วันอังคารที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

๗ กรกฎาคม นี้ กองทัพเรือ ประกอบพิธีเปิดอาคาร กองบัญชาการ กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ

กองทัพเรือ กำหนดประกอบพิธีเปิดอาคาร กองบังคับการ กองเรือดำน้ำ กองเรือยุทธการ ณ ท่าเรือแหลมเทียน ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๐.๔๕ น. โดย พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ จะเป็นประธานในพิธีเปิด ฯ
         กองทัพเรือเคยมีเรือดำน้ำชุด เรือหลวงมัจฉานุ จำนวน ๔ ลำ ประจำการมาตั้งแต่พุทธศักราช ๒๔๘๑ มีเกียรติประวัติดีเด่นในการปฏิบัติราชการรักษาเอกราช รวมทั้งคุ้มครองผลประโยชน์ของชาติ ในช่วงสงครามอินโดจีน และได้ประจำการในกองทัพเรือ เป็นเวลารวม ๑๓ ปี แม้ว่ากองทัพเรือจะว่างเว้นการมีเรือดำน้ำประจำการมา ๖๓ ปี แล้วก็ตาม แต่ความสำคัญของเรือดำน้ำก็ยังคงเป็นเครื่องมือระดับยุทธศาสตร์ของรัฐ และชดเชยข้อจำกัดด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ยากจะหาสิ่งใดทดแทนได้เช่นเดิม ดังนั้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามวิทยาการ และหลักนิยมปฏิบัติการเกี่ยวกับเรือด้ำอย่างใกล้ชิด รวมทั้งดำรงองค์ความรู้และเตรียมกำลังพลให้พร้อมต่อการจัดหาเรือดำน้ำได้ในทันทีที่ได้รับอนุมัติให้เริ่มโครงการ ฯ เพื่อเตรียมสร้างขีดความสามารถปฏิบัติการทางเรือในมิติที่ยังขาดอยู่ได้ในทันที (ที่มา : สลก.ทร.)

ขอเชิญชมสารคดีพิเศษการเชิดชูความเสียสละและความกล้าหาญของกำลังพลกองทัพเรือในการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตอน จ่าเอก สุทิน สีม่วง

ขอ เชิญชวนข้าราชการ ทหาร ลูกจ้าง พนักงานราชการ และครอบครัว ชมรายการสารคดีพิเศษการเชิดชูความเสียสละและความกล้าหาญของกำลังพลกองทัพ เรือในการปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้" ชุดราชนาวี ที่ปลายด้ามขวาน ตอน "จ่าเอก สุทิน สีม่วง" รายการ อีซี่เวนเดย์ ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก ในวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ระหว่างเวลา ๑๔.๕๕ น. - ๑๕.๒๐ น. (ที่มา : กพร.ทร.)

เชิญชวนเข้าร่วมประกวดการเขียนบทความ "ก้าวต่อไปของกองทัพเรือในประชาคมอาเชียน"

