"เศรษฐกิจพอเพียง...จะทำความเจริญ
ให้แก่ประเทศได้ แต่ต้องมีความเพียร แล้วต้องอดทน ต้องไม่ใจร้อน
ต้องไม่พูดมาก ต้องไม่ทะเลาะกัน ถ้าทำโดยเข้าใจกัน เชื่อว่าทุกคนจะมีความพอใจได้"
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทาน ณ วันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๔๑
วันจันทร์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558
๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ วันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ครบรอบ ๖๐ ปี
วันนี้ (๒ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๐๐ น. พลเรือตรี กาญจน์ ดีอุบล เลขานุการ กองทัพเรือ
เป็นประธานในการจัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
ครบรอบ ๖๐ ปี ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลในสังกัด
โดยในช่วงเช้าประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในพระราชวังเดิม
ณ ภายในพระราชวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
และถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์ที่อาพาธ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ ถนนศรีอยุธยา
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๘ ปีนี้ นับได้ว่าครบรอบ ๖๐ ปี ของการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ แต่หน้าที่ของหน่วยงานนี้ ได้มีมาพร้อมกับการจัดตั้งกิจการทหารเรือ โดยเรียกชื่อหน่วยเป็นอย่างอื่น และมีหน้าที่ต่าง ๆ กัน ตามยุคสมัย เช่น กรมปลัดทหารเรือ สภากองทัพเรือ จนกระทั่งวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๘ ได้มีการปรับปรุง หน้าที่ราชการกองทัพเรือ ในกระทรวงกลาโหมขึ้นใหม่ และได้จัดตั้งสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือขึ้น
ปัจจุบัน สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ มีภารกิจ หน้าที่ ในการประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการ และงานธุรการให้กับ ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย ตลอดจนการดำเนินงานและประสานงานเกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ จึงถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่จะช่วยให้การปฏิบัติงานต่าง ๆ ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการนำเสนอภาพลักษณ์ของกองทัพเรือผ่านสื่อต่าง ๆ ไปสู่สายตาสายตาประชาชน เพื่อจะได้มีความเข้าใจดียิ่งขึ้นถึงภารกิจบทบาทของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความมั่นคงของชาติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการช่วยเหลือประชาชน
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ กอง ๑ แผนก คือ
๑. กองเลขานุการ มีหน้าที่ วางแผน และดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการ กิจการที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การรับรอง การบริการ และการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับเอกสาร และสถานที่ทำงานของ ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย
๒. กองประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์ของ กองทัพเรือ และผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารเรือเสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย เผยแพร่วิทยาการ และเป็นศูนย์รวมในด้านการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ ตลอดจนให้การฝึกและศึกษาวิชาการตามที่ได้รับมอบหมาย
๓. แผนกธุรการ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับ การธุรการ การสารบรรณ การกำลังพล การรักษาความปลอดภัย การส่งกำลัง และการบริการ ของสำนักงาน
จากการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ จะเห็นว่างานด้านเลขานุการ กองเลขานุการ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของการดำเนินงานเรื่องการประชาสัมพันธ์ นั้น กองประชาสัมพันธ์ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีแนวทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ ในด้านการปฏิบัติภารกิจหลัก คือ การเตรียมกำลังทางเรือให้พร้อมเพื่อป้องกันประเทศ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยด้วยความ รวดเร็ว ถูกต้อง ทันเวลา
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ และนำเสนอข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกองทัพเรือที่เป็นประโยชน์ ให้ประชาชนได้ทราบอย่างต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์กองทัพเรือ http://www.navy.mi.th/sctr (ที่มา : สลก.ทร.)
