"ท่านทั้งหลายควรจักได้เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อม
ที่จะปฏิบัติงานประสานกับบุคคลอื่นฝ่ายอื่นอย่างขะมักเขม้นและฉลาดเหมาะสม
ในการนี้ ท่านจะต้องทำความคิดและจิตใจให้เปิดกว้าง แต่หนักแน่น
มีเหตุผล มีวิจารณญาณ พร้อมกันนั้น ก็ต้องมีความจริงใจ เห็นใจ
และเมตตาปรองดองกัน โดยถือประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันเป็นวัตถุประสงค์เอกที่สำคัญอีกข้อหนึ่ง
จะต้องพยายามขจัดความดื้อรั้น ถือตัว ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนน้อยออกให้ได้
ไม่ปล่อยให้เข้ามาครอบงำทำลายความคิดจิตใจที่ดีงามของตน แล้วท่านจะสามารถปฏิบัติการงานทุกอย่างได้ด้วยความราบรื่น
เบิกบานใจ อย่างมี ประสิทธิภาพ และประสบผลสำเร็จตามที่ปรารภปรารถนาทุกสิ่งในที่สุด"
พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร
แก่บัณฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๙
วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
ผู้บัญชาการทหารเรือและคณะตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญหน่วยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
วันนี้ (๒๑ พฤศจิกายน
๒๕๕๗) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ
และคณะ
เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ณ กองบัญชาการหน่วยรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
จังหวัดนครพนม
และหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง
เขตเชียงราย
จังหวัดเชียงราย ทั้งนี้
เพื่อเยี่ยมบำรุงขวัญกำลังพลและรับฟังการบรรยายสรุปปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้อง
จากการปฏิบัติหน้าที่
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้โอวาทชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่าง เต็มกำลังความสามารถ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนด้วยมิตร ไมตรี สร้างความสัมพันธ์ และมิตรภาพอันดีระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติประวัติอันดีงามของกองทัพเรือและหน่วยงานต่อไป
(ที่มา : สลก.ทร.)
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ให้โอวาทชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ได้ร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติหน้าที่อย่าง เต็มกำลังความสามารถ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่พี่น้องประชาชนด้วยมิตร ไมตรี สร้างความสัมพันธ์ และมิตรภาพอันดีระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ และประเทศเพื่อนบ้านให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อดำรงไว้ซึ่งเกียรติประวัติอันดีงามของกองทัพเรือและหน่วยงานต่อไป
(ที่มา : สลก.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "ธรรมะเอาชนะการพนัน"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ธรรมะเอาชนะการพนัน" ดังนี้
การพนันขันต่อทุกรูปแบบ ทั้งที่กฎหมายยอมรับ และไม่ยอมรับ เช่น การเล่นไฮโล การซื้อหวย ซื้อล็อตเตอรี่ เป็นต้น ในทางศาสนาจัดว่า เป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เพราะหากประกอบอยู่เนือง ๆ จะนำพาคนเล่นไปสู่ปากทางแห่งความเสื่อมเสียทั้งส่วนตัว ส่วนครอบครัว และส่วนรวม ดังนั้น สำหรับคนที่ปรารถนาจะ ลด ละ เลิกการพนัน หรือหลีกหนีผลักไสไปให้พ้นจากชีวิต ทางพระพุทธศาสนาได้แนะแนวทางที่จะเอาชนะการพนันไว้ด้วยหลักธรรม ๔ ประการ คือ
