หุบกะพงตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลเขาใหญ่และตำบลชะอำ
อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อยู่ห่างจากจังหวัดเพชรบุรี ๔๐ กิโลเมตร
และอยู่ห่างเขตอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๓๔ กิโลเมตร
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จแปรพระราชฐานประทับ ณ พระราชวังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๐๗ และเยี่ยมเยียนราษฎรจังหวัดใกล้เคียง พระองค์ได้ทรงทราบถึงความเดือดร้อนของเกษตรกร
กลุ่มชาวสวนผักชะอำ จำนวน ๘๓ ครอบครัว ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่จะนำไปประกอบอาชีพ
พระองค์จึงทรงรับเกษตรกรเหล่านี้ไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า
ฯ ให้ ฯพณฯ องคมนตรีหม่อมหลวงเดช สนิทวงศ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ให้จัดหาที่ดินในเขตจังหวัดเพชรบุรี และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
นำมาจัดสรรให้แก่เกษตรกรดังกล่าว
รัฐบาลอิสราเอล
โดย ฯพณฯ เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย
ขอทราบหลักการของโครงการและอาสาช่วยเหลือในการพัฒนาการเกษตรในรูปของผู้
เชี่ยวชาญสาขาต่าง
ๆ ทำสัญญาร่วมกันระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลอิสราเอล
มีกำหนดระยะเวลา
๕ ปี เริ่มวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๐๙ ถึงวันที่ ๑๘ สิงหาคม
๒๕๑๔ ใช้ชื่อว่า
โครงการไทย - อิสราเอล เพื่อพัฒนาชุมชน (หุบกะพง)
โดยเลือกที่ดินบริเวณหุบกะพง
อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี
เป็นที่ตั้งของศูนย์สาธิตและทดลองการเกษตรของโครงการ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
จึงทรงมีพระราชดำริให้กันพื้นที่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่
ออกจากป่าคุ้มครองของกรมป่าไม้
ภายหลังพระองค์ทรงจับจองพื้นที่ดังกล่าวเยี่ยงสามัญชน
โดยปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายป่าไม้และกฎหมายที่ดินทุกประการ
เมื่อมีแนวพัฒนาที่ดินดีขึ้นแล้ว
ก็จะจัดให้เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนในตอนต้น
และเกษตรกรที่ขยันหมั่นเพียรแต่ขาดแคลนที่ดินทำกินเข้ามาอยู่อาศัยและทำ
ประโยชน์
และการอพยพครอบครัวเกษตรกรได้จัดให้อยู่เป็นหมู่บ้านเกษตรกร
โดยมีทางราชการเข้าช่วยเหลือให้คำแนะนำการบริหารงานของหมู่บ้านตัวอย่าง
และมีการให้การศึกษาอบรมเกี่ยวกับหลักและวิธีการสหกรณ์
จนเห็นว่าสมาชิกของหมู่บ้านเกษตรกรมีความเข้าใจดีพอแล้ว
จึงเข้าชื่อกันเพื่อขอจดทะเบียนเป็นสหกรณ์การเกษตร
ชื่อว่า "สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง
จำกัด" เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๑๔
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า
ฯ พระราชทานทะเบียนให้ผู้แทนสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด
และได้พระราชทานโฉนดที่ดินบริเวณหุบกะพง
จำนวน ๓ ฉบับ รวมเนื้อที่ ๑๒,๐๗๙ ไร่ ๑ งาน ๘๒ ตารางวา
ให้กรมส่งเสริมสหกรณ์และ
สหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด เป็นผู้รับผิดชอบ
โดยมีกรมส่งเสริมสหกรณ์เป็นเจ้าของโครงการ
โครงการนี้ส่งผลให้เกษตรกรมีที่ดินทำกิน
มีรายได้เพิ่มขึ้น และมีอาชีพที่มั่นคง
มีแหล่งเรียนรู้ให้นักเรียน นักศึกษา
และประชาชนทั่วไปได้เรียนรู้เกี่ยวกับโครงการตามพระราชประสงค์
ต่อยอดผลผลิตของเกษตรกรที่มีอยู่ให้มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น
ทำให้มีเงินหมุนเวียนในสหกรณ์หมู่บ้าน
สร้างความสามัคคีให้ชุมชนและทำให้คนในชุมชนยอมรับฟังข้อคิดเห็นข้อเสนอแนะ
ของกันและกัน
(ที่มา : กพ.ทร.)
วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
กองทัพเรือ ร่วมวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณวีรชนชาวบ้านบางระจัน
วันนี้ (๔ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือตรี สมคิด พิมลสมบูรณ์ ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพเรือ
เป็นผู้แทนผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ร่วมประกอบพิธีวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณวีรชนชาวบ้านบางระจัน
ณ บริเวณวัดโพธิ์เก้าต้น และอุทยานวีรชนค่ายบางระจัน ตำบลบางระจัน
อำเภอค่ายบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี
จังหวัดสิงห์บุรี จัดงาน "สดุดีวีรชนค่ายบางระจัน" ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน ผู้กล้าหาญที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยด้วยการสู้รบกับพม่า รวมเวลาต่อสู้กับพม่านานถึง ๕ เดือน ชาวบ้านบางระจันทุกคนปักหลักต่อสู้อย่างองอาจกล้าหาญจนตัวตาย เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่ ก่อนที่จะพ่ายแพ้แก่กองทัพพม่า เมื่อวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ พุทธศักราช ๒๕๐๙ วีรกรรมของชาวบ้านบางระจันยังคงตราตรึงอยู่ในใจของคนไทยตราบนานเท่านาน ดังนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติให้คนไทยทุกคนเห็นความสำคัญของพวกเขาเหล่านั้น จังหวัดสิงห์บุรี จึงได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับผู้นำค่ายบางระจันทั้ง ๑๑ ท่าน ขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเปิดอนุสาวรีย์นี้เมื่อวัน ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๑๙ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ความกล้าหาญ รักชาติ ของชาวบ้านบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จึงกำหนดให้ทุกวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน และมีการจัดงานเฉลิมฉลองทุกปีตลอดมา โดยภายในงาน ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณวีรชนชาวบ้านบางระจัน พิธีสงฆ์ พิธีสวนสนามของทหาร ตำรวจ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน นักศึกษาวิชาทหาร ลูกเสือชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พิธีเจริญจิตภาวนาและปฏิญาณตนของนักเรียนนักศึกษา การจัดแสดงหมู่บ้านวิถีชีวิตชาวค่ายบางระจัน กิจกรรมปั่นจักรยานเยี่ยมบ้านวีรชน การแสดงแสง สี เสียง ชุด "สำนึกรักบางระจันทดแทนคุณแผ่นดิน" และการแสดงจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ๒ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี (ที่มา : กพ.ทร.)
จังหวัดสิงห์บุรี จัดงาน "สดุดีวีรชนค่ายบางระจัน" ระหว่างวันที่ ๔ - ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของชาวบ้านบางระจัน ผู้กล้าหาญที่เสียสละเลือดเนื้อเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยด้วยการสู้รบกับพม่า รวมเวลาต่อสู้กับพม่านานถึง ๕ เดือน ชาวบ้านบางระจันทุกคนปักหลักต่อสู้อย่างองอาจกล้าหาญจนตัวตาย เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทยให้คงอยู่ ก่อนที่จะพ่ายแพ้แก่กองทัพพม่า เมื่อวันแรม ๒ ค่ำ เดือน ๘ ปีจอ พุทธศักราช ๒๕๐๙ วีรกรรมของชาวบ้านบางระจันยังคงตราตรึงอยู่ในใจของคนไทยตราบนานเท่านาน ดังนั้น เพื่อเป็นการเตือนสติให้คนไทยทุกคนเห็นความสำคัญของพวกเขาเหล่านั้น จังหวัดสิงห์บุรี จึงได้ก่อสร้างอนุสาวรีย์ให้กับผู้นำค่ายบางระจันทั้ง ๑๑ ท่าน ขึ้น ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเปิดอนุสาวรีย์นี้เมื่อวัน ที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๑๙ และเพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ ความกล้าหาญ รักชาติ ของชาวบ้านบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จึงกำหนดให้ทุกวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันสดุดีวีรชนค่ายบางระจัน และมีการจัดงานเฉลิมฉลองทุกปีตลอดมา โดยภายในงาน ประกอบด้วย พิธีบวงสรวงและวางพวงมาลาสักการะดวงวิญญาณวีรชนชาวบ้านบางระจัน พิธีสงฆ์ พิธีสวนสนามของทหาร ตำรวจ อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน นักศึกษาวิชาทหาร ลูกเสือชาวบ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พิธีเจริญจิตภาวนาและปฏิญาณตนของนักเรียนนักศึกษา การจัดแสดงหมู่บ้านวิถีชีวิตชาวค่ายบางระจัน กิจกรรมปั่นจักรยานเยี่ยมบ้านวีรชน การแสดงแสง สี เสียง ชุด "สำนึกรักบางระจันทดแทนคุณแผ่นดิน" และการแสดงจากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนบน ๒ ได้แก่ จังหวัดลพบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี (ที่มา : กพ.ทร.)
