วันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2553

รับสมัครบุตร - ธิดา ทดสอบความรู้เกี่ยวกับธรรมะ ชิงทุนการศึกษาในโครงการ "วัยรุ่น รอบรู้ธรรมะ"

      กองทัพเรือ ขอเชิญชวนบุตร - ธิดาข้าราชการและลูกจ้าง อายุระหว่าง ๑๓ - ๑๘ ปี เข้าทดสอบความรู้เกี่ยวกับธรรมะ เพื่อรับทุนการศึกษา จำนวน ๑๐๐ ทุน ทุนละ ๕,๐๐๐ บาท ภายใต้โครงการ "วัยรุ่นรอบรู้ธรรมะ" ครั้งที่ ๒ โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่ อายุระหว่าง ๑๓ - ๑๕ ปี ใช้หนังสือ "คิดถูก โปร่งใส ใจสูง" และอายุระหว่าง ๑๖ - ๑๘ ปี ใช้หนังสือ "งานสัมฤทธิ์ ชีวิตรื่นรมย์" เป็นคู่มือศึกษาก่อนทดสอบ กำหนดสอบคัดเลือกในวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ประกาศผลในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ และมอบทุนการศึกษาต้นเดือนธันวาคม นี้
        สนใจยื่นใบสมัครได้ที่ กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ, ทัพเรือภาคที่ ๒, ทัพเรือภาคที่ ๓ และฐานทัพเรือสัตหีบ ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ สามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ http://www.navy.mi.th/civil สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แผนกวิชาการ กองวิชาการ กรมกิจการ พลเรือนทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ภายใน ๕๓๐๓๓ หรือที่บริษัท วิริยะกิจ (๑๙๙๕) จำกัด เจ้าของโครงการ "วัยรุ่นรอบรู้ธรรมะ" หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๖๗๐ ๐๘๙๔ - ๖ (ที่มา : กพร.ทร.)

พิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรอาชีพทหารกองประจำการ รุ่นที่ ๑/๕๔

          ขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงมี ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยมีแนวโน้มรุนแรงและคาดว่าจะมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องอีกหลายวัน เพื่อให้การดำรงชีวิตในช่วงน้ำท่วมเป็นไปอย่างปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ขอเตือนผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำในที่น้ำท่วม พายเรือ ลงเล่นน้ำใกล้ แนวเสาไฟฟ้าแรงสูงเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต หรือจับสัตว์น้ำใกล้แนวเสาไฟฟ้าและทางน้ำไหลผ่าน เพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากอาจพัดจมน้ำเสียชีวิต รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณทางน้ำไหลผ่านหรือร่องน้ำเพราะอาจเกิดดินถล่มและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากอาจพัด จมน้ำเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ควรระมัดระวังสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ รักษาสุขอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและโรคระบาด สำหรับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนให้ตรวจสอบเส้นทางและหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว
        ทั้งนี้ หากมีประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ให้รีบขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นขึ้นที่สูง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานของรัฐอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์การระบายน้ำ และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้เตรียมความพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่งตลอดเวลา เนื่องจากเขื่อนขนาดใหญ่ยังคงมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
       ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ๑ - ๑๘ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือทางสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ เพื่อประสานและให้การช่วยเหลือต่อไป (ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า) 

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแนะวิธีปฏิบัติอย่างปลอดภัยช่วงน้ำท่วม

