เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ที่ผ่านมาบริเวณท่าเทียบเรือรัษฎา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ หัวหน้าสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๕ สาขาภูเก็ต พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ เข้าตรวจความพร้อมการให้บริการเรือนำเที่ยวท่าเทียบเรือรัษฎาภูเก็ต ซึ่งนำนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น อ่าวพังงา เกาะพีพี และเกาะต่างๆในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเลในช่วงเทศกาลปีใหม่โดยตรวจสอบทั้งเรื่องของใบอนุญาตใช้เรือ ใบอนุญาตขับเรือ ความพร้อมของเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต เสื้อชูชีพ จำนวนผู้โดยสาร ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าการปฏิบัติของเรือต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นายภูริพัฒน์ กล่าวว่า การตรวจสอบความพร้อมดังกล่าว ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ในส่วนของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ ๕ สาขาภูเก็ตได้รับการสั่งการให้เข้มงวดกวดขันตรวจสอบท่าเทียบเรือทุกแห่งเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางทะเล โดยเน้นย้ำในเรื่องการดูแลความปลอดภัยในการให้บริการ ใบอนุญาตใช้เรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิตในเรือ โดยเฉพาะเสื้อชูชีพซึ่งจะต้องมีให้ครบตามจำนวนผู้โดยสาร และจะต้องให้ผู้โดยสารสวมใส่ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเรือออกหรือลงไปอยู่ในเรือ เนื่องจากเสื้อชูชีพมีความสำคัญมากโดยเฉพาะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้น เพราะจะช่วยประคองตัวในน้ำได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเน้นย้ำไม่ให้มีการบรรทุกผู้โดยสารเกินน้ำหนักที่กำหนด และหากมีการตรวจพบก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่ระบุโทษสูงสุด นายภูริพัฒน์ กล่าวถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการเรือนำเที่ยวเพื่อเนินทางไปยังเกาะแก่งต่างว่า จากการสอบถามในส่วนของ ผู้ประกอบการที่ให้บริการเรือโดยสารและเรือนำเที่ยวพบว่าในช่วงเทศกาลปีใหม่ปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยว ลดน้อยลง โดยมีนักท่องเที่ยวใช้บริการเรือเพียงแค่ประมาณ ๕๐% เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวที่หายไปเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวคนไทยที่ก่อนหน้านี้ถ้าเป็นช่วงวันหยุดยาวคนไทยจะเลื่องท่องเที่ยวทางทะเล จำนวนมาก
โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้นักท่องเที่ยวหายไปประมาณ ๕๐% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนไทยนั้นมีสาเหตุมาจากข่าวลือเกิดสึนามิในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวคนไทยไม่เดินทางท่องเที่ยวทางทะเลในช่วงดังกล่าว
(ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์)
วันพฤหัสบดีที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2553
วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ขอเชิญสั่งจองเหรียญที่ระลึก พระรูปหล่อจำลอง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ
ขอเชิญสั่งจองเหรียญที่ระลึก พระรูปหล่อจำลอง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์
