ฐานทัพเรือกรุงเทพ จำหน่ายสินค้าราคาถูก ๒๘ - ๓๐ มกราคม นี้
ฐานทัพเรือกรุงเทพ กำหนดจำหน่ายสินค้าราคาถูก ระหว่างวันที่ ๒๘ ถึงวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๕๔ ตั้งแต่เวลา ๑๐.๐๐ น. ถึง เวลา ๒๐.๐๐ น. ณ บริเวณสนามฟุตบอล ฐานทัพเรือกรุงเทพ โดยมีสินค้าประเภทต่าง ๆ จำหน่ายในราคา ถูกกว่าท้องตลาด อาทิ ข้าวสาร อาหาร เสื้อผ้า เครื่องนอน เครื่องหนัง เป็นต้น
ขอเชิญชวนข้าราชการ ลูกจ้างและบุคคลทั่วไปเลือกซื้อสินค้าได้ตามวัน เวลา และสถานที่ดังกล่าว
(ที่มา : นันทอุทยานสโมสร)
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก
ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลเรือเอก Patrick M.Walsh ผู้บัญชาการ ทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจประจำปี ในการเยือนมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพบปะหารือกับนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือมิตรประเทศในภูมิภาค ฯ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ และการที่กองทัพเรือให้การต้อนรับในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจไมตรีอันดีและกระชับความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๑๓.๓๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้การต้อนรับ พลเรือเอก Patrick M.Walsh ผู้บัญชาการ ทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก เข้าเยี่ยมคำนับ ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทย ณ ห้องรับรอง กองบัญชาการกองทัพเรือ พระราชวังเดิม กรุงเทพมหานคร
การเดินทางมาเยือนประเทศไทยของผู้บัญชาการทัพเรือสหรัฐ ฯ ภาคแปซิฟิก ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติภารกิจประจำปี ในการเยือนมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และพบปะหารือกับนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือมิตรประเทศในภูมิภาค ฯ รวมทั้งเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ และการที่กองทัพเรือให้การต้อนรับในครั้งนี้ เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจไมตรีอันดีและกระชับความสัมพันธ์อันดีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น (ที่มา : ขว.ทร.)
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน
ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานในพิธีส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน ขึ้นสู่บก ณ บริเวณ ท่าเทียบเรือท้องศาลา อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134 ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๙ และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ ๔๐ ปี
เรือหลวงพงัน ได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตั้งชื่อจากเกาะพะงัน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันกองทัพเรือได้อนุมัติสนับสนุนเรือหลวงพงัน พร้อมพัสดุอุปกรณ์ประจำเรือให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ เพื่อนำไปจัดสร้างเป็น "พิพิธภัณฑ์เรือหลวงพงัน" ณ บริเวณท่าเทียบเรือท้องศาลา ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สำหรับคนรุ่นหลังและเป็นเกียรติประวัติของกองทัพเรือและเป็นความภาคภูมิใจของชาวสุราษฎร์ธานีต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
วันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๑๕ น. พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นประธานในพิธีส่งมอบและลากจูงเรือหลวงพงัน ขึ้นสู่บก ณ บริเวณ ท่าเทียบเรือท้องศาลา อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
เรือหลวงพงัน เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ สังกัดกองเรือยกพลขึ้นบกและยุทธบริการ กองเรือยุทธการ เดิมชื่อ ยูเอสเอส สตาร์ค เคาน์ตี แอลเอสที 1134 ซึ่งกองทัพเรือได้จัดหาตามโครงการช่วยเหลือทางทหารจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยขึ้นระวางประจำการ เมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๐๙ และปลดระวางประจำการเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๕๑ มีอายุการใช้งานในกองทัพเรือประมาณ ๔๐ ปี
เรือหลวงพงัน ได้รับพระราชทานชื่อจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยตั้งชื่อจากเกาะพะงัน ซึ่งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดสุราษฎร์ธานี
ปัจจุบันกองทัพเรือได้อนุมัติสนับสนุนเรือหลวงพงัน พร้อมพัสดุอุปกรณ์ประจำเรือให้จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๓ เพื่อนำไปจัดสร้างเป็น "พิพิธภัณฑ์เรือหลวงพงัน" ณ บริเวณท่าเทียบเรือท้องศาลา ตำบลเกาะพะงัน อำเภอเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี อันจะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ สำหรับคนรุ่นหลังและเป็นเกียรติประวัติของกองทัพเรือและเป็นความภาคภูมิใจของชาวสุราษฎร์ธานีต่อไป (ที่มา : กพร.ทร.)
