ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริต
พบเห็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook
(ที่มา : สลก.ทร.)
วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
หน่วยปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจับผู้ค้ายาบ้า
หน่วยปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจับผู้ค้ายาบ้า
หน่วยปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ร่วมกับ กองข่าวกองเรือยุทธการและชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายนำกำลังเข้าล่อซื้อยาบ้าบริเวณศาลารอรถผู้โดยสารหน้าทางเข้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมจับกุม นายเอม เอี่ยมสะอาด อายุ ๒๐ ปี และ นายทศพร สุวรรณเพิ่ม อายุ ๒๒ ปี พร้อมยาบ้า ๓๐ เม็ด ขณะนำมาส่งให้สายลับ จึงได้ควบคุมก่อนนำตัวส่ง ร้อยตำรวจเอก บัณฑิต เตชะวงษ์ สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ดำเนินคดีต่อไป สอบสวนทั้งสองคนรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจาก นายตั้ว เอเยนต์รายใหญ่ในพื้นที่บ้านทุ่งคา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เม็ดละ ๑๗๐ บาท และนำมาขายให้ลูกค้าเม็ดละ ๒๐๐ บาท ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย (ที่มา : ปปส.ทร.)
หน่วยปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ร่วมกับ กองข่าวกองเรือยุทธการและชุดปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายนำกำลังเข้าล่อซื้อยาบ้าบริเวณศาลารอรถผู้โดยสารหน้าทางเข้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน พร้อมจับกุม นายเอม เอี่ยมสะอาด อายุ ๒๐ ปี และ นายทศพร สุวรรณเพิ่ม อายุ ๒๒ ปี พร้อมยาบ้า ๓๐ เม็ด ขณะนำมาส่งให้สายลับ จึงได้ควบคุมก่อนนำตัวส่ง ร้อยตำรวจเอก บัณฑิต เตชะวงษ์ สารวัตรเวรสถานีตำรวจภูธรสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ดำเนินคดีต่อไป สอบสวนทั้งสองคนรับสารภาพว่า รับยาบ้ามาจาก นายตั้ว เอเยนต์รายใหญ่ในพื้นที่บ้านทุ่งคา อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี เม็ดละ ๑๗๐ บาท และนำมาขายให้ลูกค้าเม็ดละ ๒๐๐ บาท ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและพยายามจำหน่าย โดยผิดกฎหมาย (ที่มา : ปปส.ทร.)
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมนำเยาวชนตามโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งทัศนศึกษานอกสถานที่
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมนำเยาวชนตามโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่งทัศนศึกษานอกสถานที่
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินกองทัพเรือ ทัศนศึกษานอกสถานที่ ตามโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ประจำปี ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลขึ้น ให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้เห็นถึงการอยู่ ู่ร่วมกันที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ท่ามกลางความหลากหลายของศาสนาและวัฒนธรรมตลอดจนยึดมั่นในประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมกัน อีกทั้งยังจะได้รับทราบถึงภารกิจในการป้องกันและพัฒนาประเทศของกองทัพเรือ รวมทั้งมีกิจกรรมที่สนุกสนานอื่น ๆ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้มีทัศนคติที่ดีมีความเข้าใจที่ถูกต้องและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือและทางราชการในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ กิจกรรมทดสอบกำลังใจ และในโอกาสนี้คณะเยาวชนได้เข้าพบผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมกับรับฟังโอวาทและรับมอบของที่ระลึก ในครั้งนี้ด้วย จากนั้น กองทัพเรือจะนำคณะเยาวชนเดินทางไปลงนามถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช และไปเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ รายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" เป็นต้น
(ที่มา : กพร.ทร.)