๑. เห็นได้จัง ได้แก่ปัญญา คือ เห็นหรือเข้าใจถึงโทษภัยของการพนันตามความเป็นจริงว่า เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งหายนะทั้งแก่ส่วนตัว ครอบครัว และคนรอบข้าง แม้การพนันจะมีข้อดีอยู่บ้าง เช่น เป็นการเสี่ยงโชคทำให้ชีวิตมีความหวังและอาจเป็นเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืน เป็นต้น แต่ก็ไม่อาจชดเชยกับโทษที่จะต้องได้รับ คือ มีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะส่วนใหญ่จะเสียมากกว่าได้ หรือบางคนเล่นมากจนเกินไป ถึงกับต้องขายบ้านขายที่ หรือถูกเจ้ามือตามล่าเอาชีวิตก็มี
๒. ตั้งใจจริง ได้แก่ สัจจะ คือ ตั้งใจที่จะ ลด ละ เลิกการพนัน ให้ได้ โดยอาจตั้งเป็นสัจจาธิษฐาน คือ ให้สัญญากับตัวเอง หรือตั้งเป็นสัจปฏิญาณ คือ ให้สัญญากับผู้อื่น แล้วรักษาสัจจะนั้นไว้ให้ได้
๓. ทิ้งให้ไกล ได้แก่ จาคะ คือ ละทิ้งความเคยชินและสิ่งแวดล้อมเก่า ๆ ที่เอื้อต่อการคิดถึง หรือเกี่ยวข้องกับการพนันอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งหากิจกรรมใหม่ ๆ มาทำเพื่อดึงความสนใจเอาไว้ ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับการพนัน
๔. ใจสงบ ได้แก่ อุปสมะ คือ ต้องพยายามยับยั้งใจ ข่มใจให้สงบ เมื่อรู้สึกฟุ้งซ่านหงุดหงิด หรือเกิดความอยากที่จะไปเกี่ยวข้องกับการพนันเมื่อใด ก็ให้พยายามดึงความคิดกลับมาสู่ใจเหมือนพยายามพรากฟืนออกให้ห่างเสียจากเปลว ไฟฉะนั้น
การพนันก็เปรียบเหมือนเปลวไฟ แม้คนเล่นจะคิดว่าไฟนั้นช่วยให้อบอุ่นได้บ้าง แต่ความจริงหากไฟนั้นเผาผลาญตัวเองเมื่อใด เมื่อนั้นก็มีแต่เร่าร้อนกระวนกระวาย หาความสงบสุขไม่ได้ คล้ายกับตกไปในอบายภูมิทั้งเป็น เพราะต้องเสื่อมสิ้นทรัพย์สินเงินทอง มากน้อยตามที่ตนไปยุ่งเกี่ยวด้วย บางคนถึงกับเป็นผีพนัน กลายเป็นคนล้มละลาย จนเสียครอบครัวไปเลยก็มี ดังนั้น เมื่อพิจารณาเห็นว่า การพนันเป็นสิ่งไม่ดี มีแต่โทษ มีแต่ภัย ก็ควรหาทางเอาชนะเสียให้ได้ด้วยธรรมะทั้ง ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น คือ เห็นให้จัง ตั้งใจจริง ทิ้งให้ไกล และใจสงบ หากใครปฏิบัติได้ก็จะเป็นหลักประกันอย่างดีที่สามารถเอาชนะการพนันได้อย่าง แน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
การพนันขันต่อทุกรูปแบบ ทั้งที่กฎหมายยอมรับ และไม่ยอมรับ เช่น การเล่นไฮโล การซื้อหวย ซื้อล็อตเตอรี่ เป็นต้น ในทางศาสนาจัดว่า เป็นอบายมุขอย่างหนึ่ง เพราะหากประกอบอยู่เนือง ๆ จะนำพาคนเล่นไปสู่ปากทางแห่งความเสื่อมเสียทั้งส่วนตัว ส่วนครอบครัว และส่วนรวม ดังนั้น สำหรับคนที่ปรารถนาจะ ลด ละ เลิกการพนัน หรือหลีกหนีผลักไสไปให้พ้นจากชีวิต ทางพระพุทธศาสนาได้แนะแนวทางที่จะเอาชนะการพนันไว้ด้วยหลักธรรม ๔ ประการ คือ
๑. เห็นได้จัง ได้แก่ปัญญา คือ เห็นหรือเข้าใจถึงโทษภัยของการพนันตามความเป็นจริงว่า เป็นสิ่งที่นำมาซึ่งหายนะทั้งแก่ส่วนตัว ครอบครัว และคนรอบข้าง แม้การพนันจะมีข้อดีอยู่บ้าง เช่น เป็นการเสี่ยงโชคทำให้ชีวิตมีความหวังและอาจเป็นเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืน เป็นต้น แต่ก็ไม่อาจชดเชยกับโทษที่จะต้องได้รับ คือ มีโทษมากกว่าประโยชน์ เพราะส่วนใหญ่จะเสียมากกว่าได้ หรือบางคนเล่นมากจนเกินไป ถึงกับต้องขายบ้านขายที่ หรือถูกเจ้ามือตามล่าเอาชีวิตก็มี
