๑๐๐ นาย และนาวิกโยธิน ๓,๕๐๐ นาย (ที่มา : ขว.ทร.)
วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"คนไทย
รักษาชาติ รักษาแผ่นดิน เป็นปึกแผ่นมั่นคงมาได้ ด้วยสติปัญญาความสามารถ
และด้วยคุณความดี อิสรภาพ เสรีภาพ ความร่มเย็นเป็นสุข ตลอดจนความเจริญ
ทุกอย่างที่มีอยู่บัดนี้ เราทั้งหลายในปัจจุบัน จึงต้องถือเป็นหน้าที่รับผิดชอบอย่างสำคัญ
ในอันที่จะรักษาคุณความดี พร้อมทั้งจิตใจที่เป็นไทยไว้ให้มั่นคงตลอดไป"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๑
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการเสด็จออกมหาสมาคม ในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๒๑
พิธีประดับเครื่องหมายยศและแสดงความยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเรือ วาระเมษายน ๒๕๕๘ และการรายงานตนเองของนายทหารชั้นนายพลเรือที่ได้รับโปรดเกล้า ฯ ให้ดำรงตำแหน่งใหม่
วันนี้ (๑ เมษายน ๒๕๕๘)
เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายยศและแสดงความยินดีให้แก่ผู้ที่ได้รับพระราชทานยศทหารชั้นนายพลเรือ
วาระเมษายน ๒๕๕๘ กล่าวแสดงความยินดีให้กับ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเลื่อนยศ
ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมพิธี
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือรับการรายงานตนเองของนายทหารชั้นนายพลเรือซึ่ง ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณให้ดำรงตำแหน่ง ใหม่ พร้อมกับกล่าวโอวาทให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่าง เต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความวิริยะ อุตสาหะ ยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันพัฒนากองทัพเรือและประเทศชาติให้มีความวัฒนาถาวรสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือรับการรายงานตนเองของนายทหารชั้นนายพลเรือซึ่ง ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้รับราชการสนองพระเดชพระคุณให้ดำรงตำแหน่ง ใหม่ พร้อมกับกล่าวโอวาทให้ทุกคนตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายอย่าง เต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความวิริยะ อุตสาหะ ยึดถือผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นสำคัญ เพื่อร่วมกันพัฒนากองทัพเรือและประเทศชาติให้มีความวัฒนาถาวรสืบไป (ที่มา : สลก.ทร.)
พิธีเปิดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย
วันนี้
(๑ เมษายน ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน
กรมยุทธการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม Navy to Navy
Talks ครั้งที่ ๖ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย
การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมีผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ
สำหรับหัวข้อการหารือ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาช่องทางการสื่อ สารระหว่างกัน, การแลกเปลี่ยนการเยือนของกำลังพล (Staff Visit) และเรือ/อากาศยานของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ, ความร่วมมือด้านยุทธการและการฝึก ในเรื่องความคืบหน้าผลการพิจารณาร่าง Memorandum of Understanding และ Standard Operations Procedure สำหรับการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย และแนวทางการส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรืออินโดนีเซียให้ครอบคลุมพื้นที่ ปฏิบัติการและพื้นที่รับผิดของของกองทัพเรืออินโดนีเซีย (ที่มา : ยก.ทร.)
การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมีผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ
สำหรับหัวข้อการหารือ ได้แก่ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารด้านความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาช่องทางการสื่อ สารระหว่างกัน, การแลกเปลี่ยนการเยือนของกำลังพล (Staff Visit) และเรือ/อากาศยานของกองทัพเรือทั้งสองประเทศ, ความร่วมมือด้านยุทธการและการฝึก ในเรื่องความคืบหน้าผลการพิจารณาร่าง Memorandum of Understanding และ Standard Operations Procedure สำหรับการลาดตระเวนร่วมระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย และแนวทางการส่งกำลังบำรุงของกองทัพเรืออินโดนีเซียให้ครอบคลุมพื้นที่ ปฏิบัติการและพื้นที่รับผิดของของกองทัพเรืออินโดนีเซีย (ที่มา : ยก.ทร.)
