วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "วิถีทางดำเนินของบ้านเมืองและ ประชาชนโดยทั่วไป มีความเปลี่ยนแปลงมาตลอดเนื่องจากความวิปริตผันแปรของวิถีแห่งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอื่น ๆ ของโลก ยากยิ่งที่เราจะหลีกเลี่ยงให้พ้นได้ จึงต้องระมัดระวัง ประคับประคองตัวเรามากขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องการเป็นอยู่โดยประหยัดเพื่อที่จะอยู่ให้รอดและก้าวต่อไปได้ โดยสวัสดี"
         พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑

ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจากเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ ประจำประเทศไทย

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจาก ฯพณฯ นาง จอสลิน เอส บาทูน - การ์เชีย (Mrs.Jocelym S.Batoon-Garcia) เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ เพื่ออำลาในโอกาสที่พ้นวาระการปฏิบัติหน้าที่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
        การที่ผู้บัญชาการทหารเรือรับเยี่ยมคำนับเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐ ฟิลิปปินส์ในครั้งนี้ เป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรี และกระชับความสัมพันธ์อันดี ระหว่างกองทัพเรือกับสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)

รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือตรี สิริบุญ สุคนธมาน รองผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด เป็นประธานเปิดกรวยดอกไม้สด กล่าวถวายราชสดุดี และกล่าวเปิดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสนามหน้าโรงเรียนวัดเสม็ดงาม และพื้นที่ปลูกป่าชายเลน หมู่ ๑๐ ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมีนักเรียน นักศึกษา ประชาชน และผู้มีเกียรติ ลงนามถวายพระพร และร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน
        กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด จัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ขึ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง รวมทั้งปลูกจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์ป่าชายเลนให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ (ที่มา : กปช.จต.)

คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ ต้อนรับกองทัพเรืออินโดนีเซียเดินทางมาร่วมเปิดประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖

วันนี้ (๓๑ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๓.๑๐ น. คณะเจ้าหน้าที่ กรมยุทธการทหารเรือ ให้การรับรองคณะผู้แทนกองทัพเรืออินโดนีเซีย ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๖ ณ ห้องรับรองพิเศษ สนามบินสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ
          การประชุม Navy to Navy Talks ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินโดนีเซีย มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้แทนกองทัพเรือของทั้งสองฝ่ายได้ร่วมหารือในเรื่องความมั่นคงทางทะเล การแลกเปลี่ยนและขยายความร่วมมือในด้านต่าง ๆ และเรื่องอื่น ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชา รวมทั้งเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกัน โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก ๆ สองปี สลับกันเป็นเจ้าภาพ สำหรับการประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยฝ่ายกองทัพเรือมี พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรือ และฝ่ายกองทัพเรืออินโดนีเซียมี พลเรือตรี Arie H.Sembiring ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรืออินโดนีเซียฝ่ายยุทธการ เป็นหัวหน้าคณะ (ที่มา : ยก.ทร.)

กรมประมง ประกาศ ๑ เมษายน นี้ นำร่อง...แจ้งเรือประมงเข้า - ออกท่า ๔ จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม

ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึง ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ กรมประมงทดลองการใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง (Port in - Port out) ใน ๔ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และ จังหวัดภูเก็ต ขอความร่วมมือเรือประมง ขนาด ๓๐ ตันกรอส ขึ้นไป ปฏิบัติตามแนวทางการควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงเพื่อช่วยขจัดการทำประมง IUU
         วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๘ กรมประมงจะดีเดย์เริ่มทดลองใช้ระบบควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมง (Port in - Port out) สำหรับเรือประมงที่มีขนาด ๓๐ ตันกรอส ขึ้นไป ก่อนจะออกไปทำการประมง และกลับเข้าเทียบท่า ต้องแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกของเรือประมงที่กำหนด เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทำประมง อาทิ ตรวจสอบเครื่องมือทำการประมง ว่าถูกต้องตามใบอนุญาตหรือไม่ ชนิดสัตว์น้ำที่จับได้มาสอดคล้องกับประเภท ชนิด เครื่องมือหรือไม่ ท่าเรือที่เข้า-ออก ทะเบียนเรือ ใบอนุญาตใช้เรือ ชื่อเรือประมง เครื่องมือและอุปกรณ์ประจำเรือ บุคคลทำการประมงประจำเรือ (กัปตัน เจ้าของเรือ แรงงานบนเรือ) มีรายชื่อ จำนวนแรงงานถูกต้องตามข้อเท็จจริงหรือไม่ และสัญญาจ้างแรงงานประมง รวมถึงบุคคลต่างด้าวที่เป็นลูกเรือ ต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการทำงานคนต่างด้าวด้วย ฯลฯ
         ทั้งนี้ ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า - ออกเรือประมง ตั้งอยู่ที่สถานีวิทยุประมงชายฝั่งของกรมประมง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ใกล้ท่าเทียบเรือ จำนวน ๒๖ ศูนย์ ครอบคลุมท่าเทียบเรือ ๒๙๒ แห่ง ทั้งนี้ ในครั้งแรกจะทดลองนำร่องการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๔ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดสงขลา และจังหวัดภูเก็ต ระหว่างวันที่ ๑ - ๑๐ เมษายน ๒๕๕๘ โดยการปฏิบัติงานในพื้นที่ครั้งนี้มีการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยว ข้อง อาทิ กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ฯลฯ และหลังจากนี้จะมีการนำผลการทดลองการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง มาประชุมวิเคราะห์ออกกฎหมายลำดับรองเพื่อดำเนินการบังคับ
          สำหรับแนวทางการดำเนินการ ประกอบด้วย ๓ ขั้นตอน ดังนี้
           ขั้นที่ ๑ เรือประมงกรอกข้อมูลในแบบฟอร์มให้ครบถ้วน เพื่อนำไปยื่นให้เจ้าหน้าที่ท่าเรือ แพปลา ก่อนที่จะออกเรือ ๖ ชั่วโมง หรือภายใน ๓ ชั่วโมง หลังจอดเรือเสร็จ
           ขั้นที่ ๒ เจ้าหน้าที่ท่าเรือ/แพปลา ส่งโทรสาร หรือ Line ภาพถ่ายแบบฟอร์ม รายงานการเข้า - ออก Port in - Port out (PIPO) ที่เรือประมงกรอกไว้ ส่งให้เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานการเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ที่คุมท่าเรือนั้น ๆ
           ขั้นที่ ๓ เจ้าหน้าที่ศูนย์รายงานเข้า - ออกเรือประมง Port in - Port out (PIPO) ตรวจสอบความสมบูรณ์ ความถูกต้องของข้อมูล แล้วบันทึกลงในระบบ Fishing info ของกรมประมง
         เมื่ออยู่ในทะเล เรือประมงต้องเปิดระบบติดตามเรือ หรือระบบ VMS (Vessel Monitoring System) ซึ่งในขณะนี้กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการติดให้กับเรือประมงต่าง ๆ เพื่อให้ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล เขต ๑ - ๓ สามารถติดตามเรือประมงต่าง ๆ ได้จากระบบ Fishing info และระบบติดตามเรือ หรือ VMS (Vessel Monitoring System) ผ่าน ศูนย์รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล
         ดังนั้น จึงขอความร่วมมือชาวประมงในพื้นที่ ทดลองนำร่องการปฏิบัติการในครั้งนี้ตามกำหนดการ และสถานที่ดังกล่าว เพื่อเป็นการแสดงถึงการให้ความร่วมมือของชาวประมงไทยในการขจัดการ ทำประมง IUU
(ที่มา : กรมประมง)

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "บรรพชนไทย เป็นนักต่อสู้ ผู้มีชีวิตจิตใจผูกพันปรองดอง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน สามัคคีพร้อมเพรียงกันทุกเมื่อไม่ว่าจะทำการสิ่งใด บ้านเมืองไทยจึงมีเอกราชอธิปไตย และมีความสุขความสมบูรณ์ทุกอย่างมาจนกระทั่งทุกวันนี้"
         พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพิธีสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓ ธันวาคม ๒๕๒๒

ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร

วันนี้ (๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๔๕ น. พลเรือเอก ชัยณรงค์ เจริญรักษ์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทหารเรือ ร่วมพิธีถวายราชสักการะ ในโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ ศาลาปฏิบัติธรรมพุทธชินวงศ์สภา วัดพิชยญาติการาม เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธี ฯ และในวันเดียวกัน เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท ดนัยศักดิ์ กาญจนะวสิต รองเสนาธิการทหารเรือ ร่วมพิธีบรรพชาเป็นสามเณรและถวายภัตตาหารเพล ณ ศาลาปฏิบัติธรรม วัดพิชยญาติการามวรวิหาร
         กระทรวงกลาโหม และวัดพิชยญาติการามวรวิหาร แขวงสมเด็จเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร ร่วมกันจัดโครงการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ ๒๓ มีนาคม - ๙ เมษายน ๒๕๕๘ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน รวมทั้งเพื่อให้กำลังพลกระทรวงกลาโหมที่ร่วมอุปสมบทได้มีโอกาสศึกษา และปฏิบัติธรรมตามหลักคำสอนในพระพุทธศาสนา โดยการจัดบรรพชาอุปสมบท จำนวน ๘๖๐ รูป ประกอบด้วย กำลังพลจากสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ที่มา : กพร.ทร.)

ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

วันนี้ (๓๐ มีนาคม ๒๕๕๘) พลเรือโท สุชีพ หวังไมตรี ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธานจัดกิจกรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ครบ ๕ รอบ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณเกาะขาม
         กิจกรรรมการอนุรักษ์และพัฒนาสภาพแวดล้อมทางทะเลเฉลิมพระเกียรติ ฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้ประชาชน ทั่วไปได้ตระหนักถึงความสำคัญของสภาพแวดล้อมทางทะเล ซึ่งพื้นที่บริเวณเกาะขาม มีความเหมาะสมที่จะจัดกิจกรรม เนื่องจากเป็นพื้นที่อนุรักษ์ และอยู่ในความรับผิดชอบของทัพเรือภาคที่ ๑ อีกด้วย สำหรับกิจกรรมดังกล่าว ประกอบด้วย กิจกรรมปลูกปะการัง กิจกรรมเก็บขยะฟื้นฟูปรับปรุงสภาพแวดล้อมชายหาด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ประมาณ ๒๕๐ คน (ที่มา : ทรภ.๑)

ขอเชิญเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ณ ลานพระราชวังดุสิต ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน

สมาคมภริยาทหารเรือ จะร่วมออกร้านสมาคมภริยาทหารเรือในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ เพื่อหารายได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมทบทุนสภากาชาดไทย ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม ถึง ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ สวนอัมพร ลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร
        กิจกรรมภายในร้านสมาคมภริยาทหารเรือ จัดให้มีการช้อนไข่เต่าเสี่ยงโชค มีรางวัลต่าง ๆ มากมายผู้ที่มาร่วมช้อนไข่เต่าจะได้รับของรางวัลทุกท่าน โดยรางวัลพิเศษในปีนี้มีทั้งรถจักรยานยนต์ โทรทัศน์ ตู้เย็น จักรยาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทต่าง ๆ บัตรราคาใบละ ๒๕ บาท เท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีสินค้าคุณภาพดีราคาถูกและผลิตภัณฑ์ฝีมือแม่บ้านทหารเรือที่มีความสวยงามสัญลักษณ์ทหารเรือมาจำหน่าย และการพยากรณ์โชคชะตาโดยโหรศาสตร์ที่มีความชำนาญ มีประสบการณ์ และแม่นยำ มาให้บริการแก่ผู้ที่สนใจตรวจดวงชะตา พร้อมกันนี้ สมาคมภริยาทหารเรือ ได้จัดทำ สลากบำรุงสภากาชาดไทย สมาคมภริยาทหารเรือ เพื่อหารายได้มอบให้แก่สภากาชาดไทย ราคาบัตรละ ๑๐๐ บาท กำหนดออกสลากรางวัลในวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๕๘ ณ บริเวณสวนอัมพร โดยมีรางวัลใหญ่ ๆ ได้แก่ ทองคำแท่ง, รถจักรยานยนต์, ตู้เย็น, ทีวีสี LED, เครื่องซักผ้า, หัวเตาแก๊สหัวเดี่ยว และพัดลมปรับระดับกึ่งตั้งโต๊ะตั้งพื้น
         ขอเชิญผู้ที่สนใจเที่ยวชมร้านสมาคมภริยาทหารเรือ ในงานกาชาดประจำปี ๒๕๕๘ ได้บุญ ได้กุศล ได้ของรางวัล สุขกาย สุขใจ ระหว่างวันที่ ๓๐ มีนาคม - ๗ เมษายน ๒๕๕๘ (ที่มา : สมาคมภริยาทหารเรือ)

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย" ระหว่าง ๙ - ๑๕ เมษายน นี้ ฟรี