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๘ ปีนี้ นับได้ว่าครบรอบ ๖๐ ปี ของการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ แต่หน้าที่ของหน่วยงานนี้ ได้มีมาพร้อมกับการจัดตั้งกิจการทหารเรือ โดยเรียกชื่อหน่วยเป็นอย่างอื่น และมีหน้าที่ต่าง ๆ กัน ตามยุคสมัย เช่น กรมปลัดทหารเรือ สภากองทัพเรือ จนกระทั่งวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๘ ได้มีการปรับปรุง หน้าที่ราชการกองทัพเรือ ในกระทรวงกลาโหมขึ้นใหม่ และได้จัดตั้งสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือขึ้น
ปัจจุบัน สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ เป็นหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือ มีภารกิจ หน้าที่ ในการประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการ และงานธุรการให้กับ ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย ตลอดจนการดำเนินงานและประสานงานเกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์และการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ จึงถือได้ว่าเป็นหน่วยงานที่จะช่วยให้การปฏิบัติงานต่าง ๆ ของผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ราบรื่น รวมทั้งดำเนินการเกี่ยวกับการนำเสนอภาพลักษณ์ของกองทัพเรือผ่านสื่อต่าง ๆ ไปสู่สายตาสายตาประชาชน เพื่อจะได้มีความเข้าใจดียิ่งขึ้นถึงภารกิจบทบาทของกองทัพเรือที่ปฏิบัติหน้าที่ เพื่อความมั่นคงของชาติ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และการช่วยเหลือประชาชน
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ แบ่งส่วนราชการออกเป็น ๒ กอง ๑ แผนก คือ
๑. กองเลขานุการ มีหน้าที่ วางแผน และดำเนินการเกี่ยวกับงานเลขานุการ กิจการที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การรับรอง การบริการ และการรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับเอกสาร และสถานที่ทำงานของ ผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย
๒. กองประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ประสานงาน กำกับการ และดำเนินการเกี่ยวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์การประชาสัมพันธ์ของ กองทัพเรือ และผู้บัญชาการทหารเรือ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารเรือเสนาธิการทหารเรือ และผู้ดำรงตำแหน่งอื่นตามที่ ผู้บัญชาการทหารเรือ มอบหมาย เผยแพร่วิทยาการ และเป็นศูนย์รวมในด้านการประชาสัมพันธ์ของกองทัพเรือ ตลอดจนให้การฝึกและศึกษาวิชาการตามที่ได้รับมอบหมาย
๓. แผนกธุรการ มีหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับ การธุรการ การสารบรรณ การกำลังพล การรักษาความปลอดภัย การส่งกำลัง และการบริการ ของสำนักงาน
จากการแบ่งส่วนราชการของสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ จะเห็นว่างานด้านเลขานุการ กองเลขานุการ จะเป็นผู้รับผิดชอบ ในส่วนของการดำเนินงานเรื่องการประชาสัมพันธ์ นั้น กองประชาสัมพันธ์ เป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีแนวทางในการประชาสัมพันธ์เพื่อให้ข้าราชการและประชาชนได้รับทราบข้อมูล ข่าวสารการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ ในด้านการปฏิบัติภารกิจหลัก คือ การเตรียมกำลังทางเรือให้พร้อมเพื่อป้องกันประเทศ การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยด้วยความ รวดเร็ว ถูกต้อง ทันเวลา
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ และนำเสนอข่าวสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกองทัพเรือที่เป็นประโยชน์ ให้ประชาชนได้ทราบอย่างต่อเนื่อง ทางเว็บไซต์กองทัพเรือ http://www.navy.mi.th/sctr (ที่มา : สลก.ทร.)
กิจการศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี พลูตาหลวง จัดรายการพิเศษ ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้
กิจการศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวี
พลูตาหลวง จัดรายการพิเศษให้แก่ข้าราชการและลูกจ้างในสังกัดกองทัพเรือ
สามารถซื้อรถกอล์ฟออกรอบได้ในราคาพิเศษจากเดิม ๖๐๐ บาท ต่อ ๑๘
หลุม เป็นราคา ๕๐๐ บาท ต่อ ๑๘ หลุม ระหว่างวันที่ ๑ ถึง ๒๘ กุมภาพันธ์
๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดได้ที่ ประชาสัมพันธ์ กิจการศูนย์ ฯ พลูตาหลวง
หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๗๓๖๔๑ - ๓ ต่อ ๑๒๔ หรือ ๐ ๓๓๖๗ ๙๙๓๒ - ๓
ต่อ ๑๒๔ (ที่มา : กิจการศูนย์พัฒนากีฬาราชนาวีฯ)
กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๔ มีนาคม ๒๕๕๘
โรงเรียนนายเรือ
เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัครผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, เป็นชายโสด อายุระหว่าง
๑๕ - ๑๗ ปี (เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๑ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๓),
สัญชาติไทย, มีอวัยวะ รูปร่างลักษณะ ท่าทางเหมาะแก่การเป็นทหาร
ไม่มีโรคต้องห้าม, ขนาดร่างกายต้องมีพิกัดความสมบูรณ์ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรอบสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรอบสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
กองทัพเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือน ทหารกองประจำการ และทหารกองหนุน
สังกัดกองทัพเรือ เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัคร ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นชายโสด อายุ ๑๗ - ๒๐ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๘
- ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๑) สำหรับผู้ที่เป็นทหารกองประจำการจะต้องสังกัดกองทัพเรือและปลดเป็นทหารกองหนุน
ในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ ต้องมีอายุ
๒๑ - ๒๔ ปี (ผู้ที่เกิด ๑ มกราคม ๒๕๓๔ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗) มีสัญชาติไทย
บิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร
มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดได้
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่บัดนี้ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเทอร์เน็ต
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ
รับสมัครและสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘
ระยะเวลาการศึกษา
๔ ปี
โดยเมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต
จากมหาวิทยาลัยมหิดล
และมีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ
สาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล
และสามารถปฏิบัติในโรงพยาบาลสังกัดกรมแพทย์ทหารเรือและโรงพยาบาลในส่วนภาค
รัฐและเอกชนโดยผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่สำเร็จหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
สายวิทย์ - คณิต หรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖
เป็นสตรีโสด
อายุระหว่าง ๑๗ - ๒๐ ปี มีสัญชาติไทยโดยกำหนด
สุขภาพแข็งแรง น้ำหนัก
ไม่น้อยกว่า ๔๕ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๖๕ กิโลกรัม
ส่วนสูงไม่ต่ำกว่า
๑๕๕ เซนติเมตร BMI ไม่เกิน ๒๕ กิโลกรัม
และไม่เป็นโรคที่กำหนดไว้ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
หรือไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา
กำหนดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต www.rtncn.ac.th ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘
(ที่มา : วพร.ทร.)
กำหนดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต www.rtncn.ac.th ตั้งแต่บัดนี้ ถึงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘
(ที่มา : วพร.ทร.)
วันศุกร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"สังคมและบ้านเมืองใด
ให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนได้อย่างครบถ้วน
ล้วนพอเหมาะกันทุก ๆ
ด้าน สังคมและบ้านเมืองนั้น ก็จะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ
ซึ่งสามารถธำรงรักษาความเจริญมั่นคงของประเทศชาติไว้
และพัฒนาให้ก้าวหน้าต่อไปได้โดยตลอด
ผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาทุก
ๆ คนจึงต้องถือว่า
ตัวของท่านมีความรับผิดชอบต่อชาติบ้านเมืองอยู่อย่างเต็มที่ในอันที่จะต้อง
ปฏิบัติหน้าที่ให้เที่ยงตรง
ถูกต้อง สมบูรณ์โดยเต็มกำลัง จะประมาทหรือละเลยมิได้"
