วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

"ต่างคนต่างมีหน้าที่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำเฉพาะหน้าที่นั้น เพราะว่าถ้าคนใดทำหน้าที่เฉพาะของตัว โดยไม่มองไม่แลคนอื่น งานก็ดำเนินไปไม่ได้ เพราะเหตุว่างานทุกงานจะต้องพาดพิงกันจะต้องเกี่ยวโยงกัน ฉะนั้นแต่ละคนจะต้องมีความรู้ถึงงานของผู้อื่นแล้วช่วยกันทำ"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้าฯ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๓

พิธีรับกำลังพลกองทัพเรือเดินทางกลับจากการปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑

วันนี้ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๙.๐๐ น. พลเรือเอก พจนา เผือกผ่อง รองผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับกำลังพลในส่วนของกองทัพเรือที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติ หน้าที่เป็นผู้บังคับบัญชาและฝ่ายอำนวยการในกองเรือเฉพาะกิจผสมที่ ๑๕๑ (Combined Task Force : CTF 151) สนับสนุนกองกำลังทางเรือนานาชาติในภารกิจปราบปรามโจรสลัดในพื้นที่อ่าวเอเดน และชายฝั่งโซมาเลีย ณ ห้องรับรองพิเศษ ท่าอากาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และครอบครัวของกำลังพลที่ร่วมเดินทางไปปฏิบัติ หน้าที่ ฯ ร่วมพิธี
         การเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี อันเป็นการเสริมสร้างและขยายบทบาทของกองทัพเรือในเวทีความร่วมมือระหว่าง ประเทศด้านความความมั่นคงทางทะเลอย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง โดยมี พลเรือตรี ปกรณ์ วานิช ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการกองเรือเฉพาะกิจผสม ๑๕๑ (Combined Task Force 151 : CTF 151) พร้อมฝ่ายอำนวยการตำแหน่งต่าง ๆ ปฏิบัติงานร่วมกับกองกำลังผสมทางทะเล (Combined Maritime Forces : CMF) ตั้งแต่วันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ถึง ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำอันเป็นโจรสลัด และการปล้นเรือโดยใช้อาวุธในพื้นที่อ่าวเอเดน ชายฝั่งโซมาเลีย และบริเวณใกล้เคียง ได้แก่ ราชอาณาจักรบาห์เรน อ่าวโอมาน ทะเลอาระเบียน และตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย โดยมีกำลังประกอบด้วย กำลังพลในส่วนของกองทัพเรือ จำนวน ๑๓ นาย และกำลังพลจากชาติต่าง ๆ ที่กองกำลังผสมทางทะเล จำนวน ๕ นาย นับเป็นเกียรติของกองทัพเรือที่ได้รับมอบความไว้วางใจจากกองทัพเรือนานาชาติ (ที่มา : ยก.ทร.)

พิธีมอบประกาศนียบัตร วุฒิบัตร และปิดการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการ

วันนี้ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ประสาน สุขเกษตร ประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการ กองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตร วุฒิบัตร และปิดการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ทหารกองประจำการที่สำเร็จการฝึกอบรม หลักสูตรอาชีพสาขาช่างต่าง ๆ หลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ และหลักสูตรนิวไดร์ฟเวอร์ ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมี รองประธานกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ ผู้แทนจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, กรมเจ้าท่า, กองพัฒนาระบบบริการจัดหางาน กรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน, สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน, สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค ๑ จังหวัดชลบุรี, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง, สมาคมเจ้าของเรือไทย, บริษัทเอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และผู้แทนจากหน่วยงานของกองทัพเรือ เข้าร่วมพิธี
          กองทัพเรือ ร่วมกับ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน, ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง, กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย จัดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพสาขาช่างต่าง ๆ หลักสูตรกำลังพลประจำเรือพาณิชย์ และหลักสูตรนิวไดร์ฟเวอร์ ให้แก่ทหารกองประจำการให้ได้มีความรู้ ทักษะฝีมือ ประสบการณ์ เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำที่ได้มาตรฐานไปประกอบอาชีพเมื่อปลดประจำการไปแล้ว ซึ่งการอบรมในครั้งนี้เป็นรุ่นที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ทหารกองประจำการที่มีความประสงค์จะประกอบอาชีพในพื้นที่ภูมิลำเนาของตน สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือ คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ ทั้งนี้ หากมีงานทำงาน ขอให้แจ้งข้อมูลทางไปรษณียบัตร กลับไปยัง สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ ทราบด้วย (ที่มา : คพท.)

พิธีเปิดโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ฯ

วันนี้ (๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือโท พันเลิศ แกล้วทนงค์ เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ และมะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง ทางทิศเหนือของอาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน โดยมีข้าราชการ ทหารกองประจำการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการกองทัพเรือเข้าร่วมโครงการ ฯ
         กลุ่มงานศัยลกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ จัดโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่ เฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคอันตรายของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม รวมทั้งสามารถเฝ้าระวัง สังเกตอาการที่ผิดปกติของตนเอง และเข้าร่วมตรวจคัดกรอง ฯ ให้แก่กำลังพลกองทัพเรือ ภายในงานจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "มะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้ไว้ป้องกันได้" บรรยายโดย นาวาเอก ต้น คงเป็นสุข, เรื่อง "มะเร็งเต้านม รู้ไว้ป้องกันได้" บรรยายโดย นาวาเอก วิทู กลิ่นอวย นอกจากนี้ มีการจัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และบริการตรวจเช็คสุขภาพ คัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมเบื้องต้น พร้อมกับรับนัดส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ในครั้งนี้ด้วย (ที่มา : พร.)

วันพุธที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "ความสามัคคี เป็นคุณสมบัติประจำตัวของคนไทยที่ได้อบรมสืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษโดยไม่ขาดสาย ทั้งนี้เพราะคนไทย ทราบตระหนักว่า หมู่คณะที่มีความสามัคคีแน่นแฟ้นสมบูรณ์ ย่อมมีกำลังกล้าแข็งทั้งในการคิดและการปฏิบัติ"
          พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานในการประชุมใหญ่ สามัคคีสมาคม ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๓๔

ขอเชิญร่วมโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อได้รับความรู้ในการเฝ้าระวังการเกิดเซลล์เนื้อร้ายในระยะเริ่มต้นและลดอัตราการเกิดโรคระยะลุกลาม

 โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์
ทหารเรือ ขอเชิญชวนกำลังพลเข้าร่วมโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ฯ ณ บริเวณห้องโถงชั้นล่าง อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ในวันที่ ๑๒ มีนาคม ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๖.๐๐ น. โดยมี พลเรือโท พันเลิศ แกล้วทนงค์ เจ้ากรมแพทย์ทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิด ฯ
       กลุ่มงานศัลยกรรม โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ จัดโครงการต้านภัยมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม เฉลิมพระเกียรติ ฯ เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับโรคอันตรายของมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านม รวมทั้งสามารถเฝ้าระวังและป้องกันความรุนแรงของโรคที่อาจตรวจพบในระยะลุกลาม สังเกตอาการที่ผิดปกติของตนเอง และเข้าร่วมตรวจคัดกรอง ฯ ให้แก่กำลังพลกองทัพเรือ ภายในงานจัดให้มีการบรรยายเรื่อง "มะเร็งลำไส้ใหญ่ รู้ไว้ป้องกันได้" บรรยายโดย นาวาเอก ต้น คงเป็นสุข, เรื่อง "มะเร็งเต้านม รู้ไว้ป้องกันได้" บรรยายโดย นาวาเอก วิทู กลิ่นอวย และโครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ของโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า โดย นาวาโทหญิง สุภัทรา แก้วเกรียงไกร นอกจากนี้ มีการจัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ และบริการตรวจเช็คสุขภาพ คัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งเต้านมเบื้องต้น พร้อมกับรับนัดส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ ในครั้งนี้ด้วย (ที่มา : พร.)

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริตและประพฤติมิชอบ

กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาดกองทัพเรือ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน การประพฤติมิชอบ การร้องเรียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook (ที่มา : สลก.ทร.)