ขอเชิญสั่งจองเหรียญที่ระลึก พระรูปหล่อจำลอง องค์หล่อนำฤกษ์ เนื่องในโอกาสที่ทัพเรือภาคที่ ๑ ทำพิธีเททองพระรูปหล่อจำลอง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (ขนาดเท่าพระองค์จริง) เพื่อประดิษฐาน ณ พระตำหนัก บริเวณพื้นที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ทัพเรือภาคที่ ๑ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณและเผยแพร่พระเกียรติคุณ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยและ เป็นที่สักการะบูชาของข้าราชการ ทหาร และประชาชนทั่วไป ผู้ร่วมสมทบทุนบริจาคพระรูปหล่อจำลององค์นำฤกษ์ ขนาดความสูง ๑๙ นิ้ว ร่วมบริจาค ๑๙,๙๙๙.- บาท และจารึกชื่อที่พระตำหนัก, พระรูปหล่อจำลององค์นำฤกษ์ ขนาดความสูง ๙ นิ้ว ร่วมบริจาค ๑,๙๙๙.- บาท, พระรูปหล่อองค์ลอยชุบกะไหล่ทอง ร่วมบริจาค ๑๐๐.- บาท และเหรียญที่ระลึกชุบกะไหล่ทอง ร่วมบริจาค ๑๐๐.- บาท รายละเอียดติดต่อ ทัพเรือภาคที่ ๑ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๘ ๔๓๘ ๐๐๘ หรือ ๐๓๘ ๔๓๘ ๕๙๒ และ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๗๔๔๖๐ (ที่มา : ทรภ.๑)
ขอเชิญสั่งจองเหรียญที่ระลึก พระรูปหล่อจำลอง องค์หล่อนำฤกษ์ เนื่องในโอกาสที่ทัพเรือภาคที่ ๑ ทำพิธีเททองพระรูปหล่อจำลอง พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (ขนาดเท่าพระองค์จริง) เพื่อประดิษฐาน ณ พระตำหนัก บริเวณพื้นที่ศูนย์รับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล ทัพเรือภาคที่ ๑ อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการน้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณและเผยแพร่พระเกียรติคุณ ตลอดจนเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยและ เป็นที่สักการะบูชาของข้าราชการ ทหาร และประชาชนทั่วไป ผู้ร่วมสมทบทุนบริจาคพระรูปหล่อจำลององค์นำฤกษ์ ขนาดความสูง ๑๙ นิ้ว ร่วมบริจาค ๑๙,๙๙๙.- บาท และจารึกชื่อที่พระตำหนัก, พระรูปหล่อจำลององค์นำฤกษ์ ขนาดความสูง ๙ นิ้ว ร่วมบริจาค ๑,๙๙๙.- บาท, พระรูปหล่อองค์ลอยชุบกะไหล่ทอง ร่วมบริจาค ๑๐๐.- บาท และเหรียญที่ระลึกชุบกะไหล่ทอง ร่วมบริจาค ๑๐๐.- บาท รายละเอียดติดต่อ ทัพเรือภาคที่ ๑ หมายเลขโทรศัพท์ ๐๓๘ ๔๓๘ ๐๐๘ หรือ ๐๓๘ ๔๓๘ ๕๙๒ และ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๗๔๔๖๐ (ที่มา : ทรภ.๑)
รับสมัครนายทหารประทวนคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน
รับสมัครนายทหารประทวนคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน รุ่นที่ ๒ ระดับ ๒
กองการศึกษา กรมกำลังพลทหารเรือ รับสมัครนายทหารประทวน เพื่อคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน รุ่นที่ ๒ ระดับ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ระยะเวลาอบรม ๓๖๐ ชั่วโมง ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ สถาบันภาษา กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนพระราม ๕ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ข้าราชการที่ประสงค์จะเข้ารับการอบรมหลักสูตรดังกล่าว กรุณาแจ้งรายชื่อพร้อมเหตุผลและความจำเป็นให้หน่วยต้นสังกัด ส่งให้ กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบ ภายในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ (ที่มา : กพ.ทร.)
กองการศึกษา กรมกำลังพลทหารเรือ รับสมัครนายทหารประทวน เพื่อคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน รุ่นที่ ๒ ระดับ ๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ระยะเวลาอบรม ๓๖๐ ชั่วโมง ระหว่างวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่ สถาบันภาษา กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนพระราม ๕ เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ข้าราชการที่ประสงค์จะเข้ารับการอบรมหลักสูตรดังกล่าว กรุณาแจ้งรายชื่อพร้อมเหตุผลและความจำเป็นให้หน่วยต้นสังกัด ส่งให้ กรมกำลังพลทหารเรือ ทราบ ภายในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๓ (ที่มา : กพ.ทร.)