สำนักงานทหารเรือหญิง เชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาสมทบทุนร่วมกิจกรรมสาธารณกุศล
สำนักงานทหารเรือหญิง
จะจัดกิจกรรมสาธารณกุศล ประจำปี ๒๕๕๘ ประกอบด้วย การจัดถุงของขวัญเยี่ยมทหารเรือที่ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่
๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน ๒๐๐ ชุด ชุดละ ๕๐๐ บาท, การทำบุญสงเคราะห์ผู้ป่วยโรคเอดส์
วัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดสระบุรี และทำบุญจัดเลี้ยงอาหารกลางวันเด็กพิการซ้ำซ้อน
บ้านราชาวดี ปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี
จึงขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการกองทัพเรือที่มีจิตศรัทธาร่วมกันทำบุญบริจาคทุนทรัพย์ ได้ที่ ผู้แทนทหารเรือหญิงประจำหน่วย หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "สำนักงานทหารเรือหญิง" เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๐๖๔๔ - ๙ และส่งสำเนาใบฝากเงิน ดังกล่าวส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๔๑ หรือแจ้งได้ที่ นาวาโทหญิง วารุณี คลายภิรมย์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๔๓ หรือ ๐๘ ๖๙๗๕ ๗๔๓๙ ภายในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นาวาเอกหญิง ปิยนาฎ เทียนศิริฤกษ์ เลขานุการสำนักงานทหารเรือหญิง หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๖๙ หรือ ๐๘ ๑๘๙๙ ๖๐๑๑ (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
จึงขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานราชการกองทัพเรือที่มีจิตศรัทธาร่วมกันทำบุญบริจาคทุนทรัพย์ ได้ที่ ผู้แทนทหารเรือหญิงประจำหน่วย หรือโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "สำนักงานทหารเรือหญิง" เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๐๐๖๔๔ - ๙ และส่งสำเนาใบฝากเงิน ดังกล่าวส่งไปยังหมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๔๑ หรือแจ้งได้ที่ นาวาโทหญิง วารุณี คลายภิรมย์ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๔๓ หรือ ๐๘ ๖๙๗๕ ๗๔๓๙ ภายในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นาวาเอกหญิง ปิยนาฎ เทียนศิริฤกษ์ เลขานุการสำนักงานทหารเรือหญิง หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๖๙ หรือ ๐๘ ๑๘๙๙ ๖๐๑๑ (ที่มา : สน.ทร.หญิง)
กรมสรรพาวุธทหารเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ
กรมสรรพาวุธทหารเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือน เพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ
จำนวน ๓๓ อัตรา ระยะเวลาการจ้างปีงบประมาณ ๒๕๕๘ จำนวน ๓๓ อัตรา
แบ่งเป็นตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้
- ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กลุ่มงานบริการ จำนวน ๘ อัตรา ได้แก่ พนักงานบริการ จำนวน ๔ อัตรา,พนักงานธุรการ จำนวน ๔ อัตรา และกลุ่มงานเทคนิค จำนวน ๖ อัตรา ได้แก่ ช่างสรรพาวุธ ฯ จำนวน ๓ อัตรา, ช่างปูน จำนวน ๒ อัตรา และ ช่างไม้ จำนวน ๑ อัตรา
- ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา กรุงเทพมหานคร กลุ่มงานบริการ จำนวน ๑ อัตรา เป็นพนักงานบริการ และกลุ่มงานเทคนิค จำนวน ๑๘ อัตรา ได้แก่ ช่างโลหะ จำนวน ๑๐ อัตรา, ช่างซ่อมเครื่องยนต์ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างไฟฟ้า จำนวน ๒ อัตรา, ช่างกลดรงงาน จำนวน ๒ อัตรา, ช่างไม้ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างสรรพาวุธ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างสี จำนวน ๑ อัตรา
หลักฐานและเอกสารการสมัคร ฉบับจริงพร้อมสำเนา ประกอบด้วย ใบประกาศนียบัตร หรือใบสุทธิ หรือระเบียนแสดงผลการเรียน, ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดา มารดา กรณีบิดา หรือมารดาถึงแก่กรรม ต้องนำ ใบมรณบัตรมาแสดงด้วย, รูปถ่ายปัจจุบัน ขนาด ๒ นิ้ว, บัตรประจำตัวประชาชน, ใบรับรองแพทย์ และใบกองหนุนหรือใบแทนหรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
สนใจเข้าเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ดังกล่าว สมัครได้ที่ กองบังคับการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และกองบังคับการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ถึง ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๖๑๑๘๐ ต่อ ๖๓๐๑๘, ๖๓๐๑๙ ในเวลาราชการ หรือดูได้ที่ ทางเว็บไซต์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ http://www.ordn.navy.mi.th , ทาง พี เคเบิ้ลทีวี และทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ สัตหีบ (ที่มา : สพ.ทร.)
- ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กลุ่มงานบริการ จำนวน ๘ อัตรา ได้แก่ พนักงานบริการ จำนวน ๔ อัตรา,พนักงานธุรการ จำนวน ๔ อัตรา และกลุ่มงานเทคนิค จำนวน ๖ อัตรา ได้แก่ ช่างสรรพาวุธ ฯ จำนวน ๓ อัตรา, ช่างปูน จำนวน ๒ อัตรา และ ช่างไม้ จำนวน ๑ อัตรา
- ปฏิบัติงานในพื้นที่ กรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา กรุงเทพมหานคร กลุ่มงานบริการ จำนวน ๑ อัตรา เป็นพนักงานบริการ และกลุ่มงานเทคนิค จำนวน ๑๘ อัตรา ได้แก่ ช่างโลหะ จำนวน ๑๐ อัตรา, ช่างซ่อมเครื่องยนต์ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างไฟฟ้า จำนวน ๒ อัตรา, ช่างกลดรงงาน จำนวน ๒ อัตรา, ช่างไม้ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างสรรพาวุธ จำนวน ๑ อัตรา, ช่างสี จำนวน ๑ อัตรา
หลักฐานและเอกสารการสมัคร ฉบับจริงพร้อมสำเนา ประกอบด้วย ใบประกาศนียบัตร หรือใบสุทธิ หรือระเบียนแสดงผลการเรียน, ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดา มารดา กรณีบิดา หรือมารดาถึงแก่กรรม ต้องนำ ใบมรณบัตรมาแสดงด้วย, รูปถ่ายปัจจุบัน ขนาด ๒ นิ้ว, บัตรประจำตัวประชาชน, ใบรับรองแพทย์ และใบกองหนุนหรือใบแทนหรือหลักฐานที่แสดงว่าผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
สนใจเข้าเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งต่าง ๆ ดังกล่าว สมัครได้ที่ กองบังคับการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี และกองบังคับการ กรมสรรพาวุธทหารเรือ บางนา กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ถึง ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๓๐ น. เว้นวันหยุดราชการ สอบถามรายละเอียดได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๖๑๑๘๐ ต่อ ๖๓๐๑๘, ๖๓๐๑๙ ในเวลาราชการ หรือดูได้ที่ ทางเว็บไซต์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ http://www.ordn.navy.mi.th , ทาง พี เคเบิ้ลทีวี และทางสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ สัตหีบ (ที่มา : สพ.ทร.)
กรมประมงเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์น้ำเฝ้าระวังสัตว์น้ำอย่างใกล้ชิด หวั่นได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง
ขณะนี้หลายพื้นที่ของประเทศไทยหมดช่วง
ฤดูฝน
รวมทั้งปริมาณน้ำฝนที่ตกในปี พุทธศักราช ๒๕๕๗
มีปริมาณน้อยส่งผลกระทบให้เกิดภาวะภัยแล้งในหลายพื้นที่
ทำให้อุณหภูมิของอากาศและน้ำเปลี่ยนแปลงง่ายขึ้นโดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือน
มกราคม
- เดือนพฤษภาคมของทุกปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำทั้งในแม่น้ำ
ลำคลอง
แหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอต่อความต้องการของ
ประกอบกับปริมาณของสารเคมีและสารแขวนลอยในแหล่งน้ำดังกล่าวมีปริมาณเข้มข้น
ขึ้น
ทำให้สภาวะสิ่งแวดล้อมของน้ำเปลี่ยนแปลงไปอย่างฉับพลันอันจะส่งผลกระทบต่อ
สุขภาพของสัตว์น้ำที่เกษตรกรเลี้ยงได้
ในส่วนของกรมประมงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ รวมทั้งหาวิธีการป้องกัน แก้ไข และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมการป้องกันด้วยวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง
๑. จัดทำร่มเงาเพื่อลดปริมาณความร้อนของแสงแดดบริเวณกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ
๒. ลดปริมาณการให้อาหารลง 10 - 20 %
๓. เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่ปลาในกระชัง โดยการติดตั้งเครื่องพ่นน้ำลงในกระชังเลี้ยงปลา หรือเดินท่อเติมอากาศให้กับปลาที่เลี้ยงในกระชังโดยตรง
๔. คัดเลือกสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกจำหน่าย เพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของสัตว์น้ำในกระชัง
๕. ไม่ควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชังหนาแน่นเกินไป
๖. ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยลูกพันธ์สัตว์น้ำชุดใหม่ลงเลี้ยงหรือจำกัดปริมาณการ เลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม เพื่อดำเนินการพักซ่อมแซมกระชังและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิด ขึ้นเนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำมีน้อยไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
๗. จัดแนวการเรียงตัวของกระชังให้แต่ละกระชังมีกระแสน้ำไหลผ่านมากที่สุด เพื่อให้ของเสียจากการเลี้ยงสัตว์น้ำมีการถ่ายเทอย่างสะดวก
๙. ตรวจตราให้ความสนใจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที
กรณีเกิดอาการผิดปกติของสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน
๑. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมคันบ่อเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและจัดทำร่มเงาให้กับสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง
๒. จัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม
๓. ลดปริมาณให้อาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสีย
๔. คัดสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง
๕. เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำโดยใช้เครื่องสูบน้ำจากก้นบ่อพ่นให้สัมผัสกับอากาศ แล้วไหลคืนลงบ่อหรือเดินท่อเติมอากาศลงน้ำโดยตรงเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับ ปลาที่เลี้ยงในบ่อ
๖. ปรับสภาพดินและคุณสมบัติของน้ำ เช่น น้ำลึก 1 เมตร ใส่ปูนขาว 50 กก./ไร่ ถ้าบ่อมีตะไคร่น้ำหรือแก๊สมากเกินไป ควรใส่เกลือ 50 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพผิวดินให้ดีขึ้น
๗. ตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำจากภายนอกที่จะสูบเข้าบ่อเลี้ยง เช่น หากพบว่ามีตะกอนและแร่ธาตุต่างๆ เข้มข้น ควรงดการสูบน้ำเข้าบ่อ
๘. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
๙. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำถ้าจำเป็นควรระมัดระวังให้มาก เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
๑๐. ควรมีการวางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง หากมีแหล่งน้ำสำรองน้อยให้จำกัดปริมาณการเลี้ยง และเตรียมทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งเพื่อเตรียมไว้เลี้ยง สัตว์น้ำในรอบต่อไป
๑๑. ตรวจตราให้ความสนใสสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที กรณีเกิดอาการผิดปกติของสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
๑๒. ถ้าพบปลาในบ่อเลี้ยงหรือในกระชังป่วยหรือตายควรตักออกแล้วนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ถ้าพบปลาตายเป็นจำนวนมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขหรือความช่วยเหลือได้ทันท่วงที และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด (ที่มา : กรมประมง)
ในส่วนของกรมประมงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนแก่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ รวมทั้งหาวิธีการป้องกัน แก้ไข และหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
เกษตรกรผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเตรียมการป้องกันด้วยวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชัง
๑. จัดทำร่มเงาเพื่อลดปริมาณความร้อนของแสงแดดบริเวณกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำ
๒. ลดปริมาณการให้อาหารลง 10 - 20 %
๓. เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่ปลาในกระชัง โดยการติดตั้งเครื่องพ่นน้ำลงในกระชังเลี้ยงปลา หรือเดินท่อเติมอากาศให้กับปลาที่เลี้ยงในกระชังโดยตรง
๔. คัดเลือกสัตว์น้ำที่ได้ขนาดออกจำหน่าย เพื่อลดปริมาณความหนาแน่นของสัตว์น้ำในกระชัง
๕. ไม่ควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำลงเลี้ยงในกระชังหนาแน่นเกินไป
๖. ควรหลีกเลี่ยงการปล่อยลูกพันธ์สัตว์น้ำชุดใหม่ลงเลี้ยงหรือจำกัดปริมาณการ เลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงระหว่างเดือนพฤศจิกายน - พฤษภาคม เพื่อดำเนินการพักซ่อมแซมกระชังและลดความเสี่ยงต่อความเสียหายที่อาจเกิด ขึ้นเนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำมีน้อยไม่เพียงพอต่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
๗. จัดแนวการเรียงตัวของกระชังให้แต่ละกระชังมีกระแสน้ำไหลผ่านมากที่สุด เพื่อให้ของเสียจากการเลี้ยงสัตว์น้ำมีการถ่ายเทอย่างสะดวก
๙. ตรวจตราให้ความสนใจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที
กรณีเกิดอาการผิดปกติของสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
สำหรับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในบ่อดิน
๑. ควบคุมการใช้น้ำและรักษาปริมาณน้ำในบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำให้มีการสูญเสียน้อยที่สุด ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมคันบ่อเพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำและจัดทำร่มเงาให้กับสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง
๒. จัดเตรียมแหล่งน้ำสำรองไว้ใช้เพิ่มเติม
๓. ลดปริมาณให้อาหารสัตว์น้ำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาหารสดเพื่อป้องกันปัญหาน้ำเน่าเสีย
๔. คัดสัตว์น้ำที่ได้ขนาดขึ้นจำหน่ายหรือบริโภค เพื่อลดปริมาณสัตว์น้ำในบ่อเลี้ยง
๕. เพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำโดยใช้เครื่องสูบน้ำจากก้นบ่อพ่นให้สัมผัสกับอากาศ แล้วไหลคืนลงบ่อหรือเดินท่อเติมอากาศลงน้ำโดยตรงเพื่อเพิ่มออกซิเจนให้กับ ปลาที่เลี้ยงในบ่อ
๖. ปรับสภาพดินและคุณสมบัติของน้ำ เช่น น้ำลึก 1 เมตร ใส่ปูนขาว 50 กก./ไร่ ถ้าบ่อมีตะไคร่น้ำหรือแก๊สมากเกินไป ควรใส่เกลือ 50 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพผิวดินให้ดีขึ้น
๗. ตรวจสอบคุณสมบัติของน้ำจากภายนอกที่จะสูบเข้าบ่อเลี้ยง เช่น หากพบว่ามีตะกอนและแร่ธาตุต่างๆ เข้มข้น ควรงดการสูบน้ำเข้าบ่อ
๘. ควรปล่อยสัตว์น้ำลงเลี้ยงในปริมาณที่หนาแน่นน้อยกว่าปกติ และควรปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำที่มีขนาดใหญ่ เพื่อลดระยะเวลาการเลี้ยงให้น้อยลง
๙. ควรงดเว้นการขนถ่ายสัตว์น้ำถ้าจำเป็นควรระมัดระวังให้มาก เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อการกินอาหารและการเจริญเติบโตของสัตว์น้ำโดยตรง
๑๐. ควรมีการวางแผนการเลี้ยงสัตว์น้ำในช่วงฤดูแล้ง หากมีแหล่งน้ำสำรองน้อยให้จำกัดปริมาณการเลี้ยง และเตรียมทำการตากบ่อและตกแต่งบ่อเลี้ยงในช่วงฤดูแล้งเพื่อเตรียมไว้เลี้ยง สัตว์น้ำในรอบต่อไป
๑๑. ตรวจตราให้ความสนใสสุขภาพสัตว์น้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขหรือรักษาได้ทันท่วงที กรณีเกิดอาการผิดปกติของสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม
๑๒. ถ้าพบปลาในบ่อเลี้ยงหรือในกระชังป่วยหรือตายควรตักออกแล้วนำไปฝังกลบหรือเผาทำลาย ถ้าพบปลาตายเป็นจำนวนมากผิดปกติ ให้รีบแจ้งสำนักงานประมงใกล้บ้านท่านให้ทราบโดยด่วน เพื่อจะได้ร่วมกันหาแนวทางแก้ไขหรือความช่วยเหลือได้ทันท่วงที และควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่โดยเคร่งครัด (ที่มา : กรมประมง)
วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"เศรษฐกิจพอเพียง...จะทำความเจริญ
ให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน
ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด วางพวงมาลาเนื่องในวัน "ทหารผ่านศึก" ประจำปี ๒๕๕๘
วันนี้ (๓ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๔๕ น. พลเรือโท ธนะกาญจน์ ใคร่ครวญ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด
เป็นประธานในพิธีวางพวงมาลาเนื่องในวัน "ทหารผ่านศึก"
ประจำปี ๒๕๕๘ ณ พระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
ค่ายตากสิน อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการและหน่วยต่าง
ๆ ร่วมวางพวงมาลา
๓ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ทางราชการกำหนดให้เป็นวันทหารผ่านศึก เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของบรรดาทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่ได้เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว เลือดเนื้อและชีวิต เพื่อบ้านเมืองและส่วนรวม ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติในอดีต รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศในปัจจุบัน (ที่มา : กปช.จต.)