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย" โดยร่วมกับภาคเอกชน กว่า ๒,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศ ให้บริการตรวจสภาพความพร้อมของรถเบื้องต้น โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จำนวน ๒๐ รายการ อาทิ ตรวจสภาพระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบเบรก ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณ ระบบบังคับเลี้ยว รวมทั้งตรวจการทำงานของเครื่องปัดน้ำฝน เข็มขัดนิรภัย พร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่และอุปกรณ์ต่าง ๆ กว่า ๑๐ - ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ณ ศูนย์บริการและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ อู่ซ่อมกลาง สถานตรวจสภาพรถเอกชน เพื่อให้บริการซ่อมรถเบื้องต้นก่อนการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ณ จุดบริการที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ "ตรวจรถก่อนใช้ เดินทางปลอดภัย" ตั้งแต่บัดนี้ จนถึง ๙ เมษายน ๒๕๕๘
        นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางยก ยังได้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยการอาชีพและวิทยาลัยสารพัดช่าง ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาให้บริการซ่อมรถเบื้องต้นบนถนนสาย หลักและสายรอง ทั่วประเทศกว่า ๒๕๐ จุด ระหว่างวันที่ ๙ - ๑๕ เมษายน ๒๕๕๘ พร้อมกับตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถโดยสารสาธารณะและผู้ขับรถในช่วงเทศกาล สงกรานต์ จำนวน ๑๑ จุด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก ลำปาง ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา และระยอง โดย สำนักงานขนส่งจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงบูรณาการความร่วมมือจัดช่างตรวจสภาพ และเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานตรวจสอบความพร้อมของตัวรถและพนักงานขับรถที่วิ่ง ให้บริการบนเส้นทางสายหลักทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตขับรถ ตรวจความพร้อมด้านร่างกาย ตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในลมหายใจ ตรวจสอบสมุดประจำรถเพื่อตรวจสอบระยะเวลาในการขับรถ รวมทั้งอำนวยความสะดวกและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน
        หากประชาชน "พบเห็นรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร" สามารถแจ้งได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารรถสาธารณะ ๑๕๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"เป็นความจริงอยู่โดยธรรมดา ที่บุคคลในสังคมนั้นย่อมมีอัชฌาสัยจิตใจแตกต่างเหลื่อมล้ำกันเป็นหลายระดับ ขึ้นอยู่กับพื้นฐานภูมิธรรมของตน บางคนก็มีความคิดจิตใจสูง มีความประพฤติปฏิบัติดีงาม เป็นคุณเป็นประโยชน์อยู่แล้วเป็นปกติ แต่บางคนไม่สามารถจะทำเช่นนั้นได้ เพราะยังไม่เห็นคุณค่าของการปฏิบัติดี จึงมักก่อปัญหาให้เกิดแก่สังคม คนเรานั้น สำคัญอยู่ที่ควรจะได้ปรารภปรารถนาที่จะพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเป็นลำดับ เพื่อให้ชีวิตเป็นสุข และเจริญรุ่งเรือง"
          พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเพื่อเชิญไป อ่านในพิธีเปิดการประชุมยุวพุทิกสมาคมทั่วประเทศ ครั้งที่ ๑๖ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๒๔

พิธีปิดการศึกษาหลักสูตรนายทหารอาวุโส หลักสูตรพรรคนาวิน และหลักสูตรทั่วไป ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘

วันนี้ (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท วีระพันธ์ สุขก้อน เจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ เป็นประธานในพิธีปิดการศึกษาหลักสูตรนายทหารอาวุโส หลักสูตรพรรคนาวิน และหลักสูตรทั่วไป ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ณ ห้องประชุมบริพัตร อาคารสถาบันวิชาการทหารเรือชั้นสูง กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยมีคณะอาจารย์และผู้แทนหน่วยที่มีนายทหารจบการศึกษาเข้าร่วมพิธี
        การดำเนินการศึกษาของกรมยุทธศึกษาทหารเรือเป็นการให้ความรู้ทางด้าน วิชาการและพัฒนาความรู้ความสามารถที่มีอยู่เดิมให้ดีขึ้น ตลอดจนเสริมสร้างประสบการณ์และความสามัคคีให้กับนักศึกษานายทหารนักเรียน ที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนา หน่วยงานให้เจริญก้าวหน้า (ที่มา : ยศ.ทร.)