กองทัพเรือ จัดกิจกรรมนำเยาวชนในพื้นที่ปฏิบัติงานของหน่วยเฉพาะกิจ นาวิกโยธินกองทัพเรือ ทัศนศึกษานอกสถานที่ ตามโครงการรวมใจไทยเป็นหนึ่ง ประจำปี ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๕ ถึงวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทั้งนี้ เพื่อให้เยาวชนได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างไกลขึ้น ให้ได้รับความรู้และประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้เห็นถึงการอยู่ ู่ร่วมกันที่ทุกฝ่ายได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างชุมชนให้มีความเข้มแข็งและอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ท่ามกลางความหลากหลายของศาสนาและวัฒนธรรมตลอดจนยึดมั่นในประเทศชาติและสถาบันพระมหากษัตริย์ร่วมกัน อีกทั้งยังจะได้รับทราบถึงภารกิจในการป้องกันและพัฒนาประเทศของกองทัพเรือ รวมทั้งมีกิจกรรมที่สนุกสนานอื่น ๆ เพื่อให้เยาวชนเหล่านี้มีทัศนคติที่ดีมีความเข้าใจที่ถูกต้องและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกองทัพเรือและทางราชการในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ โดยมีกิจกรรมต่าง ๆ ประกอบด้วย การเยี่ยมชมเรือหลวงจักรีนฤเบศร เยี่ยมชมศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเลกองทัพเรือ กิจกรรมทดสอบกำลังใจ และในโอกาสนี้คณะเยาวชนได้เข้าพบผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมกับรับฟังโอวาทและรับมอบของที่ระลึก ในครั้งนี้ด้วย จากนั้น กองทัพเรือจะนำคณะเยาวชนเดินทางไปลงนามถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ โรงพยาบาลศิริราช และไปเยี่ยมชมสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง ๓ รายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" เป็นต้น
(ที่มา : กพร.ทร.)
ขอเชิญคนพิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนขอรับการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการยังชีพ
ขอเชิญคนพิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนนขอรับการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการยังชีพ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน
กรมการขนส่งทางบก จัดตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย มารณรงค์ส่งเสริมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยที่ผ่านมาช่วยเหลือคนพิการไปแล้ว จำนวน ๑,๔๐๐ ราย เป็นเงินกว่า ๗๓ ล้านบาท
ขอเชิญคนพิการที่สนใจขอรับการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ในการดำรงชีพ ฯ ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายของคนพิการ ในลักษณะท่าทางแตกต่างกัน จำนวน ๓ รูป ใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานที่แสดงว่าความพิการนั้นเกิดจากการใช้รถใช้ถนน และใบเสนอราคาอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ โดยวงเงินที่คนพิการสามารถยื่นคำขอได้ต้องไม่เกินคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๑๗ ๘๗๐๕ - ๖ และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามได้ที่ หมายเลข ๑๕๘๔ (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
กรมการขนส่งทางบก จัดตั้งกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้จากการประมูลทะเบียนรถเลขสวย มารณรงค์ส่งเสริมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน และช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน โดยที่ผ่านมาช่วยเหลือคนพิการไปแล้ว จำนวน ๑,๔๐๐ ราย เป็นเงินกว่า ๗๓ ล้านบาท
ขอเชิญคนพิการที่สนใจขอรับการจัดสรรเงินเป็นค่าอุปกรณ์ในการดำรงชีพ ฯ ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวคนพิการ (ถ้ามี) สำเนาทะเบียนบ้าน และรูปถ่ายของคนพิการ ในลักษณะท่าทางแตกต่างกัน จำนวน ๓ รูป ใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานที่แสดงว่าความพิการนั้นเกิดจากการใช้รถใช้ถนน และใบเสนอราคาอุปกรณ์ช่วยเหลือคนพิการ โดยวงเงินที่คนพิการสามารถยื่นคำขอได้ต้องไม่เกินคนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ได้ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน กรมการขนส่งทางบก หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๑๗ ๘๗๐๕ - ๖ และสำนักงานขนส่งจังหวัดทุกจังหวัด หรือสอบถามได้ที่ หมายเลข ๑๕๘๔ (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
เกาหลีใต้ส่งตัวโจรสลัดโซมาเลียไปดำเนินคดีตามกฎหมายเกาหลีใต้
เกาหลีใต้ส่งตัวโจรสลัดโซมาเลียไปดำเนินคดีตามกฎหมายเกาหลีใต้
เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ มีรายงานว่า โจรสลัดโซมาเลียทั้ง ๕ คน ที่ถูกจับได้ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือเรือสินค้าซัมโฮจิวเวลรี ถูกส่งตัวไปยังท่าอากาศยานกิมแฮ ใกล้เมืองท่าปูซาน เกาหลีใต้ โดยโฆษกหน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้ (KCG) แถลงว่า คณะผู้สอบสวนของ KCG พร้อมดำเนินการกับโจรสลัดดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ หากโจรสลัดถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหายิงกัปตันเรือซัมโฮจิวเวลรีได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจถูกลงโทษให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้ากัปตันเสียชีวิตอาจถูกประหารชีวิตเช่นกัน (ที่มา : ขว.ทร.)
เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ มีรายงานว่า โจรสลัดโซมาเลียทั้ง ๕ คน ที่ถูกจับได้ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือเรือสินค้าซัมโฮจิวเวลรี ถูกส่งตัวไปยังท่าอากาศยานกิมแฮ ใกล้เมืองท่าปูซาน เกาหลีใต้ โดยโฆษกหน่วยยามฝั่งเกาหลีใต้ (KCG) แถลงว่า คณะผู้สอบสวนของ KCG พร้อมดำเนินการกับโจรสลัดดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ หากโจรสลัดถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหายิงกัปตันเรือซัมโฮจิวเวลรีได้รับบาดเจ็บสาหัส อาจถูกลงโทษให้จำคุกตลอดชีวิต แต่ถ้ากัปตันเสียชีวิตอาจถูกประหารชีวิตเช่นกัน (ที่มา : ขว.ทร.)
วันจันทร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2554
สิทธิการขอรับคะแนนเพิ่มสำหรับบุตรข้าราชการที่สมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
สิทธิการขอรับคะแนนเพิ่มสำหรับบุตรข้าราชการที่สมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยคณะกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ แจ้งให้ข้าราชการสังกัดกองทัพเรือที่ได้รับราชการทวีคูณ หรือราชการชายแดน และบุตรประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือก ฯ นักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ สามารถเพิ่มสิทธิของบุตรที่สมควรได้รับคะแนนเพิ่ม โดยทำหนังสือรับรองการปฏิบัติราชการทวีคูณหรือราชการชายแดน ให้ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับการเรือชั้น ๑ ขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาประวัติ เป็นผู้รับรอง และให้บุตรนำหนังสือรับรอง ฯ ข้างต้นมายื่นในวันที่สมัครสอบคัดเลือก ฯ (ที่มา : ยศ.ทร.)
กรมยุทธศึกษาทหารเรือ โดยคณะกรรมการสอบคัดเลือกบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ แจ้งให้ข้าราชการสังกัดกองทัพเรือที่ได้รับราชการทวีคูณ หรือราชการชายแดน และบุตรประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือก ฯ นักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ สามารถเพิ่มสิทธิของบุตรที่สมควรได้รับคะแนนเพิ่ม โดยทำหนังสือรับรองการปฏิบัติราชการทวีคูณหรือราชการชายแดน ให้ผู้บังคับบัญชาระดับผู้บังคับการเรือชั้น ๑ ขึ้นไป ซึ่งเป็นผู้เก็บรักษาประวัติ เป็นผู้รับรอง และให้บุตรนำหนังสือรับรอง ฯ ข้างต้นมายื่นในวันที่สมัครสอบคัดเลือก ฯ (ที่มา : ยศ.ทร.)
กรมพลาธิการทหารเรือ รับสมัครทหารกองประจำการเข้ารับราชการต่อจากเวลากองประจำการ
กรมพลาธิการทหารเรือ รับสมัครทหารกองประจำการเข้ารับราชการต่อจากเวลากองประจำการ อัตราจ่าเอก
กรมพลาธิการทหารเรือ จะรับสมัครทหารกองประจำการเข้ารับราชการต่อจากเวลากองประจำการ ในตำแหน่งอัตราจ่าเอก พรรคพิเศษ เหล่าทหารพลาธิการ จำนวน ๕ อัตรา สายบริการ ๒ อัตรา และสายสหโภชน์ ๓ อัตรา โดยรับทหารกองประจำการทุกพรรค - เหล่า ที่จะครบกำหนดปลดกองหนุน ฯ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ และผ่านการอบรมหลักสูตรการบริการหรือการสหโภชน์ (ระยะยาว) จาก โรงเรียนพลาธิการ กรมพลาธิการทหารเรือ โดยมีใบประกาศนียบัตรจากโรงเรียนพลาธิการทหารเรือ ฯ รับรอง
สำหรับเอกสารหลักฐานประกอบการขอสมัคร ประกอบด้วย สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดามารดาของผู้สมัคร หรือหลักฐานอื่นซึ่งแสดงว่าบิดามารดาของผู้สมัครเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และสัญญาของผู้สมัครและผู้ค้ำประกัน พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการผู้ค้ำประกัน
สนใจสมัครเข้ารับราชการต่อ ฯ แจ้งความประสงค์ให้หน่วยรวบรวมเอกสารหลักฐานการขอสมัคร ฯ ส่งถึง กรมพลาธิการทหารเรือ ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดจะไม่รับพิจารณา (ที่มา : พธ.ทร.)