กรมแพทย์ทหารเรือ รับสมัครบุตรข้าราชการและลูกจ้างขึ้นทะเบียนสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า กรมแพทย์ทหารเรือ รับสมัครบุตรข้าราชการและลูกจ้างขึ้นทะเบียนสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า
กรมแพทย์ทหารเรือ รับสมัครบุตรข้าราชการและลูกจ้างขึ้นทะเบียนสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า
กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ เปิดรับสมัครบุตร ข้าราชการประจำการ และลูกจ้างประจำสังกัดกองทัพเรือ ที่พ้นสิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ มีอายุไม่เกิน ๒๘ ปี และมีสิทธิ์อยู่ในระบบประกัน สุขภาพถ้วนหน้า ขึ้นทะเบียนสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไปโดยสิทธิประโยชน์ผู้ขึ้นทะเบียน ฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทุกประการ และสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ทุกแห่งเช่นกัน
การสมัครขอขึ้นทะเบียนสามารถยื่นสมัครด้วยตนเอง พร้อมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ แบบคำร้องขอขึ้นทะเบียนหลักประกัน ดาวน์โหลดได้ที่ www.nhso.go.th , สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและบิดา/มารดา และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร ยื่นได้ที่ กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ อาคารกองบัญชาการกรมแพทย์ทหารเรือ ชั้น ๑ หรือยื่นสมัครผ่านหน่วยงานต้นสังกัด ส่งให้ กรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ ต่อไป เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วสามารถตรวจสอบสิทธิ์ด้วยตนเองได้หลายช่องทาง ภายในระยะเวลา ๑ เดือน หลังจากการสมัครโดยใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เป็นหลักฐานอ้างอิง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๑๑๓๐ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ของ สปสช. ที่ www.nhso.go.th หรือติดต่อที่ กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๒๕๑๓ (ที่มา : พร.)
กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ เปิดรับสมัครบุตร ข้าราชการประจำการ และลูกจ้างประจำสังกัดกองทัพเรือ ที่พ้นสิทธิ์สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ มีอายุไม่เกิน ๒๘ ปี และมีสิทธิ์อยู่ในระบบประกัน สุขภาพถ้วนหน้า ขึ้นทะเบียนสิทธิ์บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า กรมแพทย์ทหารเรือ ได้ตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เป็นต้นไปโดยสิทธิประโยชน์ผู้ขึ้นทะเบียน ฯ จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับประชาชนทั่วไปในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าทุกประการ และสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าได้ทุกแห่งเช่นกัน
การสมัครขอขึ้นทะเบียนสามารถยื่นสมัครด้วยตนเอง พร้อมเอกสารประกอบการสมัคร ได้แก่ แบบคำร้องขอขึ้นทะเบียนหลักประกัน ดาวน์โหลดได้ที่ www.nhso.go.th , สำเนาทะเบียนบ้านของผู้สมัครและบิดา/มารดา และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้สมัคร ยื่นได้ที่ กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ อาคารกองบัญชาการกรมแพทย์ทหารเรือ ชั้น ๑ หรือยื่นสมัครผ่านหน่วยงานต้นสังกัด ส่งให้ กรมแพทย์ทหารเรือ เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียนบัตรประกันสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ ต่อไป เมื่อขึ้นทะเบียนเป็นที่เรียบร้อยแล้วสามารถตรวจสอบสิทธิ์ด้วยตนเองได้หลายช่องทาง ภายในระยะเวลา ๑ เดือน หลังจากการสมัครโดยใช้หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เป็นหลักฐานอ้างอิง
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หมายเลขโทรศัพท์ ๑๑๓๐ หรือดูได้ที่เว็บไซต์ของ สปสช. ที่ www.nhso.go.th หรือติดต่อที่ กองสวัสดิการสุขภาพ กรมแพทย์ทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๒๕๑๓ (ที่มา : พร.)
ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ขอเชิญชวนร่วมบริจาคโลหิตถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ สำนักราชเลขาธิการในพระบรมมหาราชวัง
วันนี้ (๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓) มูลนิธิพระดาบส ร่วมกับ สำนักราชเลขาธิการและสภากาชาดไทย จัด กิจกรรมการบริจาคโลหิต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศูนย์บริจาคโลหิตชั่วคราว ห้อง อเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารศาลาลูกขุนใน สำนักราชเลขาธิการในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๐๐ น.
ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรมการกุศลโดยการบริจาคโลหิตเพื่อถวาย พระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในช่วงเวลาและสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : กพร.ทร.)
วันนี้ (๒๙ ธันวาคม ๒๕๕๓) มูลนิธิพระดาบส ร่วมกับ สำนักราชเลขาธิการและสภากาชาดไทย จัด กิจกรรมการบริจาคโลหิต เพื่อถวายพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ณ ศูนย์บริจาคโลหิตชั่วคราว ห้อง อเนกประสงค์ ชั้น ๒ อาคารศาลาลูกขุนใน สำนักราชเลขาธิการในพระบรมมหาราชวัง ระหว่างเวลา ๐๙.๐๐ น. - ๑๕.๐๐ น.
ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทั่วไปร่วมกิจกรรมการกุศลโดยการบริจาคโลหิตเพื่อถวาย พระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในช่วงเวลาและสถานที่ดังกล่าว (ที่มา : กพร.ทร.)
ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขต ทัพเรือภาคที่ ๑ จัดการประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขต ทัพเรือภาคที่ ๑ ครั้งที่ ๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ระหว่างวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๕๔ ณ พี.เอ็ม.วาย.บีช รีสอร์ท ตำบลเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยมี พลเรือโท ฆนัท ทองพูล ประธานคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ ๑ และผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๑ เป็นประธาน
การจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ ๑ ในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน และเพื่อมอบนโยบายของหน่วยงาน ให้กรรมการที่เป็นหน่วยงานบริหาร ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ให้คณะกรรมการ ฯ ทราบ (ที่มา : ทรภ.๑)
การจัดประชุมคณะกรรมการพัฒนาเพื่อความมั่นคงในระดับพื้นที่ในเขตทัพเรือภาคที่ ๑ ในครั้งนี้ เป็นการประชุมเพื่อรับทราบแนวทางการบริหารจัดการยุทธศาสตร์ความมั่นคงชายแดน และเพื่อมอบนโยบายของหน่วยงาน ให้กรรมการที่เป็นหน่วยงานบริหาร ประกอบด้วย ผู้แทนสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย และผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ให้คณะกรรมการ ฯ ทราบ (ที่มา : ทรภ.๑)
ขอเชิญเที่ยวงานวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๔ ณ สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ ราชวิถี
สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานวันเด็กแห่งชาติ ปี ๒๕๕๔ ณ บริเวณหน้าตึกมหิดล สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ ถนนราชวิถี กรุงเทพมหานคร ในวันเสาร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๔ ระหว่างเวลา ๐๙.๓๐ น. - ๑๖.๐๐ น. โดยภายในงานประกอบด้วย การจัดกิจกรรมบนเวที เกม การละเล่นสำหรับเด็ก การประกวดร้องเพลง การประกวดวาดภาพ การตอบปัญหาชิงรางวัล ฯ และมอบรางวัล
(ที่มา : สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ)
(ที่มา : สภาสังคมสงเคราะห์ ฯ)
เรือรบกองทัพเรือจีนแวะเยี่ยมเมืองท่าอินโดนีเซีย
เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๓ พลเรือตรี Wei Xueyi ผู้บัญชาการหมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ผลัดที่ ๖ ของจีน กล่าวว่า เรือรบกองทัพเรือจีน จำนวน ๓ ลำ ประกอบด้วย เรือยกพลขึ้นบก Kunlunshan เรือพิฆาต Lanzhou และเรือส่งกำลังบำรุง Weishanshu พร้อมลูกเรือทั้งหมด ๑,๐๐๐ นาย ซึ่งเสร็จสิ้นจากภารกิจปราบปรามโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลียและอ่าวเอเดน แวะเยี่ยมเมืองท่า Tanjung Priok ของอินโดนีเซีย เป็นเวลา ๕ วัน เพื่อฉลองความสัมพันธ์จีนและอินโดนีเซียครบรอบ ๖๐ ปี และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือทั้งสอง อนึ่ง หมู่เรือดังกล่าวเป็นหมู่เรือผลัดที่ ๖ ที่กองทัพเรือจีนส่งไปปฏิบัติภารกิจปราบปรามโจรสลัดในน่านน้ำโซมาเลียและอ่าวเอเดน โดยสามารถทำการคุ้มครองเรือได้ทั้งหมด ๖๑๕ ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือของอินโดนีเซีย ๕ ลำ สามารถขับไล่เรือต้องสงสัยได้ ๑๙๐ ลำ และช่วยเหลือเรือที่ถูกโจรสลัดปล้นได้ ๑ ลำ (ที่มา : ขว.ทร.)