๒. ตั้งใจจริง ได้แก่ สัจจะ คือ ตั้งใจที่จะ ลด ละ เลิกการพนัน ให้ได้ โดยอาจตั้งเป็นสัจจาธิษฐาน คือ ให้สัญญากับตัวเอง หรือตั้งเป็นสัจปฏิญาณ คือ ให้สัญญากับผู้อื่น แล้วรักษาสัจจะนั้นไว้ให้ได้
๓. ทิ้งให้ไกล ได้แก่ จาคะ คือ ละทิ้งความเคยชินและสิ่งแวดล้อมเก่า ๆ ที่เอื้อต่อการคิดถึง หรือเกี่ยวข้องกับการพนันอย่างสิ้นเชิง รวมทั้งหากิจกรรมใหม่ ๆ มาทำเพื่อดึงความสนใจเอาไว้ ไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับการพนัน
๔. ใจสงบ ได้แก่ อุปสมะ คือ ต้องพยายามยับยั้งใจ ข่มใจให้สงบ เมื่อรู้สึกฟุ้งซ่านหงุดหงิด หรือเกิดความอยากที่จะไปเกี่ยวข้องกับการพนันเมื่อใด ก็ให้พยายามดึงความคิดกลับมาสู่ใจเหมือนพยายามพรากฟืนออกให้ห่างเสียจากเปลว ไฟฉะนั้น
การพนันก็เปรียบเหมือนเปลวไฟ แม้คนเล่นจะคิดว่าไฟนั้นช่วยให้อบอุ่นได้บ้าง แต่ความจริงหากไฟนั้นเผาผลาญตัวเองเมื่อใด เมื่อนั้นก็มีแต่เร่าร้อนกระวนกระวาย หาความสงบสุขไม่ได้ คล้ายกับตกไปในอบายภูมิทั้งเป็น เพราะต้องเสื่อมสิ้นทรัพย์สินเงินทอง มากน้อยตามที่ตนไปยุ่งเกี่ยวด้วย บางคนถึงกับเป็นผีพนัน กลายเป็นคนล้มละลาย จนเสียครอบครัวไปเลยก็มี ดังนั้น เมื่อพิจารณาเห็นว่า การพนันเป็นสิ่งไม่ดี มีแต่โทษ มีแต่ภัย ก็ควรหาทางเอาชนะเสียให้ได้ด้วยธรรมะทั้ง ๔ ประการดังกล่าวข้างต้น คือ เห็นให้จัง ตั้งใจจริง ทิ้งให้ไกล และใจสงบ หากใครปฏิบัติได้ก็จะเป็นหลักประกันอย่างดีที่สามารถเอาชนะการพนันได้อย่าง แน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
ขอเชิญร่วมเดิน - วิ่ง เทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพร ๑๓๔ ปี ใน ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๗
กองทัพเรือและมูลนิธิราชสกุลอาภากรใน
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.) สมาพันธ์ และมูลนิธิสมาพันธ์ชมรมเดิน - วิ่ง เพื่อสุขภาพไทย
ร่วมจัดงาน "เดิน - วิ่งเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพร ๑๓๔ ปี"
ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพของ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ "องค์บิดาของทหารเรือไทย"
ในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ กองบัญชาการกองทัพเรือ บริเวณอนุสาวรีย์
พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ภายในงานมีกิจกรรมการสาธิตกายบริหารแบบราชนาวี,
การแสดงแอโรบิค, การแสดงมวลไทย, กระบี่กระบอง และการแสดงการต่อสู้ป้องกันตัว
การจัดงานเดิน - วิ่งเทิดพระเกียรติ ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ สุขภาพของข้าราชการกองทัพเรือ และประชาชนทั่วไป โดยนำรายได้สมทบทุนสร้างอาศรมหมอพร และอาคารจัดแสดงการแพทย์เชิงบูรณาการ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
ประเภทการแข่งขันประกอบด้วย มินิมาราธอน ๑๐.๕๐ กิโลเมตร, วิ่งเพื่อสุขภาพ ๕ กิโลเมตร และเดินเพื่อสุขภาพ ๓ กิโลเมตร ค่าสมัครประเภทบุคคลทั่วไป ๓๐๐ บาท พร้อมรับเสื้อยืดคอวีลายพระหัตถ์กรมหลวงชุมพร ฯ พร้อมตราสัญลักษณ์มูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ และตราสัญลักษณ์กองทัพเรือ ส่วนประเภทวีไอพี ๑,๐๐๐ บาท พร้อมรับเสื้อโปโลลายพระหัตถ์กรมหลวงชุมพรฯ สำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญพระอาจารย์ศุข - กรมหลวงชุมพร ฯ เนื้อทองแดง
ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมเดิน - วิ่งเทิดพระเกียรติ ฯ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ สโมสรวังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิราชสกุลอาภากร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๘ ๒๖๙๖, หรือ ๐๘ ๔๖๔๒ ๕๕๗๗ หรือทางเว็บไซต์ www.abhakara.org หรือ facebook ค้นหาคำว่า "เดินวิ่งเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพร ๑๓๔ ปี" หรือชมรมวิ่งใกล้บ้านท่าน หรือร่วมบริจาคเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิราชสกุลอาภากร ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี ๐๔๕ - ๕๐๗๓๕๓ - ๕ , ธนาคารกสิกรไทย สาขาดาวคะนอง เลขที่บัญชี ๐๘๐ - ๒ - ๘๒๓๗๘ - ๙ , ธนาคารทหารไทย สาขาถนนเจริญนคร เลขที่ ๑๓๒ - ๒ - ๑๑๔๙๓ - ๓
(ที่มา : มูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ)
การจัดงานเดิน - วิ่งเทิดพระเกียรติ ฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้น ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพ สุขภาพของข้าราชการกองทัพเรือ และประชาชนทั่วไป โดยนำรายได้สมทบทุนสร้างอาศรมหมอพร และอาคารจัดแสดงการแพทย์เชิงบูรณาการ โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า กรมแพทย์ทหารเรือ
ประเภทการแข่งขันประกอบด้วย มินิมาราธอน ๑๐.๕๐ กิโลเมตร, วิ่งเพื่อสุขภาพ ๕ กิโลเมตร และเดินเพื่อสุขภาพ ๓ กิโลเมตร ค่าสมัครประเภทบุคคลทั่วไป ๓๐๐ บาท พร้อมรับเสื้อยืดคอวีลายพระหัตถ์กรมหลวงชุมพร ฯ พร้อมตราสัญลักษณ์มูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ และตราสัญลักษณ์กองทัพเรือ ส่วนประเภทวีไอพี ๑,๐๐๐ บาท พร้อมรับเสื้อโปโลลายพระหัตถ์กรมหลวงชุมพรฯ สำหรับผู้เข้าเส้นชัยทุกคนจะได้รับเหรียญพระอาจารย์ศุข - กรมหลวงชุมพร ฯ เนื้อทองแดง
ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมเดิน - วิ่งเทิดพระเกียรติ ฯ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๗ ณ สโมสรวังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มูลนิธิราชสกุลอาภากร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๖๘ ๒๖๙๖, หรือ ๐๘ ๔๖๔๒ ๕๕๗๗ หรือทางเว็บไซต์ www.abhakara.org หรือ facebook ค้นหาคำว่า "เดินวิ่งเทิดพระเกียรติกรมหลวงชุมพร ๑๓๔ ปี" หรือชมรมวิ่งใกล้บ้านท่าน หรือร่วมบริจาคเงินโดยโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิราชสกุลอาภากร ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย เลขที่บัญชี ๐๔๕ - ๕๐๗๓๕๓ - ๕ , ธนาคารกสิกรไทย สาขาดาวคะนอง เลขที่บัญชี ๐๘๐ - ๒ - ๘๒๓๗๘ - ๙ , ธนาคารทหารไทย สาขาถนนเจริญนคร เลขที่ ๑๓๒ - ๒ - ๑๑๔๙๓ - ๓
(ที่มา : มูลนิธิราชสกุลอาภากร ฯ)
กองทัพเรือมาเลเซียและบรูไนฝึกผสมทางทะเล Hornbill
เมื่อวันที่
๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ มีรายงานว่า กองทัพเรือมาเลเซียและกองทัพเรือบรูไน
ฝึกผสมทางทะเล ประจำปี Hornbill ระหว่างวันที่ ๑๗ ถึง ๒๓ พฤศจิกายน
๒๕๕๗ โดยมีเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง KD Selangor เรือยนต์เร็วโจมตีปืน
KD Ganas ของกองทัพเรือมาเลเซีย และเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง KDB Darulehsan
เรือตรวจการชายฝั่ง KDB Ljhtihad ของกองทัพเรือบรูไน เข้าร่วมการฝึกซึ่งแบ่งเป็น
๓ ขั้น ได้แก่ การฝึกหน้าท่าเทียบเรือที่บรูไน การฝึกภาคทะเลในน่านน้ำบรูไนถึงรัฐซาบาห์ของมาเลเซีย
และการฝึกปัญหาที่บังคับการที่ฐานทัพเรือเซปังการ์ของมาเลเซีย
(ที่มา : ขว.ทร.)
วันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ความเจริญนั้น
ต้องพร้อมด้วยเครื่องมือเครื่องใช้ประการหนึ่ง วิชาความรู้ประการหนึ่ง
และจิตใจสูงประการหนึ่งคือถ้าเราต้องการจะทำนุบำรุง ส่งเสริมกำลังของเราให้เข้มแข็ง
เมื่อเรามีเงิน ก็จะจัดซื้อหาเครื่องอาวุธยุทโธปกรณ์ นานาชนิดที่มีคุณภาพดี
มาเพิ่มพูนให้มากยิ่งขึ้นเพียงใด ก็ย่อมจะทำได้ หรือถ้าเราต้องการจะส่งเสริมสมรรถภาพในทางความรู้
วิทยาการ ใดๆ ให้ทันเทียมกับอารยะประเทศ เราก็จัดส่งคนของเราให้ออกไปศึกษาค้นคว้า
และหาอุปกรณ์ต่างๆ ประกอบวิทยาการแผนใหม่ๆ ในต่างประเทศเพื่อนำมาใช้ปรับปรุงส่งเสริมสมรรถภาพของเรา
ให้เจริญเทียมทันเขาได้ ซึ่งความเจริญดั่งกล่าวมาแล้วนี้ เราสามารถจะซื้อหาด้วยเงินได้
แต่ความเจริญทางจิตใจนั้น เราจะซื้อด้วยเงิน เป็นจำนวนเท่าใดๆ
ไม่ได้ ความเจริญทางจิตใจนี้ จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งนัก เพราะเป็นหน้าที่ของแต่ละคน
ที่จะต้องทำตัวของตนเองให้ดี เพื่อประโยชน์ของส่วนรวม"
พระบรมราโชวาทในวันพิธีสวนสนาม และพระราชทานธงชัยประจำกองโรงเรียนตำรวจภูธร ภาค ๔ วันอังคารที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๙๖
พระบรมราโชวาทในวันพิธีสวนสนาม และพระราชทานธงชัยประจำกองโรงเรียนตำรวจภูธร ภาค ๔ วันอังคารที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๔๙๖
กองทัพเรือ ประกอบพิธีทางศาสนาเนื่องในวันกองทัพเรือ ครบ ๑๐๘ ปี
วันนี้ (๒๐ พฤศจิกายน
๒๕๕๗) เวลา ๐๖.๔๕ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ
และ นางณุฉัตรา จันทร์สุวานิชย์ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ
พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือและข้าราชการกองทัพเรือ
ร่วมทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้ง แด่พระภิกษุสงฆ์
จำนวน ๕๙ รูป
เนื่องในวันกองทัพเรือ ณ
บริเวณลานด้านหน้าอาคารส่วนบัญชาการกองทัพเรือ
พื้นที่วังนันทอุทยาน เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
และเวลา ๐๘.๒๕
น. ผู้บัญชาการทหารเรือ
ประกอบพิธีบวงสรวงสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ณ ท้องพระโรงชั้นใน ภายในพระราชวังเดิม และปลูกต้นไม้ ณ
บริเวณ
กองบัญชาการกองทัพเรือ วังนันทอุทยาน
จากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น. ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญประจำปีเนื่องในวันกองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม และพิธีปล่อยปลา โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมปล่อยปลา ณ ท่าเทียบเรือกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ในช่วงเย็นกองทัพเรือได้จัดงานเลี้ยงรับรองระดับกองทัพเรือเนื่องในวันกอง ทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมงาน ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
ในโอกาสวันกองทัพเรือได้เวียนมาถึงอีกครั้งในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เมื่อ ๑๐๘ ปี ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ทางราชการ จึงถือเป็นวันกองทัพเรือมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บรรพชนทหารเรือได้เสียสละและอุทิศตนอย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในภาวะสงครามและยามสงบ สร้างความรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพเรือจนมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง มาจนถึงปัจจุบัน
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มีสารแสดงความขอบคุณ ความปรารถนาดี และส่งกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนายให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะร่วมกันก้าวเข้าสู่ปีที่ ๑๐๙ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนแก่กองทัพเรืออันเป็นที่ รักยิ่งต่อไป โดยกำลังพลทุกนายจะแถวทหารเพื่อฟังสารจากผู้บัญชาการทหารเรือโดยพร้อมเพรียง กัน (ที่มา : สลก.ทร.)
