กองทัพเรือ จัดตั้งศูนย์ประสานราชการใสสะอาดกองทัพเรือ
เพื่อเป็นศูนย์กลางในการป้องกันการทุจริต คอร์รัปชัน การประพฤติมิชอบ
การร้องเรียน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพเรือ สามารถแจ้งเบาะแสหรือร้องเรียน
ได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์
๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook (ที่มา : สลก.ทร.)
วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2557
กองทัพเรือ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน ครั้งที่ ๘ ระหว่าง ๒๖ - ๒๘ สิงหาคม นี้
กองทัพเรือ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้บัญชาการทหารเรืออาเซียน
ครั้งที่ ๘ ณ โรงแรมมิลเลนเนียม ฮิลตัน กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่
๒๖ - ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ โดยผู้บัญชาการทหารเรือทั้ง ๙ ชาติในอาเซียน
ได้แก่ บรูไน อินโดนีเซีย กัมพูชา มาเลเซีย เมียนมา ฟิลิปปินส์
สิงคโปร์ เวียดนาม และไทย จะเดินทางมาเข้าร่วมการประชุมโดยมี พลเรือเอก
ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานการประชุม
บริบท (Theme) ของการประชุมในครั้งนี้ คือ "ASEAN Underway : Navies after 2015" มีสาระสำคัญคือ การแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงทางทะเล ในหัวข้อ "บทบาทของกองทัพเรืออาเซียนภายหลังการร่วมเป็นประชาคมอาเซียนในปี ค.ศ.๒๐๑๕" หรือ "Roles for the ASEAN Navies after ASEAN Intergration ๒๐๑๕" นอกจากนี้ กองทัพเรือได้เตรียมประเด็นที่จะเสนอในที่ประชุม ประกอบด้วย การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน รวมทั้งการเสนอแนวความคิดจัดการฝึกผสมทางเรือแบบพหุภาคีระหว่างกองทัพเรือ ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (ASEAN Navies Multi 3 Lateral Sea Exercise)
สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อรับผิดชอบการเตรียมการด้านต่าง ๆ มี พลเรือโท พัลลภ ตมิศานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดการประชุม ฯ (ที่มา : สลก.ทร.)
บริบท (Theme) ของการประชุมในครั้งนี้ คือ "ASEAN Underway : Navies after 2015" มีสาระสำคัญคือ การแลกเปลี่ยนมุมมองด้านความมั่นคงทางทะเล ในหัวข้อ "บทบาทของกองทัพเรืออาเซียนภายหลังการร่วมเป็นประชาคมอาเซียนในปี ค.ศ.๒๐๑๕" หรือ "Roles for the ASEAN Navies after ASEAN Intergration ๒๐๑๕" นอกจากนี้ กองทัพเรือได้เตรียมประเด็นที่จะเสนอในที่ประชุม ประกอบด้วย การเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดพิธีสวนสนามทางเรือนานาชาติ ในปี พ.ศ.๒๕๖๐ เนื่องในโอกาสครบรอบ ๕๐ ปี การก่อตั้งอาเซียน รวมทั้งการเสนอแนวความคิดจัดการฝึกผสมทางเรือแบบพหุภาคีระหว่างกองทัพเรือ ประเทศต่าง ๆ ในอาเซียน (ASEAN Navies Multi 3 Lateral Sea Exercise)
สำหรับการจัดประชุมในครั้งนี้ กองทัพเรือได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาคณะหนึ่งเพื่อรับผิดชอบการเตรียมการด้านต่าง ๆ มี พลเรือโท พัลลภ ตมิศานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานกรรมการอำนวยการจัดการประชุม ฯ (ที่มา : สลก.ทร.)
เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานมอบรางวัลแก่ผู้เข้าร่วมการวิ่งแข่งขันเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ ๒/๒๕๕๗
วันนี้
(๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗) เวลา ๑๕.๑๕ น. พลเรือเอก ทวีวุฒิ
พงศ์พิพัฒน์
เสนาธิการทหารเรือ
เป็นประธานมอบรางวัลและให้โอวาทแก่ผู้เข้าร่วมการวิ่งแข่งขันเพื่อสุขภาพ
สำหรับกำลังพลในพื้นที่พระราชวังเดิมและหน่วยใกล้เคียง
ณ บริเวณวังนันทอุทยาน ฐานทัพเรือกรุงเทพ
กองทัพเรือ จัดให้มีการวิ่งแข่งขันพื่อสุขภาพให้แก่กำลังพลในพื้นที่พระราชวังเดิมและ บริเวณใกล้เคียง ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยก่อนการวิ่งแข่งขันจะมีการตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว และวัดความดันโลหิต พร้อมกับมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายอย่างไรให้มีความสุข
ขอเชิญชวนกำลังพลในพื้นที่พระราชวังเดิมและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมวิ่งแข่งขัน ฯ พร้อมรับของรางวัลในวันดังกล่าว โดยกรมการขนส่งทหารเรือสนับสนุนรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่รับ - ส่ง โดยออกจากหน้ากองรักษาการณ์พระราชวังเดิม และหน้ากรมอู่ทหารเรือ เวลา ๑๓.๑๕ น. (ที่มา : กพ.ทร.)
กองทัพเรือ จัดให้มีการวิ่งแข่งขันพื่อสุขภาพให้แก่กำลังพลในพื้นที่พระราชวังเดิมและ บริเวณใกล้เคียง ในครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๕๗ โดยก่อนการวิ่งแข่งขันจะมีการตรวจสุขภาพ ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดรอบเอว และวัดความดันโลหิต พร้อมกับมีการบรรยายให้ความรู้เรื่องการออกกำลังกายอย่างไรให้มีความสุข
ขอเชิญชวนกำลังพลในพื้นที่พระราชวังเดิมและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมวิ่งแข่งขัน ฯ พร้อมรับของรางวัลในวันดังกล่าว โดยกรมการขนส่งทหารเรือสนับสนุนรถยนต์โดยสารขนาดใหญ่รับ - ส่ง โดยออกจากหน้ากองรักษาการณ์พระราชวังเดิม และหน้ากรมอู่ทหารเรือ เวลา ๑๓.๑๕ น. (ที่มา : กพ.ทร.)
ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน "วันแห่งการจัดการความรู้ของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗"
วันนี้ (๒๐ สิงหาคม
๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการ "วันแห่งการจัดการความรู้ของกองทัพเรือ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗" ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือโท ยุทธนา เกิดด้วยบุญ
ประธานกรรมการโครงการศึกษาและการจัดการความรู้ของกองทัพเรือ และรองเสนาธิการทหารเรือให้การต้อนรับ
นิทรรศการ "วันแห่งการจัดการความรู้" เป็นกิจกรรมหนึ่งตามแผนการจัดการความรู้ของกองทัพเรือประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือและหน่วยเฉพาะกิจกองทัพเรือ แสดงผลงานการจัดการความรู้ของหน่วยให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยต่าง ๆ ทราบ และส่งเสริมให้หน่วยเห็นความสำคัญ และนำองค์ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งให้กำลังพลมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้เพิ่มขึ้น และสามารถเผยแพร่ให้หน่วยต่าง ๆ นำองค์ความรู้ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานต่อไป
นอกจากนี้ ยังเป็นการยกย่องชมเชยหน่วยงานที่มีการจัดการความรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีหน่วยต่าง ๆ เสนอผลงานการจัดการความรู้ของหน่วยเข้าประกวดเพื่อขอรับรางวัล จำนวน ๑๕ หน่วย แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ คือ ระดับพื้นฐาน, ระดับก้าวหน้า, ระดับดีเด่น และระดับดีเลิศ โดยมีหน่วยผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน จำนวน ๙ หน่วย, ผ่านเกณฑ์ระดับก้าวหน้า จำนวน ๔ หน่วย และผ่านเกณฑ์ระดับดีเด่น จำนวน ๒ หน่วย ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นผู้มอบประกาศเกียรติคุณ โล่รางวัล และเงินรางวัลให้แก่หน่วยต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลในแต่ละระดับ ดังนี้
- รางวัลการจัดการความรู้ ระดับพื้นฐานของกองทัพเรือ ได้แก่ กรมข่าวทหารเรือ, กรมยุทธการทหารเรือ, กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, กองเรือยุทธการ, ฐานทัพเรือกรุงเทพ, กรมสารวัตรทหารเรือ, กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
- รางวัลการจัดการความรู้ ระดับก้าวหน้าของกองทัพเรือ ได้แก่ ทัพเรือภาคที่ ๒, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน, กรมการขนส่งทหารเรือ และกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
- รางวัลการจัดการความรู้ระดับดีเด่นของกองทัพเรือ ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารเรือ (ที่มา : สปช.ทร.)