๓ กุมภาพันธ์ ของทุกปี ทางราชการกำหนดให้เป็นวันทหารผ่านศึก เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของบรรดาทหาร ตำรวจ และพลเรือน ที่ได้เสียสละประโยชน์สุขส่วนตัว เลือดเนื้อและชีวิต เพื่อบ้านเมืองและส่วนรวม ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องเอกราชและอธิปไตยของชาติในอดีต รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศในปัจจุบัน (ที่มา : กปช.จต.)
ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดกิจกรรมอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาป้องกันยาเสพติด ครั้งที่ ๒ ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร ระหว่าง ๔ - ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
ทัพเรือภาคที่
๑
กำหนดจัดกิจกรรมการอบรมเยาวชนและแข่งขันกีฬาป้องกันยาเสพติด
ครั้งที่ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๘ ณ โรงเรียนศรัทธาสมุทร
ตำบลลาดใหญ่
อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ระหว่างวันที่ ๔ - ๖
กุมภาพันธ์
๒๕๕๘ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้
ปลูกฝังจิตสำนึกให้กับเยาวชนในพื้นที่ให้ได้รับทราบถึงพิษภัยและโทษของยาเสพ
ติด
ส่งเสริมสร้างเครือข่ายข่าวสารระดับเยาวชนในการแจ้งเหตุให้กับเจ้าหน้าที่
ภาครัฐ
และรู้จักการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
และสร้างแรงจูงใจให้ห่างไกลจากยาเสพติด
โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายของ
โรงเรียนศรัทธาสมุทร
จำนวน ๑๐๐ คน เข้าร่วมกิจกรรม ฯ
โดยในช่วงเช้าระหว่างเวลา ๐๙.๐๐
น. - ๑๒.๐๐ น.
อบรมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดในห้องเรียน และในช่วงบ่ายระหว่างเวลา
๑๓.๐๐ น. - ๑๖.๐๐ น. รวมกลุ่มแข่งขันกีฬา ณ
สนามกีฬาของโรงเรียน
(ที่มา : ทรภ.๑)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ สอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือกรุงเทพ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือนที่สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ อายุ ๑๕ - ๑๘ ปี (เกิดระหว่าง ๑ มกราคม ๒๕๔๐ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓)
มีความรู้ทางดนตรีด้านทฤษฎีมาแล้วและมีความสามารถปฏิบัติเครื่องดนตรีสากลไม่ต่ำกว่าระดับเกรด
๔ เข้าเป็นนักเรียนดุริยางค์ทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ จำนวน
๑๖ คน แบ่งเป็นชาย ๑๒ คน หญิง ๔ คน
หลักฐานมาสมัครพร้อมสำเนา ประกอบด้วย สูติบัตรของผู้สมัคร, บัตรประจำตัวประชาชน, ระเบียนผลการเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑, ๒ และ ๓ เทอมต้นหรือเทียบเท่า, รูปถ่ายปัจจุบันของผู้สมัครขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๕ รูป, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและของบิดา - มารดา ผู้ให้กำเนิด, กรณีที่บิดา - มารดาของผู้สมัครคนใดคนหนึ่งถึงแก่กรรมหรือถึงแก่กรรมทั้ง ๒ คน จะต้องนำใบมรณะบัตรซึ่งมีรายการแสดงสัญชาติของบิดาและ/หรือมารดาผู้ถึงแก่ กรรมที่เป็นไทย หรือหลักฐานจากอำเภอรับรองว่าผู้ถึงแก่กรรมนั้น เกิดในประเทศไทยมาแสดงด้วย, ใบทะเบียนสมรสหรือใบหย่าของบิดา - มารดา, หนังสือจดทะเบียนรับรองบุตรกรณีบิดา - มารดามิได้จดทะเบียนสมรส และเอกสารขอรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษตามระเบียบของกองทัพเรือที่ระบุใน ระเบียบการรับสมัคร
กำหนดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทางเว็บไซต์ www.rtnsm.com หรือที่ โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๕๔ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๕๒๙๒ ในวันและเวลาราชการ (ที่มา : ดย.ทร.)
