เมื่อวันที่
๑๔ กันยายน ๒๕๕๖ นายมาร์ตี้ นาตาเลกาวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย
กล่าวว่า อินโดนีเซียจะปฏิเสธแนวทางการแก้ปัญหาผู้ลี้ภัยทางเรือของ
ออสเตรเลีย จากการที่ออสเตรเลียจะซื้อเรือประมงจากชาวประมง อินโดนีเซีย
เพื่อไม่ให้เรือเหล่านั้นตกไปอยู่ในมือของขบวนการค้ามนุษย์ ทั้งนี้
จะมีการหารือในประเด็น ผู้ลี้ภัยทางเรือกับ นายจอห์น แอบบอต ว่าที่นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียคนใหม่
ก่อนการประชุมสุดยอดกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก
ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ (ที่มา : ขว.ทร.)
วันพุธที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2556
กิจการหอประชุมกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นลูกจ้างสวัสดิการกองทัพเรือ
กิจการหอประชุมกองทัพเรือ
มีความประสงค์จะรับสมัครคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นลูกจ้างสวัสดิการกองทัพเรือจำนวน
๓ ตำแหน่ง คือ เพศชาย ๒ ตำแหน่ง และเพศหญิง ๑ ตำแหน่ง โดยผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด
ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาการบัญชี สามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้เป็นอย่างดี
และมีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๓๐ ปีบริบูรณ์ เพศชายต้องผ่านการคัดเลือกทหารกองประจำการ
และหมดข้อผูกพันตามพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พุทธศักราช ๒๔๙๗
แล้ว
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๔ รูป, บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดา, ใบทะเบียนสมรสบิดาและมารดา ใบมรณะบัตร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อ - สกุล ผู้สมัคร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้สมัคร บิดา และมารดา มีสัญชาติไทย โดยกำเนิด, หลักฐานการศึกษา ได้แก่ ใบประกาศนียบัตรหรือระเบียนแสดงผลการศึกษาที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษา, หลักฐานทางทหารสำหรับผู้สมัครเพศชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) และใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.๔๓) หรือใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหลักฐานการได้รับการยกเว้น, ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน
ผู้ประสงค์จะสมัคร สามารถขอรับใบสมัครและสมัครได้ที่ แผนกธุรการและกำลังพลหอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้ที่ www.navyhall.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๙๑ (ที่มา : กิจการหอประชุม ทร.)
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๔ รูป, บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดา, ใบทะเบียนสมรสบิดาและมารดา ใบมรณะบัตร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อ - สกุล ผู้สมัคร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้สมัคร บิดา และมารดา มีสัญชาติไทย โดยกำเนิด, หลักฐานการศึกษา ได้แก่ ใบประกาศนียบัตรหรือระเบียนแสดงผลการศึกษาที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการศึกษา, หลักฐานทางทหารสำหรับผู้สมัครเพศชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) และใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.๔๓) หรือใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหลักฐานการได้รับการยกเว้น, ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน
ผู้ประสงค์จะสมัคร สามารถขอรับใบสมัครและสมัครได้ที่ แผนกธุรการและกำลังพลหอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้ที่ www.navyhall.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๙๑ (ที่มา : กิจการหอประชุม ทร.)
เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในการประชุมวิชาการของกองทัพเรือ ครั้งที่ ๗
วันนี้
(๑๘ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ
เสนาธิการทหารเรือ เป็นประธานในการประชุมวิชาการของกองทัพเรือ
ครั้งที่ ๗ ในหัวข้อเรื่อง "ทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทยและการพัฒนากองทัพเรือใน
ทศวรรษหน้า" ณ ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ
การประชุมวิชาการของกองทัพเรือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการรับรู้และการเห็นความสำคัญของการใช้ทะเลกับ ทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทย สร้างเสริมความเข้าใจแก่ประชาชนต่อบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และภารกิจของกองทัพเรือ รวมทั้งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระหว่างองค์กร นักวิชาการ และบุคคลทั่วไป อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติทางทะเล ตลอดจนนำแนวคิดและข้อเสนอแนะจากการประชุมมาปรับปรุงและพัฒนากองทัพเรือ
การประชุมทางวิชาการดังกล่าว จัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทย, ความมั่นคงทางทะเลกับการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ โดย พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ เสนาธิการทหารเรือ, การเสนองานทางวิชาการเรื่องยุทธศาสตร์ทะเลของไทยในทศวรรษหน้า โดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ ๔๕ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ และการอภิปรายหัวข้อเรื่องทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทยและการพัฒนากองทัพ เรือในทศวรรษหน้า โดยมี พลเรือโท พัลลภ ตมิศานนท์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายยุทธการ อภิปรายร่วมกับ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท V-SERVE GROUP และดำเนินการอภิปรายโดย ผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการข่าวอาเซียนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งงานการประชุมในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ข้าราชการกองทัพเรือ บุคลากรจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่มา : ยศ.ทร.)
การประชุมวิชาการของกองทัพเรือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการรับรู้และการเห็นความสำคัญของการใช้ทะเลกับ ทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทย สร้างเสริมความเข้าใจแก่ประชาชนต่อบทบาทในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และภารกิจของกองทัพเรือ รวมทั้งเป็นเวทีแสดงความคิดเห็นระหว่างองค์กร นักวิชาการ และบุคคลทั่วไป อันจะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดทิศทางดำเนินงาน ให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติทางทะเล ตลอดจนนำแนวคิดและข้อเสนอแนะจากการประชุมมาปรับปรุงและพัฒนากองทัพเรือ
การประชุมทางวิชาการดังกล่าว จัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง ทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทย, ความมั่นคงทางทะเลกับการปฏิบัติงานของกองทัพเรือ โดย พลเรือเอก จักรชัย ภู่เจริญยศ เสนาธิการทหารเรือ, การเสนองานทางวิชาการเรื่องยุทธศาสตร์ทะเลของไทยในทศวรรษหน้า โดยคณะนักศึกษาวิทยาลัยการทัพเรือ รุ่นที่ ๔๕ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๖ และการอภิปรายหัวข้อเรื่องทิศทางเศรษฐกิจทางทะเลของไทยและการพัฒนากองทัพ เรือในทศวรรษหน้า โดยมี พลเรือโท พัลลภ ตมิศานนท์ ผู้ช่วยเสนาธิการทหารเรือฝ่ายยุทธการ อภิปรายร่วมกับ ผู้แทนสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ประธานกรรมการกลุ่มบริษัท V-SERVE GROUP และดำเนินการอภิปรายโดย ผู้ประกาศข่าวและบรรณาธิการข่าวอาเซียนสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ซึ่งงานการประชุมในครั้งนี้จะมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ข้าราชการกองทัพเรือ บุคลากรจากภาครัฐและเอกชน ตลอดจนผู้ที่สนใจทั่วไป (ที่มา : ยศ.ทร.)
ผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจพลสวนสนามทางเรือในการเยี่ยมอำลาหน่วยกำลังทางเรือ
วันนี้
(๑๘ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีตรวจพลสวนสนามทางเรือ ในการเยี่ยมอำลาหน่วยกำลังทางเรือ
ในโอกาสที่ครบเกษียณอายุราชการ ใน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ บนเรือรับรอง
เรือหลวงอ่างทอง โดยมี พลเรือเอก ฆนัท ทองพูล ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ
ให้การรับรอง
การสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ มีเรือเข้าร่วมพิธี ฯ จำนวน ๑๒ ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงหัวหิน เรือหลวงท้ายเหมือง เรือหลวงสัตหีบ เรือหลวงหาญหักศัตรู เรือหลวงท่าดินแดง เรือ ต.๙๙๕ พร้อมด้วยอากาศยานจากกองการบินทหารเรือ บินผ่านกระบวนเรือ ซึ่งระหว่างการสวนสนามทางเรือมีการยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการทหารเรือ จำนวน ๑๙ นัด โดยมีเรือหลวงปิ่นเกล้าเป็นเรือยิงสลุต
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ แสดงความขอบคุณและชื่นชมที่ได้เห็นความเข้มแข็ง สง่างาม และความพร้อมเพรียงของหน่วยกำลังสวนสนามทางเรือ ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกำลังพลในกองเรือยุทธการ ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกันบนความสามัคคีจนทำให้ภารกิจของกองทัพเรือในทุก ๆ ด้านสำเร็จลุล่วงด้วยดี (ที่มา : สลก.ทร.)
