"วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและ
ประชาชนโดยทั่วไป
มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องจากความวิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก
ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้
จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น
โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัดเพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวต่อไปได้
โดยสวัสดี"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑
วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558
ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย
วันนี้ (๓๑ มีนาคม
๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ
รับเยี่ยมคำนับจาก ฯพณฯ นาง จอสลิน เอส บาทูน - การ์เชีย (Mrs.Jocelym
S.Batoon-Garcia) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ เพื่ออำลาในโอกาสที่พ้นวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย
ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร
การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
วันนี้
(๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือตรี สิริบุญ สุคนธมาน รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้สด กล่าวถวายราชสดุดี และกล่าวเปิดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ
๕ รอบ ๖๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสนามหน้าโรงเรียนวัดเสม็ดงาม
และพื้นที่ปลูกป่าชายเลน หมู่ ๑๐ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี
จังหวัดจันทบุรี โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้มีเกียรติ
ลงนามถวายพระพร และร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ (ที่มา : กปช.จต.)
กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ (ที่มา : กปช.จต.)
คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ ต้อนรับกองทัพเรืออินโดนีเซียเดินทางมาร่วมเปิดประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖
วันนี้
(๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๑๐ น. คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ
ให้การรับรองคณะผู้แทนกองทัพเรืออินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุม
Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ณ ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ
จังหวัดสมุทรปราการ
การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมี พลเรือตรี Arie H.Sembiring ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ (ที่มา : ยก.ทร.)
การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมี พลเรือตรี Arie H.Sembiring ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ (ที่มา : ยก.ทร.)
กรมประมง ประกาศ ๑ เมษายน นี้ นำร่อง...แจ้งเรือประมงเข้า - ออกท่า ๔ จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม
ตั้งแต่วันที่
๑ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ กรมประมงทดลองการใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า
- ออกเรือประมง (Port in - Port out) ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่
จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และ จังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือเรือประมง
ขนาด ๓๐ ตันกรอส ขึ้นไป ปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงเพื่อช่วยขจัดการทำประมง
IUU
วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ กรมประมงจะดีเดย์เริ่มทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมง (Port in - Port out) สำหรับเรือประมงที่มีขนาด ๓๐ ตันกรอส ขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่า ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมงที่กำหนด เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทำประมง อาทิ ตรวจสอบเครื่องมือทำการประมง ว่าถูกต้องตามใบอนุญาตหรือไม่ ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้มาสอดคล้องกับประเภท ชนิด เครื่องมือหรือไม่ ท่าเรือที่เข้า-ออก ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ชื่อเรือประมง เครื่องมือและอุปกรณ์ประจำเรือ บุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ แรงงานบนเรือ) มีรายชื่อ จำนวนแรงงานถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และสัญญาจ้างแรงงานประมง รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่เป็นลูกเรือ ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานคนต่างด้าวด้วย ฯลฯ
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง ตั้งอยู่ที่สถานีวิทยุประมงชายฝั่งของกรมประมง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้ท่าเทียบเรือ จำนวน ๒๖ ศูนย์ ครอบคลุมท่าเทียบเรือ ๒๙๒ แห่ง ทั้งนี้ ในครั้งแรกจะทดลองนำร่องการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยการปฏิบัติงานในพื้นที่ครั้งนี้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง อาทิ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฯลฯ และหลังจากนี้จะมีการนำผลการทดลองการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง มาประชุมวิเคราะห์ออกกฎหมายลำดับรองเพื่อดำเนินการบังคับ
สำหรับแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย ๓ ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ ๑ เรือประมงกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน เพื่อนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือ แพปลา ก่อนที่จะออกเรือ ๖ ชั่วโมง หรือภายใน ๓ ชั่วโมง หลังจอดเรือเสร็จ
ขั้นที่ ๒ เจ้าหน้าที่ท่าเรือ/แพปลา ส่งโทรสาร หรือ Line ภาพถ่ายแบบฟอร์ม รายงานการเข้า - ออก Port in - Port out (PIPO) ที่เรือประมงกรอกไว้ ส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานการเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ที่คุมท่าเรือนั้น ๆ
ขั้นที่ ๓ เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ตรวจสอบความสมบูรณ์ ความถูกต้องของข้อมูล แล้วบันทึกลงในระบบ Fishing info ของกรมประมง