สถิติการปล้นยึดเรือของโจรสลัดโซมาเลียเพิ่มขึ้นทุกปี
สถิติการปล้นยึดเรือของโจรสลัดโซมาเลียเพิ่มขึ้นทุกปี
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ สำนักงานเดินเรือระหว่างประเทศ (IMB) เปิดเผยว่า เมื่อปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือ จำนวน ๕๓ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน ๑,๑๘๑ คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต ๘ คน ทั้งนี้ IMB ระบุว่า โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุโจมตีทั้งหมด ๔๔๕ ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๒ ร้อยละ ๑๐ ขณะเดียวกันในปี ๒๕๔๙ จับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน๑๘๘ คน ในปี ๒๕๕๒ เพิ่มเป็น ๑,๐๕๐ คน และในปี ๒๕๕๓ เพิ่มเป็น ๑,๑๘๓ คน โดยการปล้นยึดเรือร้อยละ ๙๒ เกิดขึ้นนอกชายฝั่งโซมาเลีย ปัจจุบันโจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือไว้ ๒๘ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน ๖๓๘ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ สำนักงานเดินเรือระหว่างประเทศ (IMB) เปิดเผยว่า เมื่อปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือ จำนวน ๕๓ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน ๑,๑๘๑ คน ในจำนวนนี้เสียชีวิต ๘ คน ทั้งนี้ IMB ระบุว่า โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี ๒๕๕๓ โจรสลัดโซมาเลียก่อเหตุโจมตีทั้งหมด ๔๔๕ ครั้ง เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๕๒ ร้อยละ ๑๐ ขณะเดียวกันในปี ๒๕๔๙ จับลูกเรือเป็นตัวประกัน จำนวน๑๘๘ คน ในปี ๒๕๕๒ เพิ่มเป็น ๑,๐๕๐ คน และในปี ๒๕๕๓ เพิ่มเป็น ๑,๑๘๓ คน โดยการปล้นยึดเรือร้อยละ ๙๒ เกิดขึ้นนอกชายฝั่งโซมาเลีย ปัจจุบันโจรสลัดโซมาเลียปล้นยึดเรือไว้ ๒๘ ลำ และจับลูกเรือเป็นตัวประกัน ๖๓๘ คน (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554
คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ
คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ เปิดฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๒/๕๔
วันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๔)พลเรือโท ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน ประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ (คพท.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๒/๕๔ ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการนอกกองทัพเรือ ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย ร่วมในพิธี ฯ
คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ (คพท.) เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๒/๕๔ ในสาขาอาชีพต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความชำนาญงาน และทักษะในวิชาชีพ เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำ และคุณภาพชีวิตให้แก่ทหารกองประจำการ ในสภาวะปัจจุบันที่ประชาชนขาดแคลนรายได้ เนื่องจากประสบปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพ สร้างเสริมรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
กองทัพเรือ ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดีตลอดมาจาก กรมเจ้าท่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง และสมาคม เจ้าของเรือไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอาชีพ ซึ่งเมื่อจบการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับวุฒิบัตรเพื่อใช้ประกอบในการสมัครงาน (ที่มา : คพท.)
วันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๔)พลเรือโท ผสมทรัพย์ เกื้อหนุน ประธานคณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ (คพท.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๒/๕๔ ณ สโมสรสัญญาบัตร ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานราชการนอกกองทัพเรือ ได้แก่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน จังหวัดระยอง สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี กรมเจ้าท่า และสมาคมเจ้าของเรือไทย ร่วมในพิธี ฯ
คณะกรรมการพัฒนาอาชีพทหารกองประจำการกองทัพเรือ (คพท.) เปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๒/๕๔ ในสาขาอาชีพต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ ความชำนาญงาน และทักษะในวิชาชีพ เพื่อสร้างโอกาสการมีงานทำ และคุณภาพชีวิตให้แก่ทหารกองประจำการ ในสภาวะปัจจุบันที่ประชาชนขาดแคลนรายได้ เนื่องจากประสบปัญหาการว่างงานเป็นจำนวนมาก เพื่อนำไปใช้ประกอบอาชีพ สร้างเสริมรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว และเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ
กองทัพเรือ ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนด้วยดีตลอดมาจาก กรมเจ้าท่า กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน ภาค ๓ ชลบุรี ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดระยอง และสมาคม เจ้าของเรือไทย ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกองทัพเรือที่ได้ดำเนินการจัดให้มีการฝึกอาชีพ ซึ่งเมื่อจบการฝึกอบรมแล้ว จะได้รับวุฒิบัตรเพื่อใช้ประกอบในการสมัครงาน (ที่มา : คพท.)
แจ้งผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการใน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔
แจ้งผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการใน ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติไปตรวจสอบความถูกต้อง ภายใน ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔
ตามที่ กรมกำลังพลทหารเรือ จัดให้มีการประชุมชี้แจงแก่ผู้ที่ครบเกษียณ อายุราชการเป็นประจำทุกปี นั้น ปรากฏว่าประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) บางนาย มีข้อมูลคลาดเคลื่อนกับประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ เก็บรักษาไว้ ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบแก้ไข กรมกำลังพลทหารเรือ จึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) ไปตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง ได้ที่ แผนกทะเบียนและประวัติ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดในช่วงวันดังกล่าวจะถือว่าประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ถูกต้อง
สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการตรวจสอบ ได้แก่ ประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด), สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๑ ฉบับ, รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป, บัญชี ราชการทวีคูณ (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด (ถ้ามี) และสำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ "สด.๓" (ถ้ามี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๖๙๕ (ที่มา : กพ.ทร.)
ตามที่ กรมกำลังพลทหารเรือ จัดให้มีการประชุมชี้แจงแก่ผู้ที่ครบเกษียณ อายุราชการเป็นประจำทุกปี นั้น ปรากฏว่าประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) บางนาย มีข้อมูลคลาดเคลื่อนกับประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ เก็บรักษาไว้ ดังนั้น เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบแก้ไข กรมกำลังพลทหารเรือ จึงขอแจ้งให้ผู้ที่จะครบเกษียณอายุราชการ ในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๔ นำประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด) ไปตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง ได้ที่ แผนกทะเบียนและประวัติ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ หากพ้นกำหนดในช่วงวันดังกล่าวจะถือว่าประวัติ ฯ เล่มที่ กรมกำลังพลทหารเรือ ถูกต้อง
สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องประกอบการตรวจสอบ ได้แก่ ประวัติรับราชการ (เล่มต้นสังกัด), สำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๑ ฉบับ, รูปถ่ายสีหรือขาวดำ ขนาด ๓ x ๔ เซนติเมตร จำนวน ๒ รูป, บัญชี ราชการทวีคูณ (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไขชื่อตัว ชื่อสกุล (ถ้ามี), สำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีเกิด (ถ้ามี) และสำเนาหลักฐานการแก้ไข วัน เดือน ปีที่ขึ้นทะเบียนทหารกองประจำการ "สด.๓" (ถ้ามี)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กองทะเบียนพล กรมกำลังพลทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๔๖๙๕ (ที่มา : กพ.ทร.)
ขอเชิญเสนอผลงานเพื่อขอรับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔
ขอเชิญเสนอผลงานเพื่อขอรับรางวัลจากสภาวิจัยแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ขอเชิญผู้ที่มีผลงานวิจัยเสนอผลงานเพื่อขอรับประกาศเกียรติคุณเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานวิจัย ประจำปี ๒๕๕๔ และรางวัลสภาวิจัย แห่งชาติ : รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี ๒๕๕๔ โดยให้เสนอผลงาน ฯ ผ่านผู้บังคับบัญชาตามผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึง สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ภายในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สอบถามรายละเอียดการเสนอผลงานวิจัย ฯ ได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๕๗๙ ๒๒๘๘ หรือ ๐ ๒๕๖๑ ๒๔๔๕ หรือดูได้ที่ www.nrct.go.th (ที่มา : สวพ.ทร.)
สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ขอเชิญผู้ที่มีผลงานวิจัยเสนอผลงานเพื่อขอรับประกาศเกียรติคุณเป็นนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔ รางวัลสภาวิจัยแห่งชาติ : รางวัลผลงานวิจัย ประจำปี ๒๕๕๔ และรางวัลสภาวิจัย แห่งชาติ : รางวัลวิทยานิพนธ์ ประจำปี ๒๕๕๔ โดยให้เสนอผลงาน ฯ ผ่านผู้บังคับบัญชาตามผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นถึง สำนักงานวิจัยและพัฒนาการทางทหารกองทัพเรือ ภายในวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ สอบถามรายละเอียดการเสนอผลงานวิจัย ฯ ได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๕๗๙ ๒๒๘๘ หรือ ๐ ๒๕๖๑ ๒๔๔๕ หรือดูได้ที่ www.nrct.go.th (ที่มา : สวพ.ทร.)
แจ้งให้ผู้จองสิทธิโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ
แจ้งให้ผู้จองสิทธิโครงการบ้านสวัสดิการกองทัพเรือพื้นที่สัตหีบ รับสัญญาเช่าที่ดิน ได้ตั้งแต่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ เป็นต้นไป ที่ กองส่งกำลังบำรุง ฐานทัพเรือสัตหีบ
คณะทำงานโครงการบ้าน สวัสดิการกองทัพเรือ พื้นที่สัตหีบ แจ้งให้ ผู้จองสิทธิโครงการ ฯ ที่ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์แล้ว ให้ไปรับสัญญาเช่าที่ดินและลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ กองส่งกำลังบำรุง ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยนำหลักฐานที่ต้องใช้ ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือข้าราชการ จำนวน ๒ ชุด และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๒ ชุด ส่วนผู้จองสิทธิที่ชำระเงินทำสัญญาเช่าที่ดินแล้ว แต่ยังทำสัญญาเช่าไม่เรียบร้อย และผู้ที่จองสิทธิที่ยังไม่ชำระเงินทำสัญญาเช่าที่ดิน ขอให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ ชลบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑ ๕๕๒ ๙๓๐๗ ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
นอกจากนี้ ยังมีบ้านว่างเหลืออยู่ จำนวน ๓๘ หลัง ผู้สนใจสามารถติดต่อจองได้ที่ นาวาโท ชัยณรงค์ เขียวขุนศรี กรมส่งกำลังบำรุง ฐานทัพเรือสัตหีบ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗ ๑๔๒ ๒๕๗๖ หรือหมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๗๑๐๔๗ (ที่มา : กบ.ฐท.สส.)
คณะทำงานโครงการบ้าน สวัสดิการกองทัพเรือ พื้นที่สัตหีบ แจ้งให้ ผู้จองสิทธิโครงการ ฯ ที่ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์แล้ว ให้ไปรับสัญญาเช่าที่ดินและลงนามสัญญาจ้างก่อสร้าง ได้ตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๔ ที่ กองส่งกำลังบำรุง ฐานทัพเรือสัตหีบ โดยนำหลักฐานที่ต้องใช้ ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือข้าราชการ จำนวน ๒ ชุด และสำเนาทะเบียนบ้าน จำนวน ๒ ชุด ส่วนผู้จองสิทธิที่ชำระเงินทำสัญญาเช่าที่ดินแล้ว แต่ยังทำสัญญาเช่าไม่เรียบร้อย และผู้ที่จองสิทธิที่ยังไม่ชำระเงินทำสัญญาเช่าที่ดิน ขอให้ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ธนารักษ์ ชลบุรี หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๑ ๕๕๒ ๙๓๐๗ ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๔
นอกจากนี้ ยังมีบ้านว่างเหลืออยู่ จำนวน ๓๘ หลัง ผู้สนใจสามารถติดต่อจองได้ที่ นาวาโท ชัยณรงค์ เขียวขุนศรี กรมส่งกำลังบำรุง ฐานทัพเรือสัตหีบ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๗ ๑๔๒ ๒๕๗๖ หรือหมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๗๑๐๔๗ (ที่มา : กบ.ฐท.สส.)
พิธีต้อนรับหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดเดินทางกลับถึงประเทศไทย
พิธีต้อนรับหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดเดินทางกลับถึงประเทศไทย
วันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๐๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ เรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมกำลังพลของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย เมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่านโอมาน ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ตามที่กองทัพเรือได้จัด เรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ เบลล์ ๒๑๒ จำนวน ๒ เครื่อง และชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย โดยออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ และเดินทางถึงเมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่าน โอมาน เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ จากนั้นได้เริ่มปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนให้ความคุ้มครอง เรือประมงและเรือสินค้าให้ได้รับความปลอดภัยจากการถูกปล้นจากโจรสลัด ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ซึ่งจากการปฏิบัติภารกิจสามารถให้ความช่วยเหลือเรือประมง เรือสินค้า ตลอดจนลูกเรือที่ถูกโจรสลัดปล้นยึดเรือได้เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ เรือหลวงสิมิลันและเรือหลวงปัตตานี ได้เสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางออกจากเมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่านโอมาน เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.
การจัดหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดไปปฏิบัติงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพไทยส่งกำลังออกไปนอกประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนชาวไทย สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการธุรกิจพาณิชยนาวีของไทย รวมถึงส่งเสริมศักยภาพ การแข่งขันทางการค้าและเศรษฐกิจกับต่างประเทศ นอกจากนั้น การส่งกำลังเข้าร่วมกับกองกำลังผสมทางเรือของนานาชาติ เป็นการแสดงออกให้ประชาคมโลกเห็นถึงความมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกองกำลังนานาชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจของผู้ประกอบการและเกิดผลดีกับระบบเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม เนื่องจากเส้นทางนี้ ถือเป็นเส้นทางหลักเส้นทางหนึ่งในการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย ที่มีมูลค่าปีละกว่า ๒ ล้านล้านบาท
ในระดับนานาชาติ การส่งกำลังไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ไทยเป็นสมาชิก ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลร่วมกับนานาชาติ อันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือที่สามารถใช้ในการสนับสนุนนโยบายของรัฐให้เป็นรูปธรรม (ที่มา : สลก.ทร.)
วันนี้ (๒๐ มกราคม ๒๕๕๔) เวลา ๐๘.๐๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ เรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมกำลังพลของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดที่เดินทางกลับจากการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย เมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่านโอมาน ณ ท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี
ตามที่กองทัพเรือได้จัด เรือหลวงสิมิลัน เรือหลวงปัตตานี พร้อมเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ เบลล์ ๒๑๒ จำนวน ๒ เครื่อง และชุดปฏิบัติการพิเศษของหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ ประกอบกำลังเป็นหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดกองทัพเรือ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจในพื้นที่อ่าวเอเดนและชายฝั่งโซมาเลีย โดยออกเดินทางจากประเทศไทย เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๓ และเดินทางถึงเมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่าน โอมาน เมื่อวันที่ ๒๗ กันยายน ๒๕๕๓ จากนั้นได้เริ่มปฏิบัติภารกิจในการลาดตระเวนให้ความคุ้มครอง เรือประมงและเรือสินค้าให้ได้รับความปลอดภัยจากการถูกปล้นจากโจรสลัด ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ซึ่งจากการปฏิบัติภารกิจสามารถให้ความช่วยเหลือเรือประมง เรือสินค้า ตลอดจนลูกเรือที่ถูกโจรสลัดปล้นยึดเรือได้เป็นจำนวนมาก ขณะนี้ เรือหลวงสิมิลันและเรือหลวงปัตตานี ได้เสร็จสิ้นภารกิจและเดินทางออกจากเมืองซาลาล่าห์ รัฐสุลต่านโอมาน เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๐๘.๐๐ น.
การจัดหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดไปปฏิบัติงานในครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่กองทัพไทยส่งกำลังออกไปนอกประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและประชาชนชาวไทย สร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นแก่ผู้ประกอบการธุรกิจพาณิชยนาวีของไทย รวมถึงส่งเสริมศักยภาพ การแข่งขันทางการค้าและเศรษฐกิจกับต่างประเทศ นอกจากนั้น การส่งกำลังเข้าร่วมกับกองกำลังผสมทางเรือของนานาชาติ เป็นการแสดงออกให้ประชาคมโลกเห็นถึงความมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับกองกำลังนานาชาติ ซึ่งจะทำให้เกิดความมั่นใจของผู้ประกอบการและเกิดผลดีกับระบบเศรษฐกิจของไทยในภาพรวม เนื่องจากเส้นทางนี้ ถือเป็นเส้นทางหลักเส้นทางหนึ่งในการนำเข้าและส่งออกสินค้าของไทย ที่มีมูลค่าปีละกว่า ๒ ล้านล้านบาท
ในระดับนานาชาติ การส่งกำลังไปปฏิบัติภารกิจในครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติที่ไทยเป็นสมาชิก ซึ่งถือเป็นการแสดงออกถึงการให้ความร่วมมือในการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเลร่วมกับนานาชาติ อันสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้น การปฏิบัติการครั้งนี้จึงเป็นอีกบทบาทหนึ่งของกองทัพเรือที่สามารถใช้ในการสนับสนุนนโยบายของรัฐให้เป็นรูปธรรม (ที่มา : สลก.ทร.)