ขอเชิญร่วมบริจาคเงินสมทบทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้

กองทัพเรือ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละใน จังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ ในกิจกรรมคอนเสิร์ต "Giving Love Giving Life 2" ณ หอประชุมกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๘ เวลา ๑๗.๐๐ น. โดยบริจาคได้ที่ กรมการเงินทหารเรือ กองบัญชาการกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗ หรือโอนเงินเข้าธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี "Giving Love Giving Life 2" หมายเลขบัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๙๙๙ - ๖ และขอความกรุณาส่งสำเนาใบโอนเงิน พร้อมหนังสือแสดงความจำนงบริจาคไปยังหมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗ เขียนชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
        สำหรับผู้ที่มีความประสงค์ในการรับบัตรเข้าชมคอนเสิร์ต จำนวน ๒ ใบ ในกรณีบริจาคตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ขึ้นไป, บัตรชมคอนเสิร์ต จำนวน ๒ ใบ พร้อมเหรียญที่ระลึก กรณีบริจาคตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป และบัตรชมคอนเสิร์ต จำนวน ๔ ใบ พร้อมของที่ระลึก กรณีบริจาคตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป สามารถ ติดต่อฝ่ายหารายได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๘๑ และ ๐ ๒๘๙๑ ๑๘๒๖ (ที่มา : กพร.ทร.)

กรมประมง เชิญชวนติดตั้งระบบ VMS บนเรือประมง หนุนแก้ปัญหาการประมง IUU

จากการที่ประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับมาตรการควบคุมการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือการประมง IUU ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว เพื่อลดผลกระทบที่อาจก่อให้เกิดอุปสรรคทางการค้า และส่งผลกระทบต่อรายได้และเศรษฐกิจของไทยในอนาคต
         ดร.จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU เป็นประเด็นเร่งด่วน โดยได้มอบหมายให้กรมประมงเป็นหน่วยงานหลักในจัดทำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหา การทำประมง IUU ของไทย เพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานที่ชัดเจนให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับบูรณาการร่วมกันในการแก้ไขปัญหาให้เกิดประสิทธิภาพอย่างแท้จริง
         การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ (Vessel Monitoring System : VMS) โดยใช้ระบบดาวเทียม เป็นอีกหนึ่งในแผนปฏิบัติการที่กรมประมงกำลังเร่งดำเนินการเพื่อให้สอดคล้อง กับมาตรฐานสากล และเป็นไปตามหลักการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรทางทะเลรวมถึงเป็นการป้องกัน ปราบปรามผู้กระทำผิด ควบคุมไม่ให้มีการประมงผิดกฎหมาย และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการทำประมง IUU อีกด้วย โดยในระยะแรกได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการเรือประมงขนาดใหญ่ที่ชักธงไทย ของไทยติดตั้งอุปกรณ์ VMS ภายใต้ความสมัครใจและรายงานตำแหน่งเรือมายังศูนย์ควบคุม VMS กรมประมง โดยมีจำนวนเรือเป้าหมายรวมประมาณ ๕๙ ลำ ซึ่งกำหนดให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๕๘ ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้แล้วกว่า ๔๕ ลำ สำหรับในระยะต่อไปจะมีการกำหนดให้เรือประมงติดตั้ง VMS ภายใต้พระราชบัญญัติการประมงฉบับใหม่ ของกรมประมง และ พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๕๕๖ ของกรมเจ้าท่า ในเรือจำนวน ๒ กลุ่ม ประกอบด้วย
           ๑. เรือประมงขนาดตั้งแต่ ๖๐ ตันกรอสส์ขึ้นไป ให้ดำเนินการติดตั้ง VMS ภายใต้กฎหมายของกรมเจ้าท่า ซึ่งมีจำนวนเรือเป้าหมาย ๒,๐๗๐ ลำ ซึ่งขณะนี้กรมเจ้าท่าเตรียมที่จะออกกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ เพื่อใช้บังคับกับเรือประมงและเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นที่มีขนาดตั้งแต่ ๖๐ ตันกรอสส์ขึ้นไปต้องติดตั้ง VMS ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๕๘ เป็นต้นไป
           ๒. เรือประมงขนาด ๓๐ - ๖๐ ตันกรอสส์ให้ดำเนินการติดตั้ง VMS ภายใต้กฎหมายกรมประมง ซึ่งมีจำนวนเรือเป้าหมายประมาณ ๔,๒๔๐ ลำ หลังจาก พระราชบัญญัติ การประมงฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
           ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามกฏระเบียบดังกล่าวข้างต้น กรมประมงจึงขอเชิญชวนให้เจ้าของเรือประมงเร่งติดตั้งอุปกรณ์ VMS ทั้งนี้ กรมประมงและกรมเจ้าท่าจะมีการประกาศมาตรฐานกลางของอุปกรณ์ VMS ที่เจ้าของเรือจะสามารถหาซื้อได้ตามท้องตลาดต่อไป โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๕๖๑ ๓๑๓๒, ๐ ๒๕๕๘ ๐๒๐๙ หรือ อีเมลล์ vms_staff@hotmail.com (ที่มา : กรมประมง)

