ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริต
พบเห็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook
(ที่มา : สลก.ทร.)
วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554
ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ ฝึกอบรมชาวประมง
ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ ฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและ ไทยอาสาป้องกันชายในทะเล "ในพื้นที่อำเภอเกาะลันตา
กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ จะดำเนินการฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชายในทะเล (ทสปช.ในทะเล) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ ณ อาคารโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยเปิด รับสมัครในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กองทัพเรือจัดอบรมชาวประมงหลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ ๒๘๓ และเป็นรุ่นที่ ๗๔ ของ ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขต ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้วิชาการต่าง ๆ ทีเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของชาวประมง ซึ่งจะทำให้ชาวประมงนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยมีวิทยากรจากส่วนราชการต่าง ๆ จากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมการปกครอง กรมประมง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้บรรยาย
นอกจากนี้ การรวมชาวประมง ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง และผู้ประกอบกิจการทางทะเลให้เป็นกลุ่มพลังที่เรียกว่า "ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาความมั่นคงของชาติในทะเล ด้านการช่วยป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เสียเอง การร่วมมือระหว่างชาวประมงกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น และจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชาติบ้านเมืองทางทะเลให้ดียิ่งขึ้น (ที่มา : ฐท.พง.ทรภ.๓)
กองทัพเรือ โดย ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ ๓ จะดำเนินการฝึกอบรมชาวประมง หลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชายในทะเล (ทสปช.ในทะเล) ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ครั้งที่ ๑ ณ อาคารโรงเรียนชุมชนบ้านศาลาด่าน อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ โดยเปิด รับสมัครในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กองทัพเรือจัดอบรมชาวประมงหลักสูตร "การประมงกับความมั่นคงของชาติและไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ในครั้งนี้ เป็นรุ่นที่ ๒๘๓ และเป็นรุ่นที่ ๗๔ ของ ศูนย์ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเลเขต ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้วิชาการต่าง ๆ ทีเกี่ยวข้องและเป็นประโยชน์ต่ออาชีพของชาวประมง ซึ่งจะทำให้ชาวประมงนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้เป็นประโยชน์ต่อตนเองและประเทศชาติ โดยมีวิทยากรจากส่วนราชการต่าง ๆ จากกองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมการปกครอง กรมประมง สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ บริษัทการสื่อสารแห่งประเทศไทย โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) มาเป็นผู้บรรยาย
นอกจากนี้ การรวมชาวประมง ผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับการประมง และผู้ประกอบกิจการทางทะเลให้เป็นกลุ่มพลังที่เรียกว่า "ไทยอาสาป้องกันชาติในทะเล" ทำหน้าที่ช่วยเหลือทางราชการในด้านการรักษาความมั่นคงของชาติในทะเล ด้านการช่วยป้องกันและต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบในเขตน่านน้ำไทย ตลอดจนไม่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ เสียเอง การร่วมมือระหว่างชาวประมงกับทางราชการอย่างแน่นแฟ้น และจะเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยแก่ชาติบ้านเมืองทางทะเลให้ดียิ่งขึ้น (ที่มา : ฐท.พง.ทรภ.๓)
รับสมัครเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวีเป็นกรณีพิเศษ
รับสมัครเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวีเป็นกรณีพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ จนถึง ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี กำหนดเปิดรับสมัครสมาชิกกรณีพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเพื่อการกุศลและสงเคราะห์ครอบครัวโดยไม่หวังผลกำไร โดยเปิดรับสมัครข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้มียศทหารเรือและ คู่สมรส อายุเกิน ๔๕ ปี แต่ไม่เกิน ๕๕ ปี (๒๔๙๘ - ๒๕๐๘)
สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ ฯ ได้ที่ กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี แผนกฌาปนกิจ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ สอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๘๓ - ๕ หรือ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๘๑ (ที่มา : กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ)
กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี กำหนดเปิดรับสมัครสมาชิกกรณีพิเศษ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสปีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ และเพื่อการกุศลและสงเคราะห์ครอบครัวโดยไม่หวังผลกำไร โดยเปิดรับสมัครข้าราชการ ลูกจ้าง ผู้มียศทหารเรือและ คู่สมรส อายุเกิน ๔๕ ปี แต่ไม่เกิน ๕๕ ปี (๒๔๙๘ - ๒๕๐๘)
สนใจสมัครเข้าเป็นสมาชิกการฌาปนกิจสงเคราะห์ ฯ ได้ที่ กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์แห่งราชนาวี แผนกฌาปนกิจ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔ สอบถามข้อมูลได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๒๘๓ - ๕ หรือ ๐ ๒๔๑๑ ๕๘๘๑ (ที่มา : กิจการการฌาปนกิจสงเคราะห์ฯ)
ปิด ๗ อุทยานทะเลใต้ ห้ามดำน้ำ หวังฟื้น "ปะการังฟอกขาว"
ปิด ๗ อุทยานทะเลใต้ ห้ามดำน้ำ หวังฟื้น "ปะการังฟอกขาว"
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปิด "๗ อุทยานทะเลใต้" ในพื้นที่ บางส่วนแล้ว เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในแนวปะการัง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เสียหายสูงสุด ในรอบ ๑๒ ปี ได้แก่ อุทยาน ฯ หาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง บริเวณเกาะเชือก, อุทยาน ฯ หมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล บริเวณเกาะบุโหลนไม้ไผ่ เกาะบุโหลนรังผึ้ง, อุทยาน ฯ ตะรุเตา จังหวัดสตูล บริเวณเกาะตะเกียง เกาะหินงาม เกาะราวี หาดทรายขาว เกาะดง, อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร บริเวณเกาะมะพร้าว, อุทยาน ฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะ-พีพี บริเวณแนวปะการังหินกลาง, อุทยาน ฯ หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวสุเทพ อ่าวไม้งาม เกาะสตอร์ค หินกอง อ่าวผักกาด และแนวปะการังหน้าที่ทำการอุทยานฯ, อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวไฟแว๊ป และอีส ออฟ อีเด็น โดยงดกิจกรรมดำน้ำ จำกัดนักท่องเที่ยว วางทุ่นเพื่อตรวจการณ์ ห้ามเรือจอดทิ้งสมอ หากมีผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การปิดอุทยานฯ ถือเป็นการปิดเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งขณะปิดจะศึกษาว่า ปะการังมีการฟื้นตัวตามธรรมชาติได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมสนับสนุนให้คณะผู้เชี่ยวชาญ ร่วมศึกษาพื้นที่ที่มีปะการังสวยงาม เพื่อช่วยกันหามาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน)
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปิด "๗ อุทยานทะเลใต้" ในพื้นที่ บางส่วนแล้ว เนื่องจากเกิดปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวในแนวปะการัง ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน เสียหายสูงสุด ในรอบ ๑๒ ปี ได้แก่ อุทยาน ฯ หาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง บริเวณเกาะเชือก, อุทยาน ฯ หมู่เกาะเภตรา จังหวัดสตูล บริเวณเกาะบุโหลนไม้ไผ่ เกาะบุโหลนรังผึ้ง, อุทยาน ฯ ตะรุเตา จังหวัดสตูล บริเวณเกาะตะเกียง เกาะหินงาม เกาะราวี หาดทรายขาว เกาะดง, อุทยานฯ หมู่เกาะชุมพร บริเวณเกาะมะพร้าว, อุทยาน ฯ หาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะ-พีพี บริเวณแนวปะการังหินกลาง, อุทยาน ฯ หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวสุเทพ อ่าวไม้งาม เกาะสตอร์ค หินกอง อ่าวผักกาด และแนวปะการังหน้าที่ทำการอุทยานฯ, อุทยานฯ หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา บริเวณอ่าวไฟแว๊ป และอีส ออฟ อีเด็น โดยงดกิจกรรมดำน้ำ จำกัดนักท่องเที่ยว วางทุ่นเพื่อตรวจการณ์ ห้ามเรือจอดทิ้งสมอ หากมีผู้ฝ่าฝืนจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ การปิดอุทยานฯ ถือเป็นการปิดเพื่อการศึกษาเรียนรู้ ซึ่งขณะปิดจะศึกษาว่า ปะการังมีการฟื้นตัวตามธรรมชาติได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ พร้อมสนับสนุนให้คณะผู้เชี่ยวชาญ ร่วมศึกษาพื้นที่ที่มีปะการังสวยงาม เพื่อช่วยกันหามาตรการแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน)
กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดกวดการติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์ มีความผิด ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท
กรมการขนส่งทางบกเข้มงวดกวดขันจับกุมรถโดยสารที่ติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์ มีความผิด ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท
กรมการขนส่งทางบก มีหนังสือสั่งการให้ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดกวดขันจับกุมรถที่ติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์มีลักษณะโคมไฟเรียงกันเป็นแถวยาวที่ด้านหน้ารถและด้านท้ายรถทั้งตามแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งปิดบังทัศนวิสัยในการมองบริเวณกระจกรถ รวมถึงการดัดแปลงแก้ไขโคมไฟต่าง ๆ เช่น โคมไฟส่องสว่าง โคมไฟเบรก โคมไฟเลี้ยวให้มีสีที่ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด หรือติด สติ๊กเกอร์ปิดบังทัศนวิสัยในการมองบริเวณกระจกหน้ารถ อีกทั้งเปิดเสียงดังก่อให้กิดความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มีโทษปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หากพบเห็นรถที่ติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์หรือฝ่าฝืนกฎหมาย กรุณาแจ้งได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๑๕๘๔ (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
กรมการขนส่งทางบก มีหนังสือสั่งการให้ขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ เข้มงวดกวดขันจับกุมรถที่ติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์มีลักษณะโคมไฟเรียงกันเป็นแถวยาวที่ด้านหน้ารถและด้านท้ายรถทั้งตามแนวตั้งและแนวนอน ซึ่งปิดบังทัศนวิสัยในการมองบริเวณกระจกรถ รวมถึงการดัดแปลงแก้ไขโคมไฟต่าง ๆ เช่น โคมไฟส่องสว่าง โคมไฟเบรก โคมไฟเลี้ยวให้มีสีที่ผิดไปจากที่กฎหมายกำหนด หรือติด สติ๊กเกอร์ปิดบังทัศนวิสัยในการมองบริเวณกระจกหน้ารถ อีกทั้งเปิดเสียงดังก่อให้กิดความเดือดร้อนรำคาญและเป็นอันตรายแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก มีโทษปรับไม่เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท หากพบเห็นรถที่ติดตั้งโคมไฟสปอร์ตไลท์หรือฝ่าฝืนกฎหมาย กรุณาแจ้งได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ ๑๕๘๔ (ที่มา : กรมการขนส่งทางบก)
เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือจีนใกล้จะซ่อมทำแล้วเสร็จ
เรือบรรทุกเครื่องบินของกองทัพเรือจีนใกล้จะซ่อมทำแล้วเสร็จ
เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔ มีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ชั้น Kuznetsov ชื่อ Varyag ของกองทัพเรือจีน ใกล้จะซ่อมทำแล้วเสร็จ และจะทดสอบทางทะเลในเร็ว ๆ นี้ หลังเข้ารับการซ่อมทำหม้อน้ำ ระบบไฟฟ้า และระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งซ่อมทำตัวเรือและดาดฟ้าเรือทั้งหมด อนึ่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน Varyag ต่อขึ้นในยุคสหภาพโซเวียด แต่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียด เมื่อปี ๒๕๓๔ ต่อมาในปี ๒๕๔๐ กองทัพเรือจีนได้จัดซื้อเรือดังกล่าวจากรัสเซีย เพื่อใช้ในการฝึกและเป็นต้นแบบในการต่อเรือในประเทศ (ที่มา : ขว.ทร.)
เมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๔ มีรายงานว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน ชั้น Kuznetsov ชื่อ Varyag ของกองทัพเรือจีน ใกล้จะซ่อมทำแล้วเสร็จ และจะทดสอบทางทะเลในเร็ว ๆ นี้ หลังเข้ารับการซ่อมทำหม้อน้ำ ระบบไฟฟ้า และระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งซ่อมทำตัวเรือและดาดฟ้าเรือทั้งหมด อนึ่ง เรือบรรทุกเครื่องบิน Varyag ต่อขึ้นในยุคสหภาพโซเวียด แต่ไม่สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จ เนื่องจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียด เมื่อปี ๒๕๓๔ ต่อมาในปี ๒๕๔๐ กองทัพเรือจีนได้จัดซื้อเรือดังกล่าวจากรัสเซีย เพื่อใช้ในการฝึกและเป็นต้นแบบในการต่อเรือในประเทศ (ที่มา : ขว.ทร.)
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554
กองเรือยุทธการ รับสมัครข้าราชการเข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำ
กองเรือยุทธการ รับสมัครข้าราชการเข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล ประจำปี ๒๕๕๔
กองเรือยุทธการ รับสมัครทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือน สังกัดกองทัพเรือ เข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล ประจำปี ๒๕๕๔ โดยรับนายทหารสัญญาบัตรสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารของกองทัพเรือ หรือโรงเรียนทหารต่างประเทศที่เทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเทียบเท่าปริญญาตรี หรือข้าราชการกลาโหมชั้นสัญญาบัตร มีอายุไม่เกิน ๔๕ ปี ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ และนายทหารประทวน สังกัดกองทัพเรือ อายุไม่เกิน ๔๕ ปี ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารของกองทัพเรือ หรือเป็นผู้ที่สมัครรับราชการต่อจากทหารกองประจำการหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่แต่งตั้งยศแล้ว สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือเทียบเท่า
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล ประจำปี ๒๕๕๔ ให้ยื่นใบสมัครเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ส่งถึง กองเรือยุทธการ ภายในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (ที่มา : กร.)
กองเรือยุทธการ รับสมัครทหารประจำการและข้าราชการกลาโหมพลเรือน สังกัดกองทัพเรือ เข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล ประจำปี ๒๕๕๔ โดยรับนายทหารสัญญาบัตรสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารของกองทัพเรือ หรือโรงเรียนทหารต่างประเทศที่เทียบเท่า หรือสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรเทียบเท่าปริญญาตรี หรือข้าราชการกลาโหมชั้นสัญญาบัตร มีอายุไม่เกิน ๔๕ ปี ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ และนายทหารประทวน สังกัดกองทัพเรือ อายุไม่เกิน ๔๕ ปี ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทหารของกองทัพเรือ หรือเป็นผู้ที่สมัครรับราชการต่อจากทหารกองประจำการหรือข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่แต่งตั้งยศแล้ว สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือเทียบเท่า
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนการดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมใต้ทะเล ประจำปี ๒๕๕๔ ให้ยื่นใบสมัครเสนอต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ส่งถึง กองเรือยุทธการ ภายในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ (ที่มา : กร.)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ๒๘ - ๓๐ มกราคม นี้
ฐานทัพเรือกรุงเทพ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ๒๘ - ๓๐ มกราคม นี้
ฐานทัพเรือกรุงเทพ กำหนดจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่างวันที่ ๒๘ ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง เวลา ๒๐.๐๐ น. ณ บริเวณสนามฟุตบอล ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคา ถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนอน เครื่องหนัง เป็นต้น
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้างและบุคคลทั่วไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
(ที่มา : นันทอุทยานสโมสร)
ฐานทัพเรือกรุงเทพ กำหนดจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่างวันที่ ๒๘ ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง เวลา ๒๐.๐๐ น. ณ บริเวณสนามฟุตบอล ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคา ถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนอน เครื่องหนัง เป็นต้น
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้างและบุคคลทั่วไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
(ที่มา : นันทอุทยานสโมสร)