จากนั้น เวลา ๑๐.๓๐ น. ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีทำบุญประจำปีเนื่องในวันกองทัพเรือ ณ ท้องพระโรง พระราชวังเดิม และพิธีปล่อยปลา โดยมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ร่วมปล่อยปลา ณ ท่าเทียบเรือกองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ในช่วงเย็นกองทัพเรือได้จัดงานเลี้ยงรับรองระดับกองทัพเรือเนื่องในวันกอง ทัพเรือ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมทั้งผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมงาน ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
ในโอกาสวันกองทัพเรือได้เวียนมาถึงอีกครั้งในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ เมื่อ ๑๐๘ ปี ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดโรงเรียนนายเรือ ทางราชการ จึงถือเป็นวันกองทัพเรือมาจนกระทั่งทุกวันนี้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บรรพชนทหารเรือได้เสียสละและอุทิศตนอย่างเข้มแข็ง กล้าหาญ ในการปฏิบัติหน้าที่ทั้งในภาวะสงครามและยามสงบ สร้างความรุ่งโรจน์เจริญก้าวหน้าให้แก่กองทัพเรือจนมีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง มาจนถึงปัจจุบัน
ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้มีสารแสดงความขอบคุณ ความปรารถนาดี และส่งกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนายให้มีกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะร่วมกันก้าวเข้าสู่ปีที่ ๑๐๙ ด้วยความมุ่งมั่นที่จะร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ตอบแทนแก่กองทัพเรืออันเป็นที่ รักยิ่งต่อไป โดยกำลังพลทุกนายจะแถวทหารเพื่อฟังสารจากผู้บัญชาการทหารเรือโดยพร้อมเพรียง กัน (ที่มา : สลก.ทร.)
ขอเชิญชมภาพยนตร์สารคดีวันกองทัพเรือ
วันนี้ (๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗) ขอเชิญชมตัวอย่างภาพยนตร์สารคดีวันกองทัพเรือ ทางเว็บไซต์ www.navychannel.ty หรือ NavyChannel Thailand ทาง youtube และสามารถติดตามได้ทาง Facebook Fanpage : Navy Channel (https://th-th.facebook.com/navychannel.th)
(ที่มา : กพร.ทร.)
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง "สุขตลอดปีด้วยวิถีธรรม"
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงหลักธรรม
ในการดำเนินชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท
สำหรับในวันนี้นำเสนอเรื่อง "สุขตลอดปีด้วยวิถีธรรม"
ดังนี้
เมื่อเริ่มต้นปีใหม่ของแต่ละปี จะสังเกตเห็นว่า มนุษย์กลุ่มหนึ่งมักจะแสวงหาความสุขในชีวิตแตกต่างกันออกไป ตามความต้องการ เช่นบางกลุ่มอาศัยการไปเที่ยวเตร่ยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จัดงานเฉลิมฉลองรื่นเริง ดื่มกินและพาลูกหลานไปไหว้พระยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ด้วยเชื่อว่า นั่นคือ ความสุข แต่ก็ปรากฏว่า นั่นเป็นความสุขเพียงชั่วคราวเดี๋ยวเดียว ไม่กี่วัน อีกทั้งบางครั้งก็นำมาซึ่งความพินาศเป็นพิษเป็นภัยแก่ชีวิต เช่น ความสิ้นเปลืองเสียเวลาและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นต้นได้
มุมมองในทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า หากใครต้องการความสุขความสวัสดีแก่ชีวิตแบบยั่งยืน ตลอดปีและตลอดไป ให้ดำเนินชีวิตไปตามวิถีธรรม ๔ ประการ คือ
๑. ปัญญา คือ ความรอบรู้ ความเข้าใจ ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา เพราะการใฝ่หาความรู้โดยการฟัง ที่เรียกว่า สุตมยปัญญา เป็นต้น จะนำพาให้ตนรู้จักว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรควรเว้น อะไรคือสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์แก่ชีวิต
๒. ตบะ คือ เพียรละชั่ว ต่อสู้ปัญหาและอุปสรรค รักษาและพัฒนาความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขยันหมั่นเพียร หนักเอาเบาสู้ เพราะการไม่ท้อแท้ ท้อถอย ต่อสู้ นำพาให้มนุษย์พ้นความทุกข์คือ ความลำบากในชีวิต เช่น ความยากจน เป็นต้นไป
๓. อินทรีย์สังวร คือ ผู้จักระวังตน เพราะการรู้จักระมัดระวังตนนั้น จะทำให้เป็นคนไม่ประมาทในชีวิต ไม่หลงมัวเมาในสิ่งยั่วยุจนทำให้ขาดสติทำความชั่วหรือตกเป็นทาสของกิเลสที่จะนำพาให้ชีวิตตกต่ำ
๔. สัพพะนิสสัคคะ คือ รู้จักปลง ปล่อยวาง ฝึกฝนปล่อยวาง รู้เท่าทันโลก พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง เช่นเห็นว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เป็นต้น มองโลกในแง่ดี จะช่วยให้ชีวิตจิตใจรู้สึกเบาสบายปลอดโปร่ง