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนที่ได้รับพระราชทานรางวัลฯ ณ ศาลาดุสิดาลัย วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๒๔
โครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
เมื่อวันที่
๒๕ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยัง
และขยายระบบส่งน้ำของอ่างเก็บน้ำลำพะยัง พร้อมทั้งให้พิจารณาขุดสระน้ำประจำไร่นาตามแนวทฤษฎีใหม่
และเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๓๘ ได้พระราชทานพระราชดำริให้พิจารณาผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่
ซึ่งอยู่ทางฟากจังหวัดมุกดาหารมาเติมให้แก่อ่างเก็บน้ำลำพะยังเพื่อขยายพื้นที่รับน้ำชลประทานได้มากขึ้น
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปความว่า ให้รีบดำเนินการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำ ลำพะยัง และให้พิจารณาดูว่าพื้นที่ที่จะส่งน้ำออกจากอุโมงค์ว่ามีพื้นที่ว่างหรือไม่ ให้ดำเนินการปลูกป่าโดยทำเป็นอุทยานเล็ก ๆ เพื่อทดแทนผลกระทบที่จะเกิดกับป่าไม้ เพราะหากไม่ดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่นั้น ราษฎรก็จะบุกรุกป่าและทำลายพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ จนหมดและน้ำที่ออกมาก็ให้พิจารณาว่าจะนำไปช่วยพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ ในการบำรุงรักษาป่าให้เกิดความชุ่มชื้นได้มากเพียงใด ตัวอย่างเช่น โครงการลำตะคองพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติยังทำได้เพราะทำแล้วได้ประโยชน์มาก โครงการนี้ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่โครงการทั้งฝั่งจังหวัดมุกดาหารและฝั่ง จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้การบริหารจัดการผันน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถจัดตั้งศูนย์บริการและประสานงานโครงการขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่อันเนื่อง มาจากพระราชดำรโดยมีบุคลากรด้านการเกษตรประจำศูนย์เพื่อบริหารราษฎรประจำใน พื้นที่ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรและส่งเสริมด้านการตลาด และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ราษฎร โดยมีปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่เป็นแกนนำในการขยายผลการมีส่วนร่วมในชุมชน (ที่มา : กพ.ทร.)ิ
ต่อมาเมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๒ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติม สรุปความว่า ให้รีบดำเนินการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มายังพื้นที่โครงการอ่างเก็บน้ำ ลำพะยัง และให้พิจารณาดูว่าพื้นที่ที่จะส่งน้ำออกจากอุโมงค์ว่ามีพื้นที่ว่างหรือไม่ ให้ดำเนินการปลูกป่าโดยทำเป็นอุทยานเล็ก ๆ เพื่อทดแทนผลกระทบที่จะเกิดกับป่าไม้ เพราะหากไม่ดำเนินการช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่นั้น ราษฎรก็จะบุกรุกป่าและทำลายพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ จนหมดและน้ำที่ออกมาก็ให้พิจารณาว่าจะนำไปช่วยพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ ในการบำรุงรักษาป่าให้เกิดความชุ่มชื้นได้มากเพียงใด ตัวอย่างเช่น โครงการลำตะคองพื้นที่เป็นอุทยานแห่งชาติยังทำได้เพราะทำแล้วได้ประโยชน์มาก โครงการนี้ส่งผลให้ราษฎรในพื้นที่โครงการทั้งฝั่งจังหวัดมุกดาหารและฝั่ง จังหวัดกาฬสินธุ์ได้รับประโยชน์อย่างเท่าเทียมกัน ทำให้การบริหารจัดการผันน้ำมีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถจัดตั้งศูนย์บริการและประสานงานโครงการขยายผลเกษตรทฤษฎีใหม่อันเนื่อง มาจากพระราชดำรโดยมีบุคลากรด้านการเกษตรประจำศูนย์เพื่อบริหารราษฎรประจำใน พื้นที่ส่งเสริมการรวมกลุ่มของเกษตรกรและส่งเสริมด้านการตลาด และสามารถถ่ายทอดความรู้สู่ราษฎร โดยมีปราชญ์ชาวบ้านในแต่ละพื้นที่เป็นแกนนำในการขยายผลการมีส่วนร่วมในชุมชน (ที่มา : กพ.ทร.)ิ
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้โอวาทและแนวทางแก่คณะอาจารย์และนายทหารนักเรียนหลักสูตรอาวุโส รุ่นที่ ๔๗ ก่อนเดินทางไปราชการ ณ ต่างประเทศ
วันนี้
(๓๐ มกราคม ๒๕๕๘) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้โอวาทและแนวทางในการปฏิบัติราชการดูกิจการและศึกษาภูมิประเทศ
ณ ต่างประเทศ แก่คณะอาจารย์และนายทหารนักเรียนหลักสูตรอาวุโส รุ่นที่
๔๗ ณ ห้องรับรอง อาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย
กรุงเทพมหานคร
การเดินทางของคณะอาจารย์และนายทหารนักเรียนหลักสูตรอาวุโส รุ่นที่ ๔๗ ในครั้งนี้ เป็นการเดินทาง ไปราชการ ณ ต่างประเทศ ซึ่งจะมีโอกาสพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเอกอัครราชทูต ณ สถานทูตไทยในต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานของต่างประเทศ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพ เรือ (ที่มา : สลก.ทร.)