กรมพลาธิการทหารเรือ จะรับสมัครทหารกองประจำการเข้ารับราชการต่อจากเวลากองประจำการ ในตำแหน่งอัตราจ่าเอก พรรคพิเศษ เหล่าทหารพลาธิการ จำนวน ๕ อัตรา สายบริการ ๒ อัตรา และสายสหโภชน์ ๓ อัตรา โดยรับทหารกองประจำการทุกพรรค - เหล่า ที่จะครบกำหนดปลดกองหนุน ฯ ในวันที่ ๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ และผ่านการอบรมหลักสูตรการบริการหรือการสหโภชน์ (ระยะยาว) จาก โรงเรียนพลาธิการ กรมพลาธิการทหารเรือ โดยมีใบประกาศนียบัตรจากโรงเรียนพลาธิการทหารเรือ ฯ รับรอง
สำหรับเอกสารหลักฐานประกอบการขอสมัคร ประกอบด้วย สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัคร และบิดามารดาของผู้สมัคร หรือหลักฐานอื่นซึ่งแสดงว่าบิดามารดาของผู้สมัครเป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยกำเนิด และสัญญาของผู้สมัครและผู้ค้ำประกัน พร้อมแนบสำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการผู้ค้ำประกัน
สนใจสมัครเข้ารับราชการต่อ ฯ แจ้งความประสงค์ให้หน่วยรวบรวมเอกสารหลักฐานการขอสมัคร ฯ ส่งถึง กรมพลาธิการทหารเรือ ภายในวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดจะไม่รับพิจารณา (ที่มา : พธ.ทร.)
กำหนดแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ ในเดือนกุมภาพันธ์
กำหนดแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ และหมายเลข ๔ วันสำคัญในเดือนกุมภาพันธ์
กองทัพเรือ กำหนดให้กำลังพลแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ และหมายเลข ๔ ในวันสำคัญ ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กำหนดให้แต่งเครื่องแบบหมายเลข ๒ ในวันพฤหัสบดีที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เนื่องเป็นวันทหารผ่านศึก จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
(ที่มา : กพ.ทร.)
กองทัพเรือ กำหนดให้กำลังพลแต่งกายเครื่องแบบหมายเลข ๒ และหมายเลข ๔ ในวันสำคัญ ซึ่งในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ กำหนดให้แต่งเครื่องแบบหมายเลข ๒ ในวันพฤหัสบดีที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เนื่องเป็นวันทหารผ่านศึก จึงขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
(ที่มา : กพ.ทร.)
ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ ฝึกอบรมชาวประมง
ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ ฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและ ไทยอาสาป้องกันชายในทะเล" ในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา
กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ จะดำเนินการฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล (ทสปช.ในทะเล) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ ณ อาคารโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยเปิด รับสมัครในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กองทัพเรือจัดอบรมชาวประมงหลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ ๒๘๓ และเป็นรุ่นที่ ๗๔ ของ ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขต ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้วิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของชาวประมง ซึ่งจะทำให้ชาวประมงนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยมีวิทยากรจากส่วนราชการต่าง ๆ จากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมการปกครอง กรมประมง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้บรรยาย
นอกจากนี้ การรวมชาวประมง ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง และผู้ประกอบกิจการทางทะเลให้เป็นกลุ่มพลังที่เรียกว่า "ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาความมั่นคงของชาติในทะเล ด้านการช่วยป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เสียเอง การร่วมมือระหว่างชาวประมงกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น และจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชาติบ้านเมืองทางทะเลให้ดียิ่งขึ้น (ที่มา : ฐท.พง.ทรภ.๓)
กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ จะดำเนินการฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล (ทสปช.ในทะเล) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ ณ อาคารโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยเปิด รับสมัครในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กองทัพเรือจัดอบรมชาวประมงหลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ ๒๘๓ และเป็นรุ่นที่ ๗๔ ของ ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขต ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้วิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของชาวประมง ซึ่งจะทำให้ชาวประมงนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยมีวิทยากรจากส่วนราชการต่าง ๆ จากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมการปกครอง กรมประมง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้บรรยาย