 ราชนาวิกสภา จัดให้มีการประกวดการเขียนบทความเพื่อรับรางวัลของราชนาวิกสภาในหัวข้อ เรื่อง "ก้าวต่อไปของกองทัพเรือในประชาคมอาเชียน" ทั้งนี้ เพื่อให้ข้าราชการกองทัพเรือได้แสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน อีกทั้งเพื่อเป็นการส่งเสริมให้เกิดนักเขียนหน้าใหม่ประดับวงการอันส่งผลให้ บทความที่นำลงตีพิมพ์ในนิตยสารนาวิกศาสตร์มีคุณภาพและน่าอ่านมากยิ่งขึ้น โดยมีรางวัลการประกวดบทความ จำนวน ๓ รางวัล จำนวน ๓ รางวัล ได้แก่ รางวัลที่ ๑ เงินรางวัล ๑๐,๐๐๐ บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ รางวัลที่ ๒ เงินรางวัล ๖,๐๐๐ บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ รางวัลที่ ๓ เงินรางวัล ๔,๐๐๐ บาท พร้อมใบประกาศเกียรติคุณ
        การส่งบทความ ให้ส่งต้นฉบับบทความเป็นเอกสาร และไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์บนแผ่นซีดีรอมจำนวนอย่างละ ๑ ชุด พร้อมทั้งระบุชื่อ ตำแหน่ง สังกัด หรือที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ ของผู้เขียนบทความ ภายในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ สามารถส่งบทความได้โดยตรงหรือโดยทางไปรษณีย์ที่ กองบรรณาธิการนิตยสารนาวิกศาสตร์ สำนักงานราชนาวิกสภา ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐ การส่งทางไปรษณีย์จะพิจารณารับบทความตามวันที่ประทับบนตราไปรษณีย์
         สำหรับเนื้อหาบทความเป็นการนำเสนอความรู้ ข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่มีความถูกต้อง ชัดเจน น่าเชื่อถือได้ ตลอดจนการแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะที่มีเหตุมีผล มีความคิดสร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ บทความจะต้องประกอบด้วยโครงเรื่อง ๓ ส่วนใหญ่ ๆ คือ คำนำ หรือบทนำ หรือความนำ, เนื้อเรื่อง และบทสรุป พร้อมทั้งการอ้างอิง และมีความยาวไม่น้อยกว่า ๕ หน้า แต่ไม่เกิน ๘ หน้า ซึ่งไม่นับรูปภาพ, แผนภูมิ หรือตาราง โดยพิมพ์ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด ขนาดหน้ากระดาษชนิด เอ ๔ เว้นระยะห่างจากขอบกระดาษด้านบน ๑ นิ้ว ด้านซ้ายเหนือกั้นหน้า ๑.๕ นิ้ว ด้านขวาหรือกั้นหลัง ๐.๗๕ นิ้ว โดยใช้รูปแบบตัวอักษรหรือฟอนต์ TH SarabunPSK ขนาด ๑๖ พอยท์ ทั้งอักษรภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และมีจำนวนหน้าละประมาณ ๔๐ บรรทัด
         ขอเชิญชวนข้าราชการเข้าร่วมประกวดการเขียนบทความ หัวข้อ "ก้าวต่อไปของกองทัพเรือในประชาคมอาเชียน" กำหนดส่งบทความ ในวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๗ ทางเว็บไซต์ www.rtni.org สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๗๒ หรือ ๐๘๙ ๒๔๒๙ ๒๙๓๑ ในเวลาราชการ (ที่มา : รนภ.)

กองทัพเรือ จัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๑ รายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ในวันที่ ๒๘ และ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗


กองทัพเรือ ร่วมกับ สภากาชาดไทย จัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๑ เพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย บรรเลงโดยวงดุริยางค์ราชนาวี ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๓๐ น. รอบประชาชนทั่วไป และใน วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๙.๓๐ น. รอบเสด็จพระราชดำเนิน
        กาชาดคอนเสิร์ต เป็น การบรรเลงบทเพลงคลาสสิก โดย วงดุริยางค์ราชนาวี ซึ่งกองทัพเรือ ได้ดำเนินการตามพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเผยแพร่ดนตรีแนวเพลงคลาสสิก ให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย รวมถึงเพื่อหารายได้โดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย โดยได้ดำเนินการตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๐๔ มาตราบจนปัจจุบัน ในปี ๒๕๕๗ นี้ นับเป็นครั้งที่ ๔๑ กำหนดจัดขึ้นในวันที่ ๒๘ และ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ที่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
           การแสดงกาชาดคอนเสิร์ตแบ่งออกเป็น สองภาค โดย ภาคแรกเป็นการบรรเลงเพลงคลาสสิก จาก วงซิมโฟนีออเคสตร้า ดุริยางค์ราชนาวี ตามพระราชเสาวนีย์ของ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในการเผยแพร่ดนตรีแนวคลาสสิก เริ่มด้วย บทเพลง La Forza del Destino (Overture) ของ Verdi ต่อด้วยเพลง Symphony NO.5 ของ Beethoven ซึ่งในภาคแรกนี้ อำนวยเพลงโดย นาวาโท ประกอบ มกรพงศ์
           ในภาคที่ ๒ แบ่งการแสดงออกเป็น ๕ องค์ ดังนี้ โดยองค์ที่ ๑ รักจากใจนาวี รักท้องนทีทะเลกว้าง, องค์ที่ ๒ รักธรรมชาติมิรู้จาง, องค์ที่ ๓ มิเลือนราง รักมอบแด่ครอบครัว, องค์ที่ ๔ รักชีวิตให้คงดำรงไว้ มอบดวงใจรักชนชาวไทยทั่ว และ องค์ที่ ๕ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เทิดเหนือหัว แนบใจตัว ราชนาวีไทย ซึ่งในภาคที่สองนี้ อำนวยเพลงโดย นาวาโท ศุภกร แตงน้อย ได้รับเกียรติ จากนักร้องรับเชิญ ประกอบด้วย ศรีไศล สุชาติวุฒิ, สุรสีห์ อิทธิกุล, ณัฎฐพัชร วิพัธครตระกูล (ปุยฝ้าย เอเอฟ), ธนทัต ชัยอรรถ (แกงส้ม เดอะสตาร์) และจ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ ร่วมขับร้องในบทเพลงต่าง ๆ ดังนี้
          องค์ที่ ๑ เพลงรักข้ามขอบฟ้า โดย ศรีไศล สุชาติวุฒิ เพลงเมดเลย์ทหารเรือ (นาวีคู่ไทย/ลูกทะเล/ห้วงธารา/กองทัพเรือเพื่อแผ่นดิน) โดย จ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ ร่วมด้วย นักร้องประสานเสียงจาก นักเรียนนายเรือ นักเรียนพยาบาลกองทัพเรือ และนักร้องสังกัด กองดุริยางค์ทหารเรือ
          องค์ที่ ๒ เพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน โดย ปุยฝ้าย เอเอฟ เพลง What a Wonderful World ฝันเสรี โดย แกงส้ม ธนทัต เพลงฝันเสรี (เพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี) โดย แกงส้ม ธนธัต
          องค์ที่ ๓ เพลงหยาดเพชร โดย สุรสีห์ อิทธิกุล เพลงแค่คืบ โดย สุรสีห์ อิทธิกุล และ จ่าเอกหญิง สราญรัตน์ ชูอำนาจ เพลง Remenber Me This Way โดย ปุยฝ้าย เอเอฟ เพลง It's a Sin to tell a Lie/บาป โดย ศรีไศล สุชาติวุฒิ และ เพลง ปาฏิหาริย์ โดย แกงส้ม ธนทัต และ จ่าเอกหญิง สราญรัต์ ชูอำนาจ
          องค์ที่ ๔ เพลง Both Side Now โดย สุรสีห์ อิทธิกุล เพลง ชีวิตละคร โดย ศรีไศล สุชาติวุฒิ เพลง Can't Take My Eyes off You โดย แกงส้ม ธนทัต และ ปุยฝ้าย เอเอฟ
          องค์ที่ ๕ เพลง บ้านเรา โดย นักร้องประสานเสียงจาก นักเรียนนายเรือ นักเรียนพยาบาลกองทัพเรือ และนักร้องสังกัด กองดุริยางค์ทหารเรือ เพลง วอลซ์นาวี โดย รวมศิลปิน ร่วมด้วย นักร้องประสานเสียงจาก นักเรียนนายเรือ นักเรียนพยาบาลกองทัพเรือ และนักร้องสังกัด กองดุริยางค์ทหารเรือ และปิดท้ายการแสดง ด้วยบทเพลง ด้วยรักจากใจนาวี โดย รวมศิลปิน ร่วมด้วย นักร้องประสานเสียงจาก นักเรียนนายเรือ นักเรียนพยาบาลกองทัพเรือ และนักร้องสังกัด กองดุริยางค์ทหารเรือ
           สอบถามรายละเอียดและร่วมบริจาคเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบำรุงสภากาชาดไทย ได้ที่
             - สำนักงานฝ่ายหารายได้ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๓๐๘๑, ๐ ๒๘๙๑ ๑๘๒๖
            - สำนักงานคณะกรรมการจัดการแสดงกาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๑ กรมข่าวทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๒ ๗๖๖๐ และ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๒ ๗๖๖๑
            - กรมการเงินทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๖๘๓, ๐ ๒๔๗๕ ๔๘๘๒ หมายเลขโทรสาร ๐ ๒๔๗๕ ๕๕๕๗ (อัตโนมัติ)
           - ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) สาขากองบัญชาการกองทัพเรือ บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี "กาชาดคอนเสิร์ต ครั้งที่ ๔๑" เลขบัญชี ๑๑๕ - ๒ - ๑๗๙๘๖ - ๕
           - ธนาณัติสั่งจ่าย "กรมการเงินทหารเรือ" ปณ.บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ๑๐๖๐๐
(ที่มา : สลก.ทร.)