นิทรรศการ LIMA 2015 มีเรือรบจากต่างประเทศร่วมจัดแสดงมากกว่า ๖๕ ลำ ระหว่าง ๑๗ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘

 เมื่อวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๘ พลเรือเอก ตัน ศรี อับดุล อาซิส บิน ฮัจญี จาฟาร์ ผู้บัญชาการทหารเรือมาเลเซีย เปิดเผยว่า นิทรรศการกำลังทางเรือและการบินนานาชาติ ปี ๒๐๑๕ (Langkawi International Maritime and Aerospace Exhibition 2015 - LIMA 2015) ระหว่างวันที่ ๑๗ - ๒๑ มีนาคม ๒๕๕๘ นั้น จะมีผู้บัญชาการทหารเรือจาก ๑๗ ประเทศ และผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ จาก ๑๕ ประเทศ ตอบรับคำเชิญเข้าร่วมงาน โดยมีเรือรบจากประเทศต่าง ๆ เข้าร่วมจัดแสดงมากกว่า ๖๕ ลำ โดยกองทัพเรือมาเลเซีย จะนำเรือดำน้ำ KD Tunku Abdul Rahman และเรือรบอื่น ๆ ร่วมจัดแสดง ๑๒ ลำ หน่วย Malaysian Maritime Enforcement Agency (MMEA) จะนำเรือร่วมจัดแสดง ๓๖ ลำ ขณะที่กองทัพเรือรัสเซียจะจัดเรือพิฆาต Admiral Panteleyev เรือน้ำมัน Pechenega เรือลากจูงสำหรับกู้ภัย SB - 522 และกองทัพเรือสิงคโปร์ จะจัดเรือฟริเกต RSS Stalwart เข้าร่วมแสดงในงาน KIMA 2015 ด้วย (ที่มา : ขว.ทร.)

วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "สามัคคี หรือการปรองดองกัน ไม่ได้หมายความว่าคนหนึ่งพูดอย่างหนึ่ง คนอื่นต้องพูดเหมือนกันหมด ลงท้ายชีวิตก็ไม่มีความหมาย ต้องมีความแตกต่างกัน แต่ต้องทำงานให้สอดคล้องกัน แม้จะขัดกันบ้างก็ต้องสอดคล้องกัน"
          พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ คณะบุคคลต่าง ๆ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๓๖

เจ้ากรมข่าวทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารบังกลาเทศ ประจำกรุงเทพมหานคร

วันนี้ (๑๐ มีนาคม ๒๕๕๘) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท ธานี ผุดผาด เจ้ากรมข่าวทหารเรือ ในฐานะ ผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ รับเยี่ยมคำนับ พลจัตวา Md Mahbubul Haque ผู้ช่วยทูตทหารบังกลาเทศ ประจำกรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ในโอกาสเข้ารับหน้าที่ใหม่ในประเทศไทย ณ ห้องรับรองชาวต่างประเทศ อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
         การรับเยี่ยมคำนับจากผู้ช่วยทูตทหารบังกลาเทศ ประจำกรุงเทพมหานคร ในครั้งนี้ จะเป็นการแสดงออกถึงความมีน้ำใจไมตรีและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกอง ทัพเรือกับกองทัพบังกลาเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)