หลักฐานมาสมัครพร้อมสำเนา ประกอบด้วย สูติบัตรของผู้สมัคร, บัตรประจำตัวประชาชน, ระเบียนผลการเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑, ๒ และ ๓ เทอมต้นหรือเทียบเท่า, รูปถ่ายปัจจุบันของผู้สมัครขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๕ รูป, สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและของบิดา - มารดา ผู้ให้กำเนิด, กรณีที่บิดา - มารดาของผู้สมัครคนใดคนหนึ่งถึงแก่กรรมหรือถึงแก่กรรมทั้ง ๒ คน จะต้องนำใบมรณะบัตรซึ่งมีรายการแสดงสัญชาติของบิดาและ/หรือมารดาผู้ถึงแก่ กรรมที่เป็นไทย หรือหลักฐานจากอำเภอรับรองว่าผู้ถึงแก่กรรมนั้น เกิดในประเทศไทยมาแสดงด้วย, ใบทะเบียนสมรสหรือใบหย่าของบิดา - มารดา, หนังสือจดทะเบียนรับรองบุตรกรณีบิดา - มารดามิได้จดทะเบียนสมรส และเอกสารขอรับสิทธิ์คะแนนเพิ่มพิเศษตามระเบียบของกองทัพเรือที่ระบุใน ระเบียบการรับสมัคร
กำหนดรับสมัครตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๘ ไม่เว้นวันหยุดราชการ ทางเว็บไซต์ www.rtnsm.com หรือที่ โรงเรียนดุริยางค์ทหารเรือ กองดุริยางค์ทหารเรือ ฐานทัพเรือกรุงเทพ ถนนอิสรภาพ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๕๔ หรือ ๐ ๒๔๗๕ ๕๒๙๒ ในวันและเวลาราชการ (ที่มา : ดย.ทร.)
กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเทอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๔ มีนาคม ๒๕๕๘
โรงเรียนนายเรือ
เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัครผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, เป็นชายโสด อายุระหว่าง
๑๕ - ๑๗ ปี (เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๑ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓),
สัญชาติไทย, มีอวัยวะ รูปร่างลักษณะ ท่าทางเหมาะแก่การเป็นทหาร
ไม่มีโรคต้องห้าม, ขนาดร่างกายต้องมีพิกัดความสมบูรณ์ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรอบสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรอบสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
กองทัพเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือน ทหารกองประจำการ และทหารกองหนุน
สังกัดกองทัพเรือ เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัคร ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นชายโสด อายุ ๑๗ - ๒๐ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๘
- ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๑) สำหรับผู้ที่เป็นทหารกองประจำการจะต้องสังกัดกองทัพเรือและปลดเป็นทหารกองหนุน
ในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ ต้องมีอายุ
๒๑ - ๒๔ ปี (ผู้ที่เกิด ๑ มกราคม ๒๕๓๔ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗) มีสัญชาติไทย
บิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร
มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดได้
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
ออสเตรเลียจะมอบเรือระบายพลขนาดใหญ่ให้กับฟิลิปปินส์ จำนวน ๒ ลำ
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายเควิน แอนดรูส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออสเตรเลียแถลงว่า
ออสเตรเลียจะมองเรือระบายพลขนาดใหญ่ จำนวน ๒ ลำ ได้แก่ เรือ HMAS
Tarakan และ HMAS Brunei ที่เพิ่งปลดประจำการให้กับฟิลิปปินส์
โดยมีกำหนดส่งมอบหลังการปรับปรุงสภาพเรือในเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๘ ทั้งนี้
เรือทั้งสองลำจะเพิ่มขีดความสามารถให้แก่ฟิลิปปินส์ในการลำเลียงกำลัง
การส่งกำลังบำรุงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและบรรเทาพิบัติภัย
(ที่มา : ขว.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