ความสุขเพียงชั่วข้ามคืนในช่วงเริ่มต้นของแต่ละปีตามวิสัยของปุถุชน ใคร ๆ ก็สามารถมีได้ ด้วยการดื่มฉลองกัน จัดงานสังสรรค์รื่นเริงและการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น แต่ถ้าใครอยากจะมีความสุขแบบยั่งยืน ตลอดปี และตลอดไป ควรที่จะยึดหลักวิถีธรรม ๔ ประการ คือ ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ต่อสู้ปัญหาอุปสรรค รู้จักระวังตนและฝึกฝนปล่อยวาง ดังกล่าวข้างต้น เชื่อได้ว่า ปี ๒๕๕๘ นี้ ชีวิตจะมีความสุขด้วยวิถีธรรมตลอดปีและตลอดไปอย่างแน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
เมื่อเริ่มต้นปีใหม่ของแต่ละปี จะสังเกตเห็นว่า มนุษย์กลุ่มหนึ่งมักจะแสวงหาความสุขในชีวิตแตกต่างกันออกไป ตามความต้องการ เช่นบางกลุ่มอาศัยการไปเที่ยวเตร่ยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ จัดงานเฉลิมฉลองรื่นเริง ดื่มกินและพาลูกหลานไปไหว้พระยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เป็นต้น ด้วยเชื่อว่า นั่นคือ ความสุข แต่ก็ปรากฏว่า นั่นเป็นความสุขเพียงชั่วคราวเดี๋ยวเดียว ไม่กี่วัน อีกทั้งบางครั้งก็นำมาซึ่งความพินาศเป็นพิษเป็นภัยแก่ชีวิต เช่น ความสิ้นเปลืองเสียเวลาและอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุเป็นต้นได้
มุมมองในทางพระพุทธศาสนากล่าวว่า หากใครต้องการความสุขความสวัสดีแก่ชีวิตแบบยั่งยืน ตลอดปีและตลอดไป ให้ดำเนินชีวิตไปตามวิถีธรรม ๔ ประการ คือ
๑. ปัญญา คือ ความรอบรู้ ความเข้าใจ ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา เพราะการใฝ่หาความรู้โดยการฟัง ที่เรียกว่า สุตมยปัญญา เป็นต้น จะนำพาให้ตนรู้จักว่าอะไรดี ไม่ดี อะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ อะไรควรเว้น อะไรคือสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์แก่ชีวิต
๒. ตบะ คือ เพียรละชั่ว ต่อสู้ปัญหาและอุปสรรค รักษาและพัฒนาความดีให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ขยันหมั่นเพียร หนักเอาเบาสู้ เพราะการไม่ท้อแท้ ท้อถอย ต่อสู้ นำพาให้มนุษย์พ้นความทุกข์คือ ความลำบากในชีวิต เช่น ความยากจน เป็นต้นไป
๓. อินทรีย์สังวร คือ ผู้จักระวังตน เพราะการรู้จักระมัดระวังตนนั้น จะทำให้เป็นคนไม่ประมาทในชีวิต ไม่หลงมัวเมาในสิ่งยั่วยุจนทำให้ขาดสติทำความชั่วหรือตกเป็นทาสของกิเลสที่จะนำพาให้ชีวิตตกต่ำ
๔. สัพพะนิสสัคคะ คือ รู้จักปลง ปล่อยวาง ฝึกฝนปล่อยวาง รู้เท่าทันโลก พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง เช่นเห็นว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้ เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา เป็นต้น มองโลกในแง่ดี จะช่วยให้ชีวิตจิตใจรู้สึกเบาสบายปลอดโปร่ง
ความสุขเพียงชั่วข้ามคืนในช่วงเริ่มต้นของแต่ละปีตามวิสัยของปุถุชน ใคร ๆ ก็สามารถมีได้ ด้วยการดื่มฉลองกัน จัดงานสังสรรค์รื่นเริงและการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นต้น แต่ถ้าใครอยากจะมีความสุขแบบยั่งยืน ตลอดปี และตลอดไป ควรที่จะยึดหลักวิถีธรรม ๔ ประการ คือ ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ต่อสู้ปัญหาอุปสรรค รู้จักระวังตนและฝึกฝนปล่อยวาง ดังกล่าวข้างต้น เชื่อได้ว่า ปี ๒๕๕๘ นี้ ชีวิตจะมีความสุขด้วยวิถีธรรมตลอดปีและตลอดไปอย่างแน่นอน (ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ
สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเพื่อเลือกสรรเป็นพนักงานราชการ กลุ่มงานบริการทั่วไป ตำแหน่ง พนักงานบริการ แผนกธุรการ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ จำนวน ๑ อัตรา โดยรับผู้ที่สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมศึกษาปีที่ ๓ หรือเทียบเท่า เพศชาย มีความรู้ด้านการติดต่อสื่อสารในราชการได้ดี มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี และไม่เกิน ๓๕ ปีบริบูรณ์
หลักฐานประกอบการสมัคร ได้แก่ ประกาศนียบัตรหรือใบสุทธิ หรือระเบียบแสดงผลการเรียนฉบับจริง พร้อมสำเนา ๑ ชุด, บัตรประจำตัวประชาชน ฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน ๑ ชุด, ทะเบียนบ้านของ ผู้สมัครและบิดา มารดา ฉบับจริงพร้อมสำเนา จำนวน ๑ ชุด, รูปถ่ายขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๓ รูป และใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ ทั้งนี้ สำเนาหลักฐานทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคำรับรองสำเนาถูกต้อง และลงชื่อกำกับไว้ทุกฉบับด้วย
ขอเชิญผู้ที่สนใจสมัครเข้าเป็นพนักงานราชการในตำแหน่งดังกล่าว สามารถสมัครและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกธุรการ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม ถนนวังเดิม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๐๘๙ และ ๐ ๒๔๗๕ ๔๕๕๐ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ ในวันราชการ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๖.๓๐ น. กำหนดประกาศผลสอบในวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๕๗ หรือดูได้ที่ http://www.sctr.navy.mi.th/ (ที่มา : สลก.ทร.)
