วันพฤหัสบดีที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2558
อินโดนีเซียจะเพิ่มเรือตรวจการณ์เพื่อป้องกันการลักลอบทำประมงจากต่างชาติ
เมื่อวันที่
๑๒ มกราคม ๒๕๕๘ อธิบดีกรมควบคุมทรัพยากรทางทะเลและประมงอินโดนีเซียแถลงว่า
กระทรวงกิจการทะเลและประมงมีเรือตรวจการณ์ จำนวน ๒๗ ลำ และจะจัดหาเพิ่มเติมอีกจำนวน
๔ ลำ ภายในปลายปี ๒๕๕๘ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการลาดตระเวนและป้องกันการลักลอบทำประมงจากต่างชาติ
รวมทั้งจะขยายระยะเวลาการลาดตระเวนทางทะเลจาก ๑๑๖ วัน เป็น ๒๑๐
วัน หรือเพิ่มสูงสุดเป็น ๒๘๐ วัน (ที่มา : ขว.ทร.)
วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"หลักที่ว่าทุกคนต้องทราบถึงกฎหมายและต้องทำตามกฎหมายนั้นรู้สึกว่าบางครั้งก็ใช้ไม่ได้
เพราะว่ากฎหมายไม่ถึงประชาชน ต้องนึกบ้างว่าเป็นความผิดทางราชการ
ที่ไม่สามารถจะนำกฎหมายไปให้ถึงประชาชน"
พระบรมราโชวาท ในโอกาสพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓
พระบรมราโชวาท ในโอกาสพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แก่ข้าราชการ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๑๓
พิธีเปิดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๗
วันนี้ (๑๔ มกราคม
๒๕๕๘) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือโท ดนัยศักดิ์ กาญจนะวสิต รองเสนาธิการทหารเรือ
รับเยี่ยมคำนับจาก คณะผู้แทนกองทัพเรืออินเดีย ในโอกาสเดินทางเข้าร่วมประชุม
Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๗ และประชุมคณะทำงานร่วมการจัดระเบียบทางทะเลระหว่างกองทัพเรือ
- กองทัพเรืออินเดีย ครั้งที่ ๑๑ โดยกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ
วังนันทอุทยานสโมสร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
และในวันเดียวกัน เวลา ๑๓.๐๐ น. พลเรือตรี นิกิตติ์ ฑีร์ฆะยศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน
กรมยุทธการทหารเรือ เป็นประธานพิธีเปิดการประชุม Navy to Navy
Talks ครั้งที่ ๗ และประชุมคณะทำงานร่วมการจัดระเบียบทางทะเลระหว่างกองทัพเรือ
- กองทัพเรืออินเดีย ครั้งที่ ๑๑ ณ โรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน
กรุงเทพมหานคร
กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๗ และการประชุมคณะทำงานร่วมการจัดระเบียบทางทะเล ครั้งที่ ๑๑ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินเดีย เพื่อหาข้อยุติในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ความร่วมมือทั่วไป การจัดการลาดตระเวนร่วมฯ การปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติประจำ และข้อกำหนดอื่น ๆ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๗ มกราคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน กรุงเทพมหานคร โดยฝ่ายไทยมี พลเรือโท ลือชัย รุดดิษฐ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ฯ และฝ่ายอินเดีย มี พลเรือตรี RB Pandit ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและการข่าว (Assistant Chief of Naval Staff Foreign Cooperation and Intelligence) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรืออินเดีย
การประชุม Navy to Navy Talks ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชุมเพื่อหาข้อยุติในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้มีความก้าว หน้ามากยิ่งขึ้น (ที่มา : ยก.ทร.)
กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Navy to Navy Talks ครั้งที่ ๗ และการประชุมคณะทำงานร่วมการจัดระเบียบทางทะเล ครั้งที่ ๑๑ ระหว่างกองทัพเรือ - กองทัพเรืออินเดีย เพื่อหาข้อยุติในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ ความร่วมมือทั่วไป การจัดการลาดตระเวนร่วมฯ การปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติประจำ และข้อกำหนดอื่น ๆ ระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๗ มกราคม ๒๕๕๘ ณ โรงแรมรอยัลออร์คิดเชอราตัน กรุงเทพมหานคร โดยฝ่ายไทยมี พลเรือโท ลือชัย รุดดิษฐ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ฯ และฝ่ายอินเดีย มี พลเรือตรี RB Pandit ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศและการข่าว (Assistant Chief of Naval Staff Foreign Cooperation and Intelligence) เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนกองทัพเรืออินเดีย
การประชุม Navy to Navy Talks ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประชุมเพื่อหาข้อยุติในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อกองทัพเรือทั้งสองฝ่ายแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างกันให้มีความก้าว หน้ามากยิ่งขึ้น (ที่มา : ยก.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง เสาหลักของชีวิต
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "เสาหลักของชีวิต" ดังนี้
ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน จำเป็นต้องมีเสาเป็นหลักค้ำจุนตัวอาคารไว้ ฉันใด ในการสร้างความดีทุกชนิดก็จำเป็นต้องมีความไม่ประมาทเป็นแกนหลักรองรับ ฉันนั้น ความไม่ประมาทจึงนับว่าเป็นหลักธรรมสำคัญอย่างยิ่งในการครองตน ครองคน และครองงานให้สำเร็จตามเป้าหมายในทุกด้าน ความไม่ประมาท คือ การมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำสิ่งใด ๆ ไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี ตระหนักดีถึงสิ่งที่ต้องทำ ถึงกรรมไม่ดีที่ต้องเว้น เอาใส่ใจ สำนึกอยู่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เสมอ ว่า "ถ้าประมาทในทุกเรื่อง ความรุ่งเรืองก็มิอาจเกิดขึ้นได้" ในปทสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค พระพุทธองค์ตรัสว่า
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย ผู้สัญจรไปบนแผ่นดิน ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้นย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้าง บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ารอยเท้าเหล่านั้น เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูลย่อมรวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกับผู้ประมาทมัวเมาในชีวิตนั้น บัณฑิตท่านอุปมาไว้ว่าเสมือนผู้ที่ตายแล้วทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่" ลักษณะของผู้ประมาทแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. กุสีตะ คือ ไม่ทำเหตุแต่จะเอาผล เช่น เวลาเรียนไม่ตั้งใจเรียน แต่อยากสอบได้ ไม่ตั้งใจทำงานแต่จะเอาความดีความชอบ ทาน ศีล ภาวนา ไม่ปฏิบัติ แต่อยากได้สวรรค์ นิพพาน เป็นต้น
๒. ทุจริตะ คือ ทำเหตุเสียแต่จะเอาผลดี เช่น ขี้เกียจทำงาน แต่อยากได้ผลของงาน พูดไม่ดีแต่อยากให้คนอื่นชื่นชอบ อยากประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีความพยายาม เป็นต้น
๓. สิถิละ คือ ทำเหตุเล็กน้อยแต่จะเอาผลมาก เข้าลักษณะค้ากำไรเกินควร เช่น อ่านหนังสือนิดหน่อย แต่หวังสอบได้อันดับที่ ๑ ให้ทานนิดหน่อยแต่หวังบุญหล่นทับหรือหวังว่าจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ เป็นต้น