          ขณะนี้หลายพื้นที่ยังคงมี ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยมีแนวโน้มรุนแรงและคาดว่าจะมีน้ำท่วมขังต่อเนื่องอีกหลายวัน เพื่อให้การดำรงชีวิตในช่วงน้ำท่วมเป็นไปอย่างปลอดภัย กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย ขอเตือนผู้ประสบภัยน้ำท่วมหลีกเลี่ยงเดินลุยน้ำในที่น้ำท่วม พายเรือ ลงเล่นน้ำใกล้ แนวเสาไฟฟ้าแรงสูงเพราะอาจถูกไฟฟ้าดูดเสียชีวิต หรือจับสัตว์น้ำใกล้แนวเสาไฟฟ้าและทางน้ำไหลผ่าน เพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากอาจพัดจมน้ำเสียชีวิต รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้บริเวณทางน้ำไหลผ่านหรือร่องน้ำเพราะอาจเกิดดินถล่มและกระแสน้ำไหลเชี่ยวกรากอาจพัด จมน้ำเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ควรระมัดระวังสัตว์เลื้อยคลานที่มีพิษ รักษาสุขอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและโรคระบาด สำหรับประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนให้ตรวจสอบเส้นทางและหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางที่มีน้ำท่วมขังหรือกระแสน้ำไหลเชี่ยว
        ทั้งนี้ หากมีประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าจะเกิดภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ให้รีบขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นขึ้นที่สูง และปฏิบัติตามคำแนะนำจากหน่วยงานของรัฐอย่างเคร่งครัด รวมทั้งให้ติดตามพยากรณ์อากาศ สถานการณ์การระบายน้ำ และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือริมฝั่งแม่น้ำป่าสัก แม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ให้เตรียมความพร้อมรับมือน้ำล้นตลิ่งตลอดเวลา เนื่องจากเขื่อนขนาดใหญ่ยังคงมีการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง
       ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยสามารถติดต่อขอรับการช่วยเหลือได้ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต ๑ - ๑๘ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด หรือทางสายด่วนนิรภัย ๑๗๘๔ เพื่อประสานและให้การช่วยเหลือต่อไป (ที่มา : เว็บไซต์แนวหน้า) 

รัสเซียได้รับเรือดำน้ำชั้น Borey ลำที่ ๔

  เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ มีรายงานว่า กองเรือแปซิฟิกของรัสเซียที่ Vilyuchinsk ในคาบสมุทร Kamchatka เตรียมความพร้อมต้อนรับเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ ชั้น Borey ชื่อ Yury Dolgoruky ก่อนหน้านี้ รัสเซียนำเรือดำน้ำชั้นดังกล่าวประจำการแล้ว ๓ ลำ คือ เรือดำน้ำ Alexander Nevsky เรือดำน้ำ Vladimir Monomakh และเรือดำน้ำ Svyatitel Nikolai (St.Nicholas) โดยมีแผนต่อเรือดำน้ำชั้นดังกล่าว ซึ่งสามารถติดขีปนาวุธ Bulava จำนวน ๑๒ ลูก จำนวน ๘ ลำ ภายในปี ๒๕๕๘ (ที่มา : ขว.ทร.)

ทัพเรือภาคที่ ๓ ร่วมโครงการ "อาสา ฯ อนุรักษ์ทะเลไทย ๕๓"

กองทัพเรือ ร่วมกับ จังหวัดพังงา กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กลุ่มบริษัททรูวิชั่น จำกัด (มหาชน) จัดโครงการอาสา ฯ อนุรักษ์ทะเลไทย ๒๕๕๓ ระหว่างวันที่ ๒๓ - ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ อุทยานแห่งชาติ หมู่เกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา ได้รับเกียรติจาก พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี มาเป็นอาสาสมัครกิตติมศักดิ์ และเป็นประธานโครงการอาสาอนุรักษ์ทะเลไทยในการจัดกิจกรรมครั้งนี้ มีการติดตั้งทุ่นจอดเรือ เพื่อเป็นการรักษาปะการัง รวมทั้งการทำความสะอาดแนวปะการัง เก็บขยะใต้ท้องทะเล การปล่อยและแพร่พันธุ์หอยมือเสือ จากอุทยานแห่งชาติ ฯ การปล่อยลูกเต่าทะเล ซึ่งทางกองทัพเรือได้ให้การสนับสนุนพันธุ์เต่าทะเลจากศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ
       กองทัพเรือ ได้มอบให้ทัพเรือภาคที่ ๓ โดยมี พลเรือโท ชุมนุม อาจวงษ์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ ๓ เป็นผู้แทน ฯ เข้าร่วมกิจกรรมโดยให้การสนับสนุนเรือหลวงมันนอก เป็นเรือลำเลียงอาสาสมัคร จำนวน ๑๕๐ คน พร้อมอุปกรณ์ในการติดตั้งทุ่นจอดเรือ และเป็นฐานปฏิบัติงาน จัดชุดปฏิบัติการพิเศษทัพเรือภาคที่ ๓ สนับสนุนการปฏิบัติงาน และร่วมดำน้ำผูกทุ่นจอดเรือ จัดเฮลิคอปเตอร์ จำนวน ๑ ลำ เพื่อเป็นพาหนะลำเลียงช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีฉุกเฉิน (ที่มา : ทรภ.๓ )