นิทรรศการ "วันแห่งการจัดการความรู้" เป็นกิจกรรมหนึ่งตามแผนการจัดการความรู้ของกองทัพเรือประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้หน่วยขึ้นตรงกองทัพเรือและหน่วยเฉพาะกิจกองทัพเรือ แสดงผลงานการจัดการความรู้ของหน่วยให้ผู้บังคับบัญชาและหน่วยต่าง ๆ ทราบ และส่งเสริมให้หน่วยเห็นความสำคัญ และนำองค์ความรู้ที่ได้จากการจัดการความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงาน รวมทั้งให้กำลังพลมีส่วนร่วมในการจัดการความรู้เพิ่มขึ้น และสามารถเผยแพร่ให้หน่วยต่าง ๆ นำองค์ความรู้ไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการปฏิบัติงานต่อไป
นอกจากนี้ ยังเป็นการยกย่องชมเชยหน่วยงานที่มีการจัดการความรู้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีหน่วยต่าง ๆ เสนอผลงานการจัดการความรู้ของหน่วยเข้าประกวดเพื่อขอรับรางวัล จำนวน ๑๕ หน่วย แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ คือ ระดับพื้นฐาน, ระดับก้าวหน้า, ระดับดีเด่น และระดับดีเลิศ โดยมีหน่วยผ่านเกณฑ์ระดับพื้นฐาน จำนวน ๙ หน่วย, ผ่านเกณฑ์ระดับก้าวหน้า จำนวน ๔ หน่วย และผ่านเกณฑ์ระดับดีเด่น จำนวน ๒ หน่วย ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นผู้มอบประกาศเกียรติคุณ โล่รางวัล และเงินรางวัลให้แก่หน่วยต่าง ๆ ที่ได้รับรางวัลในแต่ละระดับ ดังนี้
- รางวัลการจัดการความรู้ ระดับพื้นฐานของกองทัพเรือ ได้แก่ กรมข่าวทหารเรือ, กรมยุทธการทหารเรือ, กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, กองเรือยุทธการ, ฐานทัพเรือกรุงเทพ, กรมสารวัตรทหารเรือ, กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ, กรมสรรพาวุธทหารเรือ และกรมวิทยาศาสตร์ทหารเรือ
- รางวัลการจัดการความรู้ ระดับก้าวหน้าของกองทัพเรือ ได้แก่ ทัพเรือภาคที่ ๒, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน, กรมการขนส่งทหารเรือ และกรมยุทธศึกษาทหารเรือ
- รางวัลการจัดการความรู้ระดับดีเด่นของกองทัพเรือ ได้แก่ กรมอู่ทหารเรือ และกรมแพทย์ทหารเรือ (ที่มา : สปช.ทร.)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีประดับยศนายตำรวจชั้นนายพล ๑๕ มกราคม ๒๕๑๙
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เวียดนามจะได้รับเรือดำน้ำ Project 636 ลำที่ ๓ ในปลายปี ๒๕๕๗
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
มีรายงานว่า กองทัพเรือเวียดนามจะได้รับเรือดำน้ำ Project 636
ลำที่ ๓ ในปลายปี ๒๕๕๗ ส่วนเรือลำที่ ๔ กำลังอยู่ในขั้นการทดสอบในโรงงาน
โดยเรือดำน้ำ HQ-182 Hanoi และ HQ-183 Ho Chi Minh City ซึ่งเป็น
เรือชุดเดียวกัน เข้าประจำการแล้วที่ กองพลน้อย เรือดำน้ำ ๑๘๙
ฐานทัพเรือคัมรานห์ เมื่อเดือนเมษายน๒๕๕๗ และกำลังพลของเรือดำน้ำได้ผ่านการฝึกในเรือระยะที่
๑ เมื่อเดือนกรกฎาคม ๒๕๕๗ บริเวณน่านน้ำเกาะ Hogland อ่าวฟินแลนด์
โดยทำการฝึกขณะดำเป็นเวลา ๕๗ ชั่วโมง (ที่มา : ขว.ทร.)