วันอังคารที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2553
พิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
พิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี ๒๕๕๓
วันนี้ (๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชา นุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี ๒๕๕๓ เนื่องในวันปราบดาภิเษก ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชวังเดิม เขต บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
วันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑ เป็นวันปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากพระองค์ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยคืนจากพม่า ได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี และได้ทรงสร้างพระราชวังเดิมเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งต่อมากองทัพเรือได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ใช้พื้นที่พระราชวังเดิมเป็นที่ตั้งหน่วยราชการกองทัพเรือ จนกระทั่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ กองทัพเรือจึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ขึ้น ณ บริเวณพื้นที่พระราชวังเดิม เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพลกองทัพเรือ รวมทั้งประชาชนทั่วไป และเนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษก ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี กองทัพเรือได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ เป็นต้นมา (ที่มา : สลก.ทร.)
วันนี้ (๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๓) เวลา ๐๙.๐๐ น. พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชา นุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ประจำปี ๒๕๕๓ เนื่องในวันปราบดาภิเษก ณ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระราชวังเดิม เขต บางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
วันที่ ๒๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๓๑๑ เป็นวันปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หลังจากพระองค์ทรงกอบกู้เอกราชของชาติไทยคืนจากพม่า ได้ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี และได้ทรงสร้างพระราชวังเดิมเป็นพระราชวังหลวง ซึ่งต่อมากองทัพเรือได้รับพระราชทาน พระบรมราชานุญาตให้ใช้พื้นที่พระราชวังเดิมเป็นที่ตั้งหน่วยราชการกองทัพเรือ จนกระทั่งเป็นที่ตั้งกองบัญชาการกองทัพเรือในปัจจุบัน และเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระองค์ กองทัพเรือจึงได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ขึ้น ณ บริเวณพื้นที่พระราชวังเดิม เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของกำลังพลกองทัพเรือ รวมทั้งประชาชนทั่วไป และเนื่องในวันคล้ายวันปราบดาภิเษก ๒๘ ธันวาคม ของทุกปี กองทัพเรือได้ประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ เป็นประจำทุกปี เริ่มตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๔๑ เป็นต้นมา (ที่มา : สลก.ทร.)
กองทัพเรือ รับสมัครนักเรียนพยาบาล ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔
กองทัพเรือ รับสมัครนักเรียนพยาบาล ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ เฉพาะทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาใน หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยรับสมัครผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทย์ - คณิต หรือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นสตรีโสด อายุระหว่าง ๑๗ - ๒๐ ปี สัญชาติไทย น้ำหนักไม่น้อยกว่า ๔๒ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๖๕ กิโลกรัม ส่วนสูง ๑๕๕ เซนติเมตร
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ เป็นสถาบันการศึกษาในสังกัดกองทัพเรือ และเป็นสถาบันสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ระยะเวลาการศึกษา ๔ ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหิดล และมีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล
สนใจสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ในปีนี้ รับสมัครเฉพาะทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่เว็บไซต์พยาบาลกองทัพเรือและกรมแพทย์ทหารเรือ ดังนี้ www.nmd.go.th หรือ www.navy.mi.th/nnc และ www.navy.mi.th สอบถามรายละเอียดได้ที่ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๖๑๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๒๖๒๕ (ที่มา : วพร.ทร.)