นอกจากนี้ การรวมชาวประมง ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง และผู้ประกอบกิจการทางทะเลให้เป็นกลุ่มพลังที่เรียกว่า "ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาความมั่นคงของชาติในทะเล ด้านการช่วยป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เสียเอง การร่วมมือระหว่างชาวประมงกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น และจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชาติบ้านเมืองทางทะเลให้ดียิ่งขึ้น (ที่มา : ฐท.พง.ทรภ.๓)
กองทัพเรือ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณาร่างยุทธศาตร์ความมั่นคงทางทะเล
กองทัพเรือ ร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการพิจารณาร่างยุทธศาตร์ความมั่นคงทางทะเล
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพเรือ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล" (๒๕๕๔ - ๒๕๕๙) เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ ฯ ให้มีความครอบคลุม และครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติต่อไป
สำหรับเป้าหมายในการป้องกันและรักษาอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และสิทธิอธิปไตยทางทะเลคุ้มครองรวมถึงรักษาชีวิต สิทธิและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความสงบเรียบร้อยในการดำเนินกิจกรรมทางทะเลของทุกภาคส่วน ในการปกป้องรักษาและฟื้นฟู ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากร สร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่มีอยู่จำนวนมหาศาล รวมทั้งส่งเสริมการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการดูแลความมั่นคงทางทะเลของประเทศ
นายอนุสิษฐ์ คุณาการ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของฝั่งทะเลอันดามัน กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นกลไกสำคัญ ในการที่จะลงไปช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยการบูรณาการในหลาย ๆ หน่วยงาน ส่วนหน่วยงานหลักที่เข้าร่วมทำหน้าที่ดังกล่าวกับทัพเรือภาคที่ ๓ เช่น กรมเจ้าท่า กรมประมง ศุลกากร กรมทรัพยากรแห่งชาติทางทะเล เป็นต้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติ เพื่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จะทำหน้าที่ในเรื่องของการประสานงานการปฏิบัติ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นเป็นเรื่องของความร่วมมือในเรื่องการ ประสานทางปัญญา กฎหมาย ที่มีอยู่ก็เป็นกฎหมายแต่ละหน่วย การทำหน้าที่นั้นต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องยากลำบากของกองทัพเรือ ฉะนั้น เอกสารหลักฉบับนี้ คือ ทำอย่างไรให้กลไกเหล่านี้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาจจะต้องมีกฎหมายเข้ามารองรับ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินโดยออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ทุกฝ่ายได้ตรวจสอบประเมินสภาวะแวดล้อม ตรวจสอบความต้องการในภาคประชาชนแล้วความต้องการที่สำคัญก็คือ ให้มีโครงสร้างของการทำงาน ที่มีความชัดเจนสามารถทำผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้จริง และในท้ายที่สุดผลประโยชน์เหล่านี้จะสะท้อนมายังประชาชน
(ที่มา : ทรภ.๓)
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทัพเรือ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "การพิจารณาร่างยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล" (๒๕๕๔ - ๒๕๕๙) เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงร่างยุทธศาสตร์ ฯ ให้มีความครอบคลุม และครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่ออนุมัติต่อไป
สำหรับเป้าหมายในการป้องกันและรักษาอำนาจอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และสิทธิอธิปไตยทางทะเลคุ้มครองรวมถึงรักษาชีวิต สิทธิและทรัพย์สินของประชาชน สร้างความสงบเรียบร้อยในการดำเนินกิจกรรมทางทะเลของทุกภาคส่วน ในการปกป้องรักษาและฟื้นฟู ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล สร้างการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ตลอดจนปลูกจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากร สร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ที่มีอยู่จำนวนมหาศาล รวมทั้งส่งเสริมการบูรณาการระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนในการดูแลความมั่นคงทางทะเลของประเทศ