กองทัพเรือ รับสมัครบุคคลพลเรือนเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔

 กองทัพเรือ เปิดรับสมัครบุคคลพลเรือน ทหารกองประจำการ และทหารกองหนุนสังกัด กองทัพเรือ เพื่อสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนจ่าทหารเรือ ประจำปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยผู้สมัครจะต้องสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นชายโสด อายุ ๑๗ - ๒๐ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๔ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๗) สำหรับทหารกองประจำการจะต้องสังกัดกองทัพเรือ และปลดเป็นทหารกองหนุนในวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔ หรือทหารกองหนุนสังกัดกองทัพเรือ ต้องมีอายุ ๑๘ - ๒๔ ปี (ผู้ที่เกิดตั้งแต่ ๑ มกราคม ๒๕๓๐ ถึง ๓๑ ธันวาคม ๒๕๓๖) มีสัญชาติไทย และบิดา มารดามีสัญชาติไทยโดยการเกิด แต่ถ้าบิดาเป็นนายทหารสัญญาบัตรหรือนายทหารประทวน มารดาจะมิใช่เป็นผู้มีสัญชาติไทยโดยการเกิดก็ได้
        หลักฐานในการสมัคร ประกอบด้วย สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาใบสูติบัตรของผู้สมัคร และสำเนาใบสำคัญทหารกองเกิน (สด.๙), สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียน ของสถานศึกษาที่แสดงว่าสำเร็จการศึกษาหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ ๖ หรือสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หรือกำลังศึกษาหลักสูตร และรูปถ่ายสี ขนาด ๒ นิ้ว จำนวน ๑๒ รูป
        จำหน่ายระเบียบการและใบสมัคร ซื้อด้วยตนเองตั้งแต่วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ราคาชุดละ ๘๐ บาท ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม, ห้องสมุดกลางกองทัพเรือ อาคารราชนาวิกสภา, กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ เขตพระนคร, โรงเรียนสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ จังหวัดสมุทรปราการ, โรงเรียนชุมพลทหารเรือ สัตหีบ จังหวัดชลบุรี, ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี, ทัพเรือภาคที่ ๓ จังหวัดภูเก็ต, หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงทุกเขต, ร้านสวัสดิการทหารเรือ, ร้านสวัสดิการกรมการเงินทหารเรือ พระราชวังเดิม, ร้านสวัสดิการกิจการห้องเย็น สัตหีบ และสถานีวิทยุเสียงจากทหารเรือ
       สั่งซื้อทางไปรษณีย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ ถึงวันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔ ชุดละ ๑๑๐ บาท โดยธนาณัติสั่งจ่ายในนาม กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ตู้ ปณ.๑๑ ปณภ.พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๗๐ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๘๘๙ ๓๙๒๒ และ ๐ ๒๔๗๕ ๓๖๖๓ - ๔ ในวันและเวลาราชการ หรือ www.navy.mi.th/navedu (ที่มา : ยศ.ทร.)

วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

นักกีฬาแข่งเรือใบทีมชาติไทยคว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ ๕

   ตามที่สมาคมแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งนักกีฬาประเภทโฮบี้ ๑๖ โดยมี นักกีฬาคือ เรือเอก ดำรงศักดิ์ วงศ์ทิม นายเรือ และนายกฤษดา วงศ์ทิม ลูกเรือ เข้าร่วมการแข่งขันเรือใบชิงแชมป์เอเชียรายการ BDO HOBIE ASIAN CLASSIC 2010 ณ สาธารณรัฐปกครองพิเศษฮ่องกง เมื่อวันที่ ๑๔ - ๑๗ ตุลาคม ๒๕๕๓ ที่ผ่านมามีนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันจำนวน ๓๕ ลำ จาก ๑๔ ประเทศ คือ ออสเตรเลีย, สเปน, ฟิจิ, อังกฤษ, สิงคโปร์, ฟิลิปปินส์, นิวซีแลนด์, ญี่ปุ่น, อินโดนีเซีย, ฝรั่งเศส, สหราชอาณาจักร, สหรัฐอเมริกา , ประเทศไทย และฮ่องกง
       ผลการแข่งขันจำนวน ๘ เที่ยว ตัดแต้มเสียออก ๑ เที่ยว ปรากฏว่า นักกีฬาแข่งเรือใบทีมชาติไทย ทำผลงานเป็นอันดับ ๑ คว้าแชมป์เอเชียเป็นสมัยที่ ๕ ติดต่อกัน โดยทิ้งห่างจากอันดับ ๒ แบบขาดลอย โดยนักกีฬาทีมชาติไทย มีแต้มเสีย ๑๔ ส่วนอันดับ ๒ เป็นของ MIKE SCANTLEBURY นายเรือ และ DAVID HARRIS ลูกเรือ จากประเทศอังกฤษ มีแต้มเสีย ๓๑ และอันดับ ๓ เป็นของ TEO WEE CHIN นายเรือ และ JUSTIN WONG MING HO จากสิงคโปร์ มีแต้มเสีย ๔๒ และหลังจากนี้นักกีฬาจะเก็บตัวฝึกซ้อมที่ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก่อนจะเดินทางไปแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ ๑๖ ระหว่างวันที่ ๑๒ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ณ เมืองชานเหว่ย สาธารณรัฐประชาชนจีน ต่อไป (ที่มา : สลก.ทร.) 

ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ รับแจ้งเบาะแสการทุจริต

พบเห็นการทุจริตหรือประพฤติมิชอบ แจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ กองทัพเรือ หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๗๘๙ หรือทาง www.navy.mi.th/rongtook
(ที่มา : สลก.ทร.)

อินโดนีเซียจับเรือประมงเวียดนาม ๒ ลำ

       เมื่อวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๓ โฆษกกองเรือภาคตะวันออกกองทัพเรืออินโดนีเซีย แถลงว่า เรือตรวจการณ์ของกองทัพเรืออินโดนีเซียจับกุมเรือประมงเวียดนาม จำนวน ๒ ลำ คือ เรือประมง BV-99678 พร้อมลูกเรือ ๒๒ คน และเรือประมง KG-15381 บริเวณน่านน้ำนาทูนา ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะของอินโดนีเซีย เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประมงจากทางการอินโดนีเซีย และส่งไปควบคุมไว้ที่ สถานีทหารเรือ Ranai ในเกาะ Riau ขณะที่เรือตรวจการณ์ KRI Sangkulirang - 542 จับกุมเรือ LCT Muara Samudera Pacific และเรือ MT Cahaya Ujung-03 ขณะขนถ่ายน้ำมันโดยผิดกฎหมาย บริเวณช่องแคบ Makassar และส่งไปควบคุมไว้ที่ สถานีทหารเรือ Kotabara ใน กาลิมันตันใต้ (ที่มา : ขว.ทร.)

ทร.ส่งรถสะเทินน้ำสะเทินบกช่วยผู้ประสบอุทกภัย

       จากกรณีน้ำจากเขื่อน ลำพระเพลิงล้นไหลทะลักเข้าท่วม ถนน อาคารบ้านเรือนประชาชน ในเขตเทศบาลตำบลปักธงชัย อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งถือได้ว่าวิกฤตที่สุดในรอบ ๕๐ ปีที่ผ่าน ทำให้ทั้งเมืองปักธงชัยจมอยู่ใต้น้ำระดับสูงประมาณ ๑ - ๒ เมตร และยังคงเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีประชาชนติดอยู่ภายในบ้านเรือนไม่สามารถ ติดต่อกับภายนอกได้เป็นจำนวนมาก
      กองทัพเรือ โดย หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้สนับสนุนรถสะเทินน้ำสะเทินบก (AAV) จำนวน ๒ คัน และเรือท้องแบน จำนวน ๘ ลำ พร้อมกำลังพลและอุปกรณ์ ในการให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยน้ำท่วมที่ อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อลำเลียงถุงยังชีพพระราชทานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และขนย้ายราษฎรที่ติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนที่ยานพาหนะโดยทั่วไปไม่สามารถ เข้าถึงได้นำมายังที่ปลอดภัย พร้อมทั้งนำอาหารและสิ่งของแจกจ่ายให้ความช่วยเหลือราษฎรที่ประสบกับอุทกภัย (ที่มา : นย.)

หมู่เรือปราบปรามโจรสลัดลาดตระเวนคุ้มครองเรือสินค้าในอ่าวเอเดน

       เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๓ หมู่เรือปราบปรามโจรสลัด ออกปฏิบัติภารกิจคุ้มครองเรือสินค้าและลาดตระเวนในพื้นที่ที่รับมอบหมายจาก กองกำลังผสมทางเรือนานาชาติในอ่าวเอเดนและแถบชายฝั่งประเทศ โซมาเลีย
       ทั้งนี้ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและภารกิจของหมู่เรือปราบปรามโจรสลัดได้ที่ http://rtncptu.fleetpx.com และ www.navy.mi.th นอกจากนั้นสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือ หรือแจ้งเหตุได้ที่ Email : counterpiracy@navy.mi.th วิทยุสื่อสาร คลื่น 156.800 MHz (CH.16) คลื่น 156.675 MHz (CH.73) และ คลื่น 6350 KHz หรือที่ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือ หมายเลข โทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๒๕๑ และศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล หมายเลขโทรศัพท์ ๐ ๒๔๗๕ ๔๖๐๘ (ที่มา : มปจ.)

ผบ.ทร.เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ภาคตะวันออก

       วันนี้ (๒๐ ตุลาคม ๒๕๕๓) พลเรือเอก กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ พร้อมด้วยคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ภาคตะวันออก ณ กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี โดยมี พลเรือโท พงศ์ศักดิ์ ภูรีโรจน์ ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด พร้อมด้วยผู้บังคับหมวดเรือ ลาดตระเวนชายแดน ผู้บังคับการฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ ๑ ผู้บังคับหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด และข้าราชการ ให้การต้อนรับ
       การตรวจเยี่ยมหน่วยของผู้บัญชาการทหารเรือในครั้งนี้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่กำลังพลในพื้นที่รวมทั้งฟังการบรรยายสรุปเพื่อ รับทราบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้องในการปฏิบัติภารกิจ พร้อมกับมอบเงินบำรุงขวัญและให้โอวาทแก่ข้าราชการในครั้งนี้ด้วยโดยขอให้ กำลังพลช่วยกันรักษาความตั้งใจมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุขุมรอบคอบ โดยยึดมั่นในการรักษาความมั่นคงของชาติและผลประโยชน์ของประเทศชาติ (ที่มา : สลก.ทร.)