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "…การที่คนสมัยใหม่บอกว่าคนสมัยเก่ามีความรู้น้อยก็อาจเป็นจริง แล้วก็คนสมัยใหม่จึงเรียกว่า ดูถูกหรือเหยียดหยามคนสมัยเก่าได้ มีสิทธิ์ แต่ว่าถ้าพูดตามจริงแล้ว สิทธิ์ที่จะเหยียดหยามคนรุ่นเก่าก็ไม่ควรจะมี ด้วยเหตุว่าคนรุ่นเก่านี้เองที่ทำให้คนรุ่นใหม่เกิดขึ้นมาได้…"
         พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่คณะบุคคลต่าง ๆ ที่เข้าเฝ้า ฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย วันอาทิตย์ที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๑

วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

รายการ Navy to day กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ

รายการเทป 1  19 พฤษภาคม 2557 กรมการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศทหารเรือ
http://www.youtube.com/watch?v=i0u9RHcnokU

รายการเทป 2  "เสียงจากทหารเรือ"..คืออะไร
http://www.youtube.com/watch?v=mT0Zhr-2-5o

บริษัทอู่ต่อเรือ Ba Son ปล่อยเรือตรวจการณ์ปืนลงน้ำอีก ๒ ลำ


เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ มีรายงานว่า บริษัทอู่ต่อเรือ Ba Son ของ กลาโหมเวียดนาม ประสบความสำเร็จในการปล่อยเรือตรวจการณ์ปืน M3 และ M4 ลงน้ำ โดยเรือตรวจการณ์ดังกล่าว มีระวางขับน้ำ ๕๕๐ ตัน ยาว ๕๑.๖ เมตร ติดตั้งเครื่องยนต์และระบบอาวุธที่ทันสมัย ทั้งนี้ เมื่อต้นปี ๒๕๕๖ บริษัทฯได้ส่งมอบเรือตรวจการณ์ปืน ๒ ลำแรก ได้แก่ M1 และ M2 ให้กับกองทัพเรือเวียดนามแล้ว (ที่มา : ขว.ทร.)

กำหนดสวดพระอภิธรรมและพระราชทานเพลิงศพ นางปกจิต จารุดุล มารดา พลเรือตรี ธานินท์ จารุดุล ณ วัดเครือวัลย์วรวิหาร

ขอเชิญนายทหารพระธรรมนูญและผู้รู้จักคุ้นเคยร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ นางปกจิต จารุดุล มารดา พลเรือตรี ธนินท์ จารุดุล ข้าราชการบำนาญ สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ วัดเครือวัลย์วรวิหาร ศาลา ๑ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๘.๓๐ น. และกำหนด พระราชทานเพลิงศพ ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๗ เวลา ๑๗.๐๐ น. (ที่มา : ศปก.ทร.)

พิธีปิดการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ณ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง

วันนี้ (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท หม่อมหลวงบวรลักษณ์ กมลาศน์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายกำลังพล ผู้แทน ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบใบประกาศเกียรติคุณและพิธีปิดการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารของกองทัพเรือ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ณ ห้องประชุมกองบังคับการ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
         กองทัพเรือ โดย กรมกำลังพลทหารเรือ ได้ดำเนินการเรียกพลเพื่อฝึกวิชาทหารเป็นประจำทุกปี มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนวิชาทหารให้แก่กำลังพลสำรองให้มีความรู้ความเข้าใจในสายวิทยาการที่ตนสังกัด เพื่อให้มีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ เมื่อทางราชการทำการเรียกพลเมื่อเกิดเหตุการณ์คับขัน โดย กองเรือยุทธการ, หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพในแต่ละปี สำหรับในปี ๒๕๕๗ นี้ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งเป็นเจ้าภาพ โดยมีช่วงเวลาการฝึกตั้งแต่วันที่ ๑๗ ถึงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ ณ ศูนย์ฝึก หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี (ที่มา : กพ.ทร.)

เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ที่ห้องเจ้าพระยา


วันนี้ (๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๗) เวลา ๐๙.๓๐ น. พลเรือเอก ทวีวุฒิ พงศ์พิพัฒน์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะ เสนาธิการศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด กองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมวันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เนื่องในวันต่อต้านยาเสพติดสากล ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
         องค์การสหประชาชาติได้มีมติกำหนดให้วันที่ ๒๖ มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติด สำหรับในปี ๒๕๕๗ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้ใช้คำขวัญรณรงค์ประชาสัมพันธ์วันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ประจำปี ๒๕๕๗ ว่า "สังคมปลอดภัย ชุมชนอุ่นใจ ได้ลูกหลานกลับคืน ช่วยปกป้องลูกหลาน…ให้ห่างไกลยาเสพติด" ในส่วนของกองทัพเรือ โดย ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกองทัพเรือ ได้กำหนดรูปแบบและแนวทางการจัดกิจกรรมในวันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด ได้แก่ การเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด เส้นทางกองบัญชาการกองทัพเรือ - หอประชุมกองทัพเรือ, การนำเยาวชนกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ, การจัดนิทรรศการของโรงเรียนและชุมชนต่าง ๆ, การแสดงธรรมเทศนาในหัวข้อ "ธรรมะพ้นภัยต้านภัยยาเสพติด" โดย พระอาจารย์ วรวัฒน์ วรวฑฺฒโน จากวัดสร้อยทอง กรุงเทพมหานคร และการมอบของที่ระลึกสำหรับโรงเรียน ชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรม
         การจัดกิจกรรมวันรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด มีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้น ปลุกจิตสำนึกและอุดมการณ์ของเยาวชน ชุมชน และประชาชน มิให้ตกเป็นเหยื่อของยาเสพติด และร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกัน รวมทั้งสนองนโยบายรัฐบาลในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติที่ทุกภาคส่วนในสังคมจะต้องมีความสามัคคีร่วมแรง ร่วมใจ เร่งแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง (ที่มา : สลก.ทร.)

พิธีรับมอบเรือน้ำมัน ณ ท่าเทียบเรือ กองบัญชาการ องเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ

วันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๐๙ น. พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีรับมอบเรือน้ำมัน จาก พลเรือตรี ทวีศักดิ์ ดีรอด กรรมการผู้จัดการบริษัทอู่กรุงเทพ จำกัด ณ หลักเทียบเรือ หมายเลข ๘ - ๑๐ ท่าเทียบเรือ กองบัญชาการ กองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ แขวงบางนา เขตบางนา กรุงเทพมหานคร โดยมี พลเรือเอก พิจารณ์ ธีรเนตร ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ และ พลเรือตรี ธานินทร์ ลิขิตวงศ์ ผู้บัญชาการกองเรือยกพลขึ้นบก กองเรือยุทธการ ให้การต้อนรับ
         กองทัพเรือ อนุมัติให้มีการจัดสร้างเรือหลวงมาตรา ซึ่งเป็นเรือน้ำมัน ขนาดระวางบรรทุกน้ำมัน ๑,๒๐๐ กิโลลิตร จำนวน ๑ ลำ จัดสร้างโดยบริษัทอู่กรุงเทพจำกัด เรือน้ำมันลำนี้มีภารกิจในการสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับเรือกองทัพเรือ ที่ปฏิบัติการในทะเลขนาดตั้งแต่เรือฟริเกตลงมา สนับสนุนการส่งกำลังบำรุงและการส่งกลับทางสายแพทย์ สนับสนุนการลำเลียงน้ำมันเชื้อเพลิงทางทะเลในการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชาย ฝั่งทะเลสนับสนุนเรือหน่วยเฉพาะกิจ หน่วยราชการ โครงการตามพระราชดำริ ประชาชนตามเกาะและแนวชายฝั่งทะเล และสนับสนุนการฝึกปฏิบัติงานของหน่วยต่าง ๆ ทั้งในและนอกกองทัพเรือ
          เรือน้ำมันมีความยาวตลอดลำ ๖๓.๕๐ เมตร ความกว้างกลางลำ ๑๒.๐๐ เมตร ความลึกกลางลำ ๕.๑๐ เมตร กินน้ำลึกเต็มที่ ๓.๙๒ เมตร ความจุของถังระวางบรรทุกน้ำมัน ๑,๒๐๐ กิโลลิตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง ๙๐,๐๐๐ ลิตร ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิงสำรอง ๘,๐๐๐ ลิตร และความจุของถังน้ำจืด ๑๐๐ ตัน
          ขีดความสามารถของเรือน้ำมัน มีความเร็วสูงสุดต่อเนื่องไม่น้อยกว่า ๑๒ นอต ที่ระวางขับน้ำเต็มที่ ระยะปฏิบัติการไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐ ไมล์ทะเล ด้วยความเร็วมัธยัสถ์ (๑๐ นอต) ที่ระวางขับน้ำเต็มที่ สามารถปฏิบัติงานในทะเลต่อเนื่องได้ไม่น้อยกว่า ๑๒ วัน โดยไม่ต้องรับการส่งกำลังบำรุง มีขีดความสามารถในการส่งน้ำมันในขณะเรือเดินในทะเลทางท้ายเรือ ตามมาตราของ NATO และสามารถส่งน้ำมันในขณะเรือจอดได้พร้อมกัน ๒ จุด คือ ทางกราบซ้ายและทางกราบขวา สามารถรับ - ส่งเฮลิคอปเตอร์ขนาดน้ำหนักไม่น้อยกว่า ๖ ตัน ได้จำนวน ๑ เครื่อง สามารถรับการเข้าเทียบของเรือขนาดไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ตัน จำนวน ๒ ลำ ในขณะเรือจอดทอดสมอ และปฏิบัติภารกิจได้ในสภาพทะเลเมื่อมีระวางบรรทุกสูงสุดได้ไม่เกิน Sea State 5 (ที่มา : สยป.ทร.)

พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

 "…ประโยชน์และความเจริญมั่นคงของส่วนรวมย่อมขึ้นอยู่กับประโยชน์และความเจริญมั่นคงของแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ เพราะส่วนรวมนั้นประกอบขึ้นด้วยบุคคลที่รวมกันอยู่เป็นสังคมเป็นชาติบ้านเมือง ดังนั้น ผู้ใดก็ตามที่มุ่งหวังให้ส่วนรวมเจริญมั่นคง จะต้องพยายามสร้างความมั่นคงให้แก่การงาน แก่อาชีพและแก่ฐานะของตนเองให้ได้เป็นข้อแรกและข้อใหญ่…"
        พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันเสาร์ที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๒๔