นายอนุสิษฐ์ คุณาการ รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวว่า ในส่วนของฝั่งทะเลอันดามัน กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นกลไกสำคัญ ในการที่จะลงไปช่วยดูแลรักษาผลประโยชน์ของชาติ โดยการบูรณาการในหลาย ๆ หน่วยงาน ส่วนหน่วยงานหลักที่เข้าร่วมทำหน้าที่ดังกล่าวกับทัพเรือภาคที่ ๓ เช่น กรมเจ้าท่า กรมประมง ศุลกากร กรมทรัพยากรแห่งชาติทางทะเล เป็นต้น
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติ เพื่อการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) จะทำหน้าที่ในเรื่องของการประสานงานการปฏิบัติ ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตนั้นเป็นเรื่องของความร่วมมือในเรื่องการ ประสานทางปัญญา กฎหมาย ที่มีอยู่ก็เป็นกฎหมายแต่ละหน่วย การทำหน้าที่นั้นต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องยากลำบากของกองทัพเรือ ฉะนั้น เอกสารหลักฉบับนี้ คือ ทำอย่างไรให้กลไกเหล่านี้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาจจะต้องมีกฎหมายเข้ามารองรับ ไม่ว่าจะเป็นระเบียบการบริหารราชการแผ่นดินโดยออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ ทุกฝ่ายได้ตรวจสอบประเมินสภาวะแวดล้อม ตรวจสอบความต้องการในภาคประชาชนแล้วความต้องการที่สำคัญก็คือ ให้มีโครงสร้างของการทำงาน ที่มีความชัดเจนสามารถทำผลงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปกป้องผลประโยชน์ของชาติทางทะเลได้จริง และในท้ายที่สุดผลประโยชน์เหล่านี้จะสะท้อนมายังประชาชน
(ที่มา : ทรภ.๓)
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดพิธีสวนสนามยานยนต์
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดพิธีสวนสนามยานยนต์ เนื่องในวันทหารผ่านศึก
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดพิธีสวนสนามยานยนต์ เนื่องในวันทหารผ่านศึก ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ลานสวนสนามหน้ากองบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และรำลึกถึงวีรชนของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะกระทำพิธีในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์
๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น. สำหรับการสวนสนามในครั้งนี้ จัดกำลังเป็น ๔ กองพัน มีกำลังพลรวม ๕๕๓ นาย ยานพาหนะจำนวน ๘๖ คัน และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ (ที่มา : สอ.รฝ.)
หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จัดพิธีสวนสนามยานยนต์ เนื่องในวันทหารผ่านศึก ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ณ ลานสวนสนามหน้ากองบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ทั้งนี้ เพื่อตรวจสอบความพร้อมของกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ให้มีความพร้อมในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และรำลึกถึงวีรชนของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งที่เสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะกระทำพิธีในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์
๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๑.๐๐ น. สำหรับการสวนสนามในครั้งนี้ จัดกำลังเป็น ๔ กองพัน มีกำลังพลรวม ๕๕๓ นาย ยานพาหนะจำนวน ๘๖ คัน และยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ (ที่มา : สอ.รฝ.)
อินโดนีเซียจะทำลายเรือ LST ที่มีอายุการใช้งานนานกว่า ๓๐ ปี
อินโดนีเซียจะทำลายเรือ LST ที่มีอายุการใช้งานนานกว่า ๓๐ ปี
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พลเรือเอก Seoparno Djasmin ผู้บัญชาการทหารเรือ อินโดนีเซีย กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐ ฯ เห็นชอบกับการทำลายเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ (LST) ของอินโดนีเซียที่ต่อจากสหรัฐ ฯ และมีอายุการใช้งานนานกว่า ๓๐ ปี ได้แก่ KRI Teluk Langsa, KRI Teluk Bayur, KRI Teluk Kau, KRI Teluk Tomini, KRI Teluk Ratal, KRI Teluk Saleh และ KRI Teluk Bone และจะจัดหาเรือเข้าประจำการทดแทนจากบริษัท PT PAL ซึ่งเป็นบริษัทที่ต่อเรือสนับสนุนยกพลขึ้นบก (LPD) ๒ ลำ ได้แก่ KRI Banjarmasin และ KRI Banda Aceh (ที่มา : ขว.ทร.)
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พลเรือเอก Seoparno Djasmin ผู้บัญชาการทหารเรือ อินโดนีเซีย กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐ ฯ เห็นชอบกับการทำลายเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ (LST) ของอินโดนีเซียที่ต่อจากสหรัฐ ฯ และมีอายุการใช้งานนานกว่า ๓๐ ปี ได้แก่ KRI Teluk Langsa, KRI Teluk Bayur, KRI Teluk Kau, KRI Teluk Tomini, KRI Teluk Ratal, KRI Teluk Saleh และ KRI Teluk Bone และจะจัดหาเรือเข้าประจำการทดแทนจากบริษัท PT PAL ซึ่งเป็นบริษัทที่ต่อเรือสนับสนุนยกพลขึ้นบก (LPD) ๒ ลำ ได้แก่ KRI Banjarmasin และ KRI Banda Aceh (ที่มา : ขว.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