ขอเชิญสมาชิกสามสมอสมาคม ร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ใน ๒๔ สิงหาคม นี้ ที่ โรงเรียนนายเรือ
สามสมอสมาคม
กำหนดจัดกิจกรรม "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" ให้กับสมาชิกสามสมอสมาคม
ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ ในวันที่ ๒๔
สิงหาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๖.๓๐ น. - ๒๐.๓๐ น. โดยภายในงานมีกิจกรรมต่าง
ๆ ได้แก่ การเยี่ยมชมหอดาราศาสตร์ เครื่องฝึกจำลองการเดินเรือ,
ห้องนอนนักเรียนนายเรือ, ชมการแสดงแฟนซีดริล, ชมพิธีย่ำพระสุริย์ศรี
สมาชิกสามสมอสมาคมท่านใดประสงค์จะเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
สมาชิกสามสมอสมาคมท่านใดประสงค์จะเข้าร่วมงาน "ย้อนอดีต วันวาน สามสมอ" สามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ นาวาเอกหญิง พามีล่า จันทมาศ ประจำแผนกฝ่ายศึกษา โรงเรียนนายเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๘๔๓ หรือ ๐๘๑ ๖๓๖ ๑๙๖๒ (ที่มา : สามสมอสมาคม)
กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ใน ๒๐ สิงหาคม นี้
กิจการร้านสวัสดิการกองทัพเรือ
จัดจำหน่ายสินค้าราคาถูกให้กับกำลังพลกองทัพเรือ ตามนโยบายผู้บัญชาการทหารเรือ
ณ บริเวณลานจอดรถยนต์ ร้านสวัสดิการกองทัพเรือ พื้นที่กรุงเทพมหานคร
ในวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๗ เวลา ๐๙.๐๐ น. เป็นต้นไป โดยสินค้าจำหน่ายเป็น
ชุด ประกอบด้วย ข้าวหอมมะลิ ๒ ถุง และน้ำมันพืชมรกต ๒ ขวด ราคาชุดละ
๓๐๐ บาท นอกจากนี้มีสินค้าจากร้านเกษตรนาวี และท็อปส์ ซูเปอร์
มาร่วมจำหน่ายด้วย
ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าราคาถูก กรุณานำบัตรประจำตัวมาเพื่อรับบัตรคิว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๔๑๐, ๕๕๔๒๙ (ที่มา : สก.ทร.)
ผู้ที่สนใจซื้อสินค้าราคาถูก กรุณานำบัตรประจำตัวมาเพื่อรับบัตรคิว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๕๔๑๐, ๕๕๔๒๙ (ที่มา : สก.ทร.)
พิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วันนี้ (๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๗) เวลา ๑๔.๐๐ น. กองทัพเรือ โดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ
จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ณ ห้องสมุดราชนาวิกสภา อาคารราชนาวิกสภา ชั้น ๒ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือตรี ไพฑูรย์ ประสพสิน
ผู้อำนวยการสำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ผู้แทนกองทัพเรือ
และ ดอกเตอร์ ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
เป็นผู้ลงนาม
การจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
ความเป็นมาเริ่มจากเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ กองทัพเรือโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ กับ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสิ้นสุดลงเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ศทอ. ได้ทำการตรวจวัดการรบกวนกันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสารต่าง ๆ บนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือหลวงสุโขทัย ตลอดจนให้การสนับสนุนในการตรวจวัดความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพเรือ เช่น ต้นแบบเครื่องบินทะเล เป็นต้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้งใน ครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้
เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย
๑ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง สวทช. กับกองทัพเรือ ด้วยการจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม การฝึกงานและศึกษาวิจัยในหัวข้อและโอกาสที่เหมาะสม
๒ การจัดทำโครงการศึกษาวิจัยโดยเน้นกิจกรรมที่ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
๓ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการจัดทำเป็นสนามเครือข่าย Wi-Fi ประยุกต์ใช้งานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
๔ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ (Solar cell) ในการนำไปใช้งานตามหน่วยปฏิบัติการของกองทัพเรือบนเกาะต่างๆ
๕ การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาสถานะอุปกรณ์ เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใช้งานในกองทัพเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
๖ การร่วมดำเนินโครงการวิจัยตามแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองหน่วยงานพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน
(ที่มา : สวพ.ทร.)
การจัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานเพื่อวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ร่วมกัน
ความเป็นมาเริ่มจากเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๐ กองทัพเรือโดย สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ กับ ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (ศทอ.) ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี และสิ้นสุดลงเมื่อ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๕ ทั้งนี้ ในการดำเนินงานที่ผ่านมา ศทอ. ได้ทำการตรวจวัดการรบกวนกันของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากระบบเรดาร์ วิทยุสื่อสารต่าง ๆ บนดาดฟ้าเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรือหลวงรัตนโกสินทร์ และเรือหลวงสุโขทัย ตลอดจนให้การสนับสนุนในการตรวจวัดความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC) ให้กับโครงการวิจัยและพัฒนาของกองทัพเรือ เช่น ต้นแบบเครื่องบินทะเล เป็นต้น ตลอดจนมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี อย่างต่อเนื่องจึงได้จัดพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมืออีกครั้งใน ครั้งนี้ โดยมีเนื้อหาพอสังเขป ดังนี้
เป้าหมายและขอบเขตความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วย
๑ การจัดให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยี ระหว่าง สวทช. กับกองทัพเรือ ด้วยการจัดให้มีการบรรยายทางวิชาการ การฝึกอบรม การฝึกงานและศึกษาวิจัยในหัวข้อและโอกาสที่เหมาะสม
๒ การจัดทำโครงการศึกษาวิจัยโดยเน้นกิจกรรมที่ส่งผลเป็นรูปธรรมในพื้นที่ปฏิบัติงานจริงในรูปแบบต่างๆ ตลอดจนการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อผลประโยชน์ของชาติ
๓ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยี RFID (Radio Frequency Identification) ในการจัดทำเป็นสนามเครือข่าย Wi-Fi ประยุกต์ใช้งานในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้
๔ การสนับสนุนความร่วมมือเทคโนโลยีพลังงานทดแทนแสงอาทิตย์ (Solar cell) ในการนำไปใช้งานตามหน่วยปฏิบัติการของกองทัพเรือบนเกาะต่างๆ
๕ การสนับสนุนกิจกรรมเพื่อการจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรักษาสถานะอุปกรณ์ เครื่องมือวัดทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ที่มีใช้งานในกองทัพเรือให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
๖ การร่วมดำเนินโครงการวิจัยตามแผนยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีกองทัพเรือ พ.ศ. ๒๕๕๖ - ๒๕๖๐
ประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือใน ครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองหน่วยงานพัฒนาองค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ใหม่ร่วมกัน เพื่อให้ผลงานวิจัยสามารถนำไปใช้งานได้ ทั้งนี้ข้อตกลงความร่วมมือมีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่สองฝ่ายลงนามร่วมกัน
(ที่มา : สวพ.ทร.)
ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ เปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี"
วันนี้ (๑๘ สิงหาคม
๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือเอก ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม "โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐
ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี" ณ บริเวณเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ
คิรีธาร อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี โดยมี พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา
ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ให้การต้อนรับ
โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เป็นโครงการที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพในการปลูกป่าเพื่อน้อมเกล้าน้อม กระหม่อมถวาย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอเนกประสงค์ขนาดกลาง เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การป้องกันน้ำเค็ม และเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภค โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
การรณรงค์ปลูกป่าจะสร้างเสริมความรู้และจิตสำนึกของประชาชนให้ ตระหนักถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการนำร่องเพื่อการฟื้นฟูคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติ โดยเลือกพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำอเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่ามีจำนวน ๔๐ ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ ๑๘ ชนิด จำนวน ๔,๐๐๐ ต้น โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากกรมราชองครักษ์, ภาคประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, อำเภอขลุง, อำเภอมะขาม, เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ, เทศบาลตำบลปัถวี, เทศบาลตำบลมะขาม, กำนันตำบลบ่อเวฬุ, เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร, ศูนย์ประสานงานป่าไม้จันทบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี, นักเรียน, กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๒๐๐ คน (ที่มา : กปช.จต.)
โครงการประชาอาสาปลูกป่า ๘๐๐ ล้านกล้า ๘๐ พรรษา มหาราชินี เป็นโครงการที่คนไทยทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพในการปลูกป่าเพื่อน้อมเกล้าน้อม กระหม่อมถวาย ในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๑๒ สิงหาคม ๒๕๕๕ เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในพื้นที่เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ คิรีธาร ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำอเนกประสงค์ขนาดกลาง เป็นประโยชน์ทั้งด้านการผลิตกระแสไฟฟ้า การเกษตร การป้องกันน้ำเค็ม และเป็นแหล่งน้ำจืดสำหรับอุปโภคและบริโภค โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่พุทธศักราช ๒๕๕๕ จนถึงปัจจุบัน
การรณรงค์ปลูกป่าจะสร้างเสริมความรู้และจิตสำนึกของประชาชนให้ ตระหนักถึงผลของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อรองรับและบรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับเกษตรกรต่อไปในอนาคต การดำเนินการในครั้งนี้ เป็นการนำร่องเพื่อการฟื้นฟูคืนผืนป่าให้กับธรรมชาติ โดยเลือกพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำเขื่อนคิรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนกั้นน้ำอเนกประสงค์ สำหรับพื้นที่ในการจัดกิจกรรมปลูกป่ามีจำนวน ๔๐ ไร่ ประกอบด้วยพันธุ์ไม้ ๑๘ ชนิด จำนวน ๔,๐๐๐ ต้น โดยได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากกรมราชองครักษ์, ภาคประชาชน และส่วนราชการต่าง ๆ ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี, องค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี, อำเภอขลุง, อำเภอมะขาม, เทศบาลตำบลบ่อเวฬุ, เทศบาลตำบลปัถวี, เทศบาลตำบลมะขาม, กำนันตำบลบ่อเวฬุ, เขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำคิรีธาร, ศูนย์ประสานงานป่าไม้จันทบุรี, สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดจันทบุรี, นักเรียน, กลุ่มพลังมวลชน และประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเข้าร่วมกิจกรรมปลูกป่าในครั้งนี้ รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ ๑,๒๐๐ คน (ที่มา : กปช.จต.)
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะครูและนักเรียนโรงเรียนราชวินิต ๓๑ ตุลาคม ๒๕๑๘
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
เวียดนามยืนยันรายงานกรณีจีนจะสร้างประภาคารในทะเลจีนใต้
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)