การสวนสนามทางเรือในครั้งนี้ มีเรือเข้าร่วมพิธี ฯ จำนวน ๑๒ ลำ ประกอบด้วย เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงกระบุรี เรือหลวงเจ้าพระยา เรือหลวงบางปะกง เรือหลวงรัตนโกสินทร์ เรือหลวงปิ่นเกล้า เรือหลวงหัวหิน เรือหลวงท้ายเหมือง เรือหลวงสัตหีบ เรือหลวงหาญหักศัตรู เรือหลวงท่าดินแดง เรือ ต.๙๙๕ พร้อมด้วยอากาศยานจากกองการบินทหารเรือ บินผ่านกระบวนเรือ ซึ่งระหว่างการสวนสนามทางเรือมีการยิงสลุตเพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้บัญชาการทหารเรือ จำนวน ๑๙ นัด โดยมีเรือหลวงปิ่นเกล้าเป็นเรือยิงสลุต
ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือได้กล่าวอำลาชีวิตราชการ แสดงความขอบคุณและชื่นชมที่ได้เห็นความเข้มแข็ง สง่างาม และความพร้อมเพรียงของหน่วยกำลังสวนสนามทางเรือ ตลอดจนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของกำลังพลในกองเรือยุทธการ ที่ได้ปฏิบัติงานร่วมกันบนความสามัคคีจนทำให้ภารกิจของกองทัพเรือในทุก ๆ ด้านสำเร็จลุล่วงด้วยดี (ที่มา : สลก.ทร.)
วันพฤหัสบดีที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2556
บทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรม เรื่อง ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง
กองอนุศาสนาจารย์
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ
จัดทำบทความทางศีลธรรมและวัฒนธรรมเพื่อเผยแพร่ให้กำลังพลได้ทราบถึงการ
ดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขด้วยหลักธรรม
ในวันนี้นำเสนอเรื่อง "ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง"
ด้วยหลักการดับร้อนด้วยเย็น
เป็นทางเดียวที่นำไปสู่การแก้ปัญหาชีวิตได้ทุกปัญหา
เมื่อเกิดไฟไหม้ สิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงและต้องการคือ น้ำดับไฟ ไม่ว่าจะไหม้ลุกลามใหญ่โตขนาดไหน ถ้ามีน้ำมากพอก็สามารถดับได้ เหตุผลที่ต้องใช้น้ำดับไฟก็คือ ร้อนต้องดับด้วยเย็น ในเมื่อไฟเป็นของร้อน น้ำเป็นของเย็น ไฟจึงต้องดับด้วยน้ำ ถ้าเรานำหลักการนี้มาใช้แก้ปัญหาชีวิตก็จะแก้ได้โดยวิธีเดียวกัน เมื่อความทุกข์หรือปัญหาชีวิตเป็นความทุกข์ร้อน ถ้าปล่อยให้คุกรุ่นอยู่ต่อไปอาจลุกไหม้ลามไปถึงคนอื่นด้วย ดังนั้น ไฟชีวิตจึงต้องดับด้วยน้ำคือ "ธรรมะ" เท่านั้น ในความเป็นจริงที่ชีวิตและสังคมมนุษย์ต้องเผชิญอยู่กับความทุกข์ร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เกิดจากไฟคือกิเลส ได้แก่ โลภ โกรธ หลง ที่ลุกโพลงขึ้นในใจของมนุษย์นี่เอง และแทนที่จะใช้น้ำคือ "ธรรมะ" เข้าดับ ก็กลับทำเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ด้วยการกระทำในสิ่งที่เป็นไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาเหล่านั้นให้ลุกไหม้ไม่มี วันจบสิ้น เช่น แก้จนด้วยการกู้หนี้ยืมสิน คิดรวยทางลัดด้วยการประกอบมิจฉาชีพ แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการกำจัดฝ่ายตรงกันข้าม แก้กลุ้มด้วยการดื่มเหล้าเข้าบาร์ หรือหาทางผ่อนคลายด้วยอบายมุข หรือแม้บางครั้งถึงทางตันก็คิดหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เพิ่มทวีความทุกข์ร้อนมากยิ่งขึ้น วิธีการดับทุกข์ที่ผิด ๆ เหล่านี้ท่านว่า เหมือนเอาน้ำเน่ามาล้างของเหม็น ซึ่งมีแต่จะเน่าเหม็นยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรหยุดคิดไตร่ตรองด้วยสติปัญญา แก้ปัญหาให้ถูกทาง มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลให้เดือดร้อนกันไปไม่จบสิ้น
หลักการดับร้อนด้วยเย็นนี้ เป็นทางเดียวที่นำไปสู่การแก้ปัญหาชีวิตได้ทุกปัญหา กล่าวคือ นำความถูกต้องมาแก้สิ่งผิด เช่น แก้ความโลภด้วยการให้ แก้ความโกรธด้วยเมตตากรุณา แก้ความหลงด้วยสติปัญญา แก้ปัญหากลโกง โกหก หลอกลวง ด้วยสัจจะ สรุปได้ว่าต้องใช้ความเย็นแก้ความร้อน ใช้ความดีแก้ความชั่ว ใช้สิ่งถูกต้องแก้สิ่งผิด ข้อสำคัญอยู่ที่เราพร้อมจะแก้ความยุ่งยากทั้งหลายแล้วหรือยัง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
เมื่อเกิดไฟไหม้ สิ่งแรกที่ทุกคนคิดถึงและต้องการคือ น้ำดับไฟ ไม่ว่าจะไหม้ลุกลามใหญ่โตขนาดไหน ถ้ามีน้ำมากพอก็สามารถดับได้ เหตุผลที่ต้องใช้น้ำดับไฟก็คือ ร้อนต้องดับด้วยเย็น ในเมื่อไฟเป็นของร้อน น้ำเป็นของเย็น ไฟจึงต้องดับด้วยน้ำ ถ้าเรานำหลักการนี้มาใช้แก้ปัญหาชีวิตก็จะแก้ได้โดยวิธีเดียวกัน เมื่อความทุกข์หรือปัญหาชีวิตเป็นความทุกข์ร้อน ถ้าปล่อยให้คุกรุ่นอยู่ต่อไปอาจลุกไหม้ลามไปถึงคนอื่นด้วย ดังนั้น ไฟชีวิตจึงต้องดับด้วยน้ำคือ "ธรรมะ" เท่านั้น ในความเป็นจริงที่ชีวิตและสังคมมนุษย์ต้องเผชิญอยู่กับความทุกข์ร้อนต่าง ๆ ในปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่เกิดจากไฟคือกิเลส ได้แก่ โลภ โกรธ หลง ที่ลุกโพลงขึ้นในใจของมนุษย์นี่เอง และแทนที่จะใช้น้ำคือ "ธรรมะ" เข้าดับ ก็กลับทำเหมือนสาดน้ำมันเข้ากองไฟ ด้วยการกระทำในสิ่งที่เป็นไปเพื่อสนองกิเลสตัณหาเหล่านั้นให้ลุกไหม้ไม่มี วันจบสิ้น เช่น แก้จนด้วยการกู้หนี้ยืมสิน คิดรวยทางลัดด้วยการประกอบมิจฉาชีพ แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยการกำจัดฝ่ายตรงกันข้าม