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ตรวจยึดไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน
หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ตรวจยึดไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น. นาวาเอก วิศาล ปัณฑวังกูร เสนาธิการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง แถลงข่าวการตรวจยึดไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน ณ กองบังคับการ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง บ้านกกต้อง ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๒๒.๓๐ น. นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบนำไม้พยุงออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนนางหงส์ ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงรายงานให้ พลเรือตรี สรชา ศรประทุม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ทราบ และสั่งการให้ชุดลาดตระเวน สถานีเรือธาตุพนม วางแผนเพื่อดำเนินการต่อผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่ เมื่อได้ซักซ้อมแผนการปฏิบัติจนเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงออกปฏิบัติตามแผน จนกระทั่งเวลา ๒๓.๓๐ น. ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ ได้ใช้กล้องส่องกลางคืนตรวจการณ์พบเรือหางยาว (เรือกีบ) จำนวน ๒ ลำ แล่นออกจากฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้ามาฝั่งไทยบริเวณ บ้านดอนนางหงส์ เมื่อเรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว เวลา ๐๐.๒๐ น. ของวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ มีชาย ๔ คน เดินขึ้นมาที่ฝั่งไทย ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจค้น แต่ชายทั้ง ๔ คน ได้วิ่งลงเรือแล้วแล่นออกไปยังฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงตรวจพื้นที่พบไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน วางกองอยู่ริมแม่น้ำโขง สอบถามหาเจ้าของและแจ้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ ๗ ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดแสดงตน จึงนำของกลางไปตรวจสอบที่กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำ แม่น้ำโขง เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของที่แท้จริง แต่ไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง ด่านศุลกากรนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป (ที่มา : นรข.)
เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๐๐ น. นาวาเอก วิศาล ปัณฑวังกูร เสนาธิการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง แถลงข่าวการตรวจยึดไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน ณ กองบังคับการ หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง บ้านกกต้อง ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม จังหวัดนครพนม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ เวลา ๒๒.๓๐ น. นาวาเอก ถุงเงิน จงรักชอบผู้บังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีการลักลอบนำไม้พยุงออกนอกราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านดอนนางหงส์ ตำบลดอนนางหงส์ อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จึงรายงานให้ พลเรือตรี สรชา ศรประทุม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ทราบ และสั่งการให้ชุดลาดตระเวน สถานีเรือธาตุพนม วางแผนเพื่อดำเนินการต่อผู้กระทำผิดตามอำนาจหน้าที่ เมื่อได้ซักซ้อมแผนการปฏิบัติจนเป็นที่เข้าใจแล้ว จึงออกปฏิบัติตามแผน จนกระทั่งเวลา ๒๓.๓๐ น. ของวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๕๔ ได้ใช้กล้องส่องกลางคืนตรวจการณ์พบเรือหางยาว (เรือกีบ) จำนวน ๒ ลำ แล่นออกจากฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มุ่งหน้ามาฝั่งไทยบริเวณ บ้านดอนนางหงส์ เมื่อเรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้ว เวลา ๐๐.๒๐ น. ของวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๕๔ มีชาย ๔ คน เดินขึ้นมาที่ฝั่งไทย ชุดปฏิบัติการจึงแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อตรวจค้น แต่ชายทั้ง ๔ คน ได้วิ่งลงเรือแล้วแล่นออกไปยังฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงตรวจพื้นที่พบไม้พยุง จำนวน ๑๙ ท่อน วางกองอยู่ริมแม่น้ำโขง สอบถามหาเจ้าของและแจ้งผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่หมู่ ๗ ปรากฏว่า ไม่มีผู้ใดแสดงตน จึงนำของกลางไปตรวจสอบที่กองบังคับการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำ แม่น้ำโขง เพื่อตรวจสอบหาเจ้าของที่แท้จริง แต่ไม่มีผู้ใดแสดงตนเป็นเจ้าของ จึงนำของกลางทั้งหมดส่ง ด่านศุลกากรนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป (ที่มา : นรข.)