เมื่ออยู่ในทะเล เรือประมงต้องเปิดระบบติดตามเรือ หรือระบบ VMS (Vessel Monitoring System) ซึ่งในขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการติดให้กับเรือประมงต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต ๑ - ๓ สามารถติดตามเรือประมงต่าง ๆ ได้จากระบบ Fishing info และระบบติดตามเรือ หรือ VMS (Vessel Monitoring System) ผ่าน ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ดังนั้น จึงขอความร่วมมือชาวประมงในพื้นที่ ทดลองนำร่องการปฏิบัติการในครั้งนี้ตามกำหนดการ และสถานที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้ความร่วมมือของชาวประมงไทยในการขจัดการ ทำประมง IUU
(ที่มา : กรมประมง)
วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ กรมประมงจะดีเดย์เริ่มทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมง (Port in - Port out) สำหรับเรือประมงที่มีขนาด ๓๐ ตันกรอส ขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่า ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมงที่กำหนด เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทำประมง อาทิ ตรวจสอบเครื่องมือทำการประมง ว่าถูกต้องตามใบอนุญาตหรือไม่ ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้มาสอดคล้องกับประเภท ชนิด เครื่องมือหรือไม่ ท่าเรือที่เข้า-ออก ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ชื่อเรือประมง เครื่องมือและอุปกรณ์ประจำเรือ บุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ แรงงานบนเรือ) มีรายชื่อ จำนวนแรงงานถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และสัญญาจ้างแรงงานประมง รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่เป็นลูกเรือ ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานคนต่างด้าวด้วย ฯลฯ
ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง ตั้งอยู่ที่สถานีวิทยุประมงชายฝั่งของกรมประมง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้ท่าเทียบเรือ จำนวน ๒๖ ศูนย์ ครอบคลุมท่าเทียบเรือ ๒๙๒ แห่ง ทั้งนี้ ในครั้งแรกจะทดลองนำร่องการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยการปฏิบัติงานในพื้นที่ครั้งนี้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง อาทิ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฯลฯ และหลังจากนี้จะมีการนำผลการทดลองการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง มาประชุมวิเคราะห์ออกกฎหมายลำดับรองเพื่อดำเนินการบังคับ
สำหรับแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย ๓ ขั้นตอน ดังนี้
ขั้นที่ ๑ เรือประมงกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน เพื่อนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือ แพปลา ก่อนที่จะออกเรือ ๖ ชั่วโมง หรือภายใน ๓ ชั่วโมง หลังจอดเรือเสร็จ
ขั้นที่ ๒ เจ้าหน้าที่ท่าเรือ/แพปลา ส่งโทรสาร หรือ Line ภาพถ่ายแบบฟอร์ม รายงานการเข้า - ออก Port in - Port out (PIPO) ที่เรือประมงกรอกไว้ ส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานการเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ที่คุมท่าเรือนั้น ๆ
ขั้นที่ ๓ เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ตรวจสอบความสมบูรณ์ ความถูกต้องของข้อมูล แล้วบันทึกลงในระบบ Fishing info ของกรมประมง
เมื่ออยู่ในทะเล เรือประมงต้องเปิดระบบติดตามเรือ หรือระบบ VMS (Vessel Monitoring System) ซึ่งในขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการติดให้กับเรือประมงต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต ๑ - ๓ สามารถติดตามเรือประมงต่าง ๆ ได้จากระบบ Fishing info และระบบติดตามเรือ หรือ VMS (Vessel Monitoring System) ผ่าน ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
ดังนั้น จึงขอความร่วมมือชาวประมงในพื้นที่ ทดลองนำร่องการปฏิบัติการในครั้งนี้ตามกำหนดการ และสถานที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้ความร่วมมือของชาวประมงไทยในการขจัดการ ทำประมง IUU
(ที่มา : กรมประมง)
วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"บรรพชนไทย เป็นนักต่อสู้
ผู้มีชีวิตจิตใจผูกพันปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกันทุกเมื่อไม่ว่าจะทำการสิ่งใด
บ้านเมืองไทยจึงมีเอกราชอธิปไตย และมีความสุขความสมบูรณ์ทุกอย่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒
ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
วันนี้ (๓๐ มีนาคม
๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๔๕ น. พลเรือเอก ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา
เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมพิธีถวายราชสักการะ ในโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ
๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศาลาปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์สภา วัดพิชยญาติการาม
เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
เป็นประธานในพิธี ฯ และในวันเดียวกัน เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท ดนัยศักดิ์
กาญจนะวสิต รองเสนาธิการทหารเรือ ร่วมพิธีบรรพชาเป็นสามเณรและถวายภัตตาหารเพล
ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
กระทรวงกลาโหม และวัดพิชยญาติการามวรวิหาร แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม - ๙ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน รวมทั้งเพื่อให้กำลังพลกระทรวงกลาโหมที่ร่วมอุปสมบทได้มีโอกาสศึกษา และปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา โดยการจัดบรรพชาอุปสมบท จำนวน ๘๖๐ รูป ประกอบด้วย กำลังพลจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ที่มา : กพร.ทร.)
กระทรวงกลาโหม และวัดพิชยญาติการามวรวิหาร แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม - ๙ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน รวมทั้งเพื่อให้กำลังพลกระทรวงกลาโหมที่ร่วมอุปสมบทได้มีโอกาสศึกษา และปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา โดยการจัดบรรพชาอุปสมบท จำนวน ๘๖๐ รูป ประกอบด้วย กำลังพลจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ที่มา : กพร.ทร.)
ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
วันนี้
(๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘) พลเรือโท สุชีพ หวังไมตรี ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่
๑ เป็นประธานจัดกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา
ครบ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณเกาะขาม
กิจกรรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ ฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ประชาชน ทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งพื้นที่บริเวณเกาะขาม มีความเหมาะสมที่จะจัดกิจกรรม เนื่องจากเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และอยู่ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๑ อีกด้วย สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย กิจกรรมปลูกปะการัง กิจกรรมเก็บขยะฟื้นฟูปรับปรุงสภาพแวดล้อมชายหาด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประมาณ ๒๕๐ คน (ที่มา : ทรภ.๑)
กิจกรรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ ฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ประชาชน ทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งพื้นที่บริเวณเกาะขาม มีความเหมาะสมที่จะจัดกิจกรรม เนื่องจากเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และอยู่ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๑ อีกด้วย สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย กิจกรรมปลูกปะการัง กิจกรรมเก็บขยะฟื้นฟูปรับปรุงสภาพแวดล้อมชายหาด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประมาณ ๒๕๐ คน (ที่มา : ทรภ.๑)
ขอเชิญเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน
สมาคมภริยาทหารเรือ
จะร่วมออกร้านสมาคมภริยาทหารเรือในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อหารายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมทบทุนสภากาชาดไทย
ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ สวนอัมพร ลานพระราชวังดุสิต
กรุงเทพมหานคร
กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)
กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย" ระหว่าง ๙ - ๑๕ เมษายน นี้ ฟรี
กรมการขนส่งทางบก
จัดกิจกรรม "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย" โดยร่วมกับภาคเอกชน
กว่า ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถเบื้องต้น
โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๐ รายการ อาทิ ตรวจสภาพระบบเครื่องยนต์
ระบบส่งกำลัง ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ
ระบบบังคับเลี้ยว รวมทั้งตรวจการทำงานของเครื่องปัดน้ำฝน เข็มขัดนิรภัย
พร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ กว่า ๑๐ - ๓๐ เปอร์เซ็นต์
ณ ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ อู่ซ่อมกลาง สถานตรวจสภาพรถเอกชน
เพื่อให้บริการซ่อมรถเบื้องต้นก่อนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์
ณ จุดบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย"
ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง ๙ เมษายน ๒๕๕๘
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางยก ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพและวิทยาลัยสารพัดช่าง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้บริการซ่อมรถเบื้องต้นบนถนนสาย หลักและสายรอง ทั่วประเทศกว่า ๒๕๐ จุด ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ พร้อมกับตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและผู้ขับรถในช่วงเทศกาล สงกรานต์ จำนวน ๑๑ จุด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และระยอง โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงบูรณาการความร่วมมือจัดช่างตรวจสภาพ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตรวจสอบความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถที่วิ่ง ให้บริการบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ตรวจสอบสมุดประจำรถเพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถ รวมทั้งอำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
หากประชาชน "พบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร" สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางยก ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพและวิทยาลัยสารพัดช่าง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้บริการซ่อมรถเบื้องต้นบนถนนสาย หลักและสายรอง ทั่วประเทศกว่า ๒๕๐ จุด ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ พร้อมกับตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและผู้ขับรถในช่วงเทศกาล สงกรานต์ จำนวน ๑๑ จุด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และระยอง โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงบูรณาการความร่วมมือจัดช่างตรวจสภาพ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตรวจสอบความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถที่วิ่ง ให้บริการบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ตรวจสอบสมุดประจำรถเพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถ รวมทั้งอำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
หากประชาชน "พบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร" สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"เป็นความจริงอยู่โดยธรรมดา
ที่บุคคลในสังคมนั้นย่อมมีอัชฌาสัยจิตใจแตกต่างเหลื่อมล้ำกันเป็นหลายระดับ
ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภูมิธรรมของตน บางคนก็มีความคิดจิตใจสูง มีความประพฤติปฏิบัติดีงาม
เป็นคุณเป็นประโยชน์อยู่แล้วเป็นปกติ แต่บางคนไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้
เพราะยังไม่เห็นคุณค่าของการปฏิบัติดี จึงมักก่อปัญหาให้เกิดแก่สังคม
คนเรานั้น สำคัญอยู่ที่ควรจะได้ปรารภปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเป็นลำดับ
เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข และเจริญรุ่งเรือง"
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อเชิญไป อ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อเชิญไป อ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔
พิธีปิดการศึกษาหลักสูตรนายทหารอาวุโส หลักสูตรพรรคนาวิน และหลักสูตรทั่วไป ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘
วันนี้ (๒๖ มีนาคม
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท วีระพันธ์ สุขก้อน เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีปิดการศึกษาหลักสูตรนายทหารอาวุโส หลักสูตรพรรคนาวิน
และหลักสูตรทั่วไป ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมบริพัตร อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมีคณะอาจารย์และผู้แทนหน่วยที่มีนายทหารจบการศึกษาเข้าร่วมพิธี
การดำเนินการศึกษาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือเป็นการให้ความรู้ทางด้าน วิชาการและพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างประสบการณ์และความสามัคคีให้กับนักศึกษานายทหารนักเรียน ที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา หน่วยงานให้เจริญก้าวหน้า (ที่มา : ยศ.ทร.)
การดำเนินการศึกษาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือเป็นการให้ความรู้ทางด้าน วิชาการและพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างประสบการณ์และความสามัคคีให้กับนักศึกษานายทหารนักเรียน ที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา หน่วยงานให้เจริญก้าวหน้า (ที่มา : ยศ.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