ผู้ประมาทในการทำเหตุ ๓ ประเภทดังกล่าว ย่อมพลาดโอกาสที่จะประสบผลความสำเร็จในเรื่องที่คิดในกิจที่ทำ และในคำที่พูดทั้งปวง ดังนั้น ผู้ฉลาดจึงควรระลึกอยู่เสมอว่า ผู้ทำเหตุดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำเหตุเสียย่อมได้รับผลเสีย ผู้ทำเหตุแห่งความสำเร็จไว้มาก ย่อมประสบผลสำเร็จมาก ทั้งดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท แล้วชีวิตก็จะมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่หวั่นไหวได้ง่าย เมื่อยามที่ถูกโลกธรรมฝ่ายต่ำเข้ามากระทบ เพราะมีความไม่ประมาทเป็นเสาหลักของชีวิตนั่นเอง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน จำเป็นต้องมีเสาเป็นหลักค้ำจุนตัวอาคารไว้ ฉันใด ในการสร้างความดีทุกชนิดก็จำเป็นต้องมีความไม่ประมาทเป็นแกนหลักรองรับ ฉันนั้น ความไม่ประมาทจึงนับว่าเป็นหลักธรรมสำคัญอย่างยิ่งในการครองตน ครองคน และครองงานให้สำเร็จตามเป้าหมายในทุกด้าน ความไม่ประมาท คือ การมีสติกำกับตัวอยู่เสมอ ไม่ว่าจะคิด จะพูด จะทำสิ่งใด ๆ ไม่ยอมถลำลงไปในทางที่เสื่อม และไม่ยอมพลาดโอกาสในการทำความดี ตระหนักดีถึงสิ่งที่ต้องทำ ถึงกรรมไม่ดีที่ต้องเว้น เอาใส่ใจ สำนึกอยู่ในหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่เสมอ ว่า "ถ้าประมาทในทุกเรื่อง ความรุ่งเรืองก็มิอาจเกิดขึ้นได้" ในปทสูตร สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค พระพุทธองค์ตรัสว่า
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย รอยเท้าของสัตว์ทั้งหลาย ผู้สัญจรไปบนแผ่นดิน ชนิดใดชนิดหนึ่ง ทั้งหมดนั้นย่อมถึงความประชุมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้าง บัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ารอยเท้าเหล่านั้น เพราะเป็นรอยใหญ่ แม้ฉันใด กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่งทั้งหมดนั้นมีความไม่ประมาทเป็นมูลย่อมรวมลงในความไม่ประมาท ความไม่ประมาทบัณฑิตกล่าวว่าเลิศกว่ากุศลธรรมเหล่านั้น ฉันนั้นเหมือนกับผู้ประมาทมัวเมาในชีวิตนั้น บัณฑิตท่านอุปมาไว้ว่าเสมือนผู้ที่ตายแล้วทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่" ลักษณะของผู้ประมาทแบ่งเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. กุสีตะ คือ ไม่ทำเหตุแต่จะเอาผล เช่น เวลาเรียนไม่ตั้งใจเรียน แต่อยากสอบได้ ไม่ตั้งใจทำงานแต่จะเอาความดีความชอบ ทาน ศีล ภาวนา ไม่ปฏิบัติ แต่อยากได้สวรรค์ นิพพาน เป็นต้น
๒. ทุจริตะ คือ ทำเหตุเสียแต่จะเอาผลดี เช่น ขี้เกียจทำงาน แต่อยากได้ผลของงาน พูดไม่ดีแต่อยากให้คนอื่นชื่นชอบ อยากประสบความสำเร็จ แต่ไม่มีความพยายาม เป็นต้น
๓. สิถิละ คือ ทำเหตุเล็กน้อยแต่จะเอาผลมาก เข้าลักษณะค้ากำไรเกินควร เช่น อ่านหนังสือนิดหน่อย แต่หวังสอบได้อันดับที่ ๑ ให้ทานนิดหน่อยแต่หวังบุญหล่นทับหรือหวังว่าจะถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ ๑ เป็นต้น
ผู้ประมาทในการทำเหตุ ๓ ประเภทดังกล่าว ย่อมพลาดโอกาสที่จะประสบผลความสำเร็จในเรื่องที่คิดในกิจที่ทำ และในคำที่พูดทั้งปวง ดังนั้น ผู้ฉลาดจึงควรระลึกอยู่เสมอว่า ผู้ทำเหตุดี ย่อมได้รับผลดี ผู้ทำเหตุเสียย่อมได้รับผลเสีย ผู้ทำเหตุแห่งความสำเร็จไว้มาก ย่อมประสบผลสำเร็จมาก ทั้งดำเนินชีวิตอยู่ด้วยความไม่ประมาท แล้วชีวิตก็จะมีความมั่นคงแข็งแรง ไม่หวั่นไหวได้ง่าย เมื่อยามที่ถูกโลกธรรมฝ่ายต่ำเข้ามากระทบ เพราะมีความไม่ประมาทเป็นเสาหลักของชีวิตนั่นเอง (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
กิจกรรมทัวร์คนมีใจรักสุนัข "Mercy Tour" ครั้งที่ ๑ ในพื้นที่สัตหีบ
วันนี้ (๑๔ มกราคม
๒๕๕๘) คณะกรรมการบริหารจัดการศูนย์ดูแลสุนัขจรจัดของกองทัพเรือ
จัดกิจกรรมทัวร์คนมีใจรักสุนัข "Mercy Tour" ครั้งที่
๑ ประจำปี ๒๕๕๘ ระหว่างวันที่ ๑๔ ถึง ๑๕ มกราคม ๒๕๕๘ ในพื้นที่สัตหีบ
อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ภายในกิจกรรมจัดให้มีการเยี่ยมชมอ่าวเตยงาม,
มารีนรีสอร์ท, ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด และชมการแสดงสุนัข เป็นต้น
พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีดำริให้ดำเนินโครงการ Doggy Home Stay Sattahip ขึ้น เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างมีเมตตาธรรม โดยการนำสุนัขจรจัดในพื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือมาดูแล รักษาโรค ทำหมัน และฝึกสุนัขให้ผู้มีใจรักสุนัขรับไปเลี้ยงดู โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการ ฯ เป็นเวลา ๗ ปี ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการดูแลสุนัขจรจัดพื้นที่ของกองทัพเรือเป็นไปอย่าง ยั่งยืน ลดจำนวนสุนัขจรจัดที่กระจายอยู่นอกบ้านเรือนและแพร่พันธุ์อย่างควบคุมไม่ได้ สุนัขมีสภาพอดอยาก เจ็บป่วย สร้างปัญหาด้านสุขอนามัยในชุมชน และพัฒนาการจัดการพื้นที่ศูนย์อภิบาลสุนัข กองเรือยุทธการ, ศูนย์อภิบาลสุนัข ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และศูนย์อภิบาลสุนัข หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้สามารถรับอุปการะสุนัขได้พื้นที่ละ ๕๐๐ ตัว และแมว ๑๐๐ ตัว นอกจากนี้ ยังได้จัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังและมีทักษะพิเศษเพื่อใช้ในราชการ ตลอดจนส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่สามารถรับเลี้ยงดูต่อไปได้
ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการระดมทุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง ปัจจุบันศูนย์อภิบาลสุขนัขมีค่าใช้จ่ายเฉพาะอาหาร ประมาณ ๔ บาท ต่อวัน ต่อตัว, ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของสุนัขจรจัด ศูนย์อภิบาลสุนัข กองเรือยุทธการ และศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฯ และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ศูนย์อภิบาลสุนัขแห่งใหม่ ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จึงเชิญชวนผู้มีจิตเมตตาร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ Doggy Home Stay Sattahip โดยการโอนเงินช่วยเหลือโครงการ ฯ ได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี โครงการ Doggy Home Stay Sattahip เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๕๒๒ - ๖ และแจ้งการโอนเงินที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๙๗ หรือหมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๒๓๐
(ที่มา : สลก.ทร.)
พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ มีดำริให้ดำเนินโครงการ Doggy Home Stay Sattahip ขึ้น เพื่อช่วยเหลือสังคมอย่างมีเมตตาธรรม โดยการนำสุนัขจรจัดในพื้นที่สัตหีบ จังหวัดชลบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ของกองทัพเรือมาดูแล รักษาโรค ทำหมัน และฝึกสุนัขให้ผู้มีใจรักสุนัขรับไปเลี้ยงดู โดยมีเป้าหมายดำเนินโครงการ ฯ เป็นเวลา ๗ ปี ทั้งนี้ เพื่อให้การบริหารจัดการดูแลสุนัขจรจัดพื้นที่ของกองทัพเรือเป็นไปอย่าง ยั่งยืน ลดจำนวนสุนัขจรจัดที่กระจายอยู่นอกบ้านเรือนและแพร่พันธุ์อย่างควบคุมไม่ได้ สุนัขมีสภาพอดอยาก เจ็บป่วย สร้างปัญหาด้านสุขอนามัยในชุมชน และพัฒนาการจัดการพื้นที่ศูนย์อภิบาลสุนัข กองเรือยุทธการ, ศูนย์อภิบาลสุนัข ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ และศูนย์อภิบาลสุนัข หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ให้สามารถรับอุปการะสุนัขได้พื้นที่ละ ๕๐๐ ตัว และแมว ๑๐๐ ตัว นอกจากนี้ ยังได้จัดหาบ้านให้ลูกสุนัขและสุนัขโตที่มีความพร้อม รวมถึงการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังและมีทักษะพิเศษเพื่อใช้ในราชการ ตลอดจนส่งต่อให้ผู้มีอุปการะที่สามารถรับเลี้ยงดูต่อไปได้
ขณะนี้โครงการดังกล่าวอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการระดมทุนเพื่อให้สามารถดำเนินการได้จริง ปัจจุบันศูนย์อภิบาลสุขนัขมีค่าใช้จ่ายเฉพาะอาหาร ประมาณ ๔ บาท ต่อวัน ต่อตัว, ค่าใช้จ่ายในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของสุนัขจรจัด ศูนย์อภิบาลสุนัข กองเรือยุทธการ และศูนย์ฝึกทหารใหม่ ฯ และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้าง ศูนย์อภิบาลสุนัขแห่งใหม่ ณ หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จึงเชิญชวนผู้มีจิตเมตตาร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการ Doggy Home Stay Sattahip โดยการโอนเงินช่วยเหลือโครงการ ฯ ได้ที่ ธนาคารทหารไทย สาขา กองบัญชาการกองทัพเรือ ชื่อบัญชี โครงการ Doggy Home Stay Sattahip เลขที่บัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๙๕๒๒ - ๖ และแจ้งการโอนเงินที่หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๙๗ หรือหมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๒๓๐
(ที่มา : สลก.ทร.)
จีนเปิดกองบัญชาการทหารในพื้นที่หมู่เกาะพาราเซล
วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"การทำงานร่วมกับผู้อื่นนั้น
ที่จะให้เป็นไปโดยราบรื่น ปราศจากปัญหาข้อขัดแย้ง ย่อมเป็นไปได้ยาก
เพราะคนจำนวนมากย่อมมีความคิดความต้องการที่แตกต่างกันไป มากบ้างน้อยบ้าง
ท่านจะต้องรู้จักอดทนและอดกลั้น ใช้ปัญญา ไม่ใช้อารมณ์ ปรึกษากัน
และโอนอ่อนผ่อนตามกันด้วยเหตุผล โดยถือว่าความคิดที่แตกต่างกันนั้น
มิใช่เหตุที่จะทำให้เป็นข้อขัดแย้ง โต้เถียง เพื่อเอาแพ้เอาชนะกัน
แต่เป็นเหตุสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความกระจ่างแจ้ง ทั้งในวิถีทางและวิธีการปฏิบัติงาน"
พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๑
พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๔๑
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ปรับเส้นทางลานอเนกประสงค์ เตรียมประกอบพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
ได้ปรับเส้นทางลานอเนกประสงค์ บริเวณช่องทางผ่านเข้า - ออก กองบังคับการหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
และ กองร้อยบังคับการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง
เพื่อประกอบพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล ในวันที่
๑๘ มกราคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไป จนกว่าการปฏิบัติจะเสร็จสิ้น
จึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวทราบโดยทั่วกัน และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ (ที่มา : สอ.รฝ.)
จึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะใช้เส้นทางบริเวณดังกล่าวทราบโดยทั่วกัน และใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะ (ที่มา : สอ.รฝ.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง ของแท้หรือของปลอม
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ของแท้หรือของปลอม" ดังนี้
ธรรมดาของดีมีค่าในโลกนี้มักจะมีไม่มาก ทั้งหายาก ราคาแพง และเป็นที่ต้องการของคนหมู่มาก จึงเป็นที่มาของการคิดทำของปลอมเลียนแบบ และด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ เราแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า อันไหนเป็นของแท้ หรือของปลอม ด้วยเหตุนี้จึงเกิดมีคนขึ้นสองพวกคือ คนหลอกคนพวกหนึ่ง และคนถูกคนหลอกอีกพวกหนึ่ง ชีวิตของคนสองพวกนี้ แม้จะต่างกันราวดำกะขาว แต่ก็เกิดความเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ คนหลอกคน ได้ชื่อว่าเป็น คนเลว คนลวงโลก เป็นเหตุให้ถูกลงโทษทัณฑ์ ทุกข์ร้อน อยู่ไม่เป็นสุข คนถูกหลอกก็เสียของ เสียคน เกิดความเสียหาย และต้องเสียใจที่หลงเชื่อคนผิด
ของปลอม อาจหลอกคนบางคนได้ในบางครั้ง แต่เมื่อใดความจริงปรากฏ เมื่อนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ไร้ค่า หมดราคา กลับไปอยู่ในสถานะเดิม ส่วนของแท้คือ คุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับในความสามารถวาสนาของตน ย่อมส่งผลให้เป็นคนมีคุณค่า มีราคา ของแท้แม้จะไม่เลอเลิศสูงส่งเท่าใดนัก แต่ก็มีคุณค่าควรแก่ความภาคภูมิใจ