ห่วงสัตว์ทะเลหายากอ่าวไทยสูญพันธุ์พบตายแล้ว ๑๐ ตัว
ห่วงสัตว์ทะเลหายากอ่าวไทยสูญพันธุ์พบตายแล้ว ๑๐ ตัว
นางนิภาวรรณ บุศราวิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จังหวัดชุมพร เปิดเผยถึงสถานการณ์สัตว์ทะเลในอ่าวไทยว่าช่วงลมตะวันออกเฉียงเหนือของทุกปี หรือลมว่าว จะพบซากสัตว์ทะเลหายากขึ้นมาเกยตายตามชายหาดเป็นประจำ โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ - มกราคม ๒๕๕๔ พบแล้ว ๑๐ ตัว เป็นโลมาหัวบาตรหลังเรียบและหลังโหนก รวม ๖ ตัว เต่าตนุอีก ๔ ตัว และซากที่พบส่วนหนึ่งจะอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ยากต่อการพิสูจน์หาสาเหตุ ทั้งนี้ หากเทียบกับปีที่แล้วพบซากเต่าและโลมาขึ้นเกยหาดเกือบ ๒๐ ตัว ซึ่งพอจะสรุปสาเหตุเบื้องต้นได้ว่ามาจากการติดอวนของชาวประมง และตายจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล ฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุและหาแนวทางแก้ไข โดยมีพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากผู้ใดพบเห็นซากสัตว์ทะเลหายากเกยหาดขอให้แจ้งมายังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๖ ๙๖๑ ๗๙๔๑ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เพราะข้อมูลการตายสัตว์ทะเลเหล่านี้มีความสำคัญมากในการอนุรักษ์ เพื่อสาเหตุการตายที่แท้จริง (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
นางนิภาวรรณ บุศราวิช ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง จังหวัดชุมพร เปิดเผยถึงสถานการณ์สัตว์ทะเลในอ่าวไทยว่าช่วงลมตะวันออกเฉียงเหนือของทุกปี หรือลมว่าว จะพบซากสัตว์ทะเลหายากขึ้นมาเกยตายตามชายหาดเป็นประจำ โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๓ - มกราคม ๒๕๕๔ พบแล้ว ๑๐ ตัว เป็นโลมาหัวบาตรหลังเรียบและหลังโหนก รวม ๖ ตัว เต่าตนุอีก ๔ ตัว และซากที่พบส่วนหนึ่งจะอยู่ในสภาพเน่าเปื่อย ยากต่อการพิสูจน์หาสาเหตุ ทั้งนี้ หากเทียบกับปีที่แล้วพบซากเต่าและโลมาขึ้นเกยหาดเกือบ ๒๐ ตัว ซึ่งพอจะสรุปสาเหตุเบื้องต้นได้ว่ามาจากการติดอวนของชาวประมง และตายจากการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ทางศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเล ฯ อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อหาสาเหตุและหาแนวทางแก้ไข โดยมีพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดชุมพร และจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากผู้ใดพบเห็นซากสัตว์ทะเลหายากเกยหาดขอให้แจ้งมายังศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง หมายเลขโทรศัพท์ ๐๘๖ ๙๖๑ ๗๙๔๑ เพื่อส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ เพราะข้อมูลการตายสัตว์ทะเลเหล่านี้มีความสำคัญมากในการอนุรักษ์ เพื่อสาเหตุการตายที่แท้จริง (ที่มา : สำนักข่าวไทย)
ASEAN เตรียมหารือกับจีนเกี่ยวกับปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้
ASEAN เตรียมหารือกับจีนเกี่ยวกับปัญหาการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ASEAN กำหนดจัดประชุม ASEAN - จีน ที่เมืองคุนหมิง ของจีน ระหว่างวันที่ ๒๓ ถึงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อหารือเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ระหว่างสมาชิก ASEAN และเนื่องจากเป็นการครบรอบ ๒๐ ปี ของการประชุม ASEAN - จีน จึงให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ASEAN เดินทางโดยรถยนต์จากเชียงราย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๔ ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และต่อไปยังคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ (ที่มา : ขว.ทร.)
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ASEAN กำหนดจัดประชุม ASEAN - จีน ที่เมืองคุนหมิง ของจีน ระหว่างวันที่ ๒๓ ถึงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ เพื่อหารือเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทในการอ้างกรรมสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ และการเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ ระหว่างสมาชิก ASEAN และเนื่องจากเป็นการครบรอบ ๒๐ ปี ของการประชุม ASEAN - จีน จึงให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ASEAN เดินทางโดยรถยนต์จากเชียงราย ตั้งแต่วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๔ ไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และต่อไปยังคุนหมิง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๔ (ที่มา : ขว.ทร.)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