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าศึกษาใน หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยรับสมัครผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย แผนการเรียนวิทย์ - คณิต หรือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นสตรีโสด อายุระหว่าง ๑๗ - ๒๐ ปี สัญชาติไทย น้ำหนักไม่น้อยกว่า ๔๒ กิโลกรัม แต่ไม่เกิน ๖๕ กิโลกรัม ส่วนสูง ๑๕๕ เซนติเมตร
วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ เป็นสถาบันการศึกษาในสังกัดกองทัพเรือ และเป็นสถาบันสมทบกับมหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดการศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ระยะเวลาการศึกษา ๔ ปี เมื่อสำเร็จการศึกษาจะได้รับพระราชทานปริญญาบัตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยมหิดล และมีสิทธิสอบเพื่อรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สาขาการพยาบาลและผดุงครรภ์ชั้นหนึ่ง จากสภาการพยาบาล
สนใจสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต ในปีนี้ รับสมัครเฉพาะทางอินเตอร์เน็ตเท่านั้น ตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ ที่เว็บไซต์พยาบาลกองทัพเรือและกรมแพทย์ทหารเรือ ดังนี้ www.nmd.go.th หรือ www.navy.mi.th/nnc และ www.navy.mi.th สอบถามรายละเอียดได้ที่ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๒๖๑๔ และ ๐ ๒๔๗๕ ๒๖๒๕ (ที่มา : วพร.ทร.)
ปภ.เตือน ๙ จังหวัดภาคใต้ รับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแร
ปภ.เตือน ๙ จังหวัดภาคใต้ รับมือภาวะฝนตกหนักและคลื่นลมแรง ระหว่าง ๒๗ - ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓
กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำใน ๙ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล เตรียมรับมือภาวะฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร โดยติดตามพยากรณ์อากาศและหมั่นสังเกตสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี เขต ๑๒ สงขลา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย หากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๓ ๒๒๐๐
(ที่มา : ปภ.)
กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย เตือนประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยทั้งที่ลาดเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำใน ๙ จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสตูล เตรียมรับมือภาวะฝนตกหนัก ระหว่างวันที่ ๒๗ ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๕๓ เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรงพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และพืชผลทางการเกษตร โดยติดตามพยากรณ์อากาศและหมั่นสังเกตสัญญาณการเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังค่อนข้างแรง ขอให้ชาวเรือระมัดระวังอันตรายในการเดินเรือ และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในระยะนี้
ทั้งนี้ ปภ.ได้ประสานศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ๑๑ สุราษฎร์ธานี เขต ๑๒ สงขลา และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในพื้นที่เสี่ยงภัยจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังสถานการณ์ภัยตลอด ๒๔ ชั่วโมง และจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์พร้อมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทันทีที่เกิดภัย หากประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากภาวะฝนตกหนัก และคลื่นลมแรง สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ ตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อประสานให้ความช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๒๔๓ ๒๒๐๐
(ที่มา : ปภ.)