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลเรือเอก Patrick M.Walsh ผู้บัญชาการ ทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจประจำปี ในการเยือนมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพบปะหารือกับนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือมิตรประเทศในภูมิภาค ฯ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ และการที่กองทัพเรือให้การต้อนรับในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจไมตรีอันดีและกระชับความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลเรือเอก Patrick M.Walsh ผู้บัญชาการ ทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจประจำปี ในการเยือนมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพบปะหารือกับนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือมิตรประเทศในภูมิภาค ฯ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ และการที่กองทัพเรือให้การต้อนรับในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจไมตรีอันดีและกระชับความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานในพิธีส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน ขึ้นสู่บก ณ บริเวณ ท่าเทียบเรือท้องศาลา อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134 ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๙ และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ ๔๐ ปี
เรือหลวงพงัน ได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตั้งชื่อจากเกาะพะงัน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันกองทัพเรือได้อนุมัติสนับสนุนเรือหลวงพงัน พร้อมพัสดุอุปกรณ์ประจำเรือให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ เพื่อนำไปจัดสร้างเป็น "พิพิธภัณฑ์เรือหลวงพงัน" ณ บริเวณท่าเทียบเรือท้องศาลา ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สำหรับคนรุ่นหลังและเป็นเกียรติประวัติของกองทัพเรือและเป็นความภาคภูมิใจของชาวสุราษฎร์ธานีต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานในพิธีส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน ขึ้นสู่บก ณ บริเวณ ท่าเทียบเรือท้องศาลา อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134 ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๙ และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ ๔๐ ปี
เรือหลวงพงัน ได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตั้งชื่อจากเกาะพะงัน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันกองทัพเรือได้อนุมัติสนับสนุนเรือหลวงพงัน พร้อมพัสดุอุปกรณ์ประจำเรือให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ เพื่อนำไปจัดสร้างเป็น "พิพิธภัณฑ์เรือหลวงพงัน" ณ บริเวณท่าเทียบเรือท้องศาลา ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สำหรับคนรุ่นหลังและเป็นเกียรติประวัติของกองทัพเรือและเป็นความภาคภูมิใจของชาวสุราษฎร์ธานีต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
สถิติการปล้นยึดเรือของโจรสลัดโซมาเลียเพิ่มขึ้นทุกปี
สถิติการปล้นยึดเรือของโจรสลัดโซมาเลียเพิ่มขึ้นทุกปี
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ สำนักงานเดินเรือระหว่างประเทศ (IMB) เปิดเผยว่า เมื่อปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือ จำนวน ๕๓ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน ๑,๑๘๑ คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต ๘ คน ทั้งนี้ IMB ระบุว่า โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุโจมตีทั้งหมด ๔๔๕ ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๒ ร้อยละ ๑๐ ขณะเดียวกันในปี ๒๕๔๙ จับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน๑๘๘ คน ในปี ๒๕๕๒ เพิ่มเป็น ๑,๐๕๐ คน และในปี ๒๕๕๓ เพิ่มเป็น ๑,๑๘๓ คน โดยการปล้นยึดเรือร้อยละ ๙๒ เกิดขึ้นนอกชายฝั่งโซมาเลีย ปัจจุบันโจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือไว้ ๒๘ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน ๖๓๘ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ สำนักงานเดินเรือระหว่างประเทศ (IMB) เปิดเผยว่า เมื่อปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือ จำนวน ๕๓ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน ๑,๑๘๑ คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต ๘ คน ทั้งนี้ IMB ระบุว่า โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุโจมตีทั้งหมด ๔๔๕ ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๒ ร้อยละ ๑๐ ขณะเดียวกันในปี ๒๕๔๙ จับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน๑๘๘ คน ในปี ๒๕๕๒ เพิ่มเป็น ๑,๐๕๐ คน และในปี ๒๕๕๓ เพิ่มเป็น ๑,๑๘๓ คน โดยการปล้นยึดเรือร้อยละ ๙๒ เกิดขึ้นนอกชายฝั่งโซมาเลีย ปัจจุบันโจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือไว้ ๒๘ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน ๖๓๘ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