การเดินทางของคณะอาจารย์และนายทหารนักเรียนหลักสูตรอาวุโส รุ่นที่ ๔๗ ในครั้งนี้ เป็นการเดินทาง ไปราชการ ณ ต่างประเทศ ซึ่งจะมีโอกาสพบปะสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเอกอัครราชทูต ณ สถานทูตไทยในต่างประเทศ รวมถึงหน่วยงานของต่างประเทศ เพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อกองทัพ เรือ (ที่มา : สลก.ทร.)
ประธานคณะที่ปรึกษากองทัพเรือ ร่วมพิธีปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" พิเศษ รุ่นที่ ๑ ใน ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘
วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๘
เวลา ๑๔.๐๐ น. พลเรือเอก อภิชัย อมาตยกุล ประธานคณะที่ปรึกษา กองทัพเรือ
ร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิดโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้"
พิเศษ รุ่นที่ ๑ ณ ห้องประชุมอาคาร ๑๐๐ ปี หอประชุมมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
โดยมี พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานคณะกรรมการดำเนินการโครงการ
ฯ เป็นประธานในพิธี
โครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" พิเศษ รุ่นที่ ๑ หลักสูตรสังคมพหุวัฒนธรรม นำพาสันติสุข สู่ชายแดนใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๓ มกราคม ถึง ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาร่วมกันเรียนรู้และหาประสบการณ์ใหม่ ให้เรียนรู้และเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่แตกต่างกันแต่สามารถอยู่รวมกันได้โดยไม่แบ่งแยกศาสนา
(ที่มา : สลก.ทร.)
โครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" พิเศษ รุ่นที่ ๑ หลักสูตรสังคมพหุวัฒนธรรม นำพาสันติสุข สู่ชายแดนใต้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๒๓ มกราคม ถึง ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ทั้งนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนใน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มาร่วมกันเรียนรู้และหาประสบการณ์ใหม่ ให้เรียนรู้และเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม ประเพณีที่แตกต่างกันแต่สามารถอยู่รวมกันได้โดยไม่แบ่งแยกศาสนา
(ที่มา : สลก.ทร.)
ขอเชิญร่วมทำบุญสมทบทุนมอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
พลเรือตรี กาญจน์
ดีอุบล เลขานุการ กองทัพเรือ จะเป็นประธานในการจัดพิธีทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ
ครบรอบ ๖๐ ปี ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่กำลังพลในสังกัด
โดยในช่วงเช้าประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในพระราชวังเดิม
ณ ภายในพระราชวังเดิม แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
และถวายภัตตาหารเพลแก่พระสงฆ์ที่อาพาธ ณ โรงพยาบาลสงฆ์ ถนนศรีอยุธยา
เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนกิจกรรมวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ ได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี นาวาเอก บัญชา บัวรอด เพื่อ สลก.ทร. เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๙๖๗ - ๓ (ที่มา : สลก.ทร.)
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินสมทบทุนกิจกรรมวันสถาปนาสำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้โรงพยาบาลสงฆ์ ได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี นาวาเอก บัญชา บัวรอด เพื่อ สลก.ทร. เลขที่ ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๙๖๗ - ๓ (ที่มา : สลก.ทร.)
วันพฤหัสบดีที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"การศึกษาเป็นเรื่องใหญ่และสำคัญยิ่ง
ของมนุษย์
คนเราเมื่อเกิดมาก็ได้รับการสั่งสอนจากบิดามารดา
อันเป็นความรู้เบื้องต้น
เมื่อเจริญเติบโตขึ้น
ก็เป็นหน้าที่ของครูและอาจารย์สั่งสอนให้ได้รับวิชาความรู้สูงและอบรมจิตใจ
ให้ถึงพร้อมด้วยคุณธรรม
เพื่อจะได้เป็นพลเมืองดีของชาติสืบต่อไป"
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตและนักศึกษาวิทยาลัยวิชาการศึกษา วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๕
พระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตและนักศึกษาวิทยาลัยวิชาการศึกษา วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๐๕
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