ดังนั้น ใครคิดจะเป็นคนแท้หรือเป็นคนปลอม ตัวเองเท่านั้นย่อมรู้แก่ใจ และสักวันหนึ่งความจริงก็จะปรากฏเข้าทำนองว่า ความลับไม่มีในโลก คนที่ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตตามความเป็นจริงนั้น จึงจะได้ชื่อว่าคนแท้ ที่ไม่ต้องวิตกกังวลหวาดระแวงว่าใครจะมาหลอกเราหรือเราจะไปหลอกใครแต่อย่างใดนั่นเอง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ธรรมดาของดีมีค่าในโลกนี้มักจะมีไม่มาก ทั้งหายาก ราคาแพง และเป็นที่ต้องการของคนหมู่มาก จึงเป็นที่มาของการคิดทำของปลอมเลียนแบบ และด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาการสมัยใหม่ เราแทบจะแยกไม่ออกเลยว่า อันไหนเป็นของแท้ หรือของปลอม ด้วยเหตุนี้จึงเกิดมีคนขึ้นสองพวกคือ คนหลอกคนพวกหนึ่ง และคนถูกคนหลอกอีกพวกหนึ่ง ชีวิตของคนสองพวกนี้ แม้จะต่างกันราวดำกะขาว แต่ก็เกิดความเสียหายด้วยกันทั้งสองฝ่าย กล่าวคือ คนหลอกคน ได้ชื่อว่าเป็น คนเลว คนลวงโลก เป็นเหตุให้ถูกลงโทษทัณฑ์ ทุกข์ร้อน อยู่ไม่เป็นสุข คนถูกหลอกก็เสียของ เสียคน เกิดความเสียหาย และต้องเสียใจที่หลงเชื่อคนผิด
ของปลอม อาจหลอกคนบางคนได้ในบางครั้ง แต่เมื่อใดความจริงปรากฏ เมื่อนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็ไร้ค่า หมดราคา กลับไปอยู่ในสถานะเดิม ส่วนของแท้คือ คุณธรรม ความซื่อสัตย์ สุจริต และรู้จักพอใจในสิ่งที่ตนมี ยอมรับในความสามารถวาสนาของตน ย่อมส่งผลให้เป็นคนมีคุณค่า มีราคา ของแท้แม้จะไม่เลอเลิศสูงส่งเท่าใดนัก แต่ก็มีคุณค่าควรแก่ความภาคภูมิใจ
ดังนั้น ใครคิดจะเป็นคนแท้หรือเป็นคนปลอม ตัวเองเท่านั้นย่อมรู้แก่ใจ และสักวันหนึ่งความจริงก็จะปรากฏเข้าทำนองว่า ความลับไม่มีในโลก คนที่ยอมรับความจริง และใช้ชีวิตตามความเป็นจริงนั้น จึงจะได้ชื่อว่าคนแท้ ที่ไม่ต้องวิตกกังวลหวาดระแวงว่าใครจะมาหลอกเราหรือเราจะไปหลอกใครแต่อย่างใดนั่นเอง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ตั้งแต่ ๑๕ มกราคม - ๔ มีนาคม ๒๕๕๘
โรงเรียนนายเรือ
เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือนคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัครผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่
๓ หรือสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น, เป็นชายโสด อายุระหว่าง
๑๕ - ๑๗ ปี (เกิดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๑ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓),
สัญชาติไทย, มีอวัยวะ รูปร่างลักษณะ ท่าทางเหมาะแก่การเป็นทหาร
ไม่มีโรคต้องห้าม, ขนาดร่างกายต้องมีพิกัดความสมบูรณ์ ไม่ต่ำกว่าเกณฑ์
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรองสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กำหนดสอบคัดเลือก แบ่งเป็นสองรอบ คือ ภาควิชาการ ในวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๕๘ ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต (พัฒนาการ) เป็นการทดสอบความรู้ วิชาวิทยาศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาคณิตศาสตร์ ๒๔๐ คะแนน, วิชาภาษาอังกฤษ ๑๖๐ คะแนน และวิชาภาษาไทยและสังคมศึกษา ๖๐ คะแนน ตามหลักสูตรชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ของกระทรวงศึกษาธิการ
ส่วนการสอบรองสอง ในวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๕๘ ถึง ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ ที่ โรงเรียนนายเรือ และโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า ฯ
การรับสมัคร เปิดรับสมัครทางอินเตอร์เน็ตเพียงช่องทางเดียว ทางเว็บไซต์โรงเรียนนายเรือ http://www.rtna.ac.th หรือ http://www.navy.mi.th หรือ http://www.admission-rtna.com ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ถึง ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๙๙๕ หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.rtna.ac.th (ที่มา : รร.นร.)
กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่ ๕ มกราคม - ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘
กองทัพเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครบุคคลพลเรือน ทหารกองประจำการ และทหารกองหนุน
สังกัดกองทัพเรือ เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๘ โดยรับสมัคร ผู้ที่สำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ
หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ
เป็นชายโสด อายุ ๑๗ - ๒๐ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๘
- ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๑) สำหรับผู้ที่เป็นทหารกองประจำการจะต้องสังกัดกองทัพเรือและปลดเป็นทหารกองหนุน
ในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๘ หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ ต้องมีอายุ
๒๑ - ๒๔ ปี (ผู้ที่เกิด ๑ มกราคม ๒๕๓๔ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗ มีสัญชาติไทย
บิดามารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตร
มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดได้
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ระหว่างวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๘ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
หลักฐานการรับสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน, สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตร มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ และสำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร
จำหน่ายระเบียบการรับสมัคร ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ - ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่
- กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
- โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ
- โรงเรียนชุมพลทหารเรือ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ร้านสวัสดิการทหารเรือ นันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
- กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร
- ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
- ค่ายตากสิน อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี
- ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
- ทัพเรือภาคที่ ๓ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต
- หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต
- สถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ ได้แก่ ส.ทร.๒ บางนา, ส.ทร.๓ ภูเก็ต, ส.ทร.๕ สัตหีบ, ส.ทร.๖ สงขลา, ส.ทร.๘ พิษณุโลก, ส.ทร.๙ อุบลราชธานี, ส.ทร.๑๐ ตราด, ส.ทร.๑๑ เชียงใหม่ และ ส.ทร.๑๕ นราธิวาส
หรือสั่งซื้อระเบียบการและใบสมัครทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๗ ถึง ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ สามารถดาวน์โหลดใบสั่งซื้อระเบียบการได้จากเว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th โดยระบุจำนวนที่สั่งซื้อ เขียนที่อยู่สำหรับจัดส่งระเบียบการให้แก่ผู้สั่งซื้อและหมายเลขโทรศัพท์ที่ สามารถติดต่อได้ให้ชัดเจน ส่งใบสั่งซื้อระเบียบการ พร้อมใบฝากธนาณัติตัวจริง สั่งจ่ายในนามกรมยุทธศึกษาทหารเรือ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ราคารวมค่าจัดส่ง ชุดละ ๑๑๐ บาท
การรับสมัครทางอินเตอร์เน็ต ระหว่างวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๘ ถึง ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ โดยสมัครและศึกษาขั้นตอนการดำเนินการสมัครได้ที่เว็บไซต์ http://www.navedu.navy.mi.th และให้ผู้สมัครศึกษา
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตำบลศาลา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒, ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๔๓ ในวันและเวลาราชการ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)
ฝรั่งเศสเตรียมส่งเรือไปฝึกหลังเข้าร่วมปฏิบัติการต่อต้าน IS ในอิรัก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีรายงานจากกลาโหมฝรั่งเศสว่า ฝรั่งเศสเตรียมส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน
Charles de Gaulle ไปฝึกบริเวณมหาสมุทรอินเดียใน ๑๔ มกราคม ๒๕๕๘
หลังจากส่งเรือลำดังกล่าวไปประจำการยังอ่าวเปอร์เซีย เพื่อร่วมปฏิบัติการต่อต้านกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม
(IS) ในอิรัก โดยระบุว่า เรือดังกล่าวพร้อมปฏิบัติการทางทหารในกรณีจำเป็น
(ที่มา : ขว.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