แก้กลุ้มด้วยการดื่มเหล้าเข้าบาร์ หรือหาทางผ่อนคลายด้วยอบายมุข หรือแม้บางครั้งถึงทางตันก็คิดหนีปัญหาด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่เพิ่มทวีความทุกข์ร้อนมากยิ่งขึ้น วิธีการดับทุกข์ที่ผิด ๆ เหล่านี้ท่านว่า เหมือนเอาน้ำเน่ามาล้างของเหม็น ซึ่งมีแต่จะเน่าเหม็นยิ่งขึ้น ถึงเวลาแล้วที่เราควรหยุดคิดไตร่ตรองด้วยสติปัญญา แก้ปัญหาให้ถูกทาง มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลให้เดือดร้อนกันไปไม่จบสิ้น
หลักการดับร้อนด้วยเย็นนี้ เป็นทางเดียวที่นำไปสู่การแก้ปัญหาชีวิตได้ทุกปัญหา กล่าวคือ นำความถูกต้องมาแก้สิ่งผิด เช่น แก้ความโลภด้วยการให้ แก้ความโกรธด้วยเมตตากรุณา แก้ความหลงด้วยสติปัญญา แก้ปัญหากลโกง โกหก หลอกลวง ด้วยสัจจะ สรุปได้ว่าต้องใช้ความเย็นแก้ความร้อน ใช้ความดีแก้ความชั่ว ใช้สิ่งถูกต้องแก้สิ่งผิด ข้อสำคัญอยู่ที่เราพร้อมจะแก้ความยุ่งยากทั้งหลายแล้วหรือยัง
(ที่มา : อศจ.ยศ.ทร.)
กิจการหอประชุมกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นลูกจ้างสวัสดิการกองทัพเรือ
หลักฐานการสมัคร ประกอบด้วย รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๔ รูป, บัตรประจำตัวประชาชน, ทะเบียนบ้านของผู้สมัคร บิดาและมารดา, ใบทะเบียนสมรสบิดาและมารดา ใบมรณะบัตร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หนังสือสำคัญเปลี่ยนชื่อ - สกุล ผู้สมัคร บิดาและมารดา (ถ้ามี), หลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้สมัครบิดา และมารดา มีสัญชาติไทย โดยกำเนิด, หลักฐานการศึกษา ได้แก่ ใบประกาศนียบัตรหรือระเบียนแสดงผลการศึกษาที่แสดงว่าเป็นผู้มีคุณวุฒิการ ศึกษา, หลักฐานทางทหารสำหรับผู้สมัครเพศชาย ได้แก่ ใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙) และใบรับรองผลการตรวจเลือกทหารกองเกินเข้ารับราชการทหารกองประจำการ (สด.๔๓) หรือใบสำคัญทหารกองหนุน (สด.๘) และหลักฐานการได้รับการยกเว้น, ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ ซึ่งออกให้ไม่เกิน ๑ เดือน
ผู้ประสงค์จะสมัคร สามารถขอรับใบสมัครและสมัครได้ที่ แผนกธุรการและกำลังพลหอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร หรือดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัครได้ที่ www.navyhall.com ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ถึงวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๖ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๕๔๙๑ (ที่มา : กิจการหอประชุม ทร.)
พิธีประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกและมอบประกาศนียบัตรฯ
วันนี้ (๑๒ กันยายน
๒๕๕๖) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท ณะ อารีนิจ
เจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกและรับประกาศนีย
บัตรกำกับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก
พร้อมกับมอบโล่เกียรติยศประจำปี ๒๕๕๖ ณ อาคารอเนกประสงค์
๑๐๐ ปี
กรมสรรพาวุธทหารเรือ (แยกเจ) ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี
กองทัพเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ จัดให้มีการฝึกยิงเป้าปืนพกประจำปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการใช้อาวุธให้แก่กำลังพล เสริมสร้างให้ผู้ยิงปืนมีประสบการณ์ เกิดความคุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนมีความสามารถยิงปืนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและทางราชการ และการประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกให้แก่ผู้ที่ถือว่าเป็นนักแม่นปืนชั้นยอดเยี่ยม นักแม่นปืนชั้นเชี่ยวชาญ นักแม่นปืนชั้นสูง และนักแม่นปืน พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติยศให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ประจำปี ๒๕๕๖ ของกองทัพเรือ ในครั้งนี้ มีผู้ผ่านเกณฑ์และมีสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก รวมทั้งสิ้น ๕๗๘ นาย ในจำนวนนี้มีผู้ทำคะแนนสูงสุดได้รับการจารึกชื่อลงบนโล่เกียรติยศ คือ พันจ่าเอก ผจญ บุญรอด สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คะแนนรวม ๒๘๘ คะแนน จาก คะแนนเต็ม ๓๐๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๙๖ (ที่มา : สพ.ทร.)
กองทัพเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ จัดให้มีการฝึกยิงเป้าปืนพกประจำปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการใช้อาวุธให้แก่กำลังพล เสริมสร้างให้ผู้ยิงปืนมีประสบการณ์ เกิดความคุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนมีความสามารถยิงปืนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและทางราชการ และการประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกให้แก่ผู้ที่ถือว่าเป็นนักแม่นปืนชั้นยอดเยี่ยม นักแม่นปืนชั้นเชี่ยวชาญ นักแม่นปืนชั้นสูง และนักแม่นปืน พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติยศให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ประจำปี ๒๕๕๖ ของกองทัพเรือ ในครั้งนี้ มีผู้ผ่านเกณฑ์และมีสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก รวมทั้งสิ้น ๕๗๘ นาย ในจำนวนนี้มีผู้ทำคะแนนสูงสุดได้รับการจารึกชื่อลงบนโล่เกียรติยศ คือ พันจ่าเอก ผจญ บุญรอด สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คะแนนรวม ๒๘๘ คะแนน จาก คะแนนเต็ม ๓๐๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๙๖ (ที่มา : สพ.ทร.)
ผู้บัญชาการทหารเรือ เยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้ ณ กองพลนาวิกโยธิน
วันนี้
(๑๒ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๐๗.๑๕ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์
หรุ่นเริงรมย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ
เดินทางไปตรวจเยี่ยมอำลาหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้
ในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖
เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลในพื้นที่
โดยมี พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา
ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
และ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ
ให้การต้อนรับ ณ กองบังคับการกรมทหารราบที่ ๓
กองพลนาวิกโยธิน
หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน จังหวัดนราธิวาส ในโอกาสนี้
ผู้บัญชาการทหารเรือ
ได้กล่าวอำลาแสดงความยกย่อง ชื่นชม
และขอบคุณกำลังพลที่ได้เสียสละและร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลัง
ความสามารถมาโดยตลอด
พร้อมกับส่งความปรารถนาดีและความระลึกถึงไปยังกำลังพลที่กำลังปฏิบัติ
หน้าที่อยู่ในขณะนี้
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ โดยมี พลเรือโท ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ และ พลเรือตรี สมศักดิ์ วาณิชย์เจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาแสดงความชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบ หมายอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละโดยมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ เกิดขึ้นส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนเป็นอย่างดียิ่งตลอดมา (ที่มา : สลก.ทร.)
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ โดยมี พลเรือโท ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ และ พลเรือตรี สมศักดิ์ วาณิชย์เจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาแสดงความชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบ หมายอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละโดยมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ เกิดขึ้นส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนเป็นอย่างดียิ่งตลอดมา (ที่มา : สลก.ทร.)
อินเดียจะขายเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งให้แก่กองทัพเรือศรีลังกา
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
(๖ กันยายน ๒๕๕๖) มีรายงานว่า อินเดียมีแผนจะขายเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง
จำนวน ๒ ลำ ให้แก่ศรีลังกา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการปกป้องอธิปไตยแนวรอยต่อน่านน้ำระหว่างปะรเทศ
ทั้งนี้ เรือตรวจการณ์ไกลฝั่งทั้ง ๒ ลำ จะดำเนินการต่อที่อู่ต่อเรือ
Goa Shipyard Ltd. ของอินเดีย กำหนดส่งมอบได้ในห้วงปี ๒๕๕๙ - ๒๕๖๐
อนึ่ง อินเดียจะจัดการฝึกทางทหารระหว่างรัฐทางตอนใต้ของอินเดีย
๔ รัฐ กับศรีลังกา ตามข้อเสนอของรัฐทมิฬนาฑูเพื่อกระชับความร่วมมือทางทหาร
เนื่องจากมักเกิดกรณีกองทัพเรือศรีลังกา จับเรือประมงอินเดียบ่อยครั้ง
(ที่มา : ขว.ทร.)
พิธีประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกและมอบประกาศนียบัตร
วันนี้ (๑๒ กันยายน
๒๕๕๖) เวลา ๑๐.๐๐ น. พลเรือโท ณะ อารีนิจ
เจ้ากรมสรรพาวุธทหารเรือ
เป็นประธานในพิธีประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพกและรับประกาศนีย
บัตรกำกับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก
พร้อมกับมอบโล่เกียรติยศประจำปี ๒๕๕๖ ณ อาคารอเนกประสงค์
๑๐๐ ปี
กรมสรรพาวุธทหารเรือ (แยกเจ) ตำบลสัตหีบ อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี
กองทัพเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ จัดให้มีการฝึกยิงเป้าปืนพกประจำปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการใช้อาวุธให้แก่กำลังพล เสริมสร้างให้ผู้ยิงปืนมีประสบการณ์ เกิดความคุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนมีความสามารถยิงปืนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและทางราชการ และการประดับเครื่องหมายสามารถยิงเป้าปืนพกให้แก่ผู้ที่ถือว่าเป็นนักแม่นปืนชั้นยอดเยี่ยม นักแม่นปืนชั้นเชี่ยวชาญ นักแม่นปืนชั้นสูง และนักแม่นปืน พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติยศให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ประจำปี ๒๕๕๖ ของกองทัพเรือ ในครั้งนี้ มีผู้ผ่านเกณฑ์และมีประสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก รวมทั้งสิ้น ๕๗๘ นาย ในจำนวนนี้มีผู้ทำคะแนนสูงสุดได้รับการจารึกชื่อลงบนโล่เกียรติยศ คือ พันจ่าเอก ผจญ บุญรอด สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คะแนนรวม ๒๘๘ คะแนน จาก คะแนนเต็ม ๓๐๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๙๖ (ที่มา : สพ.ทร.)
กองทัพเรือ โดย กรมสรรพาวุธทหารเรือ จัดให้มีการฝึกยิงเป้าปืนพกประจำปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านการใช้อาวุธให้แก่กำลังพล เสริมสร้างให้ผู้ยิงปืนมีประสบการณ์ เกิดความคุ้นเคยกับการใช้อาวุธปืนได้ดียิ่งขึ้น ตลอดจนมีความสามารถยิงปืนได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ทั้งแก่ตัวเองและทางราชการ และการประดับเครื่องหมายสามารถยิงเป้าปืนพกให้แก่ผู้ที่ถือว่าเป็นนักแม่นปืนชั้นยอดเยี่ยม นักแม่นปืนชั้นเชี่ยวชาญ นักแม่นปืนชั้นสูง และนักแม่นปืน พร้อมทั้งมอบโล่เกียรติยศให้แก่ผู้ที่ทำคะแนนได้สูงสุด ประจำปี ๒๕๕๖ ของกองทัพเรือ ในครั้งนี้ มีผู้ผ่านเกณฑ์และมีประสิทธิประดับเครื่องหมายความสามารถยิงเป้าปืนพก รวมทั้งสิ้น ๕๗๘ นาย ในจำนวนนี้มีผู้ทำคะแนนสูงสุดได้รับการจารึกชื่อลงบนโล่เกียรติยศ คือ พันจ่าเอก ผจญ บุญรอด สังกัดหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน คะแนนรวม ๒๘๘ คะแนน จาก คะแนนเต็ม ๓๐๐ คะแนน คิดเป็นร้อยละ ๙๖ (ที่มา : สพ.ทร.)
ประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ
วันนี้
(๑๒ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๐๘.๓๐ น. พลเรือเอก อภิชาย
ฟุ้งลัดดา ประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ
และคณะ เยี่ยมชมการฝึกอบรมหลักสูตรเสริมทักษะ
หลักสูตรนิวไดร์ฟเวอร์
การขับรถหัวลาก ณ กรมก่อสร้างและพัฒนา ฐานทัพเรือสัตหีบ
อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี
การฝึกอบรมดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อทหารกองประจำการที่ครบกำหนดปลดประการ
เข้ารับการอบรมในครั้งนี้
จะได้รับประกาศนียบัตรจาก กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และ
บริษัทเอสซีจี
สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด
พร้อมจะรับเข้าเป็นพนักงานประจำรถขนส่ง
โลจิสติกส์ ภายหลังปลดจากประจำการ
ซึ่งทหารกองประจำการที่จะเข้ารับการฝึกอบรมจะต้องเป็นผู้ที่สามารถขับรถยนต์
ได้
หากไม่มีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก
ทางบริษัท ฯ
จะพาไปสอบใบขับขี่รถยนต์ภายหลังจากเข้าทำงานกับบริษัท ฯ
(ที่มา
: คพท.)
ผู้บัญชาการทหารเรือ เยี่ยมอำลาหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ภาคใต้
วันนี้
(๑๒ กันยายน ๒๕๕๖) เวลา ๐๗.๑๕ น. พลเรือเอก สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์
ผู้บัญชาการทหารเรือ เดินทางไปตรวจเยี่ยมอำลาหน่วยงานในพื้นที่ภาคใต้
ในโอกาสที่จะเกษียณอายุราชการในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ เพื่อบำรุงขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลในพื้นที่
โดยมี พลเรือโท สนธยา น้อยฉายา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
และ นาวาเอก สมเกียรติ ผลประยูร
ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ ให้การต้อนรับ ณ
กองบังคับการกรมทหารราบที่ ๓ กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน
จังหวัดนราธิวาส ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาแสดงความยกย่อง
ชื่นชม และขอบคุณกำลังพลที่ได้เสียสละและร่วมมือกันปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถมาโดยตลอด
พร้อมกับส่งความปรารถนาดีและความระลึกถึงไปยังกำลังพลที่กำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ในขณะนี้
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ โดยมี พลเรือโท ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ และ พลเรือตรี สมศักดิ์ วาณิชย์เจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาแสดงความชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบ หมายอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละโดยมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ เกิดขึ้นส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนเป็นอย่างดียิ่งตลอดมา (ที่มา : สลก.ทร.)
จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้เดินทางไปเยี่ยมอำลาหน่วยในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย ณ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ โดยมี พลเรือโท ชุมพล วงศ์เวคิน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๒ และ พลเรือตรี สมศักดิ์ วาณิชย์เจริญ ผู้บัญชาการฐานทัพเรือสงขลา ให้การต้อนรับ ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวอำลาแสดงความชื่นชมและขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบ หมายอย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความเสียสละโดยมิได้ย่อท้อต่ออุปสรรคที่ เกิดขึ้นส่งผลให้ปฏิบัติภารกิจในพื้นที่รับผิดชอบเป็นไปอย่างมี ประสิทธิภาพ สร้างความประทับใจและได้รับความเชื่อถือจากประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและ เอกชนเป็นอย่างดียิ่งตลอดมา (ที่มา : สลก.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