กองทัพเรือ ร่วมสนับสนุนงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ประจำปี ๒๕๕๘ ครบรอบ ๑๒๘ ปี
กองทัพเรือ สนับสนุนการจัดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม
ประจำปี ๒๕๕๘ ครบ ๑๒๘ ปี ในวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ห้อง อัษฎางค์
และห้องสุรศักดิ์มนตรี ในศาลาว่าการกลาโหม โดยจัดกำลังพลเข้าร่วมพิธีและจัดภัตตาหารเช้าเพื่อถวายพระสงฆ์
พร้อมอาหารและเครื่องดื่มแก่ ผู้เข้าร่วมพิธี ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือและนายทหารชั้นผู้ใหญ่
ร่วมเป็นเกียรติเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ร่วมกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด
และผู้บัญชาการเหล่าทัพ
กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้
กิจการทหารของชาติไทย นับได้ว่าก่อกําเนิดมาพร้อม ๆ กับกําเนิดชาติไทยเท่าที่ศึกษาค้นพบได้วิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยอาณาจักรสุโขทัย กรุงศรีอยุธยา และพระราชอาณาจักรสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ โดยลําดับ สืบมาจนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระปิยมหาราช ทรงพิจารณาเห็นว่า การป้องกันประเทศและดํารงไว้ซึ่งอิสรภาพ ตลอดจนบูรณภาพแห่งชาติไทย ให้สถิตสถาพร ย่อมขึ้นอยู่กับกําลังทหารที่จัดระบบให้ทัดเทียมกับอารยประเทศที่เจริญ จึงโปรดเกล้าโปรด ฯ ให้รวมทหารบก ทหารเรือ เข้าด้วยกัน ภายใต้การบังคับบัญชาของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร คือ สมเด็จเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ ฯ โดยตราพระราชบัญญัติจัดตั้ง กรมยุทธนาธิการ ขึ้นเมื่อวันที่ ๘ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๐ มีสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชทรงดํารงตําแหน่งเสนาบดี กิจการทหารในยุคนี้ได้มีการเร่งรัดปรับปรุงให้ทันสมัยตามแบบอย่างอารยประเทศ ต่อมาได้ตราพระราชบัญญัติยกฐานะกรมยุทธนาธิการ เป็น กระทรวงยุทธนาธิการ เมื่อวันที่ ๑ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๓๓ มีทหารบก ทหารเรือ อยู่ในบังคับบัญชา จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เปลี่ยนกระทรวงยุทธนาธิการเป็นกระทรวงกลาโหม มีอํานาจปกครองบังคับบัญชาเฉพาะทหารบกฝ่ายเดียว ส่วนทหารเรือนั้นได้แยกออกไปตั้งเป็นกระทรวงทหารเรือ เป็นเอกเทศ ในระยะนั้น กระทรวงกลาโหม (ทหารบก) ได้จัดอัตรากําลังเป็น ๓ กองทัพ มีกําลังรบหลัก ๑๐ กองพล ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องจากภาวะทางเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก และส่งผลกระทบถึงประเทศไทยด้วย (หลังสงครามโลกครั้งที่ ๑) ได้ปรับลดกําลังทหารบกเหลือ ๒ กองทัพน้อย มีกําลังรบหลัก ๒ กองพล และได้ยุบกระทรวงทหารเรือมารวมเข้ากับกระทรวงกลาโหม เรียกชื่อว่า "กระทรวงกลาโหม" เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๗๔ อีกครั้งหนึ่งสืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ต่อมาเมื่อวันที่ ๙ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๐ ได้ปรับปรุงการทหารเพิ่มเติม ยกฐานะกรมทหารอากาศขึ้นเป็นกองทัพอากาศ ดังนั้น กิจการทหารไทย จึงมีทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศเป็นส่วนราชการขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้บังคับบัญชา
การกําหนดให้วันที่ ๘ เมษายน ของทุกปีเป็นวันระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูล สงคราม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จัดให้มีวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนาของหน่วยราชการต่าง ๆ ขึ้น อาทิ วันกองทัพบก วันที่ ๒๕ มกราคม วันกองทัพเรือ วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน และวันกองทัพอากาศ วันที่ ๒๗ มีนาคม และประกาศให้ ๘ เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ออกประกาศการจัดอัตรากําลังทหารและตั้งกรมยุทธนาธิการ อันเป็นวันก่อกําเนิดกิจการทหารไทยตามอัตรากําลังแบบใหม่และมีความเจริญก้าว หน้าติดต่อกันมาเป็นวันที่ระลึกคล้ายวันสถาปนากระทรวงกลาโหม และยึดถือต่อมาจนถึงปัจจุบันนี้
ขอเชิญเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ณ ลานพระราชวังดุสิต
สมาคมภริยาทหารเรือ
จะร่วมออกร้านสมาคมภริยาทหารเรือในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อหารายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมทบทุนสภากาชาดไทย
ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ สวนอัมพร ลานพระราชวังดุสิต
กรุงเทพมหานคร
กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและ
ประชาชนโดยทั่วไป
มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องจากความวิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก
ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้
จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น
โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัดเพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวต่อไปได้
โดยสวัสดี"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑
ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย
วันนี้ (๓๑ มีนาคม
๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
รับเยี่ยมคำนับจาก ฯพณฯ นาง จอสลิน เอส บาทูน - การ์เชีย (Mrs.Jocelym
S.Batoon-Garcia) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ เพื่ออำลาในโอกาสที่พ้นวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย
ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร
การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