สหรัฐฯ ส่งมอบเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำให้ไต้หวันปี ๒๕๕๔
ไต้หวันเตรียมต้อนรับเครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำลำแรก จากทั้งหมด ๑๒ ลำ ในปี ๒๕๕๔ ขณะที่ บรรดาชาติแถบเอเชียตะวันออก ต่างแสดงความกังวลต่อแสนยานุภาพทางทหารอันน่าเกรงขามของจีน
สื่อไต้หวัน ไชน่า ไทม์ส รายงานว่า สืบเนื่องจากข้อตกลงซื้อขายอาวุธในปี ๒๕๕๑ ที่สหรัฐฯ ได้ตกลงขายเครื่องบินลาดตระเวน P-3C Orion รุ่นใหม่ พร้อมกับเครื่องยนต์ไร้ระบบปฏิบัติการไว้สำรองอีก ๓ เครื่อง และจะมีการนำส่งมอบอาวุธล็อทแรก ในปี ๒๕๕๔
"ขอบเขตการลาดตระเวนของฝูงบินต่อต้านเรือดำน้ำไต้หวัน จะขยายเป็นสิบเท่า หลังจากเครื่องบินพี-3 ซี ได้เข้าร่วมกองทัพเรือไต้หวัน" นายทหาร ซึ่งไม่เผยนาม ระบุ
สำหรับฝูงบินพี-3 ซี ซึ่งมีราคาประมาณ ๑,๙๖๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกนำมาใช้แทน เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ เอส-2ที รุ่นลายครามของไต้หวัน
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันได้พัฒนาขึ้น หลังจากที่ในปี ๒๕๕๒ นายหม่า อิงจิ่ว แห่งพรรคกั๋วหมินตั่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน พร้อมกับส่งเสริมการค้าระหว่างไต้หวันกับจีนและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนมายังเกาะไต้หวันได้มากขึ้น
อนึ่ง จีนยังคงยืนกรานว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน และหากจำเป็น ก็จะใช้กำลังบุกยึดดินแดนคืน แม้ว่าไต้หวันจะปกครองตนเองมาเป็นระยะเวลานานกว่า ๖๐ ปี แล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ ไต้หวันจึงได้สร้างกองกำลังติดอาวุธป้องกันประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่สั่งซื้อมาจากสหรัฐฯ แม้ว่าในปี ๒๕๒๒ สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนแปลงการรับรองทางการทูตแก่จีน แทนที่ไต้หวัน
สื่อไต้หวัน ไชน่า ไทม์ส รายงานว่า สืบเนื่องจากข้อตกลงซื้อขายอาวุธในปี ๒๕๕๑ ที่สหรัฐฯ ได้ตกลงขายเครื่องบินลาดตระเวน P-3C Orion รุ่นใหม่ พร้อมกับเครื่องยนต์ไร้ระบบปฏิบัติการไว้สำรองอีก ๓ เครื่อง และจะมีการนำส่งมอบอาวุธล็อทแรก ในปี ๒๕๕๔
"ขอบเขตการลาดตระเวนของฝูงบินต่อต้านเรือดำน้ำไต้หวัน จะขยายเป็นสิบเท่า หลังจากเครื่องบินพี-3 ซี ได้เข้าร่วมกองทัพเรือไต้หวัน" นายทหาร ซึ่งไม่เผยนาม ระบุ
สำหรับฝูงบินพี-3 ซี ซึ่งมีราคาประมาณ ๑,๙๖๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ จะถูกนำมาใช้แทน เครื่องบินต่อต้านเรือดำน้ำ เอส-2ที รุ่นลายครามของไต้หวัน
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและไต้หวันได้พัฒนาขึ้น หลังจากที่ในปี ๒๕๕๒ นายหม่า อิงจิ่ว แห่งพรรคกั๋วหมินตั่งได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน พร้อมกับส่งเสริมการค้าระหว่างไต้หวันกับจีนและอนุญาตให้นักท่องเที่ยวจีนมายังเกาะไต้หวันได้มากขึ้น
อนึ่ง จีนยังคงยืนกรานว่าไต้หวันเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน และหากจำเป็น ก็จะใช้กำลังบุกยึดดินแดนคืน แม้ว่าไต้หวันจะปกครองตนเองมาเป็นระยะเวลานานกว่า ๖๐ ปี แล้วก็ตาม
ด้วยเหตุนี้ ไต้หวันจึงได้สร้างกองกำลังติดอาวุธป้องกันประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่สั่งซื้อมาจากสหรัฐฯ แม้ว่าในปี ๒๕๒๒ สหรัฐฯ ได้เปลี่ยนแปลงการรับรองทางการทูตแก่จีน แทนที่ไต้หวัน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)