นาวิกโยธินและกองทัพเรือเกาหลีใต้ ฝึกยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่
มีรายงานว่า
นาวิกโยธินและกองทัพเรือเกาหลีใต้ ฝึกยกพลขึ้นบก บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของคาบสมุทรเกาหลี
ระหว่างวันที่ ๑๕ - ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๗ โดยมีทหารนาวิกโยธิน จำนวน
๑,๒๐๐ นาย เรือรบ จำนวน ๒๐ ลำ รวมถึงเรือยกพลขึ้นบก Dokdo เรือพิฆาตระบบ
Aegis และเครื่องบินประมาณ ๔๐ ลำ เข้าร่วมการฝึก นอกจากนี้ จะฝึกปฏิบัติการร่วมกับสหรัฐฯ
ด้วยการนำเฮลิคอปเตอร์ MH-53 ของสหรัฐฯ ลงจอดบนเรือ Dokdo (ที่มา
: ขว.ทร.)
วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
"ทุกคนมีจิตใจที่ปรารถนาความสุข หรือความสำเร็จ แต่การหาความสุข หรือความสำเร็จนี้ ย่อมต้องเหนื่อย เหนื่อยแน่ ไม่มีใครที่มีความสุขหรือความสำเร็จได้โดยไม่เหนื่อย ถ้าไม่อยากที่จะเหนื่อยก็ต้องฝึกฝนกำลัง กำลังกายก็ต้องฝึก คนที่นอนอยู่เฉย ๆ แม้จะสมมติว่านอนอยู่เฉยๆ ไม่ได้เดิน ไม่ได้ไปไหนเป็นเวลาสัก ๑๐ วัน รับรองได้ว่าเวลาลุกขึ้นไม่มีกำลัง คือกำลังไม่ได้มาจากการพักผ่อน กำลังมาจากความเพียร การฝึก เช่นคนที่ได้ออกกำลังลุกขึ้นเดินทุกวัน ขยับกายให้ได้ เป็นการฝึกกาย ย่อมมีกำลังกาย ผู้ที่เป็นนักกีฬาเขาต้องฝึก การฝึกนั้นเหนื่อย เหนื่อยแต่ว่าเมื่อเหนื่อยแล้วสร้างกำลังขึ้นมามันค่อยๆ หายเหนื่อย ถ้าสมมติว่าเราไม่ได้สร้างกำลัง เราไม่ได้ฝึกกายให้มีกำลัง เดินเพียง ๕๐ เมตร ก็เหนื่อยแล้ว แต่ถ้าฝึกร่างกายให้ดี เดินหลายกิโลเมตรก็ไม่สู้จะเหนื่อยนัก จิตใจก็เหมือนกันจะต้องมีกำลัง และกำลังนั้นเพื่อหาความสุข ความสำเร็จ ไม่ใช่ว่าไม่เหนื่อย ต้องเหนื่อย ต้องฝึกจิตใจให้ดี ถ้าฝึกจิตใจให้ดี ไม่ให้ขี้เกียจ ให้รู้จักว่างานเป็นอย่างไร แล้วก็เชื่อว่าถ้าทำงานอย่างนั้นก็จะได้ผลดี เป็นต้น ก็จะทำให้มีความสำเร็จ ร่างกายและจิตใจจะแข็งแรงพร้อมกัน"
พระราชดำรัสพระราชทานแก่นักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สงขลา ณ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตสงขลา วันพฤหัสบดีที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๒